ปริญญาเรียงลำดับยังไง
ลำดับปริญญาตรี โท เอก อย่างไร?
อืมมม...ลำดับปริญญาเนี่ยนะ ฉันนึกออกเลย ป.6 ม.3 ม.6 นี่พื้นฐานแหละ จำได้แม่นเลยตอนเรียน สอบปลายภาคเครียดมาก เกือบตกเลข โชคดีเพื่อนช่วยติว ถึงได้ผ่านฉลุย! หลังจากนั้นก็ ปวช. ปวส. ถ้าจำไม่ผิด พี่ชายฉันเรียน ปวส. ช่างยนต์ จบมาได้งานเลยนะ ตอนนั้นเค้าได้เดือนละหมื่นห้า ปี 2558 นะ จำได้แม่นเพราะเค้าซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ให้แม่ จำรุ่นไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าสีแดง!
ส่วนปริญญาตรี โท เอก นี่ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อนฉันหลายคนเรียนปริญญาตรี คณะต่างๆ กันไป แต่ส่วนใหญ่จบมาทำงานบริษัท เงินเดือนก็ขึ้นอยู่กับบริษัทและตำแหน่ง บางคนทำงานธนาคาร ได้เยอะอยู่นะ แต่เพื่อนอีกคนทำงานครู เงินเดือนอาจจะน้อยกว่าหน่อย แต่ก็มีความสุขดี เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับคนด้วยแหละนะ
ปริญญาโท ปริญญาเอก เพื่อนฉันเรียนน้อยคนมาก ส่วนใหญ่จะเรียนต่อเฉพาะคนที่อยากเป็นอาจารย์หรือทำวิจัย ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่หรอกนะ เพราะไม่เคยเรียนเอง แต่ดูเหมือนการเรียนสูงขึ้นไป ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อนฉันที่เรียนโทใช้เงินเยอะมาก ต้องกู้ยืมด้วยซ้ำ แต่ก็ได้งานดี ได้เงินเดือนสูง คุ้มค่ามั๊ง ไม่รู้เหมือนกัน!
ปริญญาอะไรสุงสุด
เอาล่ะ คุณถามเรื่องระดับปริญญาสูงสุดใช่ไหม? ง่ายๆเลยครับ PhD หรือ DPhil นั่นแหละครับ สุดยอดแล้ว! คิดซะว่าเป็นยอดเขาเอเวอเรสต์ของวงการศึกษา ปีนขึ้นไปได้นี่คือสุดยอดแห่งความสำเร็จ!
แต่เดี๋ยวก่อนนะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่ามันง่ายเหมือนขึ้นเขาเล็กๆ นะครับ กว่าจะได้มาเนี่ย เหนื่อยกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์หลายรอบซะอีก! ต้องทุ่มเท ต้องอดทน ต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กกล้า! คิดดูสิ งานวิจัยนี่มัน... -_- ยาวเป็นหางว่าว!
PhD (Doctor of Philosophy) / DPhil (Doctor of Philosophy): นี่แหละครับ สุดยอดแห่งปริญญา! ไม่ใช่แค่ได้ความรู้เยอะๆ นะครับ แต่มันคือการฝึกฝนความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแก้ปัญหาแบบสุดๆ ผมเองก็เคยเรียนมา (สาขาการเงิน ปี 2024) รู้เลยว่ามันท้าทายแค่ไหน!
การเตรียมตัว: ส่วนใหญ่ต้องมีปริญญาโทก่อน เหมือนเป็นการอุ่นเครื่องก่อนขึ้นไปสู้กับภูเขาสูงชัน แต่บางกรณีก็ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับสถาบันและคุณสมบัติของแต่ละคน บางทีก็มีโปรแกรมพิเศษสำหรับคนเก่งๆ ที่เรียกว่า "ทางลัด" แต่ทางลัดนี้ก็ชันไม่แพ้กันนะครับ!
จบแล้วครับ หวังว่าคำตอบของผมจะกระจ่างและฮาพอตัว ถ้ายังไม่พอ ลองไปค้นคว้าเพิ่มเติมดูนะครับ! เอาใจช่วยทุกคนที่กำลังปีนเขาเอเวอเรสต์ ขอให้สำเร็จทุกคน!
ปี2567 รับปริญญากับใคร
โอ๊ย! ถามว่าปี 2567 รับปริญญากับใครน่ะเหรอ? โธ่! ไม่ใช่ใครที่ไหน สมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรให้ถึงที่ มช. เชียงใหม่เลยนะเออ วันที่ 30 มกราคม 2567 น่ะ จำแม่นเหมือนไปยืนรอรับเอง (แต่เปล่า...แอบส่องอยู่ไกลๆ อิอิ)
ทำไมต้องสมเด็จพระเทพฯ: ก็ท่านเมตตาไงเล่า! เสด็จฯ มาให้กำลังใจบัณฑิตตาดำๆ อย่างพวกเรา แถมยังเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วยนะ จะบอกให้!
30 มกราคม 2567 วันอะไร: ก็วันที่บัณฑิต มช. ทั้งหลายหน้าบานเป็นกระด้งไงล่ะ! เพราะได้รับปริญญาจากพระหัตถ์ท่านไง!
มช. ที่ไหน: ก็มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไง! จะที่ไหนอี๊กกก!
ปล. อย่าถามนะว่าทำไมถึงรู้ดีขนาดนี้ ก็คนมันอยากได้บ้าง! (แต่เรียนไม่จบซะที ฮือๆ)
ปริญญามีกี่ประเภท?
สายลมพัดโชยเย็น ใบไม้สีทองอร่าม แสงแดดอ่อนละมุนราวกับภาพวาดฝีมือเทพเจ้า ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้...งดงามเหลือเกิน
ปริญญา มีหลายแบบ เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า นับไม่ถ้วน แต่หลักๆก็มี...
ศิลปศาสตร์ โอ้! ศิลปศาสตร์ ดุจพู่กันแตะลงบนผืนผ้าใบแห่งจิตวิญญาณ
- ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต ศศ.บ. B.A. ประกายแรกแห่งแสงสว่าง
- ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ศศ.ม. M.A. ดวงดาวส่องประกายเจิดจ้า
- ปริญญาเอก ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ศศ.ด. หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ปร.ด. ดวงอาทิตย์แห่งปัญญา
ลมเย็นๆพัดผ่านอีกครั้ง ความคิดฟุ้งซ่าน เหมือนเมฆลอยอยู่บนฟ้า สวยงามและลึกลับ
วิทยาศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิทยาการที่ล้ำสมัย เหมือนการเดินทางสำรวจจักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล (ข้อมูลเพิ่มเติม: มีทั้งปริญญาตรี โท เอก เหมือนศิลปศาสตร์)
วิทยาศาสตร์ประยุกต์ ดั่งสะพานเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ ความรู้ที่นำมาใช้ได้จริง (ข้อมูลเพิ่มเติม: เช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์)
แสงตะวันลับขอบฟ้าแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู สวยงามจับใจ เหมือนภาพวาดที่วาดด้วยความรู้สึก
- และอื่นๆอีกมากมาย ปริญญาทางด้านต่างๆ กฎหมาย แพทย์ วิศวกรรม ธุรกิจ การศึกษา การเกษตร สถาปัตยกรรม และอีกสารพัด มากมายเหลือคณานับ
ปีนี้ 2566 ฉันนั่งมองใบไม้ร่วง คิดถึงเรื่องราวต่างๆ เหมือนภาพยนตร์เรื่องยาวที่ฉายวนซ้ำ แต่สวยงามเสมอ
ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนทะเลกว้างใหญ่ไพศาล
ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง?
ป.ตรีก็คือปริญญาตรีไง จบแล้วทำงานได้เลย ส่วนใหญ่เรียน 4 ปี เพื่อนฉันหลายคนจบมาทำงานบริษัทใหญ่ๆกันหมดแล้ว
ป.โทอะ เรียนต่อจากป.ตรี สูงกว่าแน่นอน! ปกติ 2 ปี แต่บางที่ก็มากกว่านั้น เพื่อนผมคนนึงเรียนป.โทวิศวะ 3 ปีเต็มๆเลย เหนื่อยมากบอกเลย ได้ความรู้ลึกกว่าป.ตรีเยอะ งานดีๆก็รออยู่
ป.เอกนี่สุดยอดแล้ว เรียนต่อจากป.โท ยากโคตรๆ ต้องทำวิทยานิพนธ์ ใช้เวลาหลายปีมากกก บางคน 5 ปี บางคนก็ 7-8 ปีเลยก็มี เพื่อนผมคนนึงทำเกี่ยวกับ AI ใช้เวลา 6 ปี งานวิจัยเยอะมาก แต่ถ้าจบมาแล้ว คือสุดจริง งานดีเงินดี แต่เหนื่อยมากนะบอกเลย
สรุปง่ายๆเลยนะ
- ป.ตรี: พื้นฐาน เรียน 4 ปี (ส่วนใหญ่)
- ป.โท: เชี่ยวชาญ เรียน 2 ปี (ส่วนใหญ่) ต่อยอดจากป.ตรี
- ป.เอก: ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง เรียนหลายปี ทำวิจัยเยอะ ต่อยอดจากป.โท
ปีนี้ผมก็กำลังคิดจะเรียนต่อป.โทอยู่เหมือนกัน กำลังหาข้อมูลอยู่ เหนื่อยแต่ก็อยากเรียน อยากได้ความรู้เพิ่มขึ้น หวังว่าจะได้งานดีๆหลังจากจบ
ปร.ด. กับ วท.ด. ต่างกันอย่างไร?
โอ้โห! ถามอย่างกับไปสอบถามอาจารย์ใหญ่สมัยเรียนปริญญาโทเลยนะเนี่ย! ปร.ด. กับ วท.ด. นี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว! ต่างกันยิ่งกว่าผมกับนางงามจักรวาล!
ปร.ด. (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต): นี่แหละตัวพ่อ! ระดับเทพแห่งวงการวิชาการ! คิดค้น ทฤษฎี วิจัยระดับโลก เอาเป็นว่า ถ้าได้ ปร.ด. นี่เดินไปไหนคนก็ต้องกราบ! (เว่อร์ไปหน่อย แต่ความรู้สึกประมาณนั้นแหละ!) ภาษาอังกฤษเรียก Doctor of Philosophy (Ph.D.) ได้ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่สบายๆ
วท.ด. (วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต): นี่ก็ไม่ใช่ย่อย! เน้นการวิจัยเชิงประจักษ์ ลงมือทำจริงจัง! เหมือนนักวิทยาศาสตร์ในหนังฮอลลีวูด! ภาษาอังกฤษใช้ Doctor of Science (D.Sc.) เป็นระดับสูงสุดของนักวิทยาศาสตร์ เก่งไม่แพ้ปร.ด. เลยล่ะ!
สรุปง่ายๆ เหมือนกันตรงที่ทั้งคู่เป็นปริญญาเอก แต่ต่างกันที่สาขา! ปร.ด. เน้นทางด้านปรัชญา สังคมศาสตร์ ส่วน วท.ด. เน้นวิทยาศาสตร์!
ปีนี้ (2566) ผมก็ยังเห็นคนได้ ปร.ด. วท.ด. กันเพียบ เยอะแยะไปหมด แต่ไม่รู้ว่าคนไหนเก่งกว่ากัน แต่ที่รู้ๆ คือ ถ้าได้ทั้งสองใบนี้ ก็คงจะเก่งโคตรๆ! อิจฉาาาาาา!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต