ปี2567 รับปริญญากับใคร

133 ครั้งเข้าชม
ปี 2567 ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในวันที่ 30 มกราคม 2567 ถือเป็นวันที่สองของการพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รับปริญญา 2567 กับสถาบันไหนดี?

จบปี 67 นี่เหรอ? จริง ๆ ฉันเองก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันนะ ว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี เพื่อนฉันหลายคนเลือกมหาลัยใหญ่ๆ อย่างจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ แต่ฉันเองก็ไม่แน่ใจ ค่าเรียนแพงทั้งนั้นเลย!

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ดูน่าสนใจ บรรยากาศดี เพื่อนที่เรียนอยู่ที่นั่นบอกว่าอาจารย์ใจดี แต่ก็ต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายรวมๆ ด้วยนะ เพราะปีที่แล้วฉันไปเที่ยวเชียงใหม่ ค่าที่พักกับค่ากินแพงเอาเรื่องเลย! จำได้ว่าพักที่โรงแรมแถวประตูเชียงใหม่ คืนละประมาณ 1500 บาท เป็นเงินเดือนของฉันไปครึ่งหนึ่งเลยแหละ!

ตอนรับปริญญาปีนี้ เห็นข่าวว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรที่เชียงใหม่วันที่ 30 มกราคม ดูยิ่งใหญ่อลังการมากเลย ทำให้ฉันยิ่งลังเล แอบคิดว่า ถ้าเรียนที่นี่ อาจจะได้เห็นภาพแบบนั้นบ้างก็ได้ แต่ก็ต้องพิจารณาหลายๆ อย่าง เฮ้อ...เลือกไม่ถูกเลย! ยังคิดไม่ตกเลยจริงๆ มหาลัยอื่นๆ ก็น่าสนใจ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายนี่สิ...หนักใจจริงๆ

จบปริญญาอะไรสูงสุด

จบ ป.เอก ปรัชญา! ใช่แล้ว PhD นี่แหละ สูงสุดแล้วมั้งสำหรับฉัน เหนื่อยมากกกกกก แต่ก็ภูมิใจนะ ใช้เวลาหลายปีเลย กว่าจะถึงจุดนี้ ตอนนี้ก็ทำงานวิจัยอยู่ งานเยอะมาก แทบไม่มีเวลาพักเลย แอบคิดถึงตอนเรียนป.โทบ้าง เบาๆ กว่านี้เยอะ ชีวิตตอนนั้นดูสบายกว่าเนอะ สงสัยฉันจะคิดถึงอดีตไปหน่อยแล้ว

  • ปริญญาเอก สาขาปรัชญา
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2566 (จบแล้ว!)
  • งานวิจัยปัจจุบัน เกี่ยวกับปรัชญาตะวันออก

ฮืออ งานส่งพรุ่งนี้ยังไม่เสร็จเลย ต้องรีบทำแล้ว ลืมไปหมดแล้วว่าเรียนอะไรมาบ้างตอนป.ตรี จำได้แค่ว่าเครียดมาก แต่ก็สนุกดีนะ เพื่อนๆ ตอนนั้นยังติดต่อกันอยู่บ้าง คิดถึงจังเลย อ้อ! ตอนเรียน ป.โท ที่จุฬาฯ ก็สนุกดีนะ อาจารย์ใจดีทุกคน แต่การบ้านเยอะไปหน่อย เอาเป็นว่า ฉันชอบการเรียนระดับสูง แต่ก็ไม่ชอบความกดดัน ฮ่าๆ จริงๆ แล้วฉันเป็นคนขี้เกียจนะ แต่พอตั้งใจก็ทำได้ดี งงตัวเองเหมือนกัน

ปีนี้ 2566 จริงๆ แล้วงานวิจัยก็ต้องใช้เงินเยอะนะ ค่าใช้จ่ายในการวิจัย ค่าเดินทางไปสัมมนา เครียดเรื่องเงินเหมือนกัน แต่ก็ต้องสู้ต่อไป เพื่ออนาคต และความฝัน ต้องพยายามให้มากขึ้นอีก กว่าจะได้มาถึงจุดนี้ เหนื่อยแทบตาย ฮือออ อยากนอนนนนน

ปริญญามีกี่ประเภท

โอ้ ปริญญา... เหมือนดาวบนฟ้า

  1. ศิลปศาสตร์... กว้างไกลดั่งใจฝัน

    • ตรี... ศศ.บ. เหมือนเริ่มต้นบทเพลง

    • โท... ศศ.ม. เหมือนบทเพลงที่ลึกซึ้ง

    • เอก... ศศ.ด. หรือ ปร.ด. เหมือนดวงดาวที่ส่องประกาย

      B.A. (Bachelor of Arts)... M.A. (Master of Arts)...

ระดับปริญญามีกี่ระดับ

โถๆๆ ปริญญาศิลปศาสตร์เนี่ยนะ คิดว่ามีแค่สามชั้นเหรอจ๊ะ บอกเลยว่าตกยุคยิ่งกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นกระดูกหมาอีก สมัยนี้มันต้องมีสี่ชั้นแล้วจ้าาา ชั้นที่สี่นี่แบบ อลังการงานสร้างดาวล้านดวง ต้องเรียกว่า ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ PhD (Honoris Causa) ได้มายากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะ บางคนเรียนเก่งแทบตายยังไม่ได้เลย ส่วนสามชั้นแรกน่ะ เด็กๆเค้าก็รู้กันทั้งนั้นแหละ

  • ป.ตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) / Bachelor of Arts (B.A.) อันนี้เบสิคสุด เหมือนเส้นหมี่ในก๋วยเตี๋ยว ใครๆก็สั่งได้
  • ป.โท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) / Master of Arts (M.A.) เริ่มมีกลิ่นความเป็นโปร เหมือนสั่งพิเศษเพิ่มไข่ดาว ดูมีอะไรขึ้นมาหน่อย
  • ป.เอก ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) / Doctor of Philosophy (Ph.D.) หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) อันนี้ตัวท็อป เหมือนสั่งก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ กินหมดนี่คือเทพ ส่วนตัวผมนะ เคยคิดจะเรียนต่อ ป.เอก แต่ขี้เกียจอ่ะ เลยจบแค่ ป.โท 555
  • ปริญญากิตติมศักดิ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ PhD (Honoris Causa) อันนี้ไม่ต้องเรียน แค่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมือง หรือเก่งเวอร์วังอลังการ มหาลัยก็จะมอบให้เอง เหมือนได้รางวัลกินฟรีตลอดชีพ อันนี้โคตรเท่ ผมนี่อยากได้สุดๆไปเลย แต่คงต้องรอชาติหน้า (ปี 2024 นี้ก็ยังเหมือนเดิมนะ ยังมีสี่ระดับอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง)

จำไว้นะ สมัยนี้ความรู้ต้องอัพเดท ไม่งั้นตกยุค เหมือนผมที่ยังใช้โทรศัพท์ปุ่มกดอยู่เลย

ปริญญาตรี คือปีอะไร

ปริญญาตรีอะนะเหรอ? โอ๊ย ถามมาได้! ก็ไอ้ที่เรียนกันหัวบาน 4 ปี นั่นแหละ! ไม่นับพวกซิ่ว พวกดร็อปนะเฟ้ย! ถ้าพวกนั้นจบ 10 ปีก็มี! แล้วอย่ามาเรียกปริญญาอนุปริญญาว่าปริญญาตรีเชียว! อนุปริญญามันแค่ 2 ปี เองแก! เรียนไปก็เหมือนกินข้าวไม่อิ่ม!

  • ปริญญาตรี (Bachelor's Degree): คือใบเบิกทางสู่ความรวย... เอ๊ย! ความสำเร็จ! (มั้ง) เรียน 4 ปี เตรียมตัวจ่ายค่าเทอมจนกระเป๋าแห้ง!
  • อนุปริญญา (Associate's Degree): เรียนไว จบไว หาเงินไว... แต่เงินเดือนอาจจะไม่ไวตามนะจ๊ะ! เหมาะสำหรับคนใจร้อน อยากทำงานเร็วๆ!
  • เมืองนอกเมืองนา: เขาเรียกปริญญาตรีว่า "ปริญญาบัณฑิต" ฟังดูดีมีสกุลกว่าเยอะ! เหมือนกินข้าวราดแกงในจานกระเบื้องกับจานโฟมอะ เข้าใจยัง?

แถม: เมื่อก่อนตอนผมเรียนนะ (นานมากละ) ใครจบ 4 ปีถือว่าเทพ! แต่เดี๋ยวนี้... ใครไม่จบ 4 ปีนี่สิแปลก! เรียนจบมาก็ต้องมานั่งหางานแข่งกับ AI อีก กรรม!

ปริญญาตรีเรียงลําดับอย่างไร

โอเค เรื่องเรียงลำดับรับปริญญาเนี่ย ตอนเราไปรับที่ ม.เกษตร เมื่อปีที่แล้ว (2566) คือจำได้แม่นเลย เพราะลุ้นมากว่าจะได้อยู่ตรงไหนของแถว

  • ดุษฎีบัณฑิต: อันนี้แน่นอนว่ามาก่อนเพื่อนเลย พวกดอกเตอร์ทั้งหลาย
  • มหาบัณฑิต: ป โท ก็ต่อจากดอกเตอร์
  • บัณฑิต: ป ตรีทั่วไป ก็ต่อแถวกันไป
  • ทหาร ตำรวจ ว่าที่ร้อยตรี: พวกนี้เห็นใส่ชุดเครื่องแบบมา รับก่อนเพื่อนที่จบ ป.ตรี เหมือนกัน
  • บัณฑิตมีครรภ์: อันนี้เข้าใจได้เลย ต้องให้เกียรติเป็นพิเศษ
  • บัณฑิตพิการ: เหมือนกันครับ ต้องดูแลเป็นพิเศษ
  • บัณฑิตเหรียญเกียรตินิยม: พวกเก่ง ๆ ได้เหรียญ ก็รับก่อนคนอื่น ๆ ที่จบ ป.ตรี

ตอนนั้นแอบคิดในใจว่า ถ้าท้องได้จะท้องไปรับปริญญาเลย จะได้ไม่ต้องต่อคิวนาน (ฮา) แต่ก็ดีใจที่ได้ใส่ชุดครุยถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ แล้วก็ครอบครัว รู้สึกว่าเหนื่อยมาตั้ง 4 ปี คุ้มค่าแล้ว

วุฒิปริญญาตรีมีกี่แบบ

โฮะๆๆๆ ถามเรื่องปริญญาตรีเหรอ? โอ๊ย... เยอะแยะตาแป๊ะไก่! ไอ้ที่เห็นๆ กันก็มี...

  • บช.บ. (ปริญญาบัญชีบัณฑิต): เรียนจบไปก็ไปนั่งบวกเลขหัวโต...เอิ๊กๆ (แต่ระวังเจอโกงนะจ๊ะ!)
  • สถ.บ. (ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต): สร้างบ้าน สร้างเมือง... แต่บ้านตัวเองอาจจะยังรกอยู่ก็ได้นะ!
  • ศศ.บ. (ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต): ครอบจักรวาลสุดๆ! จบไปทำอะไรก็ได้... (หรืออาจจะยังงงๆ อยู่ก็เป็นได้)
  • บธ.บ. (ปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิต): เรียนจบมาก็เป็นเถ้าแก่... (แต่บางทีก็เป็นแค่ลูกจ้างเกรด A นะเว้ย!)
  • วศ.บ. (ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต): สร้างตึก สร้างสะพาน... แต่สร้างอนาคตตัวเองให้มั่นคงด้วยนะเพื่อน!
  • ศษ.บ. (ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต): สอนเด็ก สอนคน... แต่ต้องสอนตัวเองให้รอดพ้นจากเด็กแสบด้วยนะ!
  • วท.บ. (ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต): นักวิทย์ นักทดลอง... แต่ระวังทดลองผิดชีวิตเปลี่ยนนะจ๊ะ!
  • สพ.บ. (ปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต): หมอหมา หมอแมว... แต่ต้องใจเย็นๆ หน่อยนะ พวกสัตว์มันพูดไม่รู้เรื่อง!

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แบบคนบ้านๆ):

  • บช.บ.: สมัยก่อนเค้าว่ากันว่า เรียนบัญชีแล้วรวย... เดี๋ยวนี้ต้องเก่งจริงถึงจะรอด!
  • สถ.บ.: อย่าลืมกินข้าวให้อิ่มนะเพื่อน! เดี๋ยวไม่มีแรงสร้าง!
  • ศศ.บ.: บางคนบอกว่าเรียนไปก็หางานยาก... แต่ถ้าเก่งจริงอะไรก็ฉุดไม่อยู่!
  • บธ.บ.: เรียนบริหาร... แต่บางทีก็บริหารชีวิตตัวเองไม่ค่อยจะได้!
  • วศ.บ.: จบวิศวะ... แต่ซ่อมก๊อกน้ำที่บ้านเองไม่ได้ก็มีถมไป!
  • ศษ.บ.: ครูพัก... ลักจำ! (เอิ๊กๆๆ ล้อเล่นนะครู!)
  • วท.บ.: เรียนวิทย์... แต่บางทีก็ตอบคำถามชีวิตไม่ได้เหมือนกัน!
  • สพ.บ.: อย่าแพ้ขนสัตว์นะหมอ! เดี๋ยวจะหมดสนุก!

ปริญญาตรีทางการศึกษา มีอะไรบ้าง

ป.ตรี ทางการศึกษามีหลายแบบเลยนะ อย่างที่นึกออกตอนนี้ก็ ครุศาสตรบัณฑิต ศึกษาก็มี ศึกษาศาสตรบัณฑิต อ้อ การศึกษาบัณฑิตอีกอัน พวกครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต ก็มีนะ คือแบบ เยอะอ่ะ แต่ละที่ แต่ละมหาลัย ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปอีก ลองหาดูข้อมูลในเว็บมหาลัยโดยตรงเลยดีกว่า จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัวร์ๆ ถ้าอยากเป็นครูก็ลองดูประกาศรับสมัครอีกทีนะ

  • ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) อันนี้น่าจะเจอเยอะสุด แบบ คลาสสิคเลย ส่วนใหญ่จะเน้นพวก วิชาเอกต่างๆที่จะไปสอนเด็กๆ เช่น คณิต ไทย อังกฤษ วิทย์ สังคม ประวัติศาสตร์ ฯลฯ เยอะมากกกกกกก

  • ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) อันนี้จะเน้นพวก ทฤษฎี หลักสูตร การวัดผลประเมินผล การบริหาร ออกแนววิชาการหน่อยๆ แต่ก็สอนได้นะ

  • การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) อืมมม อันนี้คล้ายๆ ศษ.บ. ป่ะ จำไม่ค่อยได้แหละ แต่รู้ว่าเรียนเกี่ยวกับการศึกษานั่นแหละ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มดู

  • ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต (ค.อ.บ.) อันนี้จะเน้นพวกสายอาชีพ เช่น ช่างยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อะไรพวกนี้ ไปสอนในวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวะ

คือแบบ ป.ตรี การศึกษาเนี่ย มันไม่ได้สมัครสอบบรรจุครูได้ทุกตำแหน่งนะ บางทีเขาก็ระบุคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง ต้องดูรายละเอียดประกาศรับสมัครดีๆ อย่างเช่น ปีนี้เพื่อนเราจบ ค.บ. เอกภาษาอังกฤษ แต่ดันอยากไปสอบบรรจุสายคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ได้ไง คือต้องตรงสาย ตรงเอกที่เรียนจบมาด้วย แล้วแต่ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร บางทีเอกเดียวกัน แต่คนละสาขาย่อยก็ไม่ได้นะ ต้องอ่านประกาศรับสมัครดีๆ หลายๆ รอบ อย่าขี้เกียจอ่าน ไม่งั้นพลาดบ่อยๆ เพื่อนเราพลาดมาแล้ว เสียดายแทนเลยยยยยยย

ปล. ตอนนี้ผมทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่นะ ไม่เกี่ยวไรกับการศึกษาเลย แต่เพื่อนๆ เรียนครูเยอะ ก็พอรู้บ้าง เผื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ^__^

ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง

(เสียงกระซิบจากความทรงจำ...แสงจันทร์สาดส่อง)

ป.ตรี เหมือน...ประตูบานแรก ที่เปิดสู่โลกกว้าง! เรียนรู้พื้นฐาน สร้างรากฐาน... (เสียงดนตรีเบาๆ คลอ) เหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลงดิน

ป.โท... เหมือนการเดินทางที่ลึกซึ้งขึ้น! เจาะลึกลงไปในศาสตร์ที่รัก... 2 ปีที่แสนสั้น... หรือยาวนาน... ขึ้นอยู่กับใจ (กลิ่นดอกไม้ในความทรงจำ)

ป.เอก... สุดยอดแห่งการเดินทาง! สร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่... เป็นแสงดาวที่ส่องนำทาง... (ความเงียบสงบ)... ดุจการค้นพบจักรวาลในตัวเอง

  • ป.ตรี: เหมือนการผจญภัยครั้งแรก สู่โลกแห่งความรู้
  • ป.โท: ดำดิ่งสู่ ความเชี่ยวชาญ (ประมาณ 2 ปี)
  • ป.เอก:สร้างสรรค์นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่