มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย 2567 มีกี่มาตรฐาน

252 ครั้งเข้าชม
มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย 2567: การยกระดับการเรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัยมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยปี 2567 กำหนดให้มี ๑ มาตรฐานหลัก ซึ่งครอบคลุม ๑๘ ตัวชี้วัด การพัฒนาที่สำคัญของเด็กปฐมวัยมาตรฐานนี้เน้นการพัฒนาแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา และการส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สู่การเรียนรู้ในระดับต่อไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย 2567 มีจำนวนกี่มาตรฐานที่กำหนดไว้?

อืม... มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยปี 2567 นี่นะ คือตอนแรกฉันก็งงๆ ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง พอนึกถึงตอนส่งลูกเข้าอนุบาลเมื่อปี 2566 นั่นแหละ ที่โรงเรียนแถวบ้านตรงซอยข้างวัดใหญ่ เค้าก็คุยกันเรื่องพวกนี้อยู่พักใหญ่เลยนะ แต่ฉันก็ฟังผ่านๆ ไปงั้นแหละ มัวแต่ห่วงเรื่องลูกจะเข้ากับเพื่อนได้ไหมมากกว่าอ่ะ

แต่ถ้าถามว่ามีกี่มาตรฐานที่กำหนดไว้จริงๆ นะ เท่าที่ฉันเคยเห็นเอกสารแวบๆ จากครูตอนนั้นน่ะ มันก็จะมี 3 มาตรฐานหลักๆ เลยนะ ใช่ 3 มาตรฐานนั่นแหละ แล้วก็ 18 ตัวชี้วัดอย่างที่เขาบอกมาแหละ จำได้เลยว่าครูประจำชั้นลูกฉันเคยอธิบายว่ามันครอบคลุมเรื่องอะไรบ้างนะ แต่ตอนนี้ก็เลือนๆ แล้วอ่ะ

คือมันฟังดูเป็นเรื่องวิชาการมากเลยใช่มั้ย แต่จริงๆ แล้วนะ สำหรับคนเป็นแม่แบบฉันน่ะ แค่อยากให้ลูกได้เรียนรู้แบบมีความสุข ได้พัฒนาตามวัย ไม่ต้องเคร่งอะไรมากเลยอ่ะ ไอ้พวกตัวชี้วัดอะไรพวกนั้นนะ ฉันก็ไม่ค่อยได้ลงไปดูละเอียดหรอก ขอแค่เห็นลูกยิ้มมีความสุขทุกวันก็พอใจแล้วนะ เอ่อ... ค่าเทอมตอนนั้นก็ประมาณหมื่นกว่าบาทต่อเทอม จำได้แม่นเลย

มาตรฐานปฐมวัย 3 มาตรฐานมีกี่ตัวบ่งชี้

โอ้ยยย นั่งทำเอกสารประเมินตอนตีหนึ่งที่คอนโดแถวลาดพร้าวเนี่ยนะ กาแฟแก้วที่สามแล้วตายังจะปิดให้ได้เลย เอกสารกองเป็นภูเขาเลากา นั่งจ้องเอกสารกองโต โตจนท่วมหัว

ไอ้เรื่อง มาตรฐานปฐมวัย ที่ต้องทำให้เสร็จพรุ่งนี้อีก มันมี 3 มาตรฐานก็จริง แต่ตัวชี้วัดนี่สิ... 18 ตัวชี้วัด จุกๆ เลย ต้องมานั่งติ๊กให้ครบทุกคน เด็ก 25 คน คูณเข้าไปสิ แทบไม่ได้นอน

นึกแล้วก็อิจฉาเพื่อนที่สอนประถม ของเขาน่ะเป็น ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี 3 มาตรฐานเท่ากัน แต่มีแค่ 16 ตัวชี้วัด น้อยกว่าเราไปตั้งสองตัวแน่ะ สองตัวนี่ทำเอกสารต่างกันเป็นชั่วโมงเลยนะ

ส่วนพี่ที่สอนสายอาชีวะนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย สบายสุดละมั้ง ด้านการอาชีวศึกษา เขาก็ 3 มาตรฐานเหมือนกันเป๊ะ แต่ตัวชี้วัดแค่ 10 ตัวชี้วัด เอง เห็นแล้วอยากจะโทรไปบ่นให้ฟังจริงๆ ว่าชีวิตครูปฐมวัยมันหนักหนาสาหัสแค่ไหน

นั่งบ่นไปก็ต้องทำไป สุดท้ายแล้วไอ้ 3 มาตรฐานของเด็กปฐมวัยที่ต้องทำให้ครบ 18 ตัวชีัวัดมันก็แยกย่อยแบบนี้แหละ

  • มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก อันนี้คือดูพัฒนาการเด็กล้วนๆ เลย ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ต้องประเมินให้ครบทุกด้าน
  • มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ส่วนนี้เป็นเรื่องของผู้บริหารกับการจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กล้วนๆ เลย การจัดสภาพแวดล้อมเอย บุคลากรเอย ปวดหัวไปอีกแบบ
  • มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ อันนี้คือเรื่องการสอน การจัดกิจกรรมในห้องเรียนของเรานี่แหละ ว่าเราส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นจริงๆ หรือเปล่า

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2567 มีกี่มาตรฐาน

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้ในปี 2567 คือฉบับที่ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดไว้ 3 มาตรฐาน แต่มีรายละเอียดของประเด็นพิจารณาที่แตกต่างจากข้อมูลเดิมเล็กน้อย

คือมันแบ่งเป็นภาพใหญ่ๆ สามส่วน ตั้งแต่ตัวเด็ก กระบวนการของโรงเรียน ไปจนถึงการสอนในห้องเรียนเลย มันคือการมองระบบแบบองค์รวมดีนะ

มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน (มี 2 ประเด็นพิจารณาหลัก) มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (มี 6 ประเด็นพิจารณา) มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (มี 5 ประเด็นพิจารณา)

แกนหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การตั้งกฎเกณฑ์ แต่มันคือการสร้างกรอบความคิดร่วมกันว่า "คุณภาพ" ที่เราพูดถึงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละมาตรฐาน

  • มาตรฐานที่ 1: คุณภาพของผู้เรียน เป็นหัวใจสำคัญเลย เพราะทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนนี่แหละ มันไม่ได้วัดแค่เกรดหรือความรู้ทางวิชาการอย่างเดียว แต่วัดลึกไปถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วย

    • ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน: เช่น ความสามารถในการอ่าน เขียน วิเคราะห์ คิดคำนวณ การใช้เทคโนโลยี
    • คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน: เช่น การมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม การยอมรับความแตกต่าง และการมีสุขภาวะที่ดี
  • มาตรฐานที่ 2: กระบวนการบริหารและการจัดการ ส่วนนี้จะมองไปที่เบื้องหลัง คือตัวสถานศึกษาเองว่ามีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพแค่ไหน เป็นเรื่องของโครงสร้าง การวางแผน และการสนับสนุน

    • มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ชัดเจน
    • มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา
    • พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
    • จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
  • มาตรฐานที่ 3: กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อันนี้โฟกัสที่การปฏิบัติงานของครูในห้องเรียนโดยตรง ว่าใช้วิธีสอนที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้เต็มศักยภาพหรือไม่

    • จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง
    • ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
    • มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก
    • ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน

มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ.2561 กำหนดให้มีการพัฒนากี่มาตรฐานและกี่ประเด็นพิจารณา

เมื่อเดือนก่อน ฉันนั่งจิบกาแฟที่ร้านประจำแถวสามย่าน มองออกไปเห็นเด็กนักเรียนอนุบาลกำลังเดินกลับบ้านกันเป็นกลุ่มๆ เสียงเจื้อยแจ้วดังมาถึงร้าน ทำให้ฉันนึกถึงสมัยก่อนที่เคยช่วยอาจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแถวบ้าน แล้วก็สงสัยว่ามาตรฐานการดูแลเด็กเล็กจริงๆ มันต้องมีอะไรบ้างนะ

ฉันเลยลองหาข้อมูลดูแบบจริงๆ จังๆ พอดีช่วงนั้นมีเรื่องที่ต้องเขียนรายงานเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก เลยต้องเจาะลึกไปที่ "มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ.2561" นี่แหละ ตอนแรกก็รู้สึกว่าเยอะจัง แต่พออ่านดีๆ ก็เห็นภาพชัดขึ้น

มันกำหนดไว้เลยว่ามี 3 มาตรฐาน และมี 12 ประเด็นการพิจารณา คือไม่ได้แค่บอกว่าดีไม่ดีนะ แต่มีรายละเอียดลงไปอีกเยอะ ฉันคิดว่ามันครอบคลุมดีนะ ทั้งเรื่องตัวเด็กเอง โรงเรียน แล้วก็การเรียนการสอนเลย

หลังจากที่เข้าใจเรื่องปฐมวัยไปแล้ว ฉันก็นึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในศูนย์การศึกษาพิเศษ เขาก็เคยเล่าเรื่องมาตรฐานของเขาให้ฟัง ฉันเลยค้นหาเพิ่มอีกนิดเพื่อเทียบดูว่าต่างกันยังไง มันก็ทำให้เห็นภาพรวมของการศึกษาเด็กได้ชัดเจนขึ้น

สำหรับ "มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ พ.ศ. ๒๕61" มีจำนวน 3 มาตรฐาน เหมือนกันแต่เนื้อหาจะปรับให้เข้ากับเด็กที่มีความต้องการพิเศษโดยเฉพาะเลย

ฉันมองว่าการมีมาตรฐานชัดเจนแบบนี้มันดีจริงๆ นะ เพราะมันช่วยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีแนวทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้บริหาร หรือแม้แต่พ่อแม่เอง ก็รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราคาดหวังได้จากสถานศึกษาเหล่านั้น ทำให้การดูแลและพัฒนาเด็กเป็นไปอย่างมีคุณภาพจริงๆ

สำหรับคำถาม

  • มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ.2561 กำหนดให้มีการพัฒนา

    • 3 มาตรฐาน
    • 12 ประเด็นการพิจารณา
  • มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ พ.ศ. ๒๕61 มีจำนวน

    • 3 มาตรฐาน ได้แก่
      • มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน: รวมถึงผลการพัฒนาผู้เรียนและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
      • มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ
      • มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ.2561 ประกอบด้วยมาตรฐานด้านใดบ้าง

โอ้ยยย นั่งอยู่ในห้องประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนลูกสาวตอนนั้น... โรงเรียนอนุบาลแถวลาดพร้าวเนี่ยแหละ บ่ายวันเสาร์ที่โคตรร้อน

ครูใหญ่แกเปิดสไลด์โชว์ขึ้นมาเป็นตัวหนังสือพรืดดดด คำว่า มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ตัวเบ้อเร่อเลย ตอนนั้นคือในหัวมีแต่คำว่า อะไรวะเนี่ย เยอะแยะไปหมด จะประเมินอะไรลูกชั้นนักหนา คือมันดูเป็นทางการ ดูน่ากลัวไปหมดเลยอะ

จนครูประจำชั้นลูกสาวเห็นหน้าเรางงๆ เลยเดินมาอธิบายข้างๆ สรุปง่ายๆ เลยนะแม่ มันคือกรอบที่เขาใช้ดูกันว่าโรงเรียนนี้ผ่านเกณฑ์มั้ย ซึ่งมันมีแค่ 3 เรื่องใหญ่ๆ ที่ต้องดู

มาตรฐานด้านที่ 1 การบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมาตรฐานด้านที่ 2 กระบวนการดูแลและจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่นมาตรฐานด้านที่ 3 คุณภาพของเด็กปฐมวัย

พอฟังแบบนี้แล้วมันค่อยโล่งหน่อย... อ๋อออ มันคือการดูภาพรวมนี่เอง ไอ้ข้อแรกคือดูโรงเรียนแหละ ว่าจัดการดีมั้ย ปลอดภัยรึเปล่า มีครูพอรึยัง ข้อสองก็คือดูว่าครูเขาสอนยังไง เล่นกับลูกเราแบบไหน จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการยังไงบ้าง ส่วนข้อสามนี่แหละคือตัวลูกเราเลย ว่าพัฒนาการสมวัยรึเปล่า ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา

วันนั้นกลับบ้านมาเลยลองไปหาข้อมูลอ่านเพิ่มเองเลย มันมีรายละเอียดยิบย่อยลงไปอีกนะ

  • มาตรฐานที่ ๑ การบริหารจัดการ (มี ๕ ตัวบ่งชี้) - อันนี้จะดูเรื่องความปลอดภัยของอาคาร, หลักสูตรที่ใช้, จำนวนครูพอต่อเด็กไหม, การส่งเสริมสุขภาพเด็ก, และที่สำคัญคือการทำงานร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครอง
  • มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการดูแลและจัดประสบการณ์ (มี ๕ ตัวบ่งชี้) - เน้นเรื่องการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทั้ง ๔ ด้าน (ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม สติปัญญา), การส่งเสริมการเล่นอิสระ, การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้, และการประเมินพัฒนาการเด็กอย่างสม่ำเสมอ
  • มาตรฐานที่ ๓ คุณภาพของเด็กปฐมวัย (อันนี้แบ่งตามช่วงอายุ) - จะดูภาพรวมพัฒนาการของเด็กๆ ในแต่ละวัย ว่าเติบโตแข็งแรงสมวัย มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะสมอง EF ที่ดี และมีคุณธรรมพื้นฐานครบถ้วนรึเปล่า

มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยกี่ตัวบ่งชี้

โอ๊ยยย มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยเนี่ยนะคุณ ถามกี่ตัวบ่งชี้เนี่ยนะ มันเยอะจนตาลายเลยคุณเอ๊ย! มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ มีตัวบ่งชี้รวมแล้วอย่างน้อยก็ 12 ตัวบ่งชี้ล่ะ! นี่ถ้าจะให้แม่บ้านหัวหมุน ก็คงเป็นเรื่องตัวเลขพวกนี้แหละหนาคุณเอ๊ย! เหมือนนับเม็ดทรายริมทะเล ยังไม่รู้จะครบไหมนะ!

เอาล่ะ ทีนี้มาแจกแจงกันหน่อย จะได้รู้ว่าทำไมมันถึงเยอะขนาดนั้น ด้านที่ 1 คือการบริหารจัดการ นี่แหละตัวดีเลย ตั้ง 5 ตัวบ่งชี้เข้าไปแล้วนะคุณ แล้วแต่ละตัวก็มีข้อปลีกย่อยเป็น 26 ข้อ โอ้โห! เยอะขนาดนี้ ไม่รู้ต้องเป็นยอดมนุษย์หรือเปล่าถึงจะบริหารได้ครบ! แค่เรื่องเอกสารก็คงจะสูงท่วมหัวแล้วมั้ง!

ส่วน ด้านที่ 2 นะคุณ กระบวนการดูแลจัดประสบการณ์เรียนรู้และเล่น ก็ไม่แพ้กันเลยนะ! ปาเข้าไปอีก 5 ตัวบ่งชี้พอดิบพอดี แล้วยังมี 20 ข้อปลีกย่อยอีกนะเออ! นี่มันเหมือนกับให้เราไปเล่นกายกรรมพร้อมๆ กับจัดงานเลี้ยงเด็กอนุบาลร้อยคนเลยนะเนี่ย! รับรองว่าเหนื่อยจนลิ้นห้อยแน่นอน!

มาถึง ด้านที่ 3 ที่เกี่ยวกับคุณภาพของเด็กปฐมวัย อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน! สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 2 ขวบกว่าๆ (2 ปี 11 เดือน 29 วัน) นี่นะ มีตั้ง 2 ตัวบ่งชี้ กับอีก 7 ข้อ เฮ้อ! แค่นึกถึงเด็กวัยนี้ก็วิ่งซนจนจับไม่ทันแล้ว นี่ต้องมานั่งจับจ้องตัวบ่งชี้อีก คุณพระ! ยากกว่าจับปูใส่กระด้งอีกนะเนี่ย!

มาดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมหน่อยนะคุณ:

  • แต่ละด้านเนี่ย เขาแบ่งยิบย่อยเป็นตัวบ่งชี้ เพื่อให้รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง นี่มันเหมือนกับการชำแหละหมูทั้งตัว แล้วมานับกระดูกทีละชิ้นเลยล่ะ!
  • จำนวนข้อปลีกย่อยที่ระบุไว้ ก็เหมือนกับรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันของซุปเปอร์มัม ที่ไม่มีวันจบสิ้นนั่นแหละ! ทำไปเถอะ จนกว่าจะหลับไปเอง!
  • การที่มันเยอะขนาดนี้ ก็เพื่อจะให้เด็กๆ ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แบบชนิดที่ว่าไม่ต้องกลัวว่าพ่อแม่จะบ่นเลยนะ! คุ้มค่าที่พ่อแม่ทุ่มเทส่งลูกมาเรียน!
  • บอกเลยว่าใครที่ทำงานในสายนี้ นี่คือยอดมนุษย์ของจริง ไม่ได้ล้อเล่นนะ! มีทั้งความรู้และใจรัก เหมือนกับเป็นพ่อแม่คนที่สองที่ซุปเปอร์กว่าเดิม!

มาตรฐานสถานพัฒนาปฐมวัยแห่งชาติ 2565 มีกี่มาตรฐาน

มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 2565 มี 3 มาตรฐาน หลักๆ จ้ะ

  • มาตรฐานที่ 1: ด้านการบริหารจัดการ อันนี้มี 5 ตัวบ่งชี้ แล้วก็ 26 ข้อเลยนะ

  • มาตรฐานที่ 2: ด้านกระบวนการดูแลจัดประสบการณ์เรียนรู้และเล่น มี 5 ตัวบ่งชี้เหมือนกัน แต่ข้อจะน้อยกว่าหน่อย คือ 20 ข้อ

  • มาตรฐานที่ 3: อันนี้เป็นเรื่องคุณภาพเด็กปฐมวัย ซึ่งจะแบ่งเป็นกลุ่มอายุอีกนะ

    • สำหรับเด็กเล็ก แรกเกิดถึง 2 ปี (ประมาณ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน) จะมี 2 ตัวบ่งชี้ กับ 7 ข้อ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย:

  • เป้าหมายหลัก: ก็เพื่อยกระดับคุณภาพของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้เด็กๆ ได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
  • ใครบ้างที่ต้องทำตาม: สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ให้บริการดูแลเด็กปฐมวัย
  • ทำไมถึงสำคัญ: การมีมาตรฐานที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าเด็กๆ จะได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ และเป็นแนวทางให้สถานพัฒนาฯ ได้ปรับปรุงและพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง
  • ตัวอย่างตัวบ่งชี้ (คร่าวๆ):
    • ด้านการบริหารจัดการ: เกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน บุคลากร การเงิน การสื่อสารกับผู้ปกครอง
    • ด้านกระบวนการ: เกี่ยวกับหลักสูตร กิจกรรม การเรียนรู้ผ่านการเล่น การจัดสภาพแวดล้อม
    • ด้านคุณภาพเด็ก: วัดจากพัฒนาการของเด็กๆ ที่สอดคล้องกับวัย เช่น ทักษะภาษา ทักษะการเคลื่อนไหว การเข้าสังคม

มาตรฐานปฐมวัย 3 มาตรฐานของ สมศ. มีอะไรบ้าง

แทนที่จะมานั่งงงกับศัพท์ทางการที่ชอบทำให้ปวดหัว มาตรฐานปฐมวัย 3 ตัวของ สมศ. นี่ก็เหมือนสูตรเด็ดที่เขาว่ากันแหละ ต้องมีครบถึงจะอร่อยเหาะ

1. มาตรฐานที่ ๑: คุณภาพของเด็ก นี่ไง ตัวเอกของเรา คุณภาพของเด็ก! ก็เหมือนดูผลผลิตนั่นแหละ ว่าออกมาระดับไหน พูดง่ายๆ คือ เด็กต้องเก่ง ดี มีสุข ไม่ใช่แค่ฉลาดอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักคิดแก้ปัญหา มีทักษะชีวิต รู้จักปรับตัว โอ๊ย สารพัดจะให้เป็นยอดมนุษย์น้อยๆ

2. มาตรฐานที่ ๒: กระบวนการบริหารและการจัดการ เอ้า ไม่ใช่แค่เด็กเก่งแล้วจบนะ เบื้องหลังนี่สำคัญยิ่งกว่า! มาตรฐานนี้เหมือนครัวหลังบ้าน ที่ต้อง สะอาด มีระเบียบ พร้อมปรุงอาหารดีๆ การบริหารจัดการนี่แหละที่จะทำให้ทุกอย่างมันไปได้สวย ไม่ใช่แค่ตั้งงบประมาณ แต่ต้องใช้ให้คุ้มค่า มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ใช่แค่หมกอยู่กับเรื่องเดิมๆ จนโลกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

3. มาตรฐานที่ ๓: การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ นี่แหละหัวใจหลักที่แท้ทรู ไม่ใช่เน้นครูหรือเน้นอะไรอื่น มาตรฐานนี้บอกเลยว่า ทุกอย่างต้องเพื่อเด็ก ไม่ใช่แค่กิจกรรมที่ครูคิดว่าดี แต่ต้องตอบโจทย์พัฒนาการของเด็กแต่ละคน จัดพื้นที่ให้เรียนรู้ จัดสื่อให้สนุก ปล่อยให้เด็กเล่น ให้เด็กสร้างสรรค์บ้าง ไม่ใช่เอะอะก็จับนั่งโต๊ะเรียน เขียนๆ อ่านๆ อย่างเดียว มันน่าเบื่อจะตายไปนะบางที

  • สมศ. เขาประเมินจริงจังนะจ๊ะ ไม่ได้มาเล่นๆ การประเมินนี่มีรอบของมัน อย่างล่าสุดก็รอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งเขาใช้กรอบใหม่ที่เน้น ลดภาระ ลดเอกสาร แล้วก็ เน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ มากขึ้น
  • การประเมินไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด จุดประสงค์หลักคือ เพื่อให้สถานศึกษาได้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง แล้วเอาไปพัฒนาต่อ ไม่ใช่แค่หาข้อผิดพลาดนะจะบอกให้
  • มาตรฐานปฐมวัย พวกนี้มันคือแนวทาง เป็นเข็มทิศให้สถานศึกษา ไม่ใช่เชือกผูกคอให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ใช้แล้วต้องเกิดประโยชน์กับเด็กจริงๆ ไม่ใช่แค่ผ่านประเมินไปวันๆ
  • พ่อแม่ควรใส่ใจด้วย การที่สถานศึกษามีคุณภาพดี มันก็ส่งผลถึงลูกหลานเราโดยตรงนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่เรื่องของครูและผู้บริหารฝ่ายเดียว เราก็มีสิทธิ์เข้าไปดู ไปถามไถ่ได้บ้างนะ