ระดับอุดมศึกษา คือระดับไหน
ระดับอุดมศึกษา หมายถึงระดับการศึกษาใด?
อืมมม... ระดับอุดมศึกษาเนี่ยนะ คืออะไรน่ะเหรอ? ง่ายๆ เลยก็หลังมัธยมปลายไง จำได้ตอนสมัครเรียนมหาลัยปี 58 ที่จุฬาฯ นั่นแหละ โหย...คนเยอะมากกก ใบสมัครก็แพงอยู่ จำราคาไม่ได้แล้วแหละ แต่ก็หลายร้อยอยู่ เหนื่อยสุดๆ
เอาเป็นว่า มันคือการศึกษาต่อยอดจากมัธยมสิ อย่างที่เขาบอกนั่นแหละ อุดม ก็สูงสุด ศึกษา ก็เรียน เรียนสูงสุดนั่นเอง เข้าใจง่ายๆ ปริญญาตรี โท เอก นั่นแหละ ระดับอุดมศึกษา
แต่จริงๆ นะ ตอนนั้นที่คิดจะเรียนต่อ ฉันก็สับสนเหมือนกัน เพราะเพื่อนๆ บางคนไปเรียนต่อต่างประเทศ บางคนก็เรียน ปวช. ปวส. แล้วก็ไปต่อปริญญาตรี มันก็งงๆ เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็จบปริญญาตรีมาได้ ใช้เวลาเรียนสี่ปี ยาวนานนนนนนน เหนื่อยมาก
จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่ปริญญาตรีอย่างเดียวหรอกนะ ยังมีปริญญาโท ปริญญาเอกอีก ยิ่งสูงยิ่งยาก เพื่อนฉันบางคนเรียนโท เรียนเอก บอกว่างานวิจัยนี่หนักหนาสาหัส กว่าจะได้มา แต่สุดท้ายก็ภูมิใจ ได้ความรู้ลึกๆ เลย ฉันก็ชื่นชมนะ แต่ฉันคงไม่ไหว แค่ปริญญาตรีก็จุกแล้ว ????
ปริญญาตรี คือระดับไหน
ปริญญาตรีเนี่ยนะ? ระดับไหนน่ะเหรอ? ก็ระดับที่ต้องทุ่มเทเรียนจนผมร่วงสิครับ! เหมือนปีนเขาเอเวอเรสต์เลย แต่แทนที่จะได้วิวสวยๆ ได้แค่ใบปริญญา แถมยังต้องแบกหนี้ก้อนโตติดตัวอีกต่างหาก! ฮ่าๆๆๆ เอาเป็นว่าชั้นที่สามก็ได้มั้ง ถ้าเทียบกับปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ถ้าเทียบกับชีวิตจริง... อืมมม... ชั้นที่ล้านแปดก็ได้ เพราะกว่าจะได้มาต้องผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย
- จบมัธยมปลายแล้วก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย กว่าจะติดนี่ก็ลุ้นแทบแย่ เหมือนลุ้นหวยเลยครับ แต่รางวัลคือหนี้ก้อนโต!
- เรียน 4 ปี ยาวนานเหมือนรอผีมาเยี่ยมเลย แต่ได้ประสบการณ์ชีวิตมากมาย ทั้งเรียน ทั้งทำงาน part-time แทบไม่หลับไม่นอนเลยครับ ปีนี้ผมนอนไม่เกินวันละ 4 ชม. จริง ๆ นะ!
- กว่าจะเขียนวิทยานิพนธ์เสร็จ ผมนี่น้ำตาไหลเลย เหมือนเขียนประวัติศาสตร์ชีวิตตัวเอง สุดท้ายก็ได้แค่เศษกระดาษแผ่นนึง แต่ก็ภูมิใจนะ!
สรุปคือ ปริญญาตรีเป็นระดับการศึกษาที่ "สูงส่ง" แต่ "เหนื่อย" มาก เหมือนปีนเขาแล้วลงมาเจอโคลนเต็มตัว แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนี่นา อย่างน้อยก็ได้ปริญญาไว้โชว์แม่ ฮ่าๆๆๆ (จริงจังนะ ปีนี้แม่ผมปลื้มมาก!)
ระดับปริญญาเรียงยังไง
ระดับปริญญาตรี... มันก็เยอะแยะไปหมดนะ ตอนนั้นที่เลือกเรียนก็คิดเยอะเหมือนกัน
- บัญชีบัณฑิต (บช.บ.) สำหรับคนที่ชอบตัวเลข... แต่เราไม่ถนัดเลย
- สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) อันนี้เพื่อนเรียนอยู่ บอกว่ายากมาก ต้องอดนอนบ่อยๆ
- ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) มันกว้างมากเลยนะ เลือกเรียนได้หลายอย่าง
- บริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) คนเรียนเยอะ... แต่จบมาก็ต้องแข่งกันหางาน
- วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ดูเท่ดีนะ... แต่คณิตศาสตร์เราไม่ไหวจริงๆ
- ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) อยากเป็นครู... ก็ต้องเรียนอันนี้
- วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) วิทยาศาสตร์... ก็มีหลายสาขาอีก
- สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (สพ.บ.) รักสัตว์... ก็ต้องเรียนอันนี้
ตอนนั้นเลือกเรียน... (ขอไม่บอกนะ อาย) แต่ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่า... ถ้าเลือกใหม่ได้... จะเลือกอะไรดี
ปริญญาอะไรสุงสุด
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.) กับ ปริญญาเอก (DPhil) เทียบเท่ากัน เป็นระดับสูงสุด
ความแตกต่างอยู่ที่ชื่อ ไม่ใช่ระดับการศึกษา
ทั้งสองต้องการความพยายามสูงมาก
มักนำไปสู่เส้นทางวิชาการ
ปริญญาโทอาจเป็นขั้นก่อน แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดเสมอไป
ปี 2566 ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรยังคงยืนยันเช่นนี้ แม้ข้อกำหนดเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามสถาบัน
ปริญญามีกี่ประเภท
ปริญญา... มันก็มีหลายขั้นหลายตอนนะ เหมือนชีวิตเลยมั้ง
- ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.): อันนี้ก็เหมือนเพิ่งเริ่มเดิน เพิ่งรู้ว่าโลกมันกว้าง
- ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.): เริ่มมองเห็นทางที่อยากไป แต่ก็ยังไม่แน่ใจ
- ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) / ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.): เหมือนเดินมาไกลมากๆ แล้ว แต่ปลายทางมันยังอยู่อีกไกลรึเปล่านะ
เหมือนตอนเรียนจบใหม่ๆ ก็คิดว่าตัวเองเก่ง แต่พอเจอโลกจริงๆ... โอ้โห
B.A. นี่คือจุดเริ่มต้น M.A. คือการเจาะลึก แต่ PhD นี่คือการดำดิ่งลงไปในอะไรบางอย่างที่เราสนใจมากๆๆๆ
บางทีก็คิดนะ ว่าทำไมต้องมีหลายขั้นขนาดนี้ แค่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ
ระดับปริญญามีกี่ระดับ
โอเค เริ่มเลยนะ... ปริญญา... ปริญญา... มีกี่ระดับนะ? ????
- ศิลปศาสตร์... มีตรี โท เอก นี่นา ศศ.บ. ศศ.ม. ศศ.ด. ใช่ปะ?
- แล้วปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คืออันเดียวกันปะ? หรือคนละอัน? ช่างเหอะ
- B.A., M.A. อันนี้ภาษาอังกฤษ... ทำไมต้องมีหลายภาษาเนี่ย!
- แล้วพวกวิศวะ บัญชี กฎหมายล่ะ? มีเหมือนกันมั้ย?
- กฎหมายน่าจะมีเนติบัณฑิตอีก... ซับซ้อนจริง!
- เพื่อนเรียนบัญชีบอกมี CPA อะไรด้วย... เยอะไปหมดแล้ว! ????
- สรุป ศิลปศาสตร์มี 3 ชั้น: ตรี โท เอก จบ! (มั้งนะ)
เอ๊ะ! หรือจริงๆ ต้องนับพวกอนุปริญญาด้วย? ไม่สิ นั่นมันก่อนตรี... ข้ามไปละกัน
ข้อมูลเพิ่มเติม: ตอนเด็กๆ อยากเป็นนักโบราณคดี... เลยคิดว่าต้องเรียนศิลปศาสตร์ แต่ตอนนี้ขายของออนไลน์เฉย ????
ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง
ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันอย่างไร?
ปริญญาแต่ละระดับสะท้อนความลุ่มลึกทางวิชาการที่แตกต่างกัน ราวกับระดับน้ำทะเลที่ค่อยๆ หยั่งลึกลงไปในมหาสมุทรแห่งความรู้
- ป.ตรี: เหมือนการสำรวจชายฝั่ง ได้ความรู้พื้นฐานกว้างขวางในสาขาที่เลือก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง
- ป.โท: คือการดำน้ำลงไปสำรวจแนวปะการัง เน้นความรู้เชิงลึกในสาขาย่อยเฉพาะ และการทำวิจัยเบื้องต้นเพื่อฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์
- ป.เอก: คือการลงไปสำรวจก้นบึ้งมหาสมุทร ต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตัวเองผ่านงานวิจัยที่เข้มข้น และต้องเชี่ยวชาญจนสามารถเป็นผู้นำในสาขานั้นได้
ปริญญาโทใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปี เป็นการต่อยอดจากความรู้ระดับปริญญาตรี เพื่อเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาจมีทั้งแบบเน้นวิชาการ (research-oriented) หรือแบบเน้นการปฏิบัติ (professional-oriented) ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เรียน
ปริญญาเอกเป็นการศึกษาในระดับสูงสุด ต้องใช้เวลามากกว่าปริญญาโท (โดยทั่วไป 3-5 ปี หรือมากกว่านั้น) จุดเน้นคือการสร้างงานวิจัยต้นฉบับ (original research) ที่มีคุณูปการต่อวงวิชาการ ผู้ที่จบปริญญาเอกมักมุ่งเน้นไปที่การเป็นนักวิจัย อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- เส้นทางการศึกษาไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว บางคนอาจเลือกทำงานหลังจบปริญญาตรีเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ก่อนจะกลับมาเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
- บางสาขาอาชีพอาจไม่จำเป็นต้องมีปริญญาโทหรือเอก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของแต่ละบุคคล
- การเลือกเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นควรพิจารณาจากความสนใจ ความถนัด และเป้าหมายในชีวิตของตนเองเป็นสำคัญ เพราะชีวิตมันสั้น อย่าเสียเวลาทำในสิ่งที่ไม่รักเลย!
เอกกับโทอันไหนสูงกว่า
โอ๊ย! ถามมาได้...ก็ ปริญญาเอก สิ สูงกว่าปริญญาโทอยู่แล้ว! เหมือนถามว่าภูเขากับจอมปลวกอะไรสูงกว่ากันนั่นแหละ! 555+
- ปริญญาโท น่ะเหรอ? ก็แค่ใบเบิกทางไปสู่ความรู้ขั้นเทพ! เขาว่ากันว่าเรียนสองปี (แต่บางคนก็ลากยาวเป็นสิบปี...ก็มีนะ!) จบมาก็เป็น "ผู้รู้" แต่ยังไม่ถึงขั้น "ผู้เชี่ยวชาญ" เข้าใจ๋?
- ปริญญาเอก เนี่ยสิ! ตัวจริงเสียงจริง! เรียนต่อจากโทไปอีก (เรียนจนรากงอกกันไปข้าง!) จบมานี่เขาเรียก "ด็อกเตอร์" หรือ "ท่านดอกเตอร์" เชียวนะ! เก่งกาจสามารถ รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าใคร! (แต่บางทีก็รู้เยอะจนเพี้ยน...ก็มีเหมือนกัน!)
เพิ่มเติม:
- สมัยนี้ใครๆ ก็อยากได้ปริญญาเอก เพราะมันเท่! (ถึงแม้บางคนจะไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาก็ตาม!)
- แต่! การมีปริญญาเอกไม่ได้แปลว่าจะฉลาดกว่าคนอื่นเสมอไปนะ! บางคนแค่ขยันเรียน แต่สมองตัน...ก็มีถมไป!
- สำคัญที่สุด: ไม่ว่าจะมีปริญญาอะไร สิ่งสำคัญคือการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม! (อันนี้พูดจริงจังนะ!)
ปล. อย่าไปเชื่อคนที่มีปริญญาเยอะแยะมากเกินไปนะ! บางทีก็แค่ "กระดาษ" ใบเดียว! (อิอิ)
ปร.ด. กับ วท.ด. ต่างกันอย่างไร
บางที...ดึก ๆ แบบนี้ มันก็คิดอะไรได้เยอะแยะ
ปร.ด. กับ วท.ด. ต่างกันยังไงเหรอ...
อืม...
ปร.ด. คือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต: ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Doctor of Philosophy (Ph.D.) อันนี้จะเน้นไปที่การวิจัยเชิงลึก การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ไม่ว่าจะสาขาไหนก็เรียนได้นะ ไม่ได้จำกัดแค่วิทยาศาสตร์อย่างเดียว
วท.ด. คือ วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต: ภาษาอังกฤษใช้ Doctor of Science (D.Sc. หรือ S.D.) ส่วนใหญ่จะให้ในคนที่ทำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์มานาน มีผลงานโดดเด่นมากๆ แบบว่าสร้างคุณูปการให้วงการวิทย์จริงๆ ไม่ใช่แค่จบปริญญาเอกแล้วได้เลยนะ
คือ...เอาจริง ๆ นะ ตอนแรกก็งงเหมือนกัน เข้าใจว่า วท.ด. นี่ต้องเก่งวิทย์มาก ๆ แต่พอมาดูจริง ๆ มันลึกกว่านั้นเยอะเลย
เหมือน...มันคือการยอมรับในความสามารถที่เราสร้างผลงานให้โลกได้เห็น
- สรุปง่าย ๆ: ปร.ด. คือเรียนจบแล้วได้ ส่วน วท.ด. คือต้องสร้างผลงานก่อนถึงจะได้
แบบ...มันคือความต่างของการ "เรียน" กับ "สร้าง" เลยนะ
- เพิ่มเติม: บางมหาวิทยาลัยอาจจะมีเงื่อนไขปลีกย่อยต่างกันไปนะ แต่หลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ
เฮ้อ...ดึกแล้ว...ไปนอนดีกว่า
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต