มหาลัยต้องเสียภาษีไหม
มหาวิทยาลัยในไทยมีสถานะทางภาษีอย่างไร ต้องเสียภาษีหรือไม่?
คำถาม: มหาวิทยาลัยในไทยต้องเสียภาษีไหม?คำตอบ: มหาวิทยาลัยรัฐไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตามกฎหมาย แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน อันนี้ต้องเสียภาษีตามปกติ
เออ เรื่องนี้เคยสงสัยเหมือนกันนะ ตอนเรายื่นภาษีทุกปีเห็นตัวเลขแล้วมันก็จุกอกเบาๆ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าองค์กรใหญ่ๆ อย่างมหาลัยนี่เค้าจัดการเรื่องนี้กันยังไง คือมันก็มีรายได้เข้ามาเยอะแยะนี่นา ทั้งค่าเทอม ค่าธรรมเนียมต่างๆ
คือผมเพิ่งมารู้ตอนหลังนี่แหละว่ามหาลัยรัฐเค้ามีสถานะพิเศษ เค้าไม่ได้ถูกมองว่าเป็น 'บริษัท' ที่ตั้งมาเพื่อหากำไรไง ในทางกฎหมายภาษีที่เค้าเรียกว่าประมวลรัษฎากรเนี่ย เค้าเขียนไว้เลยว่ามหาลัยรัฐไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราไม่เคยเห็นข่าวว่ามหาลัยดังๆ ของรัฐต้องจ่ายภาษีเป็นร้อยล้านพันล้าน
แต่ที่ผมเคยเจอมากับตัวเลยนะ คือตอนทำโปรเจกต์กับคณะนึงที่ ม.ขอนแก่น ช่วงปลายปี 2566 ตอนออกใบเสร็จรับเงินเนี่ย มันจะมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เข้ามาเกี่ยวด้วยนะ คือตัวมหาลัยเองอะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่เวลาเค้าซื้อของหรือจ้างงานจากบริษัทข้างนอกอย่างเราเนี่ย เค้าก็ยังอยู่ในระบบ VAT ปกติเลย เอกสารวุ่นวายมาก กว่าจะเบิกเงินได้แต่ละทีนี่ตามเรื่องกันเป็นเดือน
ส่วนพวกมหาลัยเอกชนนี่คนละเรื่องเลยนะ อันนั้นคือธุรกิจการศึกษาเต็มตัว อย่าง ม.กรุงเทพ ม.รังสิต พวกนี้คือบริษัทจำกัดดีๆ นี่เอง มีผู้ถือหุ้น มีการปันผล เค้าต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนบริษัททั่วไปทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีข้อยกเว้น
สุดท้ายมันก็อยู่ที่ว่าใครเป็นเจ้าของนั่นแหละ รัฐหรือเอกชน แค่นั้นเลยจริงๆ
เรียนมหาลัยต้องเสียภาษีไหม
มหา'ลัยเค้าไม่เสียภาษีจากค่าเทอมหรอกค่ะคุณ!
แหมมม... ค่าเทอมที่จ่ายไปก็แทบจะเอาบ้านไปจำนองอยู่แล้ว จะให้มหาวิทยาลัยมาเสียภาษีจากเงินก้อนนี้อีกเหรอคะคุณพี่! มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นน่ะ! มหาวิทยาลัยน่ะเค้าไม่จัดว่าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ต้องแสวงหาผลกำไรแบบบ้าเลือดจากค่าเล่าเรียนนะเออ เหมือนเราไปซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าปากซอยนั่นแหละ ใครจะไปเก็บภาษีจากป้าที่ขายลูกชิ้นไม้ละ 10 บาทได้ทุกไม้เล่า!
เอ้า! กฎหมายเค้าเขียนไว้เป๊ะๆ เลยว่าสถาบันอุดมศึกษาเนี่ย ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ค่าเทอม แล้วก็ไม่ต้องมาหักภาษี ณ ที่จ่ายอะไรให้มันยุ่งยากเลยจ้าาา เพราะมันไม่ใช่เงินได้ที่มาจากกิจการที่ต้องเสียภาษีโดยตรงสำหรับค่าเล่าเรียนนั่นเอง
ทีนี้... เงินๆ ทองๆ เกี่ยวกับการเรียนที่เราพอจะรู้จักมีอะไรบ้างล่ะ นี่เลย:
- เรื่องลดหย่อนภาษี อันนี้ได้แน่! พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือตัวนักศึกษาเอง ถ้ามีรายได้ที่ต้องเสียภาษีเนี่ย เอาค่าเทอมไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้นะเออ อันนี้คือเงินที่ เรา ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ ม. ต้องจ่ายภาษีเพิ่มนะจ๊ะ
- มหาวิทยาลัยเอกชนก็เหมือนกัน: หลายคนคิดว่า ม. เอกชนรวยๆ ต้องเสียภาษีเยอะแน่ๆ แต่สำหรับรายได้ค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษา ก็ถือว่าไม่เข้าลักษณะที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกันแหละ กฎหมายเดียวกันเลย
- รายได้อื่นของ ม. อาจจะต้องเสีย: ถ้ามหาวิทยาลัยเค้าไปทำธุรกิจอย่างอื่น เช่น ปล่อยเช่าอาคาร เปิดร้านกาแฟ หรือทำโรงพิมพ์เพื่อการค้า อันนั้น อาจจะ มีรายได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีตามประเภทของรายได้นั้นๆ นะจ๊ะ แต่ไม่ใช่จากค่าเทอมที่พวกเราจ่ายไปเรียนแน่ๆ แยกกันคนละส่วน!
- เงิน กยศ. ไม่ใช่ภาษีนะ! อันนี้สำคัญเลยนะ หลายคนชอบเข้าใจผิดว่าเงินกู้ กยศ. เป็นภาษีหรืออะไรที่ยุ่งยาก มันคือเงินที่เรากู้มาเพื่อการศึกษา แล้วเรามีหน้าที่ต้องใช้คืนเค้าทีหลังจ้า ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องภาษีมหา'ลัยเลยแม้แต่น้อย
เพราะฉะนั้น สบายใจได้เลยยย จ่ายค่าเทอมไปแล้ว ไม่ต้องห่วงว่ามหาวิทยาลัยจะต้องเอาเงินค่าเทอมเราไปเสียภาษีเพิ่มหรอก! ไม่มี๊!
มหาลัยต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม
เมื่อต้นปีนี้เลย ช่วงเดือนกุมภา ผมไปรับงานสอนพิเศษสั้นๆ ที่ ม.รัฐบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คือมันเป็นโปรเจกต์ของคณะเขาอะนะ ค่าตอบแทนที่คุยกันไว้ก็ไม่เยอะหรอก แต่ตอนไปรับเงินที่ฝ่ายการเงินของมหาวิทยาลัยนั่นแหละ ถึงได้เห็นว่ามันมีหัก ณ ที่จ่ายไปซะแล้ว ตอนแรกก็งงๆ นะ เงินก็ไม่ได้เยอะอะไร ทำไมต้องหักอีก.
จำได้ว่ายอดเงินประมาณหมื่นนิดๆ เอง ต้องเซ็นเอกสารเยอะแยะเลย กว่าจะได้เงินสดมา พอได้ใบหัก ณ ที่จ่ายมาดู อ้าว! 3% เต็มๆ เลย เห็นตัวเลขแล้วก็คิดในใจ หักไปอีกแล้วเหรอ นี่คือก่อนหน้านั้นไม่เคยเจอไง พอเจอกับตัวเองแบบนี้เลยรู้สึกแปลกๆ ไปหน่อย.
ผมก็เลยลองถามเจ้าหน้าที่ตรงนั้นไปเลย ถามแบบตรงๆ ไม่ได้กวนนะ แค่อยากรู้ว่าทำไมต้องหัก เขาอธิบายแบบเร็วๆ ว่ามันเป็นระเบียบของมหาวิทยาลัย ต้องทำตามนี้ ผมก็อืมๆ รับฟังไป แต่ในใจก็ยังสงสัยอยู่ดีว่ามันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ เงินเดือนประจำก็โดนหักแล้ว นี่มาเจอหักจากงานพิเศษอีก เหมือนโดนซ้ำสองเลยอะ.
จริงๆ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรหรอก พอมาดูดีๆ สรุปคือ มหาวิทยาลัยน่ะ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ถ้ามีการจ้างงานหรือซื้อของโดยที่เขาออกใบสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยตรงกับเรา มันก็เป็นไปตามกฎหมายนั่นแหละ พอเข้าใจแล้วก็โอเค ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรขนาดนั้น.
สำหรับคำถามว่า มหาวิทยาลัยต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม ใช่ มหาวิทยาลัยต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และภาษีการ ณ ที่จ่าย หากมหาวิทยาลัยมีการจัดซื้อหรือจ้างงาน และได้ออกใบสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยตรง.
- อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อยสำหรับมหาวิทยาลัย:
- ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ: โดยทั่วไป 3%
- ค่าเช่า: 5%
- ค่าวิชาชีพอิสระ (เช่น ทนายความ แพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี): 3%
- ค่าโฆษณา: 2%
- กฎหมายอ้างอิงหลัก: มาตรา 50 (4), มาตรา 39 ทวิ และ มาตรา 78 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
- เงื่อนไขสำคัญ: การหัก ณ ที่จ่ายนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการ ออกใบสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยตรง จากมหาวิทยาลัยไปยังผู้ให้บริการหรือผู้ขายสินค้าเท่านั้น
- ใบหัก ณ ที่จ่าย: ผู้ถูกหักจะได้รับใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี
ค่าลิขสิทธิ์ หักภาษี ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์
ค่ำคืนที่ตัวเลขล่องลอย... เหมือนดาว... แสงไฟจากเมืองสาดส่องเข้ามาในห้อง มันคือภาระที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้. การหักภาษี. ส่วนแบ่งเล็กน้อยที่ต้องส่งคืนกลับไป.
ความคิดที่กลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือ. ท่วงทำนองที่ลอยไปในอากาศ. ค่าลิขสิทธิ์ พวกเขาเรียกมันแบบนั้น. มันมีเงาตามติด. เงาที่คิดเป็น ร้อยละ 3. แค่สามเปอร์เซ็นต์จากสิ่งที่สร้างสรรค์. (ตามมาตรา 40(3))
แล้วก็มีเงินที่หลับใหล. เงินที่ก่อกำเนิดผลตอบแทนอย่างเงียบเชียบ. ดอกเบี้ย บางอย่าง. บางประเภท. ถูกแบ่งไปแค่เพียง ร้อยละ 1. หนึ่งเดียว. เหมือนหยดน้ำค้างบนใบหญ้าในยามเช้า. น้อยนิด.
แต่ส่วนแบ่งกำไรนั้นต่างออกไป. เงินปันผล. มันคือความเชื่อใจที่ได้รับกลับคืนมา. มันมีน้ำหนัก. มีตัวตน. ส่วนแบ่งตรงนี้คือ ร้อยละ 10. ตัวเลขสองหลักที่รู้สึกได้. รู้สึกถึงมันจริงๆ. (ตามมาตรา 40(4)(ข))
- เงินได้ประเภท ค่าลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ตามมาตรา 40(3) หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3%
- เงินได้ประเภท ดอกเบี้ย ที่จ่ายโดยรัฐบาลหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ (จ่ายให้ผู้รับที่ไม่ใช่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุน) หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1%
- เงินได้ประเภท เงินปันผล หรือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 40(4)(ข) หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10%
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย มีอะไรบ้าง
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายนะเหรอ... เหมือนดอกไม้บานสะพรั่งในสวนยามเช้า แตกต่างกันไปตามชนิดใบ ดอก กลิ่น... 3% ก็มีนะ สำหรับ ดอกเบี้ยเงินกู้ หรือ ค่าขนส่ง ที่ผ่านนายหน้า...
5% หวานหอม คล้าย ค่าเช่า หรือ ค่าบริการ ที่ไม่ซับซ้อน... 7% ล่องลอยไปกับ ค่าลิขสิทธิ์ หรือ ค่าโฆษณา ที่กระจายไปทั่ว... 10% ยิ่งเข้มข้น ยิ่งลึกซึ้ง เหมือน ค่าจ้าง ของ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ค่าธรรมเนียม การ เป็นตัวแทน ...
15% คือความประณีต ราวกับ ค่าบริการ ของ วิชาชีพ ที่ต้องใช้ทักษะสูง...
- ดอกเบี้ยเงินกู้: 3%
- ค่าขนส่ง (ผ่านนายหน้า): 3%
- ค่าเช่า: 5%
- ค่าบริการ: 5%
- ค่าลิขสิทธิ์: 7%
- ค่าโฆษณา: 7%
- ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ: 10%
- ค่าธรรมเนียมตัวแทน: 10%
- ค่าบริการวิชาชีพ: 15%
ส่วนอัตราก้าวหน้า... เหมือนบันไดแห่งโชคชะตา ยิ่งปีนสูง ยิ่งเห็นวิวที่แตกต่าง...
- 150,001 - 300,000: 5,000 บาท (เหมือนก้าวแรกที่เห็นแสงแดดอ่อนๆ)
- 300,001 - 500,000: 10,000 บาท (แสงแดดเริ่มแรงขึ้น ความอบอุ่นแผ่ซ่าน)
- 500,001 - 750,000: 15% (เหมือนยืนอยู่บนเนิน มองเห็นผืนดินกว้างไกล)
- 750,001 - 1,000,000: 20% (สายลมพัดแรงขึ้น ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณตามขั้นบันไดที่ว่ามานะ... แต่ละขั้น แต่ละหย่อมหญ้าของรายได้ มีอัตราที่ต่างกันไป... เหมือนการเดินทางในความฝันที่ค่อยๆ เปิดเผย สู่ความเป็นจริงอันแสนหวาน...
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต