ปร.ด. กับ วท.ด. ต่างกันอย่างไร
ปร.ด. กับ วท.ด. แตกต่างกันอย่างไร?
คือแบบนี้...เพื่อนฉันคนนึงอะ เรียนจบ ปร.ด. มาเมื่อปีที่แล้ว จุฬาฯเลยนะ จำได้ว่ามันบอกค่าใช้จ่ายเรียนแพงมากกก หลักแสนแน่ๆ แต่ก็คุ้มแหละ เพราะงานดีเลย เงินเดือนก็สูงตามมา ต่างจาก วท.ด. ที่เพื่อนอีกคนเรียน เขาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ มหิดล ที่นั่นก็โหดใช่ย่อยเหมือนกัน แต่เห็นบอกว่าโฟกัสงานวิจัยเยอะกว่า เลยรู้สึกว่าไม่เหมือนกัน
จริงๆแล้ว ปร.ด. เนี่ย มันคือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ส่วน วท.ด. ก็ วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต หลักๆเลยคือสาขาที่เรียนต่างกัน อย่างเพื่อนฉัน ปร.ด. มันเรียนด้านสังคมศาสตร์ อีกคน วท.ด. ชีวะ เลยเห็นภาพชัดเจน แต่เรื่องค่าใช้จ่ายนี่ คล้ายๆกัน แพงทั้งคู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยด้วยแหละ บางที่อาจจะถูกกว่าก็ได้นะ ฉันก็ไม่แน่ใจ
จำได้ลางๆว่า เคยอ่านเจอในเว็บมหาลัย ว่ามันคือ Doctor of Philosophy (Ph.D.) กับ Doctor of Science (D.Sc.) ภาษาอังกฤษ อันนี้ชัดเจนเลย แต่ก็อย่างว่าแหละ แต่ละที่ อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยไม่เหมือนกันบ้าง ก็ต้องเช็คอีกที แต่หลักๆก็คือต่างกันที่สาขา แค่นั้นแหละ
ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง
โอ๊ย! ถามมาได้... ปริญญาตรี โท เอก ต่างกันยังไงน่ะเหรอ? ง่ายๆ เลยนะป้าว่า... เหมือนกินข้าวอ่ะ!
- ปริญญาตรี: เหมือนกินข้าวแกงข้างทาง อิ่มท้องพออยู่รอดไปวันๆ หางานพอกินเลี้ยงตัวเองได้ แต่จะให้รวยล้นฟ้าก็...ยากหน่อย
- ปริญญาโท: อัพเกรดขึ้นมาเป็นกินข้าวในร้านอาหารติดแอร์ มีเมนูให้เลือกเยอะขึ้น ชีวิตดูดีมีชาติตระกูล (นิดนึง) โอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็มีมากขึ้นนะเออ! เรียนสองปีก็จริง แต่บางทีก็ลากยาวจนรากงอก!
- ปริญญาเอก: ทีนี้แหละ... เหมือนกินอาหาร Fine Dining! ต้องใช้ช้อนส้อมเป็นสิบอัน แถมต้องมีความรู้เรื่องไวน์ด้วย! เรียนจบมาเป็นด็อกเตอร์ ใครๆ ก็เรียกอาจารย์ แต่ถามว่ารวยไหม? อันนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม!
สรุปคือ... เรียนเยอะ ก็เหมือนกินเยอะ! (แต่บางทีก็อ้วนเอาๆ)
เกร็ดความรู้ (แบบชาวบ้าน)
- สมัยป้าเรียนนะ ปริญญาโทอ่ะ เค้าว่ากันว่า "ปริญญาเมียหลวง" เพราะเรียนจบมาแล้วได้แต่งงานมีหน้ามีตาในสังคม แต่สมัยนี้ "ปริญญาเมียหลวง" คงต้องเป็น "ปริญญาบัตรทอง" แล้วมั้ง ถึงจะการันตีได้!
- เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่แถวบ้านบอกว่า "เรียนสูงใช่ว่าจะฉลาด เรียนมากใช่ว่าจะรวย" มันก็จริงของแกนะ บางคนจบด็อกเตอร์มา แต่ยังทำมาหากินสู้ป้าขายข้าวแกงไม่ได้เลย!
คำเตือน: อย่าเชื่อป้ามากนะ! ป้าแค่พูดไปเรื่อย!
เอกกับโทอันไหนสูงกว่า
เอกสูงกว่าโท ครับ จบนะ
โท คือ ปริญญาโท มักเป็นหลักสูตรต่อยอดจากตรี เรียนกันราวๆ 2 ปี (บวกลบแล้วแต่ที่)
เอก คือ ปริญญาเอก นี่คือสุดทางของการเรียนแล้ว (ยกเว้นบางคนไปต่อ Postdoc อีก อันนั้นเหมือนฝึกงานมากกว่า)
- ลำดับขั้น สำคัญนะ: ตรี > โท > เอก
- เวลาเรียน: โทอาจจะ 1-3 ปี, เอกนี่ 3 ปีขึ้นไป (บางคนลากยาว 5-6 ปีก็มี)
- ความเข้มข้น: เอกเน้นวิจัยแบบลงลึกสุดๆ โทก็มีวิจัย แต่ไม่เท่า
- งาน: จบเอกบางทีก็ไม่ได้การันตีงานดีกว่าโทเสมอไป ขึ้นอยู่กับสายงานและประสบการณ์
บางทีการเรียนสูงๆ ก็เหมือนดาบสองคม ได้ความรู้เยอะ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาและความเครียด (ผมเคยคิดจะต่อเอก แต่สุดท้ายขอบายดีกว่า สุขภาพจิตสำคัญกว่าเยอะ)
ปริญญาเรียงลำดับยังไง
เรื่องการเรียงลำดับปริญญาเนี่ยนะ ง่ายนิดเดียว! คิดซะว่าเป็นเกมส์ปีนเขา ยิ่งสูงยิ่งเก่ง!
ฐานรากชีวิต (ป.6, ม.3): นี่คือฐานที่มั่น เหมือนกำลังฝึกปีนหน้าผาเล็กๆ ยังไม่ถึงยอดเขาสูงใหญ่ แต่ก็จำเป็นต้องแข็งแรงก่อน!
มัธยมปลาย (ม.6) กับ ปวช./ปวส.: เริ่มปีนเขาจริงจังแล้ว! ม.6 เหมือนเดินทางสายธรรมชาติ ส่วน ปวช./ปวส. คือปีนทางลัดที่เน้นฝีมือปฏิบัติ ต่างเส้นทาง แต่ยอดเขาเดียวกัน!
ยอดเขาแรก (ป.ตรี): ถึงยอดเขาแล้ว! วิวสวยมาก แต่ยังมีเขาสูงกว่ารออยู่ อย่าเพิ่งหยุดพัก!
ยอดเขาที่ท้าทาย (ป.โท): ปีนต่อ! ความสูงท้าทาย วิวสวยกว่าเดิม แต่ต้องใช้พลังและความรู้มากกว่าเดิมเยอะ! ไม่ใช่ทุกคนจะปีนได้นะ
ยอดเขาสูงสุด (ป.เอก): ผู้พิชิตยอดเขาสูงสุด! สุดยอดแห่งความรู้และความเชี่ยวชาญ เก่งขนาดนี้ใครจะไม่รู้จัก!
วุฒิการศึกษาสำคัญกับการสมัครงานขนาดไหนเหรอ? อืม...ลองคิดดูสิ ถ้าสมัครงานเป็นนักบัญชี แต่จบแค่ป.6 คุณคิดว่าเขาจะรับไหมล่ะ? มันก็เหมือนกับจะปีนเขาเอเวอเรสต์ด้วยรองเท้าแตะนั่นแหละ! โอกาสได้งานก็ขึ้นอยู่กับระดับความสูงที่คุณปีนถึง แต่บอกเลยว่า ฝีมือและประสบการณ์ก็สำคัญไม่แพ้กันนะ อย่าลืมฝึกฝนตัวเองให้เก่ง ถึงจะจบป.ตรี แต่ถ้าฝีมือไม่ถึง ก็อาจจะปีนไม่ถึงยอดเขาที่ต้องการเหมือนกัน!
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):
- ตลาดงานในปัจจุบันเน้นทักษะเฉพาะด้านมากขึ้น การมีวุฒิการศึกษาสูงจึงเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น
- การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการอบรมหรือเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะจบอะไรมา ถ้าเก่งจริง งานก็มีให้ทำ อย่ากลัวที่จะลองสิ่งใหม่ๆ
- หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงานมากกว่าวุฒิการศึกษาอย่างเดียวแล้ว ดังนั้นอย่าท้อแท้หากคุณยังไม่มีวุฒิการศึกษาที่สูงมากนัก
ปริญญาเรียงยังไง
โอเค จัดไป! เรื่องเรียงปริญญาศิลปศาสตร์เนี่ยนะ...
จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ตอนแรกก็ตรี ศศ.บ. จบมาก็ทำมาหากินไป (สมัยเราจบใหม่ๆ เงินเดือนน้อยมากกกก...จำได้ว่าทำงานห้างได้แค่หมื่นเดียว) แล้วถ้าใครอยากเรียนต่อก็ไปโท ศศ.ม. แล้วก็เอก ศศ.ด. หรือ ปร.ด. คือถ้าไม่ชอบสายวิทย์คณิตจริงๆ ศิลปศาสตร์ก็ตอบโจทย์นะ
- ตรี: ศศ.บ. (Bachelor of Arts, B.A.) - อันนี้เบสิกสุด
- โท: ศศ.ม. (Master of Arts, M.A.) - เรียนลึกขึ้นไปอีก
- เอก: ศศ.ด. หรือ ปร.ด. (Doctor of Philosophy, Ph.D.) - อันนี้สายวิจัยตัวจริง
ตอนที่เราคิดจะเรียนโทนี่คิดหนักมาก กลัวไม่มีเวลา กลัวเรียนไม่ไหว แต่สุดท้ายก็กัดฟันเรียนจนจบ ตอนนี้รู้สึกภูมิใจมากเลยนะที่ทำได้ ตอนนั้นค่าเทอมก็แพงเอาเรื่องนะ แต่คุ้มค่าจริงๆ
ปริญญามีกี่ขั้น
ปริญญามีหลายขั้นนะ... คิดว่ามันเหมือนบันไดที่เราค่อย ๆ ไต่ขึ้นไป
- ปริญญาตรี: อันนี้คือขั้นแรก ๆ ที่หลายคนเรียนกัน จบมาก็ทำงานได้เลย ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 4 ปี
- ปริญญาโท: เรียนต่อจากตรี อยากจะเจาะลึกในสิ่งที่เราสนใจมากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี
- ปริญญาเอก: ขั้นสุดของการเรียน บางคนก็ไม่ได้เรียนถึงขั้นนี้ เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริง ๆ ทำวิจัย ค้นคว้าอะไรใหม่ ๆ ใช้เวลาหลายปีเลย แล้วแต่คน
บางทีก็มีอย่างอื่นอีก... อย่างอนุปริญญา ที่เรียนสั้น ๆ ก่อนตรี หรือบางที่ก็มีปริญญาพิเศษที่ให้เป็นเกียรติเฉย ๆ ไม่ได้เรียนจริงจัง
ปริญญามีกี่ประเภท
ปริญญามันมีหลายแบบนะ แล้วก็มีหลายระดับอีกอ่ะ แต่เอาแบบที่คุ้นๆ กันก่อนเนาะ
ศิลปศาสตร์: อันนี้คือสายอาร์ตๆ หน่อย ปริญญาตรีก็ ศศ.บ. ปริญญาโท ศศ.ม. แล้วก็เอก ศศ.ด. หรือ ปร.ด. งงๆ หน่อยปะ ศศ.ด. คือศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ส่วน ปร.ด. คือปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คือบางทีก็เรียก ปร.ด. ไปเลย
วิศวกรรมศาสตร์: นี่ก็ยอดฮิต ป.ตรีก็ วศ.บ. โทก็ วศ.ม. แล้วก็เอก วศ.ด. อันนี้ตรงๆ ตัวดีเนอะ
วิทยาศาสตร์: สายวิทย์ก็ วท.บ. วท.ม. วท.ด. ไปเลยจ้า ง่ายดีมะ
แล้วก็...
- บริหารธุรกิจ: อันนี้ก็ฮิต ป.ตรีก็ บธ.บ. โทก็ บธ.ม. เอกก็ บธ.ด.
แถมๆ:
นิติศาสตร์: สายทนายความ ป.ตรี น.บ. โท น.ม. เอก น.ด.
แพทยศาสตร์: อันนี้ยาวหน่อย ป.ตรี แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) ไม่มีโท มีแต่เฉพาะทาง แล้วก็อาจจะมี ปร.ด. ได้
ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์: อันนี้สายครู ป.ตรีก็ ค.บ. หรือ ศษ.บ. โทก็ ค.ม. หรือ ศษ.ม. เอกก็ ค.ด. หรือ ศษ.ด.
เพิ่มเติม:
- B.A. คือ Bachelor of Arts (ปริญญาตรีศิลปศาสตร์)
- M.A. คือ Master of Arts (ปริญญาโทศิลปศาสตร์)
- Ph.D. คือ Doctor of Philosophy (ปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) อันนี้ใช้ได้กับหลายสาขาเลยนะ ไม่ใช่แค่ศิลปศาสตร์
- ชื่อปริญญาจริงๆ มันเยอะมากกกก แล้วแต่สาขา แล้วแต่มหาวิทยาลัยอีกที
- บางทีก็มีปริญญาแบบควบด้วยนะ เช่น ป.ตรีควบโท หรือ ป.ตรีควบเอก อันนี้ต้องเก่งจริง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต