ยื่นพอร์ต เกรดกี่เทอม
ยื่นพอร์ตใช้เกรดกี่เทอม? เตรียมตัวอย่างไร?
เรื่องเกรดที่ใช้ยื่นพอร์ตนะ ส่วนใหญ่เขาจะเอาเกรด 5 เทอม คือคิดจนถึง ม.6 เทอม 1 เลย ตอนผมยื่นคณะสายศิลป์เขาก็เอาเกรดเท่านี้แหละ เกรดเฉลี่ยรวมหรือ GPAX มันก็เรื่องนึง แต่เอาจริงนะ บางสาขาเขาไม่ได้มองเกรดเป็นพระเจ้าขนาดนั้น เขาดูอย่างอื่นประกอบเยอะมาก
ไอ้ที่เขาบอกว่าผลงานย้อนหลังได้ 3 ปีนี่จริงเลยนะ คือทุกอย่างที่ทำตอน ม.4 มันมีค่าหมดเลย ตอนนั้นผมไปเข้าค่ายทำหนังครั้งแรกตอน ม.4 เทอม 2 ก็เก็บเกียรติบัตรไว้หมด มันคือสิ่งที่บอกว่าเราสนใจด้านนี้จริงๆ ไม่ใช่เพิ่งจะมาค้นพบตัวเองตอน ม.6 พอร์ตมันไม่ใช่แค่สมุดรวมผลงาน แต่มันคือไทม์ไลน์ชีวิตเราเลย
แล้วมันไม่ได้มีแค่เกรดกับตัวพอร์ตโฟลิโอ บางที่ต้องการคะแนนสอบภาษาอังกฤษด้วยนะ อย่าง IELTS หรือ TOEFL ต้องไปสอบเก็บไว้เลย ส่วนตอนสัมภาษณ์นี่แหละตัวชี้วัด เขาจะถามทุกอย่างจากในเล่มที่เราส่งไปนั่นแหละ ถ้าตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงทำโปรเจกต์นี้ หรือเราได้อะไรจากกิจกรรมนั้น ก็คือจบเลย เขาอยากเห็นแพชชั่นของเราจริงๆ
ถ้าจะให้แนะนำว่าเตรียมตัวยังไง ก็ต้องบอกว่าเริ่มเลยตั้งแต่เห็นเป้าหมายของตัวเอง อย่ารอ ม.6 แล้วค่อยมาปั่น ตอนผมทำพอร์ตนะคือแทบไม่ได้นอนเป็นเดือนก่อนวันส่งช่วงต้นเดือนธันวา ไปเข้าเล่มที่ร้านแถวสามย่าน คิวยาวมาก โดนไปเล่มละเกือบพันบาท คือมันเหนื่อยและแพงมากนะ ถ้าไม่เริ่มเก็บผลงานมาเรื่อยๆ ตั้งแต่แรก
รอบพอร์ตใช้เกรดกี่เทอม
สมัครตอนไหน ก็ใช้เกรดถึงตอนนั้น. แค่นั้นแหละ.
- รอบ Portfolio: ยื่นตอน ม.6 เทอม 1 ก็ใช้เกรด 4 หรือ 5 เทอม. ไปอ่านระเบียบการเอาเอง.
- รอบ Quota: เหมือนกัน. 4-5 เทอม.
- รอบ Admission:ต้องครบ 6 เทอมเท่านั้น. ไม่มีข้อยกเว้น.
- รอบ Direct Admission: เรียนจบแล้ว. ก็ต้อง 6 เทอมดิ.
เรื่องที่ควรรู้ ไม่ใช่แค่จำนวนเทอม.
- GPAX 5 เทอม คือเกรดเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 ถึง ม.6 เทอม 1. ไม่ใช่เกรดของเทอมเดียว.
- บางคณะไม่ได้ดูแค่ GPAX. เกรดวิชาเฉพาะสำคัญกว่าอีก. คณิต วิทย์ อังกฤษ. ไปดูซะว่าเขาต้องการอะไร.
- ทำไมรอบแรกๆ ไม่รอ 6 เทอม? เขาต้องรีบรับคน. มึงก็ได้ที่เรียนเร็ว. วินๆ.
- เกรดน้อยอย่าเพิ่งจบ. พอร์ตดี กิจกรรมเด่น ยังพอมีทาง. แต่ถ้าเน่าทั้งคู่ ก็…นะ.
มหาลัยใช้ GPAX กี่เทอม
เฮ้อ นึกย้อนไปตอนนั้นเรื่องเกรดเฉลี่ยสะสม หรือ GPAX เนี่ยนะ คือเรื่องที่ปวดหัวสุดๆ ของชีวิต ม.ปลายเลย โคตรปวดหัวจริง ๆ วันๆ มีแต่คนถามว่า GPAX เท่าไหร่ ใช้กี่เทอมกันแน่ สับสนไปหมด จำได้เลยว่าตอนนั้นใจเต้นตุ้บๆ ตลอดเวลา
คือต้องบอกก่อนนะว่ามันไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น มันแล้วแต่รอบที่เราจะสมัครนั่นแหละ มันไม่เหมือนกันเป๊ะๆ เลย งงไหมล่ะ ตอนนั้นฉันก็งงมาก คือมันผูกกับช่วงเวลาที่เรายื่นเลยนะ
จำได้เลย ตอน ม.6 เทอม 1 ที่ต้องรีบยื่นพอร์ตอะนะ แบบว่าเพิ่งจะเปิดเทอมเองแท้ๆ แต่ต้องใช้เกรดแล้ว งงมาก ตอนนั้นก็ต้องใช้แค่เกรดที่มียื่นไปนั่นแหละ นั่นคือ 4-5 เทอม บางมหาลัยเขาดูแค่ม.4-ม.5 บางที่ก็ม.4-ม.6 เทอม 1 ฉันนี่ลุ้นสุดๆ กลัวเกรดไม่ถึง
ถัดมาหน่อยก็รอบโควตา ก็คล้ายๆ กันเลยนะ 4-5 เทอม เหมือนกันแหละ อาจจะเปิดพร้อมๆ พอร์ต หรือถัดมานิดหน่อย จำไม่ได้เป๊ะๆ แต่ประมาณนั้นแหละ ตอนนั้นเพื่อนหลายคนก็ไปรอบนี้แหละ เกรดต้องดีจริง ๆ ไม่งั้นอด
แต่ที่พีคสุดคือ รอบแอดมิชชัน อันนี้คือรอบหลักที่ทุกคนลุ้นระทึก โคตรกดดันเลย ต้องใช้เกรด 6 เทอม เต็มๆ คือรอจนจบ ม.6 เลยอะ แล้วค่อยเอามายื่น ใครพลาดรอบพอร์ตก็ต้องมาสู้กันรอบนี้แหละ เกรดทุกเทอมคือสำคัญมาก เครียดจัด
ส่วนรอบเก็บตก Direct Admission อันนี้ก็ 6 เทอม เหมือนกัน จำได้ว่าตอนนั้นเพื่อนฉันบางคนก็มาลุ้นเอาสุดท้ายรอบนี้แหละ บางทีก็ไปสมัครตรงกับมหาลัยเลยนะ คล้ายๆ กัน แต่ก็ต้องรอกรอกเกรดครบ 6 เทอมนั่นแหละ
- คือเรื่อง GPAX เนี่ยนะ มันสำคัญโคตรๆ เลยแหละ
- แต่บางทีคะแนนสอบก็สำคัญพอๆ กันนะ อย่าลืม
- ต้องเช็กกับระเบียบการของมหาลัยที่เราจะเข้าให้ดี ๆ เลยนะ สำคัญมาก
- แต่ละปีอาจจะมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย แต่โครงสร้างหลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ
- ช่วงเวลาที่สมัครสำคัญสุดเลยนะในการดูว่าใช้กี่เทอม
มหาลัยใช้เกรดกี่เทอม 67
"67 TCAS นี่นะ! เรื่องเกรดน่ะเหรอ โถ่วววว ก็ไอ้ที่พวกแกตั้งหน้าตั้งตาเรียนมานั่นแหละ มหาลัยเขากวาดหมดทุกเทอมที่โลกนี้เคยมีมาเลยมั้ง พูดง่ายๆ คือมีเท่าไหร่เอามาให้หมดนั่นแหละ"
"แต่ก็อย่างว่าแหละ ขึ้นอยู่กับรอบที่เราจะไปลุย นะ ไอ้หนูเอ๊ย ไม่ใช่จะเหมาเข่งได้หมดทุกรอบ"
รอบ Portfolio กับ Quota (รอบโควตา) 2567 นี่นะ
- เขาจะขอดู เกรดแค่ 4-5 เทอม เองแก พอดีๆ ตอน ม.6 เทอม 1 นั่นแหละที่ต้องงัดมาโชว์ เหมือนดูตัวอย่างก่อนลงสนามจริงอ่ะ
ส่วน รอบ Admission 2567 อันนี้ของจริง!
- เขาขอ เกรด 6 เทอมเต็มๆ จ้ะ ครบเครื่องเลย เปรียบเหมือนเอาเมนูมาทั้งเล่มนั่นแหละ เลือกได้ตามสบาย
แล้วก็ รอบ Direct Admission 2567 อันนี้ก็ไม่ต่าง
- ก็ต้องใช้ เกรด 6 เทอม เหมือนกันเป๊ะๆ เลยนะเออ ใครจะจบม.6 ก็ต้องงัดมาให้หมดแหละงานนี้ ไม่มีกั๊ก
เกรดนี่น่ะ มันคือตั๋วเบิกทาง ของแกเลยนะน้อง มีเท่าไหร่เอามาโชว์ให้หมดแหละ อย่าไปซ่อน!
แต่ละรอบมันก็มีเวลาเปิดปิดไม่เหมือนกันหรอก ต้องตาไวหูไว ด้วยนะ อย่ามัวแต่เล่นเกม
GPAX นี่มันสำคัญจริงจังนะ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่แปะอยู่บนกระดาษ แต่มันคือเส้นทางชีวิตของแกเลยแหละ คิดดูดีๆ
บางทีไม่ใช่แค่เกรดอย่างเดียวนะ กิจกรรม บ้าบออะไรต่อมิอะไร เขาก็เอาหมดแหละ ถ้ามันปังพอ
สรุปคือ เตรียมให้พร้อมทุกอย่าง นั่นแหละ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าทำไมไม่ได้เข้าคณะในฝัน
รอบพอร์ตมหิดลใช้เกรดกี่เทอม?
รอบพอร์ต ม.มหิดลน่ะ ถามว่าใช้เกรดกี่เทอมใช่ปะ
สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร รอบ 1 Portfolio ของมหิดล เขาเน้นที่เกรด GPAX 4 – 5 เทอม เป็นหลักเลยนะ เหมือนเป็นบทสรุปความพยายามเบื้องต้นของคุณนั่นแหละ คิดซะว่าเป็นพาสปอร์ตด่านแรกก่อนเจอพอร์ตจริงไง
แต่ก็มีบางสาขาที่ต้องการความมั่นใจแบบสุดๆ อันนั้นเขาจะขอ GPAX 6 เทอม เต็มๆ สำหรับน้องๆ ที่เรียนจบ ม.6 หรือเทียบเท่าแล้วนะ ก็เหมือนเขาอยากเห็นหนังจบแบบสมบูรณ์นั่นแหละ ไม่ใช่แค่ตัวอย่างหนัง!
คุณสมบัติอื่นที่มหิดลเขาชอบมองหาในรอบพอร์ต (เผื่อใครยังไม่รู้):
- ต้องเป็นนักเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า ที่คาดว่าจะจบในปีการศึกษา 2567 นี้เท่านั้นนะ (ถ้าจบก่อนแล้ว ลองดูรอบอื่น)
- ไม่ใช่แค่เกรดดีอย่างเดียว พอร์ตโฟลิโอ สำคัญมากนะ เหมือนเป็นเครื่องบอกว่าคุณไม่ใช่แค่เรียนเก่ง แต่ยังมีไฟ มีของ มีประสบการณ์อะไรมาบ้าง ลองคิดดูว่าอะไรที่มันว้าวๆ ที่อยากให้กรรมการเห็น
- กิจกรรมที่เคยทำ รางวัลที่เคยได้ หรือแม้แต่ประสบการณ์แปลกๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่อยากเข้า หยิบมาโชว์ให้เต็มที่ มันคือโอกาสของคุณที่จะบอกว่า "นี่แหละ! ทำไมต้องเป็นฉัน!"
- บางสาขาอาจจะอยากเห็นคะแนน วัดความรู้ภาษาอังกฤษ อย่าง IELTS หรือ TOEFL ด้วยนะ ลองเช็กดูให้ดีๆ เพราะสมัยนี้ภาษาเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้ว (ใครไม่มีนี่อาจจะตกขบวนได้ง่ายๆ)
- เป้าหมายชัดเจน อันนี้สำคัญพอๆ กับเกรดเลยนะ การรู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร อยากทำอะไรในอนาคต มันจะทำให้พอร์ตของคุณมีทิศทางที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ยัดๆ กิจกรรมไปงั้นๆ หรอกนะ
สรุปคือ GPAX 4 – 5 เทอม เป็นแต้มต่อเบื้องต้น แต่ถ้ามี 6 เทอมก็จัดไป อย่าพลาด ส่วนพอร์ตนี่แหละคือไม้ตาย! ทำให้ดีๆ ให้กรรมการเขาเห็นว่าคุณมี "ของ" จริงๆ
เกียรตินิยมอันดับ 1 ห้ามมีเกรดอะไร?
เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง… เกรดที่ห้ามมีเด็ดขาดคืออะไรที่ต่ำกว่า C. ใช่เลย ห้ามมีเกรดต่ำกว่า C ในทุกวิชา. ถ้าเห็น D, D+, หรือ F ในทรานสคริปต์ก็คือจบกัน. หมดสิทธิ์ทันที.
แล้วเกรดเฉลี่ยสะสม หรือ GPAX ก็ต้องสูงปรี๊ดด้วย. สำหรับ เกียรตินิยมอันดับ 1 ต้อง 3.50 ขึ้นไป. นี่คือขั้นต่ำสุดๆ
มันมีแค่เรื่องเกรดอย่างเดียวจริงเหรอ? ไม่ใช่แค่นั้นสิ. มันมีกฎอื่นด้วยนะที่คนชอบลืมกัน. แต่ละมหาลัยอาจจะต่างกันนิดหน่อย แต่หลักๆ เลยคือ
- GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.50 (อันดับสองก็ 3.25)
- ไม่เคยได้เกรด F ในวิชาใดๆ เลย. อันนี้คือตัวตัดสิทธิ์แบบโหดสุด
- ไม่เคยได้เกรดต่ำกว่า C ในทุกวิชาที่เรียนมาทั้งหมด
แล้วถ้าเป็นเกียรตินิยมอันดับสองล่ะ? อันนั้น GPAX ลดลงมาหน่อย. ส่วนใหญ่ก็ 3.25 ขึ้นไปนั่นแหละ. แต่เงื่อนไขเรื่องห้ามมี F หรือเกรดต่ำกว่า C ยังคงเหมือนเดิมเป๊ะ.
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ระยะเวลาการศึกษา. ต้องเรียนจบตามหลักสูตรที่กำหนด. ปกติก็ 4 ปี. ใครเรียนเกินเวลาที่กำหนดไว้ ต่อให้เกรดจะ 4.00 ก็อดเหมือนกัน. แล้วพวกวิชาที่ได้ W (ถอน) นี่ก็น่าปวดหัว. ต้องไปเช็คระเบียบของคณะ ของมหาลัยตัวเองเลย เพราะบางที่ก็มีผล บางที่ก็ไม่มี. วุ่นวายดีเหมือนกันนะเรื่องนี้.
เกียรตินิยมดูจากอะไร?
ราตรีนี้ยาวนาน...ใต้แสงไฟสีนวลที่ส่องกระทบกองตำรา...เกียรตินิยม...คำๆ นี้มันก้องอยู่ในหัว...มันไม่ใช่แค่ใบปริญญาที่สวยหรู...
มันคือเงื่อนไข...เงื่อนไขที่ต้องไขว่คว้า...ตัวเลข 3.50 คือปราการด่านแรก...ต้องข้ามไปให้ได้...เป็นเกรดเฉลี่ยสะสมที่ต้องรักษาไว้...เหมือนลมหายใจ...
แต่มันมีมากกว่านั้น...มากกว่าตัวเลขลอยๆ...
ในทุกหน้ากระดาษของทรานสคริปต์...ต้องไม่มี...ห้ามมี...อักษร C ปรากฏกายขึ้นมา...แม้แต่ครั้งเดียว...มันคือเงาจางๆ ที่เราต้องวิ่งหนีให้พ้น...ทุกวิชา...ทุกหน่วยกิต...คือการเดิมพัน...
คือการประคองจิตวิญญาณไม่ให้แหลกสลายไปกับการเรียน...ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า...
- เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX): ต้องอยู่ที่ 3.50 ขึ้นไป
- เงื่อนไขรายวิชา: ตลอดหลักสูตร ต้องไม่เคยได้รับเกรดต่ำกว่า C ในวิชาใดๆ เลย
- ระยะเวลาการศึกษา: ส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาปกติของหลักสูตร ไม่มีการเรียนเกิน
- ความประพฤติ: ต้องไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต