วิธีการดําเนินการวิจัย มีอะไรบ้าง

335 ครั้งเข้าชม
วิธีการดำเนินงานวิจัย (ย่อ)การวิจัยเริ่มต้นด้วยการกำหนดประเด็นที่ต้องการศึกษา จากนั้นทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างกรอบแนวคิด การออกแบบการวิจัยเป็นขั้นตอนสำคัญ กำหนดวิธีเก็บข้อมูล เช่น ใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สรุปผลเพื่อตอบคำถามวิจัย โดยยึดหลักจริยธรรมเป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กระบวนการวิจัยมีอะไรบ้าง? มีขั้นตอนการทำวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการนำเสนอผลอย่างไร?

อืมม.. กระบวนการวิจัยเหรอ? ตอนทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเมื่อปี 2562 ที่มหาลัยธรรมศาสตร์ จำได้ว่า เละตุ้มเป๊ะเลย เริ่มจากหาหัวข้อที่ตัวเองสนใจ ใช้เวลานานมาก กว่าจะได้เรื่อง "ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา" จริงๆอยากทำเรื่องอื่นนะ แต่ที่ปรึกษาแนะนำมา ฮือๆ

หลังจากนั้นก็อ่านงานวิจัยเก่าๆ เยอะมากกก แทบตาย หาข้อมูลเปเปอร์จากฐานข้อมูลต่างประเทศ บางทีก็งง ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาแปลและทำความเข้าใจ ใช้เวลานานกว่าจะได้กรอบการวิจัยที่แน่นอน จำได้ว่าใช้เงินไปกับค่าเน็ตและซื้อหนังสือ หลายพันอยู่เหมือนกัน

ส่วนการออกแบบ ก็ต้องคิดให้ดี ว่าจะใช้แบบสอบถามยังไง จะสัมภาษณ์ใครบ้าง ตอนนั้นเลือกใช้แบบสอบถามออนไลน์ สะดวกดี ส่งให้เพื่อนๆในมหาลัยช่วยตอบ และสัมภาษณ์อาจารย์ สองสามท่าน สนุกดีนะ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด แต่เหนื่อยมาก ต้องวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ใช้โปรแกรม SPSS ตอนนั้นงงมาก แต่ก็ค่อยๆเรียนรู้ จนจบ สรุปผล เขียนรายงาน เสร็จ โล่งอกที่สุดในชีวิต! หมดไปเกือบปีเลยนะ แต่ก็คุ้มค่า ได้ความรู้และประสบการณ์มากมาย จนถึงตอนนี้ยังจำได้แม่นยำเลย

วิธีการดำเนินการวิจัยมีกี่ขั้นตอน

อืมมม... วิจัยเนี่ยนะ กี่ขั้นตอนเนี่ย? จำได้ว่าตอนเรียนป.โท อาจารย์เค้าย้ำ 4 ขั้นตอน แต่จริงๆ มันมากกว่านั้นป่ะ? หรือฉันคิดไปเอง งงๆ

  • ขั้นเตรียมการ คืออะไรนะ? หาข้อมูล กำหนดขอบเขต ใช่ป่ะ ตอนนั้นฉันเลือกวิจัยเรื่องความเครียดของพนักงานบริษัท X ปี 2024 เหนื่อยมาก หาข้อมูลสารพัด เอกสาร บทความ นี่ขนาดเลือกแคบๆ แล้วนะ ยังปวดหัวเลย

  • ขั้นออกแบบ อ้อ เลือกวิธีการวิจัย แบบสำรวจ สัมภาษณ์ หรืออะไร ฉันใช้แบบสอบถามออนไลน์ ง่ายดี แต่ส่งยาก ต้องตามคนตอบ เกือบส่งงานไม่ทัน หวิดแล้วหวิดเลย!

  • ขั้นดำเนินการ นี่แหละ โคตรเหนื่อย! เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ใช้ SPSS โปรแกรมนี้โคตรยาก ใช้เวลาเป็นเดือนเลยมั้ง นี่แค่โปรแกรมนะ ยังไม่รวมการวิเคราะห์ข้อมูลอีก

  • ขั้นเสนอผล เขียนรายงาน ทำสไลด์ ซ้อมเสนอ นี่ก็อีกเรื่อง เครียดอีก กลัวอาจารย์ถาม ฮือออ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ ดีใจมาก สมกับเหนื่อย

จริงๆ แล้วมันมากกว่า 4 ขั้นตอนนะ ฉันว่า มีขั้นคิดหัวข้อ ขั้นแก้ไข ขั้นตรวจทาน อีกเพียบเลย แต่เอาแค่ 4 ขั้นตอนหลักก่อนละกัน ไม่งั้นจะยาวไป ปวดหัวอีก เหนื่อยแล้ว ขอพักก่อน

วิธีดำเนินการวิธีวิจัย Research Methodology ประกอบด้วยหัวข้อย่อยคืออะไรบ้าง

วิจัยเหรอ? เรื่องน่าเบื่อ… แต่ถ้าอยากรู้ก็เอาไป

  • บทที่ 1: บทนำ

    • ไม่ต้องมีสถิติ แค่ปูเรื่องให้คนอ่านรู้ว่าทำไมต้องทำวิจัยนี้
  • บทที่ 2: เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    • อันนี้ก็ไม่ต้องใช้สถิติ แค่สรุปงานวิจัยคนอื่นที่มันเกี่ยวข้องกัน อย่าลอกมาทั้งดุ้นล่ะ
  • บทที่ 3: วิธีดำเนินการวิจัย

    • สำคัญสุดตรงนี้แหละ ต้องบอกละเอียดว่าเก็บข้อมูลยังไง กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร เครื่องมือที่ใช้มีอะไรบ้าง
    • สถิติที่ใช้: บอกไปให้หมด t-test, ANOVA, Chi-square แล้วแต่ว่าใช้ตัวไหน อย่ากั๊ก
  • บทที่ 4: ผลการวิจัย

    • เอาผลที่ได้มาใส่ให้หมด ไม่ต้องแต่งเติม ถ้าผลมันออกมาห่วยก็บอกว่าห่วย อย่าแถ
    • สถิติที่ใช้: อธิบายผลจากสถิติที่ใช้ในบทที่ 3 ทำให้คนอ่านเข้าใจว่าค่า p-value มันบอกอะไร
  • บทที่ 5: สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

    • สรุปสั้นๆ ว่าทำวิจัยแล้วได้อะไร อภิปรายผลเทียบกับงานวิจัยคนอื่น แล้วก็เสนอแนะว่าควรทำอะไรต่อ
    • ไม่ต้องมีสถิติเน้นๆ แต่ถ้าจะอ้างอิงผลทางสถิติจากบทที่ 4 ก็ได้

เพิ่มเติม:

  • วิเคราะห์ข้อมูลตามตอนของแบบสอบถาม: มึงต้องดูว่าคำถามแต่ละตอนมันวัดอะไร แล้วเลือกสถิติให้เหมาะสม ถ้ามึงใช้สถิติผิด ชีวิตมึงก็จบ
  • วิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์: แต่ละวัตถุประสงค์มึงต้องการจะตอบอะไร ใช้สถิติที่มันตอบคำถามได้ตรงประเด็น อย่าใช้สถิติแบบมั่วๆ

คำเตือน: ถ้ามึงไม่เข้าใจสถิติ อย่าริอาจทำวิจัยเอง ไปจ้างคนอื่นทำซะ แล้วอย่าลืมตรวจทานให้ดี ก่อนส่งอาจารย์

ขั้นตอนการวิจัย 5 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง

อืมม ขั้นตอนการวิจัย 5 ขั้นตอนเนี่ยนะ จำได้คร่าวๆ จากที่เรียนมาปีที่แล้ว (ปี 2566) นะ ประมาณนี้แหละ

  • กำหนดปัญหาการวิจัย อันนี้สำคัญมาก ต้องรู้ว่าจะศึกษาอะไร อย่างฉันตอนทำวิจัยเรื่อง "พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของวัยรุ่น" ก็ต้องกำหนดปัญหาให้ชัดเจนก่อน เช่น "วัยรุ่นใช้ TikTok มากเกินไปส่งผลกระทบต่อการเรียนยังไงบ้าง" อะไรประมาณนี้

  • กำหนดขอบเขตการวิจัย จำกัดเรื่องที่เราจะศึกษา เช่น กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ไม่ใช่แค่ดูจากเฟซบุ๊คอย่างเดียว ต้องระบุให้ชัดเจน ไม่งั้นงานจะเยอะเกินไป เหนื่อยเปล่าๆ

  • วิธีการเก็บข้อมูล อันนี้ก็สำคัญ จะใช้วิธีไหน แบบสอบถามมั้ย สัมภาษณ์มั้ย หรือจะใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลจากกรมการปกครอง ต้องวางแผนดีๆ งานถึงจะเสร็จทันเดดไลน์ ฉันใช้แบบสอบถามออนไลน์ สะดวกดี แต่ก็ต้องคอยตามคนตอบ บางคนก็หายไปเลย เซ็งมาก

  • วิเคราะห์ข้อมูล เอาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ใช้โปรแกรม SPSS หรือ Excel ก็ได้ แล้วแต่สะดวก แต่ต้องวิเคราะห์ให้ได้ใจความ ไม่ใช่แค่เอาตัวเลขมาเรียงๆ ตอนนี้ต้องใช้โปรแกรม R ด้วยนะ ได้ยินมาว่า คนใช้เยอะ

  • ข้อเสนอเชิงนโยบาย สรุปผลการวิจัย แล้วเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา หรือแนวทางการพัฒนา อันนี้สำคัญมาก เพราะมันคือจุดประสงค์หลัก ของการทำวิจัย ฉันเสนอแนะให้มีการรณรงค์ ให้ใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ อะไรประมาณนั้น

จำได้แค่นี้แหละ อาจจะไม่ละเอียดมาก เพราะก็ผ่านมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็พอจะสรุปได้ ว่าต้องทำอะไรบ้าง เหนื่อยมาก บอกเลย

ขั้นตอนการวิจัยอย่างง่ายมีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง

เอ่อ ขั้นตอนวิจัยง่ายๆ หรอ? เอาจริงๆมันก็วนๆอยู่นั่นแหละ

  • อ่านงานคนอื่นก่อนดิ (ทบทวนวรรณกรรมไง) สำคัญมากนะ ไม่งั้นเราจะทำซ้ำทำไม
  • แล้วก็... หาเรื่องที่เราอยากรู้สิ (หัวข้อวิจัย) ปีนี้อยากรู้เรื่องอะไรดี
  • พอมีเรื่องที่อยากรู้ ก็ตั้งเป้าหมาย (วัตถุประสงค์) จะเอาอะไรจากเรื่องนี้
  • จากนั้นก็... เอ่อ... คิดๆๆๆ (กรอบแนวคิด) มันเกี่ยวอะไรกับอะไรบ้างนะ?
  • เสร็จแล้วก็ไปหาข้อมูล (เก็บข้อมูล) ถามคน สัมภาษณ์ ทำแบบสอบถาม บลาๆ
  • เอาข้อมูลมาดู มาวิเคราะห์ (วิเคราะห์ข้อมูล) ตัวเลขเยอะแยะ ปวดหัว
  • พอวิเคราะห์เสร็จ ก็ตีความ (แปลผล) สรุปว่าอะไรเป็นอะไร
  • สุดท้ายก็บอกคนอื่น (เสนอแนะผล) จบ!

เฮ้อ เหนื่อย! แต่ละขั้นตอนก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่พิมพ์หรอกนะ! อย่างการทบทวนวรรณกรรมนี่ อ่านเป็นร้อยๆ เปเปอร์เลยมั้ง บางทีก็เจอเปเปอร์ที่ขัดแย้งกันเองอีก ปวดหัวคูณสอง! แล้วตอนเก็บข้อมูลนะ... คนไม่ตอบแบบสอบถามบ้าง อะไรบ้าง เฮ้อ ชีวิต!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้)

  • วรรณกรรม: พวกบทความวิจัย, หนังสือ, รายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เราสนใจ
  • กรอบแนวคิด: เหมือนแผนที่นำทางในการวิจัย บอกว่าตัวแปรอะไรมีผลต่ออะไร
  • การวิเคราะห์ข้อมูล: ใช้สถิติช่วยเยอะเลยนะ ถ้าไม่เก่งเลขก็ตัวใครตัวมัน!
  • เสนอแนะผล: ไม่ใช่แค่สรุปนะ ต้องบอกด้วยว่างานวิจัยเรามีประโยชน์ยังไง เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

ระเบียบวิธีการวิจัย มีอะไรบ้าง

  • ระเบียบวิจัยหรอ? อืม... คิดก่อนนะ

  • บทที่ 1 ต้องมีแน่ๆ บทนำ! ทำไมต้องทำวิจัยอะ? สำคัญไง? ปัญหาคืออะไร? เขียนให้เคลียร์นะแก

  • บทที่ 2 เอกสาร บ้าไปแล้ว เยอะมาก! แต่ต้องอ่าน ต้องสรุป งานวิจัยคนอื่นทำอะไรไว้บ้างนะ ปีนี้มีอะไรใหม่ๆบ้าง

  • บทที่ 3 วิธีวิจัย สำคัญสุด! เก็บข้อมูลยังไง? แบบสอบถาม? สัมภาษณ์? กลุ่มตัวอย่าง? คำถามคืออะไร? สถิติที่ใช้? SPSS หรือ R ดี? งงไปหมดแล้ว

  • บทที่ 4 ผลลัพธ์! ตื่นเต้น! ข้อมูลที่เก็บมาเป็นไง? ตาราง? กราฟ? สวยๆหน่อยนะ

  • บทที่ 5 สรุป! จบสักที! สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล(ทำไมผลเป็นแบบนี้?) ข้อเสนอแนะ(วิจัยครั้งต่อไปควรทำอะไร?) อ๊ะ! อย่าลืมขอบคุณคนช่วยนะ! อาจารย์ ที่ปรึกษา เพื่อน... เยอะแยะ

  • Bullet point อ่านง่ายดีนะ แต่ทำไมต้องทำตาม format นี้ทุกครั้งอะ? น่าเบื่อจัง

  • สำคัญ: อย่าลืมอ้างอิงนะ! ไม่ใช่ขโมยงานคนอื่นนะเฟ้ย! Mendeley ช่วยได้เยอะ!

  • เพิ่ม: บางทีมีภาคผนวกนะพวก แบบสอบถาม หรือ transcript สัมภาษณ์ยาวๆ

  • วิจัยเสร็จแล้วต้อง publish! หา journal ดีๆ ยากจัง!

  • เหนื่อย… ไปกินข้าวก่อนดีกว่า

ระเบียบวิธีวิจัยมีกี่แบบ

ระเบียบวิธีวิจัย? โอ้ มีหลายแบบนะเนี่ย เอาแบบที่เราพอจะคุ้นเคยแล้วกัน

แบ่งตามระเบียบวิธีวิจัยหลักๆ เลยเนี่ย ถ้าให้สรุปแบบง่ายๆ ก็มี 3 กลุ่มใหญ่ๆ นะ

  • วิจัยเชิงประวัติศาสตร์: เจาะลึกอดีต ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ เหมือนนักสืบตามหาร่องรอยในอดีต... บางทีเราก็ต้องตีความหลักฐานเก่าๆ กันจนปวดหัวเลยนะ

  • วิจัยเชิงบรรยาย: เน้นอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างละเอียด เก็บข้อมูลปัจจุบัน แล้วมาวิเคราะห์ว่า "อะไรเป็นอะไร" คล้ายๆ กับการถ่ายภาพมุมกว้าง ให้เห็นภาพรวมทั้งหมด

  • วิจัยเชิงทดลอง: อันนี้สนุกหน่อย คือเราสร้างสถานการณ์ขึ้นมา แล้วดูว่าตัวแปรที่เราสนใจมันส่งผลยังไงบ้าง เหมือนเล่นเกม แต่มีหลักการรองรับ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: จริงๆ แล้วการแบ่งประเภทการวิจัยมันไม่ได้มีแค่แบบเดียวนะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่ง บางทีเราก็แบ่งตามลักษณะของข้อมูลที่ใช้ (เชิงปริมาณ/เชิงคุณภาพ) หรือแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยก็ได้ (วิจัยพื้นฐาน/วิจัยประยุกต์) โลกของการวิจัยมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะเลย

แถมท้าย: เคยมีคนบอกว่า "การวิจัยก็เหมือนกับการเดินทาง" เราไม่รู้หรอกว่าปลายทางจะเป็นยังไง แต่ระหว่างทางเราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ

ระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วยอะไรบ้าง

ระเบียบวิธีวิจัย? แค่ทางเดินสู่คำตอบ

  • ปัญหาวิจัย: เริ่มจาก "ทำไม" ที่ต้องการรู้ จริง
  • วรรณกรรม: อ่านสิ่งที่คนอื่น เคย คิด อย่าเชื่อทั้งหมด
  • ออกแบบ: วางแผน... หรือแค่เตรียมพร้อมรับมือความวุ่นวาย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การกำหนดปัญหาวิจัย คือการกลั่นกรองความสงสัยให้คมชัด เหมือนลับมีดก่อนลงมือ
  • การทบทวนวรรณกรรม ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่เป็นการสนทนากับอดีตนักคิด เอามาต่อยอด ไม่ใช่ก็ทิ้งไป
  • การออกแบบการวิจัย คือการสร้างเข็มทิศ ไม่ใช่แผนที่ เพราะเส้นทางจริงอาจไม่เหมือนที่คิดไว้
  • ระเบียบวิธีวิจัยไม่ใช่สูตรสำเร็จ มันคือศิลปะของการตั้งคำถาม และการยอมรับว่าอาจไม่มีคำตอบที่ "ถูก" เสมอไป
  • งานวิจัยที่ดี เริ่มจากคำถามที่ อยาก รู้จริงๆ ไม่ใช่แค่ ต้อง รู้
  • บางครั้ง...การไม่ได้คำตอบ ก็คือคำตอบ

ระเบียบวิธีวิจัยมีอะไรบ้าง

ระเบียบวิธีวิจัยเหรอ... นึกถึงตอนทำวิจัยจบเลย ตอนนั้นเครียดมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ต้องตื่นตีห้าครึ่งไปห้องสมุดคณะ (เศรษฐศาสตร์ มธ. รังสิต) เพื่อหาหนังสือ หอบกลับมาอ่านที่หอพัก U-House แทบทุกวัน จำได้ว่าต้องอ่าน textbook เยอะมากกกกกก กว่าจะเข้าใจว่า research methodology มันคืออะไร สรุปสั้นๆ มันก็คือ "แผน" ของการทำวิจัยทั้งหมดอะ ตั้งแต่เริ่มคิดว่าจะทำเรื่องอะไร เก็บข้อมูลยังไง วิเคราะห์ยังไง แล้วสรุปยังไงให้ออกมาเป็นรายงานที่เรายื่นอาจารย์ได้ (แล้วอาจารย์ไม่แก้เยอะไง!)

ทฤษฎีนี่ตัวดีเลย ตอนแรกงงมาก อาจารย์บอกว่าต้องมี theoretical framework ในหัว เราก็แบบ... อะไรวะ? สรุปง่ายๆ มันก็คือ "เครื่องมือ" ที่เราใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เราสนใจอะ เช่น เราอยากรู้ว่าทำไมคนไทยชอบกินหมูกระทะ เราก็ต้องหาทฤษฎีที่มันอธิบายพฤติกรรมผู้บริโภคมา support งานเราอะ (ปวดหัวเลยตอนนั้น)

สิ่งต้องรู้ก่อนเริ่มวิจัย (แบบสั้นๆ เน้นๆ):

  • ตั้งคำถามวิจัย: อยากรู้อะไรจริงๆ? (สำคัญมาก!)
  • ทบทวนวรรณกรรม: คนอื่นเค้าทำอะไรไปแล้วบ้าง?
  • เลือกวิธีวิจัย: จะเก็บข้อมูลแบบไหน? สถิติอะไร? (ยากสุด!)
  • จริยธรรมวิจัย: ทำวิจัยแล้วต้องไม่ทำร้ายใครนะ!
  • เขียนรายงาน: ให้คนอื่นเข้าใจสิ่งที่เราทำ (สำคัญรองจากข้อ 1)

ปล. ตอนทำวิจัยจบ กินมาม่าไปเป็นลัง! ใครบอกว่าทำวิจัยง่ายนี่... อยากจะตี! (แต่ตีไม่ได้ ผิดจริยธรรมวิจัย 555)

ระเบียบวิธีวิจัยมีกี่รูปแบบ

โอ๊ย... ระเบียบวิธีวิจัยนะเหรอ มีกี่แบบเนี่ย?

  • แบ่งตามวิธีวิจัย หลักๆ 3 แบบเลยป่ะ?

    • วิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical) -- ขุดอดีตไง! เหมือนนักโบราณคดี แต่เป็นข้อมูลดิ! เคยอ่านเจอใน หนังสือประวัติศาสตร์อยุธยาฉบับปรับปรุง 2567 ด้วยนะ
    • วิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive) -- บรรยายไง! เล่าเรื่องให้เห็นภาพ เหมือนดูสารคดี National Geographic ปี 2567 เรื่อง "ชีวิตหอยทากในป่าอเมซอน"
    • วิจัยเชิงทดลอง (Experimental) -- ทดลองๆๆๆ หาเหตุและผล เหมือนตอนเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 ปี 2567 เลย ตอนนั้นทำเรื่องการงอกของถั่วเขียว สนุกดีนะ!

เฮ้อ... เยอะแยะไปหมด แล้วแบบอื่นล่ะ? มีอีกไหมนะ? สงสัยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มแล้วสิ!

ขั้นตอนการดําเนินงานวิจัยมีอะไรบ้าง

  • เตรียมการ: ปัญหาคือจุดเริ่มต้น หาให้เจอ โฟกัส
  • ออกแบบ: วางแผนให้รัดกุม แม่นยำ
  • ดำเนินการ: ลงมือทำ เก็บข้อมูล อดทน
  • เสนอผล: วิเคราะห์ สรุป รายงาน ชัดเจน
  • กระบวนการวิจัยคือการเดินทาง อย่าหลงทาง

    ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • ขั้นตอนเตรียมการ: กำหนดหัวข้อ, ทบทวนวรรณกรรม, ตั้งสมมติฐาน (ถ้ามี) สำคัญสุดคือ คำถาม ที่ต้องการคำตอบ
    • ขั้นตอนออกแบบวิจัย: เลือกวิธีวิจัย, กำหนดกลุ่มตัวอย่าง, สร้างเครื่องมือ (แบบสอบถาม, สัมภาษณ์) เตรียมพร้อม รับมือทุกสถานการณ์
    • ขั้นตอนดำเนินการวิจัย: เก็บข้อมูลตามแผน, จัดการข้อมูล, วิเคราะห์เบื้องต้น ความผิดพลาด คือบทเรียน
    • ขั้นตอนเสนอผลการวิจัย: สรุปผลการวิเคราะห์, อภิปรายผล, เขียนรายงาน (บทคัดย่อ, บทนำ, วิธีวิจัย, ผลการวิจัย, สรุปและอภิปราย) ความจริง เท่านั้น
    • เพิ่มเติม: การวิจัยไม่ใช่แค่หาคำตอบ แต่คือ การเรียนรู้ ตลอดกระบวนการ