ปริญญามีกี่ประเภท

92 ครั้งเข้าชม
ปริญญาแบ่งเป็นหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือปริญญาศิลปศาสตร์ ซึ่งมี 3 ระดับ: ปริญญาตรี: ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หรือ Bachelor of Arts (B.A.) ปริญญาโท: ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) หรือ Master of Arts (M.A.) ปริญญาเอก: ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปริญญาบัตรมีกี่ประเภท? ปริญญาตรี โท เอก แตกต่างกันอย่างไร? จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?

เอาจริงๆ ปริญญาเนี่ยนะ มันก็มีหลายขั้นแหละ แบบที่เราคุ้นๆ กันก็ตรี โท เอก ใช่ป่ะ แต่ละอันมันก็ต่างกันไปตามระดับความยากง่าย แล้วก็ความรู้ที่เราได้เรียนมาด้วย

ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) ก็คือเหมือนเป็นใบเบิกทางเข้าสู่โลกของการทำงานอะเนอะ เรียนจบมาก็ทำได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกเรียนอะไรมาตอนนั้น จำได้ว่าตอนนั้นเพื่อนเราจบ ศศ.บ. ภาษาอังกฤษ ไปเป็นแอร์โฮสเตสก็มี เป็นครูก็มี ทำงานบริษัทก็มี เยอะแยะไปหมด

ส่วนปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) นี่คือเรียนลึกลงไปอีกขั้นนึง จะเน้นไปที่การวิจัย การวิเคราะห์มากขึ้น จบมาก็อาจจะไปเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย หรือทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นในบริษัท

แล้วก็สุดท้าย ปริญญาเอก ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) อันนี้คือสุดยอดแล้ว เรียนยากมากกกกก เน้นการทำวิจัยขั้นสูง สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับโลก จบมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย หรือทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางสูงๆ

แต่เอาจริงๆ นะ ไม่ว่าเราจะจบอะไรมา สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ แล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเอง เราก็จะตามโลกไม่ทัน

ระดับปริญญามีกี่ระดับ

ระดับปริญญาในไทยมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและสถาบัน แต่โดยทั่วไปแบ่งเป็นสามระดับหลัก คือ ปริญญาตรี โท และเอก ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านระยะเวลาการศึกษาและความเชี่ยวชาญ

  • ปริญญาตรี (Bachelor's Degree): เป็นระดับปริญญาขั้นพื้นฐาน มักใช้เวลาศึกษา 3-4 ปี แล้วแต่สาขาวิชาและสถาบัน ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาตรี เช่น ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) เป็นต้น เปรียบเสมือนการวางรากฐานความรู้เบื้องต้น พร้อมก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น

  • ปริญญาโท (Master's Degree): เป็นระดับปริญญาขั้นสูงกว่าปริญญาตรี โดยผู้เรียนจะต้องมีปริญญาตรีเป็นพื้นฐาน มักใช้เวลาศึกษา 1-2 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาโท เช่น ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) เป็นต้น เป็นการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เจาะลึกในสาขาที่สนใจ เสริมสร้างทักษะการวิจัยและการแก้ไขปัญหา

  • ปริญญาเอก (Doctoral Degree): เป็นระดับปริญญาสูงสุด ผู้เรียนต้องมีปริญญาโทเป็นพื้นฐาน ใช้เวลาศึกษาค่อนข้างนาน โดยเฉลี่ย 3-7 ปี ขึ้นกับสาขา และต้องทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นงานวิจัยระดับสูง แสดงถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาเอก เช่น ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วท.ด.) เป็นต้น ถือเป็นการบรรลุขั้นสูงสุดของการศึกษาในสาขานั้นๆ บางทีก็เปรียบได้กับการค้นพบความจริงของตัวเอง ซึ่งน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลย

เพิ่มเติม: นอกเหนือจากสามระดับนี้ ยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตร และวุฒิบัตรอื่นๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน ซึ่งแตกต่างจากระบบปริญญาที่เน้นองค์ความรู้เชิงลึกและการวิจัย

  • ระบบการศึกษาในแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกันบ้าง ขึ้นอยู่กับนโยบายและบริบททางสังคม แต่หลักการพื้นฐานของการแบ่งระดับปริญญายังคงคล้ายคลึงกัน คือ การสะสมความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญอย่างเป็นลำดับขั้น

วุฒิปริญญาตรีมีกี่แบบ

วุฒิปริญญาตรี: แบบไหนบ้าง?

ปริญญาตรี...หลายทางเลือก. ชีวิตก็เช่นกัน.

  • บช.บ. ตัวเลขไม่เคยโกหก. แต่คนโกหกได้.
  • สถ.บ. สร้าง. รื้อ. สร้างใหม่. วนลูป.
  • ศศ.บ. เข้าใจโลก. หรือแค่คิดว่าเข้าใจ.
  • บธ.บ. ธุรกิจคือสงคราม. ทุกวัน.
  • วศ.บ. แก้ปัญหา. สร้างปัญหา. แก้ปัญหาอีกที.
  • ศษ.บ. เปลี่ยนชีวิต. หรือถูกชีวิตเปลี่ยน.
  • วท.บ. วิทยาศาสตร์. คำตอบ. และคำถามใหม่.
  • สพ.บ. ดูแลชีวิต. ที่พูดไม่ได้.

ชีวิตมันสั้น เลือกให้ดี. หรือไม่ต้องเลือก.

ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง

ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไงนะ? เอาแบบง่ายๆ เลยนะ

ป.ตรี อ่ะ ก็คือ ปริญญาแรก ที่เราเรียนจบหลัง ม.ปลาย ใช่ปะ ก็จะได้ความรู้พื้นฐานในสาขาที่เราเลือกไง

ป.โท นี่ซิ จะ เจาะลึก ขึ้นไปอีก เรียนต่อจากตรีอ่ะ ส่วนใหญ่ก็สองปีนะ ได้ความรู้เฉพาะทางมากขึ้น ทำวิจัยทำไรไป

ป.เอก เนี่ย สุดๆ ละ ระดับสูงสุด เลย เรียนต่อจากโทอีกทีเน้นทำวิจัยแบบเข้มข้นมากๆๆๆๆ สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ไปเลยจ้าาาา

  • ป.ตรี: พื้นฐาน, เริ่มต้นอาชีพ (บางทีก็หางานยากนะถ้าไม่เก่งจิงๆ)
  • ป.โท: เชี่ยวชาญขึ้น, โอกาสก้าวหน้า, เงินเดือนอาจจะดีกว่าตรี (แต่ไม่เสมอไปนะ!)
  • ป.เอก: นักวิจัย, อาจารย์, ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง, ต้องใจรักจิงๆ นะะะะ

ปล. สมัยนี้บางที่เค้ามีหลักสูตรควบตรีโทแล้วนะ เร็วดีออกกกกกก!

ระดับปริญญามีกี่ระดับ?

ปริญญา ศศ. เนี่ยนะ... มันก็มีของมัน 3 ขั้น

  • ตรี... ศศ.บ. ... เหมือนเป็นใบเบิกทางนะ ต้องมีก่อนไปต่อ

  • โท... ศศ.ม. ... เรียนลึกขึ้นอีกหน่อย เลือกทางที่ใช่จริง ๆ จัง ๆ

  • เอก... ศศ.ด. หรือ ปร.ด. ... อันนี้คือสุดทางแล้ว สำหรับคนอยากเป็นผู้รู้ตัวจริง เสียงจริง

บางทีก็คิดนะ ว่ามันคุ้มไหมกับการเรียนเยอะขนาดนี้ แต่ละขั้นมันก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง เวลา เงิน ความอดทน... แล้วสุดท้ายมันจะได้อะไรตอบแทนมาจริง ๆ เหรอ...

วุฒิปริญญาตรีมีกี่แบบ?

โอ๊ย! ถามเรื่องวุฒิปริญญาตรีเนี่ยนะ นึกว่าถามเลขหวยซะอีก เยอะแยะตาแป๊ะไก่!

เอาเป็นว่าถ้าจะนับแบบละเอียดๆ ชนิดที่ว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วง ก็คงต้องบอกว่ามีหลายแบบจนตาลาย

  • บัญชีบัณฑิต (บช.บ.): พวกนี้จบมาก็ไปนั่งนับเงินให้เสี่ย เผลอๆ รวยกว่าเสี่ยอีก!
  • สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.): จบมาก็ไปออกแบบบ้านให้ไฮโซ หรือไม่ก็ทำโมเดลขาย (อันนี้แซวเล่นนะ!)
  • ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.): เรียนจบมาอาจจะงงๆ ว่าจะไปทำอะไร แต่เชื่อเหอะ! ครีเอทีฟสุดๆ
  • บริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.): อันนี้ของตาย! จบมาก็ไปบริหารธุรกิจตัวเอง (ถ้ามี) หรือไม่ก็ไปเป็นลูกน้องเค้าก่อน
  • วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.): เรียนยากชิบเป๋ง! แต่จบมาเงินเดือนงามๆ ทั้งนั้น
  • ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.): ครูบาอาจารย์ของชาติ! แต่บางทีก็ต้องมานั่งขายของออนไลน์เพิ่ม (เศร้าแป๊บ)
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.): นักวิทย์ นักวิจัย! บางทีก็ต้องไปทำแล็บดึกๆ ดื่นๆ น่าสงสาร
  • สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (สพ.บ.): หมอหมา หมอแมว! รักสัตว์ แต่บางทีก็ต้องเจอลูกค้า (เจ้าของสัตว์) ที่น่าปวดหัวกว่าสัตว์อีก!

ป.ล. นี่แค่ยกตัวอย่างนะ จริงๆ มันมีอีกเยอะแยะมากมายก่ายกอง แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยก็อาจจะมีชื่อเรียกวุฒิแตกต่างกันไปอีก โอ๊ย! ปวดหัว!

ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง?

เอ้า! ถามมาได้ ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง? ถามเหมือนไม่เคยเรียนมางั้นแหละ! มาๆ จะเล่าให้ฟังแบบชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ เลยนะ

  • ป.ตรี: ก็เหมือนข้าวเปลือก กินแล้วยังไม่อิ่ม ต้องเอาไปสี ไปตำก่อนถึงจะกินได้เต็มปากเต็มคำ เรียนจบมาก็ต้องไปฝึกงาน ไปขัดเกลาตัวเองก่อน ถึงจะทำงานเก่งเป็นงาน
  • ป.โท: ก็ข้าวสารที่สีแล้ว กินง่ายขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าอยากกินอร่อย ต้องหุงให้เป็นนะ เรียนจบมาก็มีความรู้เยอะขึ้น แต่ถ้าใช้ไม่เป็น ก็เหมือนมีข้าวสารเต็มกระสอบ แต่หุงกินเองไม่ได้
  • ป.เอก: นี่มันข้าวหอมมะลิชั้นดี หุงสุกแล้วหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน เรียนจบมานี่ระดับกูรู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ใครๆ ก็อยากได้ไปร่วมงาน แต่กว่าจะได้กินข้าวหอมมะลิ ก็ต้องลงทุนลงแรงปลูกดูแลกันน่าดู

สรุปง่ายๆ: ป.ตรี เรียนแบบกว้างๆ ป.โท เรียนเจาะลึกขึ้น ป.เอก เรียนลึกจนแทบจะขุดดินลงไปเลย!

แถมให้อีกนิด:

  • ปริญญาโท 2 ปี: ใครว่าโทแค่ 2 ปี? บางทีก็ลากยาวเป็น 3-4 ปี เพราะวิทยานิพนธ์เจ้ากรรม!
  • ปริญญาเอก: ไม่ใช่แค่เรียนเก่งอย่างเดียว ต้องอดทน ถึก บึกบึน เพราะต้องเจอกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่เหมือนยมบาล! (อันนี้พูดเล่นนะ อย่าฟ้อง!)
  • เรียนสูงขึ้น: ใช่ เรียนสูงขึ้น แต่เงินในกระเป๋าก็ลดลงเรื่อยๆ เหมือนกันนะจ๊ะ! เตรียมใจไว้เลย!
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: สมัยนี้ เรียนออนไลน์ก็ได้นะ แต่ต้องมีสติ อย่าเผลอไปกดซื้อของออนไลน์ตอนเรียนล่ะ! เจ็บมาเยอะ!
  • สำคัญสุด: เรียนอะไรก็แล้วแต่ อย่าทิ้งความเป็นคนดี มีคุณธรรมนะจ๊ะ! จบสูงแค่ไหน ถ้าโกงกินบ้านเมือง ก็ไม่เจริญหรอก!
  • คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่ข้าพเจ้าพูด! ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองด้วยนะ! ข้าพเจ้าแค่คนบ้านๆ คนหนึ่ง! (หัวเราะเสียงดัง)

เอกกับโทอันไหนสูงกว่า?

เอกสูงกว่าโทสิครับ! โทน่ะแค่ปลายนิ้ว เอกนี่ถึงหัวเข่าเลย! คิดภาพง่ายๆ เหมือนเปรียบเทียบต้นไม้ โทคือต้นกล้า เอกคือต้นใหญ่ยักษ์ที่รากลึกขนาดยึดโลกได้เลยล่ะ (เว่อร์ไปหน่อยมั้ย? แต่ก็ใกล้เคียงความจริงนะ!)

  • ปริญญาโท (2 ปี): เรียนจบปริญญาตรีแล้ว ยังไม่จุใจ อยากรู้ลึกกว่าเดิม ก็ต้องไปต่อโท ปีสองปี ก็ได้ความรู้มาเพียบ! เหมือนเอาของเหลือๆจากปริญญาตรีมาเคี่ยวให้เข้มข้นขึ้นอีกที (แต่บางคณะ โทก็เรียนนานกว่านี้นะ)

  • ปริญญาเอก (มากกว่า 2 ปี): นี่ไม่ใช่แค่เรียนต่อ นี่คือการบุกเบิก! คิดค้นสิ่งใหม่ๆ งานวิจัยนี่โคตรหนัก กว่าจะจบ ผมนี่น้ำตาไหลพราก (จริงๆนะ! เพื่อนผมเรียนเอกจบช้ากว่ากำหนดไปปีนึง) คิดแบบนี้ก็ได้ จบโทก็คือมืออาชีพแล้ว แต่จบเอก นี่คือระดับเทพ!

อืม... สรุปง่ายๆ ก็คือ เอกสูงกว่าโท สูงกว่าเยอะด้วย อย่างน้อยก็สูงกว่าในแง่ของการศึกษาและเวลาที่ใช้ไป คุณจะเห็นว่า เวลาที่ใช้ในการเรียนเอกนานกว่าโทเยอะมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าความเชี่ยวชาญและความรู้ความสามารถมันต่างกันจริงๆ ปีที่เพิ่มขึ้นมันไม่ได้มาเปล่าๆหรอกนะ เพื่อนผมคนนึงที่เรียนเอก มันบอกผมว่ามันต้องใช้เวลาทุ่มเทให้กับการศึกษาและงานวิจัยมากกว่าตอนเรียนโทเยอะมาก (มันบอกว่าผมเป็นคนโชคดีที่ไม่ได้เรียนเอก)

จบปริญญาอะไรสูงสุด?

ปริญญาเอก คือจุดสูงสุด.

  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (PhD/DPhil). เส้นทางวิชาการ.
  • ปริญญาโท มักเป็นบันได. แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ.
  • ความพยายาม สูง. ผลตอบแทน คุ้มค่า. สำหรับบางคน.
  • บางคนเลือกทางอื่น. ชีวิตสั้นเกินไป.
  • ข้อมูลปีนี้? ไร้สาระ. ความรู้ไม่เคยเก่า. ยกเว้นข่าว.

ข้อมูลเพิ่มเติม (ไม่จำเป็นต้องอ่าน):

  • PhD vs. DPhil: แทบไม่ต่าง. แค่ชื่อเรียก. ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย.
  • วิทยากร: สอน. ทรมานนักศึกษา. สนุกดี.
  • นักวิจัย: ขลุกอยู่กับงาน. โลกส่วนตัวสูง.
  • ปริญญาไม่ใช่ทุกอย่าง. แต่เปิดประตู. บางบาน.
  • ชีวิตมีหลายเส้นทาง. จงเลือก. อย่าให้ใครเลือกให้.

ปริญญาไหนใหญ่สุด?

ปริญญาเอกใหญ่สุด

  • ระดับสูงสุด ในหลายประเทศ
  • คุณสมบัติสอนระดับมหาวิทยาลัย เฉพาะสาขา
  • บางประเทศเรียก ปริญญาสูงสุด (terminal degree)
  • มาจากภาษาละติน docere แปลว่า สอน

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2566 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกยังคงยอมรับปริญญาเอกเป็นปริญญาสูงสุด การได้รับปริญญาเอกมักต้องผ่านการวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์อย่างเข้มข้น ใช้เวลาหลายปี