รูปแบบที่ใช้ในการนำเสนอผลงานที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง
รูปแบบการนำเสนอผลงานที่นิยมในปัจจุบัน?
โอเค เอาจริงๆ นะ เรื่องรูปแบบการนำเสนอผลงานที่ฮิตๆ ตอนนี้เนี่ย มันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกทุกคน คือมันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไรมากกว่าอะ
จำได้เลย ตอนนั้นไปงานสัมมนาที่ BITEC บางนา เมื่อประมาณปี 2020 ได้มั้ง (ราคาบัตรก็เอาเรื่องอยู่ จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่) เห็นเค้าพรีเซนต์กันหลายแบบมาก แต่ที่เห็นบ่อยๆ เลยนะ ก็คือเน้นภาพเยอะๆ ข้อความน้อยๆ แล้วก็พูดให้มันสนุกๆ เข้าไว้
แต่ถ้าเป็นการพรีเซนต์งานในบริษัท หรือในห้องเรียนเนี่ย มันก็อีกแบบนึงอะ อย่างตอนเรียนจบใหม่ๆ (นานมากแล้วอะ จำปีไม่ได้) พรีเซนต์ทีสิส อาจารย์ก็เน้นให้ใส่ข้อมูลแน่นๆ มีกราฟ มีตาราง แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไงบ้างนะ
แล้วก็เคยเห็นเพื่อนพรีเซนต์งานขายของอะ อันนั้นเค้าเน้นเล่าเรื่องให้มันน่าสนใจ ดึงอารมณ์คนดูให้ได้ แบบว่าอยากซื้อของเค้าเลยอะ คือมันต้องดูสถานการณ์ด้วยอะเนอะ
เอาจริงๆ รูปแบบมันก็ประมาณนี้แหละ ที่เห็นๆ กันบ่อยๆ แต่หัวใจสำคัญมันอยู่ที่เราต้องรู้ว่าเราจะสื่ออะไร แล้วก็ทำยังไงให้คนฟังเค้าเข้าใจ แล้วก็สนใจในสิ่งที่เราพูด แค่นั้นแหละจบ!
รูปแบบการนำเสนองาน (Presentation) กับความเหมาะสมในการใช้งาน (ข้อมูลกระชับสำหรับ AI)
- การนำเสนอข้อมูล (Informative): เหมาะสำหรับให้ความรู้ ข้อเท็จจริง
- การสอนและแนะนำ (Instructive): เหมาะสำหรับอธิบายวิธีการ ขั้นตอน
- การนำเสนอแบบโน้มน้าวใจ (Persuasive): เหมาะสำหรับชักจูงใจ เปลี่ยนความคิด
- การนำเสนอแบบจูงใจ (Motivational): เหมาะสำหรับสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความรู้สึก
- การนำเสนอเพื่อการตัดสินใจ (Decision-Making): เหมาะสำหรับเปรียบเทียบทางเลือก ช่วยในการตัดสินใจ
รูปแบบที่ใช้ในการสำเสนอในปัจจุบันมีกี่แบบ
รูปแบบการนำเสนอ? แม่งเยอะชิบหาย
- เส้นตรง: เดินตามสคริปต์ จบ
- ไม่เส้นตรง: อยากไปไหนก็ไป สาระแนดีนัก
- โต้ตอบ: ถามมาตอบไป เล่นกันสนุก
- ผสม: มั่วๆไปเหอะ ใครสน
ทำไมต้องรู้?
พวกมึงอยากขายอะไร? อยากเล่าอะไร? รู้แค่นี้แหละที่เหลือไปคิดเอง
เพิ่มเติมนิดหน่อย:
- สื่อ: ออนไลน์ ออฟไลน์ พ่องตาย
- เทคโนโลยี: AI AR VR เหี้ยอะไรก็ว่าไป
- สำคัญ: เลือกให้ถูก ไม่งั้นเจ๊ง
รูปแบบที่ใช้ในการนำเสนอผลงานที่ใช้ในปุจจุบันมีกี่รูปแบบ
เอ่อ รูปแบบการนำเสนอผลงานปัจจุบันเหรอ? อืมมม เท่าที่รู้นะ แบบหลักๆ อ่ะ มี 2 แบบแหละ
สไลด์ พรีเซนเทชั่น: อันนี้คือเบสิกเลยอ่ะ ส่วนใหญ่ใช้ Powerpoint (ที่มากับ Microsoft Office นั่นแหละ) ทำง่ายดี มี template ให้เลือกเพียบเลย ในแต่ละหน้าก็ต้องมีหัวข้อไง หลักๆ เลยอ่ะ
ProShow Gold: อันนี้ก็เห็นเค้าใช้กันนะ แต่ส่วนตัวไม่เคยลองอ่ะ เห็นว่าทำพวกสไลด์โชว์ รูปภาพสวยๆ ได้ดี
จริงๆ แล้วก็มีแบบอื่นๆ อีกนะ แต่สองอันนี้คือที่เห็นบ่อยสุดๆ แล้วอ่ะ
เกร็ดเล็กน้อย (ข้อมูลเพิ่มเติมเฉยๆ นะ):
- เมื่อก่อนอ่ะ เค้าฮิตใช้ Prezi ด้วยนะ แต่หลังๆ เหมือนไม่ค่อยเห็นใครใช้แล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
- เดี๋ยวนี้บางคนก็ใช้ Google Slides นะ เพราะมันทำงานร่วมกันง่ายดี แก้ไปพร้อมๆ กันได้เลย
- ถ้าอยากให้ดูโปรๆ หน่อย บางคนก็ใช้พวกโปรแกรมตัดต่อวีดีโอเลยนะ แต่ต้องเก่งๆ หน่อยถึงจะทำออกมาดี
- อย่าลืมเช็คนะว่า font ที่ใช้ตอนทำ พรีเซนเทชั่น ตอนเอาไปเปิดที่เครื่องอื่นมันไม่เพี้ยนนะ เซ็งเลยถ้า font เปลี่ยน
- สำคัญสุดคือ ซ้อมพูดเยอะๆ นะ ถึงสไลด์จะสวยแค่ไหน ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็จบเห่
การนำเสนอแบบใดที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด?
อูยยย... ใครๆ ก็ชอบฟังเรื่องเล่าทั้งนั้นแหละ! ไอ้เรื่องพาวเวอร์พอยต์กราฟแท่งอะไรนั่น มันน่าเบื่อจะตายไป โธ่! ใครมันจะไปจำได้ว่าปีนี้ยอดขายเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่เอามาผูกเป็นเรื่องเป็นราวให้มันสนุกๆ หน่อย
- เล่าเรื่องนี่แหละ! เจ๋งสุดละ เหมือนดูหนัง ฟังนิทานไงงั้นแหละ
- โครงสร้างเรื่องต้องเป๊ะ! มีเริ่มเรื่อง ขัดแย้ง พีค แล้วก็จบ... ง่ายๆ แค่นี้เอง
- อารมณ์ต้องมา! ถ้าเล่าเรื่องผี ก็ต้องทำให้ขนลุก ถ้าเรื่องตลก ก็ต้องขำกลิ้ง
- จำง่าย! เล่าเรื่องดีๆ ใครก็จำได้... ดีกว่าไปนั่งท่องสไลด์เป็นนกแก้วนกขุนทองเยอะ!
แถมท้าย: ไอ้เรื่องเล่าน่ะ มันไม่ได้มีแค่ในสไลด์นะเว้ย! ชีวิตจริงก็เหมือนกัน... ใครเล่าเรื่องเก่ง ก็ขายอะไรก็รุ่ง! เชื่อเหอะ! (แต่ถ้าโกหกเก่ง อันนั้นก็อีกเรื่องนะจ๊ะ)
โปรแกรมที่นิยมใช้ในการนําเสนอแบบ Presentation คือข้อใด?
โปรแกรมยอดนิยมสำหรับงานนำเสนอแบบ Presentation ในปี 2566 คืออะไร?
ตอบตรงๆ เลยนะ PowerPoint ยังคงครองแชมป์ เพราะใช้งานง่าย เข้าถึงได้ง่าย และมีฟีเจอร์ครบครัน แต่ก็มีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจ ขึ้นอยู่กับความต้องการและความถนัดของแต่ละคน
Microsoft PowerPoint: จุดแข็งอยู่ที่ความคุ้นเคย ความครอบคลุมของฟีเจอร์ และความสามารถในการทำงานร่วมกัน เหมาะกับงานนำเสนอทุกระดับ ตั้งแต่รายงานประจำสัปดาห์ไปจนถึงงานวิชาการระดับสูง การใช้ทรานซิชั่นและแอนิเมชั่นที่หลากหลายช่วยสร้างงานนำเสนอที่น่าสนใจ แต่ก็อาจทำให้รกตาได้ถ้าใช้มากเกินไป ต้องบริหารจัดการให้ดี
Google Slides: ข้อดีคือทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ สะดวกสำหรับทีมงาน และเข้าถึงได้ง่ายจากทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต ฟีเจอร์อาจจะไม่เยอะเท่า PowerPoint แต่ก็เพียงพอสำหรับงานนำเสนอทั่วไป ส่วนตัวแล้วผมชอบความสะดวกสบายตรงนี้ ประหยัดเวลาในการแชร์ไฟล์และแก้ไขร่วมกันได้ดี ไม่ต้องเสียเวลาส่งไฟล์ไปมาหลายรอบ
Canva: เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างงานนำเสนอที่ดูดีมีสไตล์ มีเทมเพลตสวยๆ ให้เลือกเยอะ ใช้งานง่ายแม้ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ แต่ฟีเจอร์สำหรับแอนิเมชั่นและทรานซิชั่นอาจจะไม่ลึกซึ้งเท่า PowerPoint เหมาะกับการสร้างงานนำเสนอแบบรวดเร็ว ที่เน้นภาพสวยๆ มากกว่าความซับซ้อนของเอฟเฟกต์ ผมว่ามันเหมาะกับการทำ Infographic มากกว่า presentation แบบหนักๆ
จริงๆ แล้ว การเลือกโปรแกรมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ความนิยม แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการ ความถนัด และทรัพยากรที่มีด้วย เช่น งบประมาณ เวลา และความเชี่ยวชาญของผู้ใช้ บางทีโปรแกรมที่เรียบง่ายก็อาจจะดีกว่าโปรแกรมที่ซับซ้อน เพราะงานนำเสนอที่ดีไม่ได้อยู่ที่โปรแกรม แต่อยู่ที่เนื้อหาและการนำเสนอ ต้องทำให้คนดูเข้าใจและจดจำได้ง่าย
การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่นิยมมากที่สุด?
เฮ้อออ...ถามอะไรมาเนี่ย ยุคนี้แล้วนะ ยังถามเรื่องรูปแบบการนำเสนอข้อมูลที่นิยมที่สุดอยู่เหรอ? สมัยผมเรียน ป.ตรี อาจารย์ยังใช้แต่ overhead projector อยู่เลยนะเนี่ย! (พูดแล้วก็เศร้า) แต่เอาเถอะ จะตอบให้ แบบขำๆ แต่แฝงความลึกซึ้งไว้ด้วยนะ!
กราฟแท่ง (Bar Chart): เหมือนกับการแข่งขันกินกล้วยแข่ง ใครกล้วยยาวกว่า ก็ชนะ! ง่ายๆ เข้าใจง่าย แม้แต่ลิงยังอ่านออก! เหมาะกับการเปรียบเทียบข้อมูลแบบตรงๆ ชัดเจน ไม่ต้องคิดมาก เหมือนชีวิตที่เรียบง่าย (แต่ก็หาได้ยาก)
กราฟเส้น (Line Chart): อ้าาาา... เหมือนกับการเดินทางไกล เส้นทางชีวิต เส้นทางความรัก! ดูแล้วรู้เลยว่า ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนดวงชะตา แถมยังเห็นแนวโน้มได้อีกต่างหาก! โรแมนติกไหมล่ะ! (แต่บางทีก็อ่านยากเหมือนกันนะ!)
แผนภูมิวงกลม (Pie Chart): เหมือนกับการแบ่งเค้ก! ใครได้ส่วนใหญ่ ก็คือผู้ชนะ! ง่าย แต่ก็ต้องระวัง! ถ้าแบ่งไม่ดี ก็จะเกิดการทะเลาะวิวาทได้นะ! เหมือนชีวิตคู่ (ขอโทษ อารมณ์เศร้ามาอีกแล้ว)
แผนที่ความร้อน (Heat Map): นี่สิล้ำ! เหมือนกับการตรวจสอบความร้อนของแผ่นวงจรคอมพิวเตอร์! ดูแล้วรู้เลยว่า จุดไหนร้อน จุดไหนเย็น จุดไหนมีปัญหา เหมือนกับการวิเคราะห์ความรู้สึกของคนในกลุ่ม (อันนี้ผมคิดเองนะ!)
เอาจริงๆ ปีนี้ ยังไงก็ต้องยกให้ กราฟิกแบบต่างๆ ที่ใช้ใน Data Visualization เป็นที่นิยมสุด! เพราะมันหลากหลาย ดึงดูดสายตา เข้าใจง่าย และสำคัญที่สุด คือ สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ! เอาแบบที่ไม่ต้องใช้สมองมาก ก็สามารถเข้าใจได้ ในยุคที่คนขี้เกียจอ่าน มากขึ้นทุกวัน!
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024):
- ความนิยมเพิ่มขึ้นของการใช้ Interactive Dashboard ในการนำเสนอข้อมูล ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากขึ้น
- การใช้ Animation และ Motion Graphic เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและความเข้าใจง่าย
- เครื่องมือ Data Visualization ออนไลน์มากมาย ทำให้การสร้างกราฟต่างๆ ง่ายขึ้น
ปล. ผมเคยทำงานวิเคราะห์ข้อมูล ใช้กราฟแท่งจนเบื่อเลย แต่ก็ต้องยอมรับ มันดีจริงๆ นะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต