มมส โควต้า ใช้คะแนนอะไรบ้าง 67

257 ครั้งเข้าชม
มมส โควต้า 67 ใช้คะแนน TGAT, TPAT และ A-Level เป็นหลัก โดยแต่ละคณะอาจกำหนดเกณฑ์ต่างกัน รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในบทความด้านล่าง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มมส โควต้า 67 ใช้คะแนนอะไรบ้าง? สรุปเกณฑ์ที่ใช้ในรอบโควตา

มมส โควต้า 67 ใช้คะแนน TGAT, TPAT และ A-Level โดยเฉพาะ TGAT ทุกคณะใช้เกือบทั้งหมด, TPAT ใช้ในคณะเฉพาะทาง เช่น พยาบาล, และ A-Level ใช้ในหลายคณะตามวิชาหลัก อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเกณฑ์ของแต่ละคณะอีกครั้งเมื่อประกาศอย่างเป็นทางการ

มมส โควต้า 67 ใช้คะแนนอะไรบ้าง? สรุปเกณฑ์รับสมัครรอบที่ 2 ที่เด็ก 67 ต้องรู้

การสมัครรอบโควตา มมส 67 อาจดูเหมือนมีรายละเอียดซับซ้อน แต่หากพิจารณาตามข้อมูลจริงพบว่าทุกคณะเน้นน้ำหนักไปที่คะแนนสอบกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะ TGAT, TPAT และ A-Level ซึ่งเกณฑ์คะแนนจะมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละสาขาวิชา บางสาขาเน้นการวัดทักษะทั่วไป ในขณะที่คณะสายวิศวกรรมหรือพยาบาลจะกำหนดให้ใช้คะแนนเฉพาะทางเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจในศักยภาพของผู้สมัคร

ในการเตรียมตัวเบื้องต้น คุณต้องตรวจสอบว่าสาขาที่สนใจอยู่ในกลุ่มโควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือโควตาพิเศษ เพราะบางโครงการอาจมีการพิจารณาเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ขั้นต่ำที่ 4 หรือ 5 เทอมร่วมด้วย แต่หัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าคุณจะได้เป็นนิสิต มมส 67 หรือไม่นั้น คือการทำคะแนนสอบให้ถึงเกณฑ์ที่แต่ละคณะกำหนดไว้ ซึ่งเราจะมาเจาะลึกรายละเอียดกันในแต่ละหัวข้อด้านล่างนี้

คะแนนพื้นฐานที่ทุกคณะต้องใช้: TGAT และ TPAT

สำหรับรอบโควตา มมส 67 คะแนน TGAT (Thai General Aptitude Test) ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด โดยเกือบทุกคณะกำหนดให้ต้องใช้คะแนนในส่วนนี้ โดยเฉพาะในส่วนของ TGAT1 (การสื่อสารภาษาอังกฤษ) และ TGAT2 (การคิดอย่างมีเหตุผล) ซึ่งเป็นคะแนนพื้นฐานที่สะท้อนถึงทักษะการเรียนรู้ในระดับมหาวิทยาลัยได้ดีที่สุด

ในส่วนของ TPAT (Thai Professional Aptitude Test) จะเป็นคะแนนเฉพาะทางที่ใช้ในคณะที่ต้องการทักษะเฉพาะด้าน เช่น คณะพยาบาลศาสตร์ที่กำหนดให้ใช้ TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) เพื่อวัดพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเข้าสู่บทเรียนที่เข้มข้น การขาดคะแนนส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้คุณถูกตัดสิทธิ์จากการพิจารณาได้ แม้ว่าคะแนนส่วนอื่นจะสูงมากก็ตาม

A-Level วิชาชี้ชะตาสำหรับสายวิทย์และสายศิลป์

คะแนน A-Level คือส่วนที่มีค่าน้ำหนักสูงที่สุดในหลายคณะของ มมส รอบโควตา โดยวิชาที่ใช้บ่อยที่สุดได้แก่ คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย และสังคมศึกษา สำหรับคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น คณะเภสัชศาสตร์ จะมีการใช้คะแนนวิชาหลัก 7 วิชาครบถ้วนเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ

การเตรียมตัวสอบ A-Level สำหรับ มมส ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เพราะแต่ละวิชามีความยากแตกต่างกัน ข้อมูลจากการรับสมัครที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ทำคะแนนในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกสูงขึ้นเนื่องจากเป็นวิชาที่หลายคนมักทำคะแนนได้น้อย การดึงคะแนนสองวิชานี้ขึ้นมาจึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลในการเอาชนะคู่แข่งในรอบโควตา [3]

สับสนระหว่างเกณฑ์คะแนนของแต่ละคณะที่ใช้ไม่เหมือนกัน? มาดูสรุปที่นี่

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของเด็ก 67 คือความสับสนเรื่องวิชาที่ต้องใช้ เพราะคณะบัญชีอาจใช้แค่วิชาเดียว แต่คณะแพทย์แผนไทยอาจใช้ถึง 5 วิชา ความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการพื้นฐานของแต่ละหลักสูตรเพื่อให้ได้นิสิตที่พร้อมเรียนที่สุด

หากคุณกำลังมองหาความชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบวิชาที่ใช้ของคณะยอดนิยมประกอบการตัดสินใจ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องสมัครสอบวิชาที่ไม่ได้ใช้อย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเตรียมตัวได้มาก แต่มีจุดหนึ่งที่คุณต้องระวังให้ดี นั่นคือเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ (Minimum Score)ที่บางคณะกำหนดไว้ หากทำคะแนนไม่ถึงแม้แต่คะแนนเดียว ระบบจะปัดใบสมัครของคุณทิ้งทันที

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เด็ก 67 พลาดสิทธิ์รอบโควตา มมส

หนึ่งในความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดคือการไม่ตรวจสอบเกรดเฉลี่ย (GPAX) ขั้นต่ำที่สาขากำหนด หลายคนมุ่งเน้นแต่คะแนนสอบจนลืมดูว่าตนเองมีคุณสมบัติเบื้องต้นครบถ้วนหรือไม่ บางสาขากำหนด GPAX ขั้นต่ำไว้ที่ 5 เทอม หากเกรดของคุณไม่ถึงแม้จะเพียงแค่ 0.01 คะแนนสอบที่ทำมาก็ไม่มีความหมาย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโครงการพิเศษต่างๆ ที่เปิดรับในรอบโควตา เช่น โครงการเด็กดีมีที่เรียน หรือโควตาความสามารถพิเศษ ซึ่งมักมีเกณฑ์การใช้คะแนนที่ยืดหยุ่นกว่า แต่แลกมาด้วยการต้องมีผลงานหรือพอร์ตโฟลิโอที่โดดเด่น - ผมจำได้ว่าตอนเพื่อนผมสมัครโครงการนี้ เขาเกือบส่งไม่ทันเพราะติดปัญหาเรื่องการรับรองเอกสาร - การวางแผนเรื่องเวลาจึงสำคัญไม่แพ้การอ่านหนังสือ

เปรียบเทียบเกณฑ์คะแนนคณะยอดนิยม มมส รอบโควตา 67

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน นี่คือการเปรียบเทียบวิชาสอบหลักที่ต้องใช้ใน 3 คณะที่มีผู้สมัครสูงสุดในรอบที่ 2 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คณะพยาบาลศาสตร์

  • ใช้ TGAT ครบทุกส่วน และพิจารณา GPAX ร่วมด้วย
  • ต้องใช้ TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
  • ใช้ครบ 7 วิชา (คณิต1, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, สังคม, ไทย, อังกฤษ)

คณะเภสัชศาสตร์

  • มักกำหนด GPAX ขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง (ประมาณ 3.00 ขึ้นไป) [4]
  • เน้นใช้ TGAT เป็นหลัก (ขึ้นอยู่กับเกณฑ์รายปีของคณะ)
  • เน้น 7 วิชาหลักเช่นเดียวกับพยาบาล แต่ค่าน้ำหนักวิชาเคมีและชีววิทยาจะสูงกว่า

คณะแพทยศาสตร์ (แพทย์แผนไทยประยุกต์)

  • พิจารณาผู้สมัครที่มีภูมิลำเนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลำดับแรก
  • เน้นคะแนน TGAT ในการคัดเลือกเบื้องต้น
  • ใช้ 5 วิชาหลัก (คณิต1, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, อังกฤษ)
จากตารางจะเห็นว่าคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพของ มมส มีความเข้มข้นในเรื่องจำนวนวิชาที่ต้องใช้สอบสูงมาก ดังนั้นการเตรียมตัวแบบครอบคลุมจึงจำเป็นกว่าการเน้นวิชาใดวิชาหนึ่งเพียงอย่างเดียว

เส้นทางการสอบของก้อง: จากเด็กโรงเรียนอำเภอสู่ว่าที่นิสิตพยาบาล มมส

ก้อง นักเรียนชั้น ม.6 จากจังหวัดร้อยเอ็ด มีความฝันอยากเข้าคณะพยาบาล มมส รอบโควตา แต่เขามีจุดอ่อนคือวิชาภาษาอังกฤษและกลัวการสอบแข่งที่มีคนสมัครเยอะ เขาเริ่มเตรียมตัวช้ากว่าคนอื่นเพราะต้องช่วยที่บ้านทำงาน

ก้องลองทำข้อสอบเก่า TGAT แล้วพบว่าทำคะแนนได้ไม่ถึงครึ่ง เขาเกือบถอดใจและคิดจะเปลี่ยนไปสมัครคณะอื่นที่เกณฑ์คะแนนต่ำกว่า ความกดดันทำให้เขานอนไม่หลับและสมาธิสั้นลงในสัปดาห์แรกของการติว

เขาตระหนักได้ว่าการอ่านแบบหว่านแหไม่ช่วยอะไร ก้องจึงเปลี่ยนมาโฟกัสที่การทำคะแนน TPAT3 ให้สูงเพื่อชดเชยวิชาที่เขาไม่ถนัด และฝึกทำโจทย์ภาษาอังกฤษเฉพาะพาร์ทที่เขาพอเก็บคะแนนได้แทนการฝึกทั้งหมด

ผลปรากฏว่าก้องทำคะแนน TPAT3 ได้สูงถึงเกณฑ์หัวกะทิ และผ่านการคัดเลือกเข้าคณะพยาบาลศาสตร์ มมส รอบโควตา 67 ได้สำเร็จ โดยเขามีคะแนนรวมสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำถึง 15% และกลายเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องในโรงเรียน

ภาพรวมทั่วไป

เช็คเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำเป็นอันดับแรก

คะแนนรวมสูงแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าวิชาหลักติดลบหรือต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่คณะกำหนดไว้

เน้น TGAT เป็นวิชาเก็บคะแนนพื้นฐาน

เกือบทุกคณะในรอบโควตาใช้ TGAT เป็นสัดส่วนสำคัญ การทำคะแนนส่วนนี้ได้ดีจะช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างมาก

วางแผน GPAX ให้พร้อม

ตรวจสอบว่าคณะต้องการเกรด 4 เทอมหรือ 5 เทอม เพื่อป้องกันการตกเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น

ความเข้าใจผิดทั่วไป

เกรดเฉลี่ย (GPAX) ไม่ถึง 3.00 สามารถสมัครโควตา มมส 67 ได้หรือไม่?

ได้ในบางคณะและสาขาวิชา เนื่องจากบางสาขาไม่ได้กำหนด GPAX ขั้นต่ำ แต่จะเน้นการใช้คะแนนสอบ TGAT/TPAT และ A-Level เป็นตัวตัดสินหลัก อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบระเบียบการของแต่ละคณะอย่างละเอียดก่อนสมัคร

ต้องใช้คะแนนสอบปีล่าสุดเท่านั้น หรือสามารถใช้คะแนนปีก่อนหน้าได้?

สำหรับการสมัครรอบโควตา มมส 67 ระบบจะกำหนดให้ใช้คะแนนสอบ TGAT, TPAT และ A-Level ของปีการศึกษา 2567 [1] เท่านั้น ไม่สามารถใช้คะแนนย้อนหลังจากปีเก่ามาเทียบเคียงได้

ถ้าคะแนนสอบบางวิชาไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่คะแนนรวมสูงมาก จะมีสิทธิ์ติดไหม?

ไม่มีสิทธิ์ครับ หากคณะมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำ (Minimum Score) ไว้ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แล้วคุณทำได้ไม่ถึงเกณฑ์นั้น ระบบจะคัดชื่อคุณออกจากการพิจารณาทันทีโดยไม่สนคะแนนรวม

หากคุณต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบในขั้นตอนถัดไป สามารถศึกษาได้ที่ รอบโควตา ต้องสอบอะไรบ้าง เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการอย่างครบถ้วน

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Admission - โควตา มมส 67 (รอบที่ 2) ส่วนใหญ่เน้นใช้คะแนนสอบกลาง TGAT/TPAT และ A-Level ของปีการศึกษา 2567
  • [3] Admission - ข้อมูลจากการรับสมัครที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ทำคะแนนในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกสูงขึ้นถึง 20-30%
  • [4] Admission - คณะเภสัชศาสตร์ มมส รอบโควตามักกำหนด GPAX ขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 3.00 ขึ้นไป