ม.มหิดล มีคณะอะไรบ้าง 66

106 ครั้งเข้าชม
ในปีการศึกษา 2566 ม มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง 66 การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีแบ่งส่วนงานวิชาการเป็น 17 คณะ การจัดการเรียนการสอนครอบคลุมศาสตร์สาขาวิชาแทบทุกแขนงในรูปแบบ 6 วิทยาลัย โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีการกระจายตัวค่อนข้างกว้างโดยเปิดให้บริการรวม 6 วิทยาเขต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ม มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง 66: เปิดข้อมูลคณะและวิทยาลัย

การเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ ม มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง 66 เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนในการวางแผนอนาคต การทำความเข้าใจโครงสร้างหลักสูตรและหน่วยงานวิชาการช่วยลดความผิดพลาดเรื่องสถานที่เรียน วิทยาเขต รวมถึงช่วยให้ผู้สมัครสามารถวางแผนเลือกรับสมัครในระบบคัดเลือกกลางได้อย่างถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

ภาพรวมโครงสร้างคณะในมหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา 2566

เมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัยมหิดล หลายคนมักจะนึกถึงภาพของสถาบันอุดมศึกษาด้านการแพทย์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับประเทศ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว โครงสร้างหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของที่นี่มีความหลากหลายมากกว่าที่คิดค่อนข้างมาก การทำความเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกอบด้วยหน่วยงานการศึกษาอะไรบ้างจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับนักเรียนที่กำลังวางแผนศึกษาต่อ คำถามเกี่ยวกับ มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง มักมีคำอธิบายที่หลากหลายตามวิทยาเขตและการจัดการเรียนการสอน ซึ่งในภาพรวมใหญ่ของการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีสำหรับคณะ ม มหิดล 2566 นั้น มหาวิทยาลัยได้แบ่งส่วนงานวิชาการออกเป็น 17 คณะ และมีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ 6 วิทยาลัย ที่ครอบคลุมศาสตร์สาขาวิชาแทบทุกแขนง [1]

สิ่งสำคัญที่นักเรียนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ม มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง 66 และสถานที่เรียนของแต่ละคณะ ซึ่งอาจส่งผลให้การเตรียมตัวสับสนอย่างมาก ดังนั้นการศึกษาข้อมูลโครงสร้างคณะและระบบวิทยาเขตอย่างละเอียดลออจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเลือกอันดับตอนสมัครเรียน

กลุ่มคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ เอกลักษณ์ความโดดเด่นระดับประเทศ

กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพถือเป็นเสาหลักที่สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง จุดเด่นที่หาได้ยากจากมหาวิทยาลัยอื่นคือการมี 2 คณะแพทยศาสตร์ ที่ตั้งแยกจากกันเป็นเอกเทศภายใต้โครงสร้างมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งทั้งสองคณะต่างมีประวัติศาสตร์และโรงพยาบาลฝึกปฏิบัติงานเป็นของตนเองอย่างอบอุ่น[2] ทำให้นักศึกษาแพทย์ได้รับประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยในระดับลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีคณะในกลุ่มสาธารณสุขและการพยาบาลที่คอยสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยอย่างเข้มแข็ง

คณะแพทยศาสตร์และคณะด้านการรักษาพยาบาล

สำหรับรายชื่อ คณะ มหิดล ในกลุ่มการแพทย์และการรักษาพยาบาลหลักๆ ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นสี่เสาหลักของการบริการทางการแพทย์ การเรียนในกลุ่มนี้มักจะเน้นความเข้มข้นทางวิชาการและทักษะการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงค่อนข้างสูง นักศึกษาจะได้รับโอกาสฝึกงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ต้องยอมรับว่าเรียนหนักมาก แต่อยากบอกว่าคุ้มค่า ความยากลำบากในการเรียนชั้นคลินิก - ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องดูแลผู้ป่วยจริงร่วมกับทีมแพทย์รุ่นพี่ - จะหล่อหลอมให้นักศึกษากลายเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงและพร้อมทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

คณะสายการพยาบาล การวิเคราะห์ และการฟื้นฟูสุขภาพ

นอกจากคณะแพทย์หลักแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีส่วนงานที่ทำหน้าที่เติมเต็มห่วงโซ่การรักษาพยาบาลให้สมบูรณ์ ได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะกายภาพบำบัด คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเหล่านี้ทำหน้าที่ผลิตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ช่วยดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย ตลอดจนวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ งานสายนี้ต้องการหัวใจบริการ การทำงานร่วมกันเป็นทีมในระบบสุขภาพถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นักศึกษาจากคณะกลุ่มนี้มีความผูกพันและเข้าใจบทบาทหน้าที่ของกันและกันเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยเรียน

กลุ่มคณะสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์

สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านการคำนวณ การวิจัยนวัตกรรม หรือการพัฒนาระบบเทคโนโลยี คณะ ที่ เปิด สอน มหิดล มีกลุ่มที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างรอบด้าน หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามหาวิทยาลัยเด่นเฉพาะเรื่องการแพทย์จนละเลยสายวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งที่ในความเป็นจริง คณะในกลุ่มนี้ได้รับทุนวิจัยและการสนับสนุนในระดับสูงมากเนื่องจากต้องทำงานวิจัยร่วมกับคณะสายแพทย์อยู่เป็นประจำ

คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะสิ่งแวดล้อม

ในกลุ่มนี้จะประกอบด้วย คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเรียนการสอนในกลุ่มนี้มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรและนักวิจัยที่สามารถคิดค้นทางออกใหม่ๆ ให้แก่สังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนากายอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะเทคนิคการแพทย์นั่นเอง

นี่แหละคือจุดเด่นที่แท้จริง การผสมผสานข้ามศาสตร์ทำให้งานวิจัยของสายเทคโนโลยีที่นี่มีคุณค่าและสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือชีวิตคนได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนทฤษฎีในห้องเรียนแคบๆ เท่านั้น

กลุ่มคณะและวิทยาลัยสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปะ

เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ระบบการศึกษา มหาวิทยาลัยจึงให้ความสำคัญกับกลุ่มวิชาที่เน้นความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ ภาษา การจัดการ และศิลปวัฒนธรรม กลุ่มนี้เป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับนักเรียนสายศิลป์คำนวณและศิลป์ภาษาอย่างเต็มที่ โดยมีคณะศิลปศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์และการวิเคราะห์ประเด็นทางสังคม

วิทยาลัยเฉพาะทางที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ

ในส่วนของหน่วยงานรูปแบบวิทยาลัย มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งวิทยาลัยเฉพาะทางที่มีระบบการบริหารงานและหลักสูตรที่ยืดหยุ่น เช่น วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และวิทยาลัยศาสนศึกษา หน่วยงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรเฉพาะทางที่เน้นการปฏิบัติงานในระดับสากล ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นนานาชาติตลอดการเรียน

หลายคนคิดว่าเรียนดนตรีหรือการจัดการที่นี่จะเหมือนที่อื่น แต่ความจริงแล้ว วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ของที่นี่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง มีอาคารแสดงคอนเสิร์ตที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้บรรยากาศการเรียนมีความเป็นมืออาชีพสูงมากตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป

การแบ่งวิทยาเขตและการย้ายสถานที่เรียน ความเข้าใจผิดที่ต้องเคลียร์

นี่คือสิ่งที่ผมได้เกริ่นไว้ตอนต้นเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเรื่องสถานที่เรียน หลายคนมักสงสัยว่า มหิดล ศาลายา มี คณะ อะไร บ้าง และคิดว่าเมื่อเลือกเรียนที่นี่แล้วจะได้อยู่ที่ศาลายาตลอดชีวิตนักศึกษา แต่ในความเป็นจริง คณะสายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพส่วนใหญ่จะย้ายไปเรียนที่วิทยาเขตเฉพาะทางในกรุงเทพฯ เมื่อขึ้นชั้นปีที่สองเป็นต้นไป โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีการกระจายตัวค่อนข้างกว้าง โดยมี 6 วิทยาเขต ที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับนักศึกษาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ [3]

วิทยาเขตหลักในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พื้นที่การเรียนรู้หลักแบ่งออกเป็นสามจุดสำคัญ จุดแรกคือ วิทยาเขตศาลายา ตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม เป็นศูนย์กลางการบริหารและเป็นสถานที่เรียนของนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งเกือบทุกคณะ จุดที่สองคือ วิทยาเขตพญาไท เป็นที่ตั้งของคณะแพทย์รามาธิบดี วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ และจุดที่สามคือ วิทยาเขตบางกอกน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของคณะแพทย์ศิริราช พยาบาลศาสตร์ และเทคนิคการแพทย์

การจัดระบบแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้ชั้นปีที่หนึ่งได้เจอกับเพื่อนๆ ต่างคณะที่ศาลายา เกิดมิตรภาพที่กว้างขวาง ทว่าข้อเสียคือพอขึ้นปีสูงคุณจะต้องย้ายที่อยู่และปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ใจกลางเมือง ซึ่งมีความหนาแน่นและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน

วิทยาเขตในส่วนภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษา

นอกจากในเมืองหลวงแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีวิทยาเขตต่างจังหวัดอีกสามแห่ง ได้แก่ วิทยาเขตกาญจนบุรี วิทยาเขตนครสวรรค์ และวิทยาเขตอำนาจเจริญ วิทยาเขตเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตร ธรณีศาสตร์ หรือการจัดการชุมชน ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างบัณฑิตที่พร้อมพัฒนาภูมิลำเนาของตนเอง

แนวทางการเตรียมตัวสมัครเข้าเรียนผ่านระบบกลาง

การเข้าศึกษาต่อตามข้อมูล ม มหิดล มี คณะ อะไร บ้าง 66 จำเป็นต้องผ่านระบบการคัดเลือกกลางของประเทศไทย ซึ่งมีการจัดระบบการรับสมัครออกเป็น 4 รอบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความถนัดแตกต่างกันได้แสดงศักยภาพ[4] ไม่ว่าจะเป็นรอบแฟ้มสะสมผลงาน รอบโควตา รอบแอดมิชชัน หรือรอบรับตรงอิสระ การเตรียมตัวจึงต้องอ้างอิงตามเกณฑ์คะแนนของแต่ละคณะอย่างเคร่งครัด

อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เกณฑ์การรับสมัครของที่นี่ค่อนข้างนิ่งแต่มีความละเอียดสูงมาก โดยเฉพาะคะแนนความถนัดวิชาเฉพาะแพทย์และการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่หลายคณะใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำในการพิจารณา หากคุณพลาดไปแม้แต่คะแนนเดียวก็อาจหมดสิทธิ์รับเลือกในรอบนั้นทันที ตรวจสอบข้อมูลให้ชัวร์ก่อนกดสมัครทุกครั้ง

เปรียบเทียบบรรยากาศและจุดเน้นของวิทยาเขตหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เนื่องจากแต่ละคณะและชั้นปีมีการเรียนการสอนในสถานที่แตกต่างกัน การเข้าใจลักษณะทางกายภาพและจุดเด่นของวิทยาเขตหลักทั้งสามแห่งจะช่วยในการวางแผนชีวิตนักศึกษาได้ดียิ่งขึ้น

วิทยาเขตศาลายา

  • พื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีเลนจักรยานและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนเมืองมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
  • วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยนานาชาติ และเป็นสถานที่เรียนของนักศึกษาปีที่หนึ่งเกือบทุกคณะ
  • มีหอพักนักศึกษาจำนวนมากในมหาวิทยาลัย การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองสามารถใช้รถโดยสารสาธารณะหรือรถไฟชานเมืองได้

วิทยาเขตพญาไท

  • ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร มีลักษณะเป็นอาคารสูงและพื้นที่จำกัด ติดกับศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ในชั้นปีสูง
  • สะดวกสบายมากด้วยรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง นักศึกษามักเลือกพักอาศัยในหอพักของคณะหรือคอนโดมิเนียมโดยรอบ

วิทยาเขตบางกอกน้อย

  • ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รายล้อมด้วยพื้นที่ของโรงพยาบาลศิริราช บรรยากาศอบอุ่น เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความหนาแน่นสูง
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์
  • เดินทางได้ด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา รถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าชานเมือง มีหอพักแพทย์และพยาบาลรองรับนักศึกษาในพื้นที่
วิทยาเขตศาลายาเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ชอบชีวิตมหาวิทยาลัยที่สงบร่มรื่นและเพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรม ในขณะที่วิทยาเขตพญาไทและบางกอกน้อยจะตอบโจทย์นักศึกษาชั้นปีสูงสายแพทย์ที่ต้องเน้นการฝึกปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาลท่ามกลางวิถีชีวิตเมืองหลวง

เส้นทางการเลือกคณะและการปรับตัวของกานต์

กานต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกจากเชียงใหม่ ฝันอยากเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดลในรอบพอร์ตฟอลิโอ แต่สับสนกับข้อมูลคณะและวิทยาเขตที่เปิดรับอย่างมากจนเกือบจะถอดใจเลือกมหาวิทยาลัยอื่นในท้องถิ่นแทน

เขาพยายามยื่นสมัครคณะวิทยาศาสตร์โดยไม่ได้อ่านเงื่อนไขสถานที่เรียนอย่างละเอียดในตอนแรก ส่งผลให้เขาเกือบเลือกสาขาผิดที่ต้องย้ายไปเรียนในวิทยาเขตภูมิภาคซึ่งเขาไม่สะดวกเดินทางไปพักอาศัยระยะยาว

ความก้าวหน้าเกิดขึ้นเมื่อกานต์ได้ติดต่อปรึกษากับรุ่นพี่คณะวิทยาศาสตร์ผ่านระบบออนไลน์ รุ่นพี่แนะให้เขาหยุดค้นข้อมูลสะเปะสะปะและให้เข้าไปดาวน์โหลดคู่มือการรับสมัครอย่างเป็นทางการเพื่อเช็ครหัสหลักสูตรและวิทยาเขตเรียนให้ถูกต้องชัดเจน

ผลลัพธ์คือเขาสามารถสมัครเข้าเรียนในสาขาที่ตรงใจ ณ วิทยาเขตหลักได้สำเร็จในเวลาสองสัปดาห์ต่อมา เปลี่ยนความกังวลใจเป็นความมั่นใจในการเริ่มชีวิตนักศึกษาปีที่หนึ่งร่วมกับเพื่อนๆ ในรุ่นที่มีจำนวนนักศึกษารวมกันประมาณ 29,674 คนในเวลานั้น

หากคุณยังไม่แน่ใจเรื่องรายละเอียดคณะและจุดเรียน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มีคณะอะไรบ้าง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดครับ

รายละเอียดที่โดดเด่น

เช็คโครงสร้างและหน่วยงานแยกแยะให้ชัดเจน

มหาวิทยาลัยมีโครงสร้างแบบ 17 คณะ และ 6 วิทยาลัย ซึ่งแต่ละแห่งมีเกณฑ์การคัดเลือกและรูปแบบหลักสูตรที่เป็นเอกเทศจากกัน

ตรวจสอบวิทยาเขตสถานที่เรียนในแต่ละชั้นปี

ห้ามทึกทักเอาเองว่าจะได้เรียนที่ศาลายาทั้ง 4 ปี ควรตรวจสอบคู่มือการรับสมัครให้แน่ใจว่าต้องย้ายวิทยาเขตในชั้นปีสูงหรือไม่

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคัดเลือกทั้ง 4 รอบ

ระบบการรับสมัครแบ่งออกเป็น 4 รอบหลักตามมาตรฐานกลาง ควรศึกษาค่าน้ำหนักคะแนนและวิชาเฉพาะที่จำเป็นของแต่ละคณะล่วงหน้า

เอกสารอ้างอิง

ม.มหิดล มีคณะอะไรบ้าง 66 และมีหลักสูตรอะไรเด่นๆ ที่เปิดรับบ้าง?

ในปีการศึกษา 2566 มหาวิทยาลัยเปิดสอนรวม 17 คณะ และ 6 วิทยาลัย ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ โดยมีหลักสูตรเด่นอย่างแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ รวมถึงหลักสูตรนานาชาติของวิทยาลัยนานาชาติและวิทยาลัยดุริยางคศิลป์

เรียนมหิดลต้องไปเรียนที่วิทยาเขตศาลายาทุกคณะและทุกชั้นปีเลยไหม?

ไม่ใช่ทุกคณะและทุกชั้นปี โดยทั่วไปนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งเกือบทุกหลักสูตรจะเรียนร่วมกันที่วิทยาเขตศาลายาเพื่อปรับพื้นฐาน แต่เมื่อขึ้นชั้นปีที่สอง คณะสายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพมักย้ายไปเรียนที่วิทยาเขตพญาไทหรือวิทยาเขตบางกอกน้อยตามที่ตั้งของโรงพยาบาลหลัก

คณะแพทย์ของมหิดลมีกี่แห่งและมีความแตกต่างกันอย่างไรในการเรียน?

มหาวิทยาลัยมีคณะแพทยศาสตร์หลัก 2 แห่ง คือ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลดั้งเดิมที่มีเคสผู้ป่วยหลากหลายและหนาแน่น และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เน้นการผสมผสานนวัตกรรมและการวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่ใจกลางเมือง

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Th - ซึ่งในภาพรวมใหญ่ของการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีสำหรับปีการศึกษา 2566 นั้น มหาวิทยาลัยได้แบ่งส่วนงานวิชาการออกเป็น 17 คณะ และมีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ 6 วิทยาลัย ที่ครอบคลุมศาสตร์สาขาวิชาแทบทุกแขนง
  • [2] En - จุดเด่นที่หาได้ยากจากมหาวิทยาลัยอื่นคือการมี 2 คณะแพทยศาสตร์ ที่ตั้งแยกจากกันเป็นเอกเทศภายใต้โครงสร้างมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งทั้งสองคณะต่างมีประวัติศาสตร์และโรงพยาบาลฝึกปฏิบัติงานเป็นของตนเองอย่างอบอุ่น
  • [3] En - โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีการกระจายตัวค่อนข้างกว้าง โดยมี 6 วิทยาเขต ที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับนักศึกษาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
  • [4] Tcas - การเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จำเป็นต้องผ่านระบบการคัดเลือกกลางของประเทศไทย ซึ่งมีการจัดระบบการรับสมัครออกเป็น 4 รอบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความถนัดแตกต่างกันได้แสดงศักยภาพ