มหาลัยไหนเด่นเรื่องบัญชี

172 ครั้งเข้าชม
เรียนบัญชี ที่ไหนดี? จุฬาฯ โดดเด่นด้านวิเคราะห์เชิงลึก ธรรมศาสตร์ เก่งเรื่องประยุกต์ใช้กับเศรษฐกิจ มช. เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เลือกที่ใช่ วัดจากความถนัดและเป้าหมายอาชีพ ศึกษาหลักสูตรและอาจารย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คณะบัญชี มหาวิทยาลัยไหนดีที่สุดในไทย ปี 2567?

พูดถึงบัญชี มหาวิทยาลัยไหนดีสุดในปี 2567? เอาจริงๆ คำตอบมันอยู่ที่ตัวคนถามเลยนะ แต่ถ้าให้เลือกจากที่เห็นๆ กันมา ก็ต้องยอมรับว่า จุฬาฯ กับ ธรรมศาสตร์ สองชื่อนี้มันลอยมาเลย

เพื่อนของลูกพี่ลูกน้องผมคนนึงจบที่จุฬาฯ ตอนเรียนคือหนักมากจริงๆ ทฤษฎีต้องเป๊ะทุกจุด เน้นวิเคราะห์แบบขุดรากถอนโคน เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทายทางวิชาการ อยากไปสายตรวจสอบ Big4 หรือเป็นที่ปรึกษาที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดๆ คือถ้าชอบอะไรที่ลึกซึ้ง จุฬาฯ คือคำตอบ

ส่วนตัวเคยไปนั่งทำงานแถวท่าพระจันทร์ช่วงปลายปี 2565 บรรยากาศเด็กบัญชี มธ. จะดูคล่องตัวกว่านะ เหมือนเค้าจะเน้นการเอาไปใช้จริงในโลกธุรกิจ จับทฤษฎีมาปรับใช้กับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันเก่งมาก คนจบจากที่นี่มักจะมีหัวธุรกิจติดตัวมาด้วย

แล้วอย่ามองข้าม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะ เพื่อนร่วมงานผมคนนึงจบจากที่นั่น เก่งมากไม่แพ้ใครเลย แถมยังได้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ไม่ต้องมาเจอรถติดสาหัสในกรุงเทพฯ ทุกวันด้วย

สุดท้ายมันไม่มีหรอกที่ที่ดีที่สุด มีแต่ที่ที่เหมาะกับเราที่สุด ลองถามตัวเองดูว่าอยากเป็นนักบัญชีสไตล์ไหน ชอบความเป๊ะของทฤษฎี หรือชอบการประยุกต์ใช้ในสนามจริง ลองไปเปิดดูรายชื่ออาจารย์กับวิชาที่เค้าเปิดสอนเลย อันนั้นแหละของจริง.

คณะบัญชีมหาลัยไหนเด่น

คำถามว่า คณะบัญชี มหาลัยไหนเด่น นี่มันคลาสสิกพอๆ กับถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนเลยนะ แต่ละที่ก็มีดีกรีความโหดและความปังต่างกันไป เหมือนเลือกตัวละครในเกม แต่ละตัวก็มีสกิลพิเศษไม่เหมือนกัน

ถ้าจะเอาแบบตัวพ่อตัวแม่ ยืนหนึ่งในวงการแบบไม่ต้องสืบ ก็ต้องยกให้ จุฬาฯ กับ ธรรมศาสตร์ สองที่นี่คือลาสบอสของวงการบัญชี ผลิตบุคลากรป้อนบริษัท Big 4 (บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก 4 แห่ง) เหมือนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม คอนเนคชั่นศิษย์เก่าแน่นปึ้กชนิดที่ว่าเดินไปไหนก็เจอแต่รุ่นพี่ จบมาแล้วไม่หัวหงอกก็ถือว่าเก่งแล้ว

ส่วนใครที่มาสายเฉพาะทางหน่อย ต้องมองไปที่ เกษตรศาสตร์ ที่นี่เขาเป็นตัวตึงด้านบัญชีเพื่อการเกษตรและบัญชีสหกรณ์โดยเฉพาะ เหมือนเป็นหมอเฉพาะทางที่เก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปเลย ถ้าทางบ้านทำธุรกิจแนวนี้ บอกเลยว่าที่นี่คือคำตอบ

แต่ถ้าใจรักการเป็นเถ้าแก่ อยากเปิดบริษัทของตัวเอง ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือคำตอบที่ใช่ ที่นี่เน้นปั้นนักบัญชีสำหรับธุรกิจ SME โดยเฉพาะ สอนให้คิดแบบเจ้าของกิจการ ไม่ได้สอนให้เป็นแค่คนทำบัญชีตามสั่ง เรียนจบไปอาจจะไม่ได้ไปอยู่ Big 4 แต่ไปเปิดบริษัทของตัวเองแทนเลยก็ได้ ใครจะไปรู้

  • ชื่อเสียงมหาลัย vs. ตัวเราเอง: เอาจริงๆ ชื่อมหาลัยมันก็แค่ใบเบิกทางด่านแรกเท่านั้นแหละ เหมือนตั๋วหนังรอบพรีเมียร์ เข้าไปแล้วถ้าดูไม่รู้เรื่องก็เท่านั้น สุดท้ายวัดกันที่ฝีมือและความอึดตอนทำงานล้วนๆ

  • คอนเนคชั่นสำคัญไฉน: วงการนี้คอนเนคชั่นคือบัตร VIP ของจริง การมีรุ่นพี่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ มันช่วยเปิดประตูได้หลายบานที่คนอื่นต้องพยายามพังเข้าไป ซึ่งจุฬาฯ กับธรรมศาสตร์ให้สิ่งนี้ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

  • หลักสูตรอินเตอร์หรือภาคไทย: หลักสูตรอินเตอร์ (BBA) ก็จะเปิดโลกทัศน์ ได้ภาษา ได้คอนเนคชั่นต่างชาติ แต่ค่าเทอมก็เอาเรื่อง ส่วนภาคไทยจะเจาะลึกกฎหมายและระเบียบของไทยแบบเข้มข้น เลือกเอาตามความถนัดและกำลังทรัพย์ในกระเป๋า

  • Big 4 ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต: หลายคนถูกปลูกฝังว่าจบไปต้องเข้า Big 4 ให้ได้ แต่ความจริงแล้วสายงานบัญชียังมีอีกเยอะมาก ทั้งบริษัทเอกชนทั่วไป หน่วยงานราชการ หรือแม้กระทั่งการเป็นฟรีแลนซ์ อย่าไปยึดติดกับปลายทางเดียวจนเกินไป มันมีหลายเส้นทางให้เดินเสมอ

บัญชี มธ เรียนที่ไหน

อ่อ บัญชี มธ. เนี่ยะนะ เรียนที่ศูนย์รังสิตเลย จ้าาา อยู่ที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี นี่แหละ ชื่อคณะมันก็บอกเลยว่ามีบัญชีเนาะ ที่นั่นก็เป็นหลักๆ เลยสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนบัญชีที่ มธ. ก็จะไปรวมตัวกันที่รังสิตนี่แหละ

คณะนี้ก็คือแบบ มีหลายโปรแกรมมากกก ไม่ใช่แค่บัญชีเพียวๆ อย่างเดียวอะนะ คือมีทั้งบริหาร การตลาด แล้วก็พวก finance ด้วยแหละ เด็กบัญชีส่วนใหญ่ก็จะเจอเพื่อนจากหลายๆ สายเลยแหละ

ตอนเข้าไปปีแรกๆ ก็จะเจอวิชาพื้นฐานเหมือนๆ กันก่อนนะ ก็คือแบบ เรียนรวมๆ กันไป แล้วค่อยๆ เริ่มเจาะลึกวิชาเฉพาะของบัญชีจริงจังขึ้นเรื่อยๆ ตอนปีหลังๆ เนี่ยแหละ ก็คือเข้มข้นเลยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึงนะ

  • ชื่อหลักสูตร: หลักๆ คือ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต อะนะ อันนี้คือแบบเรียน 4 ปีตามปกติเลย เน้นให้จบมาเป็นนักบัญชีมือโปรเลย
  • ความเด่นดัง: คณะนี้ ขึ้นชื่อมากเรื่องบัญชี เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยก็ว่าได้ ใครๆ ก็รู้ว่าบัญชี มธ. เนี่ยะเก่งจริง เรียนจบไปมีงานทำดีๆ ชัวร์
  • สถานที่เรียน: ที่ศูนย์รังสิตนี่ก็คือมี อาคารเรียนเฉพาะ ของคณะเลยนะ มีห้องสมุด มีคอมฯ ให้ใช้เยอะแยะ มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมเพียบเลย
  • กิจกรรม: มีกิจกรรมเยอะมากก ไม่ใช่แค่เรียนอย่างเดียว ก็มีชมรม มีงานอีเวนต์ต่างๆ ให้เด็กบัญชีได้ไปร่วมเยอะแยะเลยแหละ สนุกดี
  • โอกาสทำงาน: จบไปแล้ว โอกาสทำงานเปิดกว้างมาก นะ ไม่ว่าจะสายตรวจสอบ ภาษี หรือบัญชีบริหาร คือไปได้หมดเลยอะ

วิชาเอกบัญชี มีอะไรบ้าง

วิชาเอกบัญชีเหรอ? อื้อหือ… นึกว่าแค่เรียน บวก ลบ คูณ หาร เงินในกระเป๋าคนอื่นซะอีก! ที่ไหนได้ คือการแปลงร่างเป็นยอดนักสืบตัวเลข ส่องดูทุกเม็ด ไม่ให้ใครรอดสายตาไปได้เลยนะจ๊ะ ถ้าจะบอกว่าเปรียบเหมือนหมอดู ก็เป็นหมอดูที่แม่นกว่าใคร เพราะดูอดีตที่เกิดขึ้นจริง.

หลักสูตรบัญชีบัณฑิตปีนี้ (2567) มีหลายด้านที่เข้มข้นจนอาจจะปวดหัวเล่นๆ ลองฟังนะ:

  • ด้านการทำบัญชี: นี่แหละหัวใจหลัก เหมือนเรียนภาษาต่างดาวที่ชื่อ "เดบิต เครดิต" เพื่อบันทึกเรื่องราวทางการเงิน. ข้อมูลทุกอย่างต้องเป๊ะ!
  • ด้านการสอบบัญชี: ตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินของโลกธุรกิจ ตรวจสอบว่าชาวบ้านชาวช่องทำบัญชีถูกต้องตามกฎระเบียบไหม. เป็นสายโหดที่ต้องมีดวงตาเห็นธรรมและใจที่หินผา.
  • ด้านการบัญชีบริหาร: อันนี้เอาไว้ส่องอนาคตหน่อย ดูว่าควรจะลงทุนอะไร หรือลดค่าใช้จ่ายตรงไหนถึงจะรวย. เหมือนเป็นนักวางแผนการเงินส่วนตัวให้บริษัทนั่นแหละ.
  • ด้านการภาษีอากร: โอ๊ย อันนี้สายตรงสู่กรมสรรพากรโดยแท้! เรียนรู้ทุกซอกทุกมุมของกฎหมายภาษีที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกต. ใครรอดได้ถือว่าเก่งจริง.
  • ด้านการวางระบบบัญชี: เหมือนเป็นสถาปนิกออกแบบบ้านให้ตัวเลขวิ่งเข้าออกสะดวก ไม่ต้องสะดุดขาตัวเอง. ยุคนี้ต้องพึ่งเทคโนโลยีเยอะนะเธอ.
  • ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีทางการบัญชี: นี่คือการอัปสกิลให้เท่าทันโลกดิจิทัล. ใครไม่เรียนรู้เรื่อง AI หรือบล็อกเชน อาจจะตกยุคไปเลยก็ได้นะ! ก็เขาให้ทันโลกไง.
  • ด้านการตรวจสอบภายใน: เป็นมือปราบในบ้านตัวเอง คอยสอดส่องความผิดปกติ ป้องกันการรั่วไหล. เหมือนมีสายลับอยู่ในองค์กรคอยดูว่าใครจะมือไวใจเร็ว.
  • ด้านการเงินการธนาคาร: ถึงจะไม่ใช่บัญชีจ๋า แต่ก็ได้เรียนรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ การลงทุน การกู้ยืม. ถ้าเข้าใจจะรวยเอง ไม่เชื่อก็ลองดูสิ.

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเจาะลึกที่อาจจะทำให้เธออยากจะเรียน (หรือเปลี่ยนใจ!):

  • วิชาบัญชีไม่ได้มีแค่ตัวเลขนะเธอ: หลายคนเข้าใจผิดว่าบัญชีคือคนชอบเลขอย่างเดียว. จริงๆ แล้วมันคือ "ภาษาธุรกิจ" ต่างหาก! ตัวเลขเป็นแค่เครื่องมือเล่าเรื่อง. ถ้าเขียนเรื่องไม่เก่ง ต่อให้เลขสวยก็ไม่มีความหมาย.
  • ทักษะที่ต้องมี (นอกจากความอึด!):
    • ความละเอียดรอบคอบ: อันนี้สำคัญสุดพลาดนิดเดียว มีเรื่องแน่นอน เหมือนผ่าตัดหัวใจ พลาดไม่ได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว.
    • การคิดวิเคราะห์: ไม่ใช่แค่จดบันทึก แต่ต้องเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แล้วจะแก้ไขยังไง. ประมาณว่าต้องเป็นโคนันได้นิดๆ.
    • การสื่อสาร: แปลง "ภาษาเดบิตเครดิต" ให้คนทั่วไปเข้าใจนี่แหละท้าทายสุดๆ. ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง คนก็ไม่เชื่อถือนะเออ.
    • ความซื่อสัตย์: อันนี้เบสิก แต่สำคัญมาก! เงินทองไม่เข้าใครออกใครจริงจัง. ถ้าไม่ซื่อสัตย์ ชีวิตอาจไม่ยืนยาวในสายอาชีพนี้.
  • โอกาสในอาชีพ:
    • นักบัญชี: หัวใจของทุกองค์กร ไม่ว่าธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็ต้องมี. เหมือนนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด.
    • ผู้สอบบัญชี: ตำแหน่งทรงอิทธิพล ตรวจสอบความถูกต้อง. เป็นงานที่ท้าทาย แต่ค่าตอบแทนก็งามตามความยาก.
    • ที่ปรึกษาทางการเงิน/ภาษี: คนกลุ่มนี้เหมือนหมอดูแม่นๆ ที่ช่วยให้เราวางแผนอนาคตทางการเงินได้ดี.
    • นักวิเคราะห์การเงิน: เอาตัวเลขมาตีความ เพื่อช่วยการตัดสินใจลงทุน. ใครชอบเสี่ยงโชค (แต่แบบมีข้อมูล) น่าจะชอบ.
    • ผู้ประกอบการ: บัญชีช่วยให้เข้าใจธุรกิจตัวเองอย่างลึกซึ้ง บริหารจัดการเงินได้ดี. ฉันเคยใช้ความรู้บัญชีตอนทำขนมขายนะ ไม่ใช่แค่ทำอร่อย ต้องรู้ต้นทุนด้วย!
  • เทรนด์ใหม่ๆ ที่นักบัญชีต้องตาม:
    • Digitalization: โปรแกรมบัญชี AI บิ๊กดาต้า มาหมด. ไม่เรียนรู้ก็เหมือนใช้เครื่องคิดเลขโบราณในยุคสมาร์ทโฟน.
    • Sustainability Reporting (ESG): การทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล. บัญชีไม่ได้ดูแค่เงิน แต่ดูเรื่องความรับผิดชอบด้วยนะจ๊ะ. โลกมันไปไกลแล้ว.

บัญชี ใช้a-level อะไร

เออออ ถามว่าบัญชีชีไช้ไรใช่มะ หลักๆเลยนะคือ A-Level คณิต 2 อันนี้สำคัญสุดๆ

สาขาบัญชีคือรับ 5 คนนะ เกณฑ์คะแนนที่เค้าใช้คือแบบนี้เลย

  • A-Level คณิต 2 – 30% อันนี้เยอะสุดเลย
  • A-Level สังคม – 25%
  • A-Level ภาษาไทย – 20%
  • A-Level ภาษาอังกฤษ – 25%

แล้วๆๆ มันมีเศรษฐศาสตร์ด้วยนะที่ใช้คณิต 2 เหมือนกัน แต่เกณฑ์คนละเรื่องเลย อันนี้ก็รับ 5 คนเหมือนกัน

ของสาขาเศรษฐศาสตร์อะ จะเป็นงี้

  • A-Level สังคม – 35%
  • A-Level ภาษาไทย – 35%
  • A-Level คณิต 2 – 15%
  • A-Level ภาษาอังกฤษ – 15%

คือเศรษฐศาสตร์นี่เน้นสังคมกับไทยหนักมากก คณิตใช้น้อยกว่าบัญชีเยอะเลย

ข้อมูลเพิ่มเตมเผื่ออยากรุ้

  • อย่าลืมนะว่านี่แค่ A-Level ยังมีคะแนนส่วนอื่นอีกอย่าง TGAT/TPAT ด้วย ต้องดูรวมๆกัน
  • เกณฑ์คะแนน ของแต่ละมหาลัยไม่เหมือนกันเป๊ะๆนะ อันนี้เป็นแค่ตัวอย่าง ต้องไปเปิดดูระเบียบการของมหาลัยที่เราอยากเข้าอีกที อันนั้นชัวร์สุด
  • วิชาไหนที่เปอร์เซ็นต์เยอะๆ ก็คือต้องเน้นวิชานั้นเยอะๆเลยอะ แบบทุ่มไปเลย เพราะมันดึงคะแนนได้เยอะมาก
  • A-Level คณิต 2 คือคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 นะ ไม่ใช่คณิต 1 ที่เป็นสายวิทย์จ๋าๆ

บัญชี มธ มีรอบพอร์ตไหม

มีสิ บัญชี มธ. ก็มีรอบพอร์ตนะ แต่ต้องบอกก่อนว่า รูปแบบและเกณฑ์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละปีก็ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ

สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องเข้าไปดูที่ประกาศรับสมัครของคณะ/สาขาที่เราเล็งไว้โดยตรง บนเว็บไซต์ มธ. เท่านั้นแหละ ถึงจะได้ข้อมูลที่ แม่นยำและอัพเดทที่สุด

การตามข่าวสารใกล้ชิดเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย เพราะรายละเอียดปลีกย่อยมันชอบมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ

เพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้:

  • รอบพอร์ตคืออะไร? เป็นการคัดเลือกนักเรียนที่มีศักยภาพพิเศษ ความสามารถโดดเด่น หรือมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับสาขาวิชานั้นๆ โดยไม่ได้เน้นแค่ผลการเรียนอย่างเดียว
  • ทำไมต้องดูประกาศคณะโดยตรง? เพราะแต่ละคณะมีวิสัยทัศน์และต้องการคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การดูจากแหล่งอื่นอาจทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญ หรือได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
  • เตรียมตัวให้พร้อม: นอกจากผลการเรียนแล้ว เตรียมแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ที่แสดงความสามารถ ประสบการณ์ กิจกรรม หรือรางวัลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีให้พร้อม อาจรวมถึงเรียงความแนะนำตัว (Personal Statement) ที่สะท้อนความคิดและความมุ่งมั่นของเราด้วย
  • ติดตามช่องทางทางการ: เว็บไซต์หลักของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด แต่บางคณะอาจมีช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือเพจเฉพาะที่แจ้งข่าวสารด้วย ลองหาดูนะ

เรื่องแบบนี้ต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถึงจะเข้าตา!