ระบบการศึกษา3รูปแบบมีอะไรบ้าง

97 ครั้งเข้าชม
ระบบการศึกษา 3 รูปแบบตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้เปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนี้ การศึกษาในระบบ: เป็นการเรียนในสถานศึกษาทั่วไป มีการกำหนดหลักสูตร จุดมุ่งหมาย และระยะเวลาที่ชัดเจน การศึกษานอกระบบ: มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ การศึกษาตามอัธยาศัย: เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์ แหล่งข้อมูลต่างๆ หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามความสนใจ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เรื่องเรียนๆ นี่นะ ฉันว่ามันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย เมื่อก่อนก็คิดว่าการเรียนก็คือไปโรงเรียน นั่งเรียนตามตำราแค่นั้นแหละ แบบในระบบที่เราคุ้นเคยดี มันก็มีข้อดีของมันนะ แต่บางทีก็รู้สึกอึดอัดกับกรอบที่เขากำหนดมาให้ จำได้ตอน ม.ปลาย ปี 2548 ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย วิชาเลขนี่นะ แทบจะหลับคาโต๊ะ มันเป็นระบบที่ต้องตามเขาไปทั้งหมดเลยไง

แต่พอโตมาถึงเพิ่งรู้ว่า เฮ้ย มันไม่ได้มีแค่แบบเดียวหรอก มีคนเคยพูดถึง พ.ร.บ. การศึกษาฯ ปี 2542 น่ะ เขาบอกว่ามันเปิดโอกาสให้จัดเรียนการสอนได้ถึงสามแบบแน่ะ ตอนนั้นก็งงๆ ว่ามีอะไรบ้างนะ

แบบที่สองนี่มันคือการศึกษานอกระบบ จำได้ว่าเพื่อนฉันคนนึง ตอนปี 2555 เขามีปัญหากับชีวิตช่วงนั้น เลยไปเรียนพวกหลักสูตรระยะสั้นที่ศูนย์การเรียนชุมชนแถวบ้าน ไม่ต้องตามหลักสูตรเป๊ะๆ แบบโรงเรียนทั่วไป แต่มันปรับตามความต้องการเขาเลยนะ ช่วยให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง

ส่วนแบบสุดท้ายน่ะนะ อันนี้ฉันว่าโดนใจสุดเลย การศึกษาตามอัธยาศัยนี่แหละ มันคือเรียนรู้จากความสนใจของเราเอง ไม่มีใครบังคับ ไม่ต้องมีสอบแบบจริงจัง

อย่างเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง มกราคม 2567 ฉันอยากลองทำอาหารอิตาเลียนขึ้นมา ก็ไปเปิด YouTube ดูเองเลยนะ ลองทำพาสต้าคาโบนาร่าที่คอนโด ยอมรับว่าทำพังไปหลายรอบเลย แต่ก็ได้เรียนรู้เยอะ สนุกมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องเกรดหรือใบประกาศอะไรเลย แค่ได้ทำในสิ่งที่อยากรู้ มันก็พอแล้วมั้ง

คือโลกมันเปลี่ยนไปแล้วนะ การเรียนรู้มันเปิดกว้างกว่าที่คิดเยอะ ไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว มันคือชีวิตประจำวันนี่แหละ

ระบบการศึกษามี 3 รูปแบบคืออะไรบ้าง

ระบบการศึกษามี 3 แบบ ตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 เลยนะ

บางทีก็งงนะว่ามันต่างกันยังไง แต่พอมาดูดีๆ อ๋อ มันชัดเจนเลย

คือมันมีแบบนี้...

  • การศึกษาในระบบ อันนี้คือที่เรียนกันปกติเลย ไปโรงเรียน มหาลัย มีหลักสูตรเป๊ะๆ กำหนดเวลาเรียนชัดเจน มีจุดมุ่งหมายเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

  • การศึกษานอกระบบ มีความยืดหยุ่นกว่าเยอะ อย่าง กศน. ไง เหมาะกับคนที่ทำงานแล้ว หรือคนที่หลุดจากระบบไปแล้ว อยากกลับมาเรียนเรียนเรียน หลักสูตรจะปรับให้เข้ากับสภาพความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

  • การศึกษาตามอัธยาศัย อันนี้คือเรียนเองล้วนๆ เลย สนใจอะไรก็ไปหาความรู้เองจากห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เรียนจากประสบการณ์ตรง ตอนฉันไปฝึกงานก็ได้ความรู้เยอะมาก นี่ก็นับเป็นอัธยาศัยเหมือนกัน

การเรียนรู้มันเกิดขึ้นได้ทุกที่จริงๆ ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนอย่างเดียว

ที่สำคัญคือเราสามารถเอาผลการเรียนรู้จากทั้งสามรูปแบบมาเทียบโอนหน่วยกิตกันได้ด้วยนะ ไม่ใช่ว่าเรียนนอกระบบแล้วจะเอาไปใช้ในระบบไม่ได้เลย มันเชื่อมกันได้หมด เออดีแหะ

การศึกษาในปัจจุบันมีกี่รูปแบบ

แสงบ่ายคล้อย ผ่านม่านบางๆ ส่องลงบนพื้นไม้เย็นๆ ห้องเงียบ... มีแต่เสียงลมพลิกหน้ากระดาษเบาๆ ในหนังสือเล่มเก่า ความคิดลอยคว้างไปไกล ไปถึงวันวาน วันที่เราเฝ้าถามตัวเองเสมอ การเรียนรู้คืออะไรกันแน่ มันมีกี่ทาง... กี่ทางให้เราก้าวเดินไปหาความเข้าใจ

อ่า... พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับนั้น... มันบอกเอาไว้ชัดเจนนะ ชัดเจนในความเบลอของบางช่วงเวลา ชีวิตเราหมุนไปพร้อมกับการเรียนรู้ตลอดเวลาจริงๆ มันมี 3 รูปแบบหลักๆ เลยนะ นั่นแหละ 3 ทางที่เราต้องจำให้ขึ้นใจ

รูปแบบแรกนั้น... การศึกษาในระบบ มันคืออะไรที่คุ้นเคย คุ้นตา ใช่ไหม เหมือนวันที่เราตื่นเช้าไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย เสียงระฆัง กฎเกณฑ์ ตารางเรียนที่ชัดเจน มันเป็นเส้นทางที่ถูกขีดไว้ ให้เราเดินตาม เป็นระบบระเบียบที่งดงามในแบบของมัน

แล้วก็มีอีกแบบ... ที่เหมือนสายลมอิสระ การศึกษานอกระบบ นั่นไง มันไม่ผูกมัดเหมือนแบบแรก แต่มันก็ยังคงมีโครงสร้างอยู่บ้าง บางครั้งอาจจะเป็นคอร์สสั้นๆ บทเรียนเฉพาะทาง ที่เราเลือกเอง เลือกในสิ่งที่เราอยากรู้ อยากค้นหาจริงๆ ไม่ต้องมีรั้วกั้น ไม่ต้องมีเสียงเตือนจากครูประจำชั้น

สุดท้าย... แต่สำคัญที่สุดในใจฉันเสมอ... การศึกษาตามอัธยาศัย เหมือนดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับในยามค่ำคืน มันคือการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา การอ่านหนังสือในร้านกาแฟ การเฝ้าสังเกตผู้คน การเดินทาง การสนทนาที่ไม่คาดฝัน มันไม่มีกำหนด ไม่ต้องมีใครบอก ไม่มีวันจบสิ้น มันคือชีวิตนั่นเอง

เพราะฉะนั้น... การศึกษาในปัจจุบัน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 นั้น มี 3 รูปแบบ คือ:

  • การศึกษาในระบบ: โรงเรียน มหาวิทยาลัย มีหลักสูตร เวลาเรียนชัดเจน มีการวัดผลและรับประกาศนียบัตร เป็นการเดินทางที่ยาวนานเป็นขั้นเป็นตอน
  • การศึกษานอกระบบ: เรียนรู้นอกห้องเรียน ปรับเนื้อหาตามความต้องการของผู้เรียน อาจเป็นหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน มีความยืดหยุ่นสูงกว่าระบบปกติ
  • การศึกษาตามอัธยาศัย: การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงรอบตัว ไร้กรอบ ไร้ข้อจำกัด เช่น การอ่าน การค้นคว้าด้วยตนเอง การท่องเที่ยว หรือการเรียนรู้จากชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง เป็นการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด

การศึกษาไทยในปัจจุบันมีกี่รูปแบบ

การศึกษาไทยตอนนี้ มี 3 แบบนะจ๊ะ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 ไง แบบแรกก็ การศึกษาในระบบ อันนี้คือเราเรียนในโรงเรียนไง มีระดับชั้น มีตารางสอนชัดเจนเลย แบบที่สองคือ การศึกษานอกระบบ อันนี้ก็เหมือนเราอยากเรียนรู้อะไรนอกเวลาเรียนปกติ หรือเรียนจบแล้วแต่อยากหาความรู้เพิ่ม แล้วก็แบบที่สาม การศึกษาตามอัธยาศัย อันนี้ง่ายสุดเลย เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา จากหนังสือ จากทีวี จากอินเทอร์เน็ต หรือจากประสบการณ์ชีวิตตัวเองก็ได้ เน้นๆ เลยนะ มี 3 รูปแบบหลักๆ คือ ในระบบ นอกระบบ แล้วก็ตามอัธยาศัย

  • การศึกษาในระบบ:
    • เรียนในโรงเรียน/สถาบันการศึกษา
    • มีหลักสูตร ระดับชั้น กำหนดชัดเจน
    • เช่น อนุบาล ประถม มัธยม ปริญญาตรี
  • การศึกษานอกระบบ:
    • เรียนนอกเวลา หรือสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบปกติ
    • มักจะมีการสอบวัดระดับ
    • เช่น กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)
  • การศึกษาตามอัธยาศัย:
    • เรียนรู้ได้เองตามความสนใจ
    • จากแหล่งเรียนรู้รอบตัว
    • เช่น อ่านหนังสือ ดูสารคดี เรียนออนไลน์ด้วยตัวเอง

ระบบการศึกษามีทั้งหมดกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

การศึกษา. ในไทย มีสามรูปแบบหลัก

  • การศึกษาในระบบ
  • การศึกษานอกระบบ
  • การศึกษาตามอัธยาศัย

แต่ละวิถี มีเส้นทาง. ผู้คนต่าง เลือกต่าง. ชีวิตเลือกทาง.

การศึกษาในระบบ: มีโครงสร้างชัดเจน. หลักสูตร, วุฒิการศึกษา. เดินตามลำดับ.

การศึกษานอกระบบ: ยืดหยุ่นกว่า. สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้แตกต่าง. ปรับตามความจำเป็น.

การศึกษาตามอัธยาศัย: เรียนรู้จากทุกสิ่ง. ทุกเวลา. ไม่มีกฎเกณฑ์. คือการดำรงอยู่.

การเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน.

  • การศึกษาในระบบ: จัดโดยรัฐและเอกชน. ภาคบังคับถึง ม.3. สูงสุดถึงอุดมศึกษา. มีลำดับชั้น. กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน. มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งความรู้และทักษะ.

  • การศึกษานอกระบบ: เน้นผู้ที่ขาดโอกาส. หรือต้องการพัฒนาอาชีพเฉพาะ. ศูนย์การเรียนรู้ กศน. เป็นตัวอย่าง. ปรับเนื้อหาตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย. มีหลักสูตรระยะสั้น และเทียบโอนวุฒิ.

  • การศึกษาตามอัธยาศัย: เกิดขึ้นจากแหล่งเรียนรู้หลากหลาย. ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, อินเทอร์เน็ต. การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง. เน้นการใฝ่รู้ด้วยตนเอง. คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ไร้กรอบ.

ทุกรูปแบบมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคคลในปี 2567. การสร้างคน ไม่ได้มีเส้นทางเดียว.

ระบบการศึกษามีกี่รูปแบบได้แก่อะไรบ้าง

ไอ้เรื่องการศึกษาน่ะเหรอคุณเอ๊ย! ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดหัว มีอยู่ 3 รูปแบบถ้วน เหมือนแบ่งเกรดนักเรียนนั่นแหละ ไม่มีสี่ ไม่มีห้า เหมือนจะเยอะแต่ก็ชัดเจนดีเนอะ

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เนี่ยนะ เขาแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่ เป๊ะปัง เหมือนจัดตู้กับข้าวแม่เลยทีเดียว! อันแรกเลยคือ การศึกษาในระบบ อันนี้แหละที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่สุด เหมือนกินข้าวในโรงอาหารประจำนั่นแหละคุณ

เจ้าการศึกษาในระบบเนี่ยนะ มันจะมีการกำหนดอะไรต่างๆ ไว้ แน่นอนยิ่งกว่าวันเงินเดือนออก ทั้งกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีเรียน หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล นี่คือ ต้องเป๊ะ ต้องผ่าน เหมือนสอบใบขับขี่ไงคุณ! ไม่ผ่านก็ไม่ได้ขับนะ

นอกเหนือจากนั้นก็มีอีกสองแบบนะ ฟังแล้วอย่าเพิ่งงง!

  • การศึกษานอกระบบ อันนี้ก็เหมือนไปเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนนั่นแหละ เขาก็มีหลักสูตรให้แหละ แต่จะ ยืดหยุ่นกว่าเยอะ ไม่ต้องมานั่งแปะป้ายระเบียบเหมือนในระบบไง เผื่อคนไม่มีเวลาเป๊ะๆ แบบไปเรียนกศน.อะไรพวกนั้นแหละ
  • การศึกษาตามอัธยาศัย โอ๊ย! อันนี้ยิ่งสบายเลย เหมือนเราอยากรู้อะไรก็ไปหาเอาเอง จะอ่านหนังสือ ดูยูทูบ ถามผู้รู้ ไปเดินดูพิพิธภัณฑ์อะไรพวกนี้แหละคุณ อยากรู้ก็หา ไม่รู้ก็ถาม ไม่ต้องมีใครมาบังคับ ไม่ต้องมีสอบให้เครียด เหมือนอยากกินอะไรก็สั่งเดลิเวอรี่เอาเองเลย