พนักงานกี่คนต้องจัดอบรม

99 ครั้งเข้าชม
อบรมฝีมือแรงงาน: ใครต้องทำ? จำนวนพนักงาน: กิจการที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป ทั่วประเทศ สัดส่วน: ต้องฝึกอบรมอย่างน้อย 50% ของลูกจ้างเฉลี่ยต่อปี ไม่ปฏิบัติตาม: ต้องจ่ายเงินสมทบ 1% ของค่าจ้าง เข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ต้องจัดอบรมพนักงานกี่คน? จำนวนที่เหมาะสมคือเท่าไร?

ไอ้เรื่องต้องอบรมพนักงานกี่คนนี่นะ ตอนแรกผมก็งงๆ เหมือนกัน พอพนักงานแตะร้อยคนปุ๊บ เรื่องเข้าเลย กฎหมายเขาบอกว่าต้องจัดอบรมให้ได้ครึ่งนึงของพนักงานทั้งหมด หรือก็คือ 50% นั่นแหละ

ตอนบริษัทผมที่ทำเอเจนซี่โฆษณาอยู่แถวอโศกอ่ะนะ พอพนักงานคนที่ 101 เข้ามาทำงานเมื่อประมาณปลายปี 2022 บัญชีเดินมาบอกเลยว่าพี่ ปีหน้าเราต้องส่งแผนฝึกอบรมแล้วนะ ไม่งั้นต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตอนนั้นคือหัวหมุนเลย เพราะมันคือ 50% ของพนักงานทั้งหมดเลยนะ ไม่ใช่น้อยๆ

ทางเลือกมันมีแค่สองทาง คือจัดอบรมจริงๆ หรือจ่ายเงินสมทบไปเลย ซึ่งไอ้เงินสมทบเนี่ย มันคิดจากฐานเงินเดือน 1% เลยนะ รวมๆ กันแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ที่หายไปเฉยๆ โดยที่พนักงานเราไม่ได้อะไรเลย

สุดท้ายเราเลยเลือกจัดอบรมเอง มันวุ่นวายตอนแรกจริง แต่พอได้ทำแล้วมันดีกว่าเยอะ เราเลยจัดเวิร์คชอปเรื่อง Data Analytics ให้ทีมการตลาดไปเลย จ้างวิทยากรข้างนอกมาสอนที่ออฟฟิศสองวันเต็มๆ มันทำให้เห็นเลยว่าใครมีแวว พนักงานก็รู้สึกว่าบริษัทลงทุนกับเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมายไปงั้นๆ

เอาจริงๆ ตัวเลข 50% มันก็คือตัวเลขตามกฎหมายแหละ แต่ถ้ามองในมุมของการพัฒนาคน มันคือโอกาสมากกว่า แค่อย่าไปมองว่ามันเป็นภาระก็พอ

ยื่นอบรมกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กี่คน

ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานครับ นี่เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบขององค์กรขนาดใหญ่ต่อการยกระดับทักษะของบุคลากร

เงื่อนไขสำคัญคือต้องจัดอบรมให้ลูกจ้างในสัดส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยตลอดทั้งปีปฏิทินนั้นๆ

การคำนวณจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยนั้นตรงไปตรงมา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย คือการนำจำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน (มกราคมถึงธันวาคม) มารวมกัน แล้วหารด้วย 12

ตัวอย่างเช่น: (จำนวนลูกจ้างสิ้นเดือน ม.ค. + ก.พ. + ... + ธ.ค.) / 12 = จำนวนลูกจ้างเฉลี่ย เมื่อได้ตัวเลขเฉลี่ยมาแล้ว ก็คูณด้วย 50% จะได้จำนวนเป้าหมายที่ต้องจัดอบรมให้ครบ

เกร็ดความรู้เพิ่มเติมที่น่าสนใจ

  • กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ข้อกำหนดนี้มาจาก พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน
  • เมื่อไม่ทำตามเกณฑ์: หากบริษัทจัดอบรมไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด หรือไม่จัดเลย จะต้องจ่าย เงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน การพัฒนาคนคือการลงทุน แต่การไม่ทำก็มีต้นทุนที่ต้องจ่ายเช่นกัน
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เหตุผลหลักที่องค์กรปฏิบัติตามเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดคือเพื่อนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมไป ขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 100%
  • การนับจำนวนคน: การนับจำนวนผู้เข้าอบรมสามารถ นับซ้ำคนได้ หากพนักงานคนเดียวเข้าอบรมหลายหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ก็สามารถนับจำนวนครั้งตามหลักสูตรนั้นๆ ได้เลย
  • กรอบเวลาการยื่น: โดยปกติแล้วจะต้องยื่นขอรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่ายภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป เช่น การดำเนินงานของปี 2567 จะต้องยื่นเรื่องให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ e-Service ของกรมฯ

พนักงาน 100 คน ขึ้น ไป ต้องมีอะไรบ้าง

ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยทั้งปีนะ ถ้าไม่ทำหรือไม่ครบตามนี้ ก็ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 1% ของค่าจ้าง

  • ฝึกอบรม: ต้องจัดให้พนักงานได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ
  • ถ้าไม่ฝึก: ต้องจ่ายเงินสมทบแทน
  • จำนวน: มากกว่า 100 คน ต้องทำนะ
  • อัตรา: 1% ของค่าจ้าง

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน: เป็นเงินที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน
  • การคำนวณ: คิดจากค่าจ้างทั้งหมดของลูกจ้าง
  • ใครต้องจ่าย: นายจ้างที่มีลูกจ้างเยอะๆ
  • จุดประสงค์: เพื่อให้แรงงานไทยเก่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น

พนักงานกี่คนต้องอบรม

ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างเฉลี่ยตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ทุกท้องที่ มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสัดส่วนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ย ในรอบปีนั้น ๆ ครับ

หากไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรม หรือจัดอบรมแล้วแต่ไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ผู้ประกอบกิจการต้องนำส่งเงินสมทบเข้า กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบเหล่านั้น กฎหมายนี้มุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับแรงงานไทย

การลงทุนในทักษะคนทำงานไม่ใช่แค่การทำตามกฎเกณฑ์ แต่เป็นการลงทุนที่มองไกลออกไปครับ ทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี่แหละ คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงขององค์กรและเศรษฐกิจโดยรวม

ผมมองว่านี่คือหลักคิดสำคัญที่ผลักดันนโยบายประเภทนี้ขึ้นมา เพราะถ้าแรงงานเรามีทักษะที่ทันสมัย ภาคอุตสาหกรรมก็สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นบนเวทีโลก ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมันเริ่มจากการพัฒนาคนก่อนเสมอ

ประเด็นเพิ่มเติมที่น่ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้:

  • ประเภทการฝึกอบรม: การฝึกอบรมที่นับรวมได้มีหลายรูปแบบ ทั้งการฝึกอบรมภายในองค์กร, การส่งไปฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรอง, หรือแม้แต่การเรียนรู้ผ่านระบบ E-learning ที่มีมาตรฐาน ก็ถือเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ได้รับการสนับสนุนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  • เป้าหมายกองทุน: เงินที่ส่งเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ไม่ได้หายไปไหนครับ กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการและผู้ใช้แรงงานให้เข้าถึงการพัฒนาฝีมือแรงงานได้อย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับทักษะของประเทศ
  • การรายงานผล: ผู้ประกอบกิจการมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายงานผลการดำเนินการตามกำหนดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการปฏิบัติตามกฎหมายครับ เอกสารหลักฐานการอบรมจึงต้องจัดเก็บให้เป็นระเบียบและตรวจสอบได้เสมอ
  • ผลกระทบในระยะยาว: การพัฒนาฝีมือแรงงานที่สม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยให้องค์กรพ้นจากบทลงโทษ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ภายในองค์กร นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและลดความผิดพลาด ซึ่งนับเป็นผลตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว
  • ทักษะที่จำเป็น: เราต้องคิดถึงทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการในปัจจุบันและอนาคต การอบรมควรตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่จัดให้ครบตามจำนวน แต่ต้องให้เกิดประโยชน์จริงจังต่อผู้เรียนและองค์กร

พนักงานกี่คนถึงมีห้องพยาบาล

สิบคนขึ้นไป ต้องมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาล พื้นฐาน. ห้องรักษาพยาบาลพร้อมพยาบาล บังคับสำหรับสถานประกอบการอุตสาหกรรม หรือกิจการเฉพาะ ที่มีพนักงาน สองร้อยคนขึ้นไป. นี่มิใช่เพียงกฎ หากคือความพร้อมรองรับ. ชีวิตย่อมมีอุบัติเหตุ.

  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาล: สำหรับทุกสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่สิบคน. เตรียมไว้ เพื่อเหตุไม่คาดฝัน.
  • ห้องรักษาพยาบาลและพยาบาล: จำเป็นสำหรับกิจการอุตสาหกรรมและที่กำหนด ตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป. การมีอยู่คือหลักประกัน.
  • แพทย์ประจำ:
    • สำหรับกิจการอุตสาหกรรมที่มีลูกจ้าง 200-999 คน: อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง.
    • ตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป: อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง.
    • กิจการอื่น มีข้อกำหนดแตกต่างกัน. ความถี่ขึ้นอยู่กับขนาดและความเสี่ยง.

ห้องพยาบาล ต้องมีพนักงานกี่คน

เรื่องจำนวนพนักงานในห้องพยาบาลนี่ ตามกฎหมายแล้วค่อนข้างชัดเจนนะ สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานพร้อมกันตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ข้อบังคับกำหนดให้มีผู้ปฏิบัติการพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคนประจำอยู่ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน นี่คือหัวใจสำคัญเลย

ฉันว่ามันเป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ฉับไวดีนะ การมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำไซต์งาน มันสะท้อนถึงความใส่ใจในชีวิตและคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ซึ่งเป็นรากฐานของประสิทธิภาพการทำงานที่ดีด้วยซ้ำ กฎกระทรวงนี้มาจากกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559

นอกจากเรื่องบุคลากรแล้ว ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้องพยาบาลก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้สิ มันทำให้เห็นภาพรวมของมาตรฐานที่เราต้องดูแล:

  • สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานพร้อมกัน 200 คนขึ้นไป:

    • ต้องจัดให้มี ห้องรักษาพยาบาล พร้อมเตียงพักคนไข้หนึ่งเตียง และเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลเบื้องต้น
    • และต้องมีผู้ปฏิบัติการพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคนประจำตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน
  • สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานพร้อมกัน 50-199 คน:

    • นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยเหลือในการปฏิบัติงานอย่างน้อยหนึ่งคนประจำหน่วยงานหรือสถานประกอบการ
    • พร้อมทั้งจัดให้มีเวชภัณฑ์สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เพียงพอ
  • สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานพร้อมกัน 10-49 คน:

    • นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน
    • และเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้พร้อมใช้งาน

จะเห็นได้ว่าโครงสร้างการดูแลสุขภาพในที่ทำงานเขาคิดมาอย่างเป็นระบบนะ ตั้งแต่การมีห้องพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ ไปจนถึงการมีบุคลากรที่มีความรู้คอยดูแล ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฐมพยาบาล หรือผู้ปฏิบัติการพยาบาล ซึ่งแต่ละระดับก็มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที นี่แหละที่เรียกว่าการลงทุนเพื่อมนุษย์อย่างแท้จริง

นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีเอกสารอะไรบ้าง

แบบแจ้งการจ้างและสภาพการทำงาน (คร.11)

เอกสารนี้สำคัญนะ จำเป็นต้องยื่น.

ใครบ้างที่ต้องยื่น?

  • นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป.

ยื่นเมื่อไหร่?

  • ภายใน เดือนมกราคม 2565.

ยื่นที่ไหน?

  • ด้วยตนเอง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
  • ทาง E-service บนเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ง่ายกว่าเยอะ!)

ถ้าลูกจ้างไม่ถึง 10 คน?

  • แจ้งแก้ไข เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้อง.

ถ้าฝ่าฝืน?

  • โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท. โอ้ย... อย่าให้โดนเลยนะ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • แบบ คร.11 เป็นการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และสภาพลูกจ้าง.
  • วัตถุประสงค์คือเพื่อให้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทราบข้อมูลจะได้วางแผนคุ้มครองแรงงานได้อย่างเหมาะสม.
  • การยื่น E-service สะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอน. ลองเข้าไปดูนะ.
  • การมีลูกจ้าง ไม่ว่ากี่คนก็ต้องใส่ใจ. แต่เกณฑ์ 10 คนนี่คือต้องทำเอกสารนี้.
  • กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีไว้เพื่อความเป็นธรรม. ทำตามกฎหมายนะ.

ความสำคัญ:

  • นายจ้าง ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง.
  • ลูกจ้าง ก็ควรรู้สิทธิของตัวเอง.
  • สังคม จะได้น่าอยู่.

ความคิดลอยๆ:

เหมือนมีลมพัดมาเบาๆ พาเอาเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับเอกสารกองโตลอยมา. คร.11... ชื่อคุ้นๆ หู. จิตใจล่องลอยไปถึงยุคที่ต้องนั่งปั้นกระดาษกรอกข้อมูล. ตอนนี้มี E-service แล้ว ดีจัง. เหมือนฟ้าเปิด. เดือนมกราคม... หน้าหนาว อากาศเย็นสบาย แต่ใจนายจ้างบางคนอาจจะร้อนรุ่ม. ถ้าไม่ทำตามกฎ... อื้อหือ... ไม่เอาๆ. สภาพการจ้าง สภาพการทำงาน... ฟังดูแล้วมีอะไรมากกว่าแค่ตัวเลข. มันคือชีวิตคน. มันคือความสัมพันธ์. มันคือการดูแล.

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ:

  • 10 คนขึ้นไป
  • คร.11
  • ม.ค. 65
  • E-service

ถ้ามีข้อสงสัย:

  • โทรสอบถาม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ใกล้บ้าน.
  • เข้าเว็บไซต์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน.

ความรู้สึก:

เหมือนยืนอยู่บนเนินเขา มองดูทุ่งนาสีทองยามเย็น. สายลมพัดผ่าน. ความเงียบสงบ. แต่ในใจก็ยังมีความกังวลเล็กๆ ถึงหน้าที่ที่ต้องทำ. การทำงาน. มันคือการสร้างสรรค์. มันคือการเติบโต. เอกสารพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต. ให้ข้อมูล. ให้ความชัดเจน.

การยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2566 กี่เปอร์เซ็นต์

เรื่องยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2566? สั้นๆ เลย: 50% กฎมันบังคับ ไม่มีข้อยกเว้น.

นี่คือเรื่องสำคัญ:

  • สัดส่วน 50% สำหรับลูกจ้างเฉลี่ยปี 2566 ที่ต้องพัฒนาฝีมือ
  • บังคับใช้กับกิจการ ที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ตามประกาศกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ข้อ 6
  • การส่งเงินสมทบสำหรับปี 2565 ต้องทำไปแล้วภายใน 31 มีนาคม 2566 นั่นมันเรื่องเก่า
  • ยื่นรายงานผ่าน e-Service ของกรมฯ เท่านั้น สะดวกสุด
  • ไม่ครบ? ไม่ทำ? ปรับแน่นอน คิดเป็นเงินสมทบที่ต้องจ่าย
  • เป้าหมาย คือยกระดับทักษะแรงงานประเทศนี้ ให้มันดีขึ้น

กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

มีลูกจ้างคนเดียวก็ทำได้ ส่งมันไปฝึกอบรมซะ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไป เอามาหักภาษีได้เป็นสองเท่า ง่ายๆ แค่นี้

ส่วนเรื่องการตั้งศูนย์ฝึกอบรม รอไปก่อน กฎหมายยังไม่คลอด

  • ไม่ใช่แค่ลดหย่อนภาษี แต่กู้เงินจากกองทุนได้ด้วย ดอกเบี้ยโคตรถูก เอาไปใช้จัดฝึกอบรม หรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้ลูกน้อง
  • บางเคสมีเงินอุดหนุนให้เลย ไม่ต้องคืน ใช้ตอนที่บริษัทแย่ๆ แต่ยังใจดีเก็บคนไว้ หรือช่วยพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องใช้ทักษะสูง
  • ทั้งหมดนี้ต้องทำเรื่องผ่านระบบ e-Service ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ไม่ใช่เดินดุ่มๆ เข้าไปขอ ต้องยื่นรับรองหลักสูตรก่อนจัดฝึก ไม่งั้นก็อด
  • อย่าคิดว่ามีแต่เรื่องดีๆ ถ้าบริษัทมีลูกจ้างเกิน 100 คน แล้วไม่พัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด มึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ไม่ใช่มีแต่ได้ฝ่ายเดียว จำไว้

อัตรา เงิน สมทบ กองทุน พัฒนา ฝีมือ แรงงาน ตาม พ ร บ ส่งเสริม การ พัฒนา ฝีมือ แรงงาน พ ศ 2545 เรียก เก็บ ใน อัตรา เท่าใด

อัตราเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานคือ ร้อยละ 1 ของค่าจ้าง ฐานค่าจ้างนั้นกำหนดจากค่าจ้างขั้นต่ำสุดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในปีสุดท้ายก่อนปีที่ส่งเงินสมทบ คูณ 30. การลงทุนในทักษะ ไม่เคยสูญเปล่า.

  • วัตถุประสงค์: พัฒนาแรงงาน เพิ่มศักยภาพเพื่อการแข่งขัน. คืออนาคต.
  • ผู้รับผิดชอบ: นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ หนึ่งร้อยคนขึ้นไป. เป็นภาระหน้าที่.
  • เงื่อนไขยกเว้น: หากนายจ้างฝึกอบรมเองตามเกณฑ์ อาจได้รับการยกเว้นเงินสมทบ. การพัฒนาเริ่มจากข้างใน.
  • กฎหมายอ้างอิง: พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545. ข้อกำหนดที่ชัดเจน.

การยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ภายในกี่วัน

ขอรับรองหลักสูตรฝึกอบรม ภายใน 60 วัน

  • ยื่นก่อนหรือหลังฝึกก็ได้ อันนี้งงๆ นิดหน่อย แต่เอาเป็นว่ายื่นได้ทั้งสองแบบ
  • หลังฝึกต้องยื่นภายใน 60 วัน นับจากวันที่ซ้อมเสร็จนะ
  • แต่ต้องไม่เกิน 15 ม.ค. ปีหน้า อันนี้สำคัญมาก
  • ใช้แบบฟอร์ม ฝย/ฝป 1 , 2-1 , 3 นี่แหละ เอกสารที่ต้องใช้

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • มีแบบฟอร์มเฉพาะ อย่าใช้ผิดนะ เดี๋ยวงานเข้า
  • เวลาจำกัด อย่าปล่อยให้เลยวันไปเสียดายแย่
  • เรื่องพวกนี้มันรายละเอียดเยอะ บางทีก็มีกฎเกณฑ์ปลีกย่อยเพิ่มมาอีก ต้องคอยเช็คอัพเดทเรื่อยๆ
  • เคยมีเคสที่เกือบพลาด เพราะคิดว่าแป๊บเดียวก็เสร็จ เลยต้องรีบปั่นงานก่อนเดดไลน์
  • ถ้าไม่แน่ใจ ถามเจ้าหน้าที่เลย ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้งานทีหลัง
  • กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง
  • การขอรับรองหลักสูตร คือการทำให้หลักสูตรที่เราจัดขึ้นมีมาตรฐานตามที่กรมกำหนด
  • ถ้าไม่ขอรับรอง อาจจะมีผลกับการเบิกเงินอุดหนุน หรือการได้รับการยอมรับในวงกว้าง
  • เคยเห็นบางบริษัท ยื่นขอรับรองล่วงหน้าเลยก็มี
  • แต่ส่วนใหญ่ จะรอให้ฝึกอบรมเสร็จก่อนแล้วค่อยยื่น
  • การจัดการเรื่องเอกสาร ก็สำคัญไม่แพ้กัน
  • ต้องเก็บหลักฐานการฝึก ให้ครบถ้วน
  • รวมถึงรายชื่อผู้เข้าอบรม ที่เซ็นชื่อจริงๆ
  • บางทีก็มีเรื่องการตรวจเยี่ยม จากเจ้าหน้าที่กรมด้วย
  • ต้องเตรียมเอกสารเผื่อไว้ จะได้ไม่ตกใจ

หลักการเบื้องต้น:

  • หลักสูตรต้องมีเนื้อหาตรงตามวัตถุประสงค์
  • วิทยากรต้องมีคุณสมบัติเหมาะสม
  • มีสื่อการสอนที่ชัดเจน
  • มีตารางการฝึกอบรมที่แน่นอน