ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงลดไปกี่แคลอรี่
ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงลดไปกี่แคลอรี่: เปรียบเทียบ 4 กิจกรรมยอดฮิต
การทราบอัตราการเผาผลาญพลังงานช่วยให้วางแผนควบคุมน้ำหนักและเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับเป้าหมายสุขภาพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงลดไปกี่แคลอรี่ ป้องกันการเข้าใจคลาดเคลื่อนและช่วยให้บริหารเวลาออกกำลังกายได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด
ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงลดไปกี่แคลอรี่: ภาพรวมและตัวเลขที่คุณต้องรู้
การออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง จะเผาผลาญแคลอรี่ประมาณ 200 ถึง 900 กิโลแคลอรี่ ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปตามประเภทของการออกกำลังกาย น้ำหนักตัว และความแรงในการทำ (Intensity) ของแต่ละบุคคล
คุณอาจจะเคยคิดว่ายิ่งทำกิจกรรมที่เหนื่อยหอบมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่มีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คน 90 เปอร์เซ็นต์มักทำผิดพลาดเมื่อคำนวณการใช้พลังงาน - ฉันจะอธิบายความลับข้อนี้ในหัวข้อเกี่ยวกับระบบเผาผลาญช่วงท้ายบทความ
พูดตามตรง ตอนที่ฉันเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ฉันหมกมุ่นกับตัวเลขเหล่านี้มาก ฉันพยายามเลือกกิจกรรมที่ได้ตัวเลขสูงสุดเสมอ ผลที่ได้คืออาการบาดเจ็บและความท้อแท้ ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ฉันก็เลิกทำ มันไม่ได้ผลเลย.
การรู้ตัวเลขพื้นฐานเป็นเรื่องดี แต่การเข้าใจร่างกายตัวเองสำคัญกว่า
ตารางเผาผลาญแคลอรี่ออกกำลังกาย: กิจกรรมไหนเบิร์นได้เท่าไหร่
หากคุณไม่แน่ใจว่าการออกกำลังกายแต่ละประเภทเผาผลาญแคลอรี่ต่างกันอย่างไร ข้อมูลด้านล่างนี้คือค่าเฉลี่ยสำหรับการทำกิจกรรมต่อเนื่อง 60 นาที
กลุ่มกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ (Low Impact)
การเดินช้าหรือการเดินเล่นทั่วไป จะเผาผลาญพลังงานประมาณ 200 ถึง 250 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่การเล่นโยคะหรือการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ จะเผาผลาญได้ประมาณ 150 ถึง 200 กิโลแคลอรี่
หลายคน - โดยเฉพาะผู้ชายที่ชอบเล่นกล้าม - มักจะดูถูกการเดินเร็ว แต่จริงๆ แล้ว ตารางเผาผลาญแคลอรี่ออกกำลังกาย ช่วยชี้ให้เห็นว่าการเดินเร็วเผาผลาญพลังงานได้ถึง 300 ถึง 420 กิโลแคลอรี่
ส่วนการยกน้ำหนักหรือเวทเทรนนิ่งนั้น จะเผาผลาญพลังงานได้ 220 ถึง 300 กิโลแคลอรี่ระหว่างที่กำลังยก
ตัวเลขดูน้อยใช่ไหม? อย่าเพิ่งด่วนสรุป.
กลุ่มกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง (High Intensity)
หากคุณต้องการเผาผลาญพลังงานให้ได้มากที่สุดในเวลาจำกัด การปั่นจักรยานและการว่ายน้ำสามารถเบิร์นได้ 400 ถึง 600 กิโลแคลอรี่
สำหรับคำถามยอดฮิตที่ว่า วิ่ง 1 ชั่วโมง ลดกี่แคลอรี่ คำตอบคือการวิ่งสามารถเผาผลาญพลังงานได้ตั้งแต่ 500 ถึง 750 กิโลแคลอรี่ ขึ้นอยู่กับความเร็วของคุณ
และถ้าคุณพร้อมที่จะผลักดันขีดจำกัด การกระโดดเชือกหรือการชกมวย สามารถเผาผลาญได้สูงถึง 700 ถึง 1000 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว
มันเหนื่อยมาก. ฉันเคยลองกระโดดเชือกต่อเนื่องให้ได้ 1 ชั่วโมงตามตารางนี้ แต่ความจริงคือฉันทำได้แค่ 10 นาทีก็หอบจนตัวโยนแล้ว การรักษาระดับความเข้มข้นให้คงที่ตลอดชั่วโมงเป็นสิ่งที่ยากกว่าที่หลายคนคิด
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเผาผลาญพลังงาน: ทำไมเราเบิร์นไม่เท่ากัน
คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมเพื่อนของคุณวิ่งด้วยความเร็วเท่ากัน แต่กลับผอมลงเร็วกว่า คำตอบอยู่ที่ตัวแปรเหล่านี้
น้ำหนักตัวของคุณคือตัวกำหนดหลัก
กฎฟิสิกส์ง่ายๆ คือ ยิ่งมีมวลมาก ยิ่งต้องใช้พลังงานมากในการเคลื่อนที่ คนที่หนัก 90 กิโลกรัมจะเผาผลาญแคลอรี่ในการเดิน 1 ชั่วโมงได้มากกว่าคนที่หนัก 50 กิโลกรัมเสมอ
หลายคนเชื่อว่า คนผอมระบบเผาผลาญดีกว่า ซึ่งความจริงแล้วตรงกันข้ามเลย คนที่มีน้ำหนักตัวมากหรือมีมวลกล้ามเนื้อมาก จะมีอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานสูงกว่าคนตัวเล็ก
ความแรงในการทำ (Intensity)
การปั่นจักรยานไปจ่ายตลาดกับการปั่นจักรยานขึ้นเขา ย่อมใช้พลังงานต่างกันมหาศาล อัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดว่าคุณกำลังออกแรงมากแค่ไหน
เมื่อฉันแนะนำให้คนรอบตัวเริ่มออกกำลังกาย ฉันมักจะบอกเสมอว่า ไม่ต้องสนใจระยะทาง ให้สนใจว่าคุณรู้สึกเหนื่อยระดับไหนในสเกล 1 ถึง 10 การรักษาระดับความเหนื่อยให้อยู่ที่ 6 ถึง 7 เป็นจุดที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับมือใหม่
ความลับเกี่ยวกับการเบิร์นแคลอรี่ที่คุณอาจยังไม่รู้
นี่คือข้อผิดพลาดที่ฉันพูดถึงตอนต้นบทความ: คนส่วนใหญ่มองข้ามปฏิกิริยาหลังการออกกำลังกาย
หากคุณดูตารางด้านบน เวทเทรนนิ่ง 1 ชั่วโมง เบิร์นกี่แคลอรี่? คำตอบคือแค่ 220 ถึง 300 เท่านั้น ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าเหนื่อยเมื่อเทียบกับการวิ่งที่เบิร์นได้กว่า 500 แคลอรี่
แต่สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นหลังจากนั้น - และนี่คือสิ่งที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปเลย - การยกน้ำหนักจะสร้างความเสียหายระดับไมโครต่อเส้นใยกล้ามเนื้อ ร่างกายจะต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อซ่อมแซมส่วนนี้ กระบวนการนี้เรียกว่า EPOC (Excess Post-exercise Oxygen Consumption)
ในทางปฏิบัติ การทำเวทเทรนนิ่งอย่างเข้มข้นสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานของคุณได้อีก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากที่คุณเดินออกจากฟิตเนสไปแล้ว
เหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ. ขณะที่คุณนอนหลับ ร่างกายยังคงดึงไขมันมาใช้ วิธีคำนวณแคลอรี่จากการออกกำลังกาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรเลือกวิธีออกกำลังกายโดยดูแค่ตัวเลขแคลอรี่ที่เบิร์นได้ในชั่วโมงนั้นเพียงอย่างเดียว
เปรียบเทียบประเภทกิจกรรม: ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
การอยากรู้จำนวนแคลอรี่ที่ลดได้จริงเป็นเรื่องปกติ แต่การเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณในระยะยาวนั้นสำคัญกว่าตัวเลข
การเดินเร็ว (Brisk Walking)
- ต่ำมาก เหมาะสำหรับคนน้ำหนักตัวมากหรือผู้เริ่มต้น
- รองเท้าผ้าใบดีๆ เพียง 1 คู่เท่านั้น
- น้อยมาก การเผาผลาญจะหยุดลงเกือบจะทันทีที่หยุดเดิน
- ประมาณ 300 ถึง 420 กิโลแคลอรี่
การวิ่ง (Running)
- ปานกลางถึงสูง ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีค่า BMI เกินมาตรฐานมาก
- รองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม
- มีปานกลาง ร่างกายยังคงเผาผลาญต่ออีกประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง
- ประมาณ 500 ถึง 750 กิโลแคลอรี่
เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) ⭐
- ต่ำถึงปานกลาง หากจัดระเบียบร่างกาย (Form) ได้ถูกต้อง
- ดัมเบล ยางยืด หรือสมาชิกฟิตเนส
- สูงมาก ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานต่อเนื่องไปอีก 24 ถึง 48 ชั่วโมง
- ประมาณ 220 ถึง 300 กิโลแคลอรี่ (ดูเหมือนน้อยที่สุด)
บทเรียนจากความพยายามลดน้ำหนักของกานต์
กานต์ พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ มีน้ำหนักตัว 95 กิโลกรัม เขาต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าวันละ 1 ชั่วโมง โดยตั้งเป้าว่าจะต้องเผาผลาญให้ได้ 700 แคลอรี่ตามที่อ่านเจอในอินเทอร์เน็ต
ผลลัพธ์ในสัปดาห์แรกคือหายนะ เขาวิ่งได้แค่ 20 นาทีก็หอบจนหน้ามืด พอพยายามฝืนทำต่อในวันที่สาม อาการปวดเข่าอย่างรุนแรงก็เล่นงานจนเขาเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าแทบไม่ได้ ความท้อแท้ทำให้เขากลับไปกินมากกว่าเดิม
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาไปพบนักกายภาพบำบัด กานต์เรียนรู้ว่าน้ำหนักตัวของเขาทำให้เกิดแรงกระแทกที่เข่ามหาศาลเวลาวิ่ง เขาจึงปรับแผนใหม่ หันมาเดินเร็วบนลู่ที่ความชัน 8 เปอร์เซ็นต์แทน ควบคู่กับการยกดัมเบลเบาๆ
แม้แคลอรี่บนหน้าจอลู่วิ่งจะลดลงเหลือแค่ 350 แคลอรี่ต่อชั่วโมง แต่กานต์สามารถทำได้ต่อเนื่อง 5 วันต่อสัปดาห์โดยไม่เจ็บปวด ภายใน 3 เดือน เขาลดน้ำหนักได้ 6 กิโลกรัมอย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือเขาสามารถรักษาวินัยนี้ไว้ได้จนกลายเป็นกิจวัตร
ความรู้ที่ได้รับ
แคลอรี่ไม่ใช่ทุกอย่างแม้ตัวเลข 900 แคลอรี่จากการชกมวยจะน่าดึงดูด แต่ถ้าคุณทำได้แค่ 10 นาทีแล้วเลิก สู้การเดินเร็ว 400 แคลอรี่ที่ทำได้ครบชั่วโมงไม่ได้เลย
น้ำหนักตัวมีผลโดยตรงระบบการเผาผลาญของคุณทำงานสัมพันธ์กับมวลร่างกาย ยิ่งคุณน้ำหนักมาก คุณก็ยิ่งเบิร์นได้เยอะขึ้นในกิจกรรมเดียวกัน
อย่าลืมผลลัพธ์แบบ Afterburnเวทเทรนนิ่งอาจจะโชว์ตัวเลขตอนเล่นแค่ 200 ถึง 300 แคลอรี่ แต่มันกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานต่อเนื่องไปอีก 24 ถึง 48 ชั่วโมง
ต้องรู้เพิ่มเติม
วิ่ง 1 ชั่วโมง ลดกี่แคลอรี่?
การวิ่งต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงจะเผาผลาญได้ประมาณ 500 ถึง 750 กิโลแคลอรี่ ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามน้ำหนักตัวและความเร็วในการวิ่งของคุณ หากวิ่งสลับเดินตัวเลขก็จะลดลงตามสัดส่วน
เวทเทรนนิ่ง 1 ชั่วโมง เบิร์นกี่แคลอรี่?
ระหว่างที่ยกน้ำหนัก 1 ชั่วโมง คุณจะเบิร์นแคลอรี่ได้ประมาณ 220 ถึง 300 กิโลแคลอรี่ แต่ข้อดีคือร่างกายของคุณจะยังคงใช้พลังงานเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อต่อไปอีกยาวนานหลังจากการเล่นเสร็จสิ้น
ไม่แน่ใจว่าการออกกำลังกายแต่ละประเภทเผาผลาญแคลอรี่ต่างกันอย่างไร ควรดูจากอะไร?
หลักการง่ายๆ คือ กิจกรรมที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นและต้องเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั่วตัว (เช่น ว่ายน้ำ หรือ ชกมวย) จะใช้พลังงานต่อชั่วโมงสูงกว่ากิจกรรมที่อยู่นิ่งหรือเคลื่อนไหวช้า
อยากรู้วิธีเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและความแรงในการออกกำลังกาย ควรเริ่มตรงไหน?
หากคุณมีน้ำหนักตัวมาก ควรเริ่มจากกิจกรรมแรงกระแทกต่ำเช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่ข้อต่อ เมื่อน้ำหนักเริ่มลดและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น จึงค่อยเพิ่มความแรงเป็นความเข้มข้นสูง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต