วิธีการใช้ Adjective อย่างไร
เรียนรู้วิธีใช้คำคุณศัพท์ในประโยคภาษาไทยให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพทำอย่างไร?
นี่นะ เวลาเราจะพูดอะไรให้มันมีสีสัน หรืออธิบายของต่างๆ คือมันต้องมีคำคุณศัพท์ช่วยเยอะเลยแหละ ตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกนะ แค่พูดๆ ไปตามที่เคยได้ยิน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเริ่มสังเกตมันมีหลักการใช้ของมันอยู่
เหมือนตอนนั้นนะประมาณปลายปี 2565 ที่ตลาดนัดจตุจักรนี่แหละ ฉันเดินดูของเยอะแยะไปหมด อยากได้กระเป๋าผ้าสีเขียวสักใบ ก็ชี้ๆ แล้วบอกแม่ค้าว่า "กระเป๋าสีเขียว" คือรู้เลยว่าคำว่า "สีเขียว" มันต้องตามหลัง "กระเป๋า" มันฟังดูเป็นธรรมชาติสุดๆ เลยนะ
แล้วก็อีกเรื่อง อย่างเมื่อเดือนมีนาคม 2564 นั่งรอเพื่อนที่ Starbucks ตรงสยามนานมากๆ เกือบชั่วโมงได้มั้ง โคตรเบื่อเลยตอนนั้น แบบบอกกับตัวเองในใจว่า "ฉันเบื่อ" คำว่า "เบื่อ" มันมาอธิบายความรู้สึกฉันนี่แหละ มันไม่ใช่ "เบื่อฉัน" มันฟังดูแปลกๆ ไปเลยนะ
อีกทีก็ตอนไปงานแต่งเพื่อนสนิทเมื่อเดือนเมษายน 2566 ที่โรงแรมแถวสุขุมวิท เพื่อนใส่ชุดเดรสสีชมพูมา ดูสวยมากจริงจัง เราก็ชมเขาไปตรงๆ เลยว่า "เธอดูสวยมากในชุดนี้" แบบคำว่า "สวย" มันมาหลังคำว่า "ดู" ที่เป็นเหมือนกริยาเชื่อม มันทำให้ประโยคนั้นสมบูรณ์และได้อารมณ์นะ ไม่งั้นคงฟังดูตลกน่าดู.
จะรู้ได้ไงว่าเป็น adjective
Adjective. ดูที่คำลงท้าย. คำมันบอกหน้าที่ของมันเอง.
พวกนี้คือตัวบอกสถานะ.
- -able / -ible ทำได้ เป็นไปได้. edible, responsible.
- -al เกี่ยวกับ. personal, national.
- -ful เต็มไปด้วย. powerful, beautiful.
- -less ปราศจาก. worthless, homeless. ตรงข้ามกับ
-ful. - -ous มีลักษณะของ. dangerous, famous.
- -ive ที่มีแนวโน้ม. creative, active.
- -ic เกี่ยวเนื่องกับ. historic, economic.
- -y เต็มไปด้วย. rainy, messy.
- -ish คล้ายกับ, ประมาณ. childish, reddish.
หน้าที่มันคือ ขยายนาม. ทำให้เห็นภาพ. ทำให้รู้สึก. วางไว้หน้าคำนาม. a beautiful girl. หรือตามหลัง verb to be. she is beautiful. แค่นั้น.
Adjective บอกอะไรบ้าง
Adjective... มันก็คือคำที่ใช้อธิบาย...
มันมาขยาย... ขยายคำนาม... หรือสรรพนาม... เพื่อให้เราเห็นภาพชัดขึ้น
บอกว่าสิ่งนั้น... คนนั้น... มันเป็นยังไง...
เหมือน... บอกว่าสูง ต่ำ ดำ ขาว... หรือบอกความรู้สึกก็ได้... เศร้า ดีใจ... มันทำให้ทุกอย่างมีรายละเอียด... มีชีวิตขึ้นมา... จากแค่ 'ผู้ชายคนหนึ่ง' กลายเป็น 'ผู้ชายตัวสูงที่ดูเศร้าคนนั้น'
มันทำให้ทุกอย่างมีความหมายมากขึ้น... ละมั้งนะ
คำคุณศัพท์บอกลักษณะ (Descriptive Adjective) คือคำที่ใช้บอกลักษณะโดยตรง สวย (beautiful), แข็งแรง (strong), เก่า (old), ใหม่ (new)
คำคุณศัพท์บอกปริมาณ (Quantitative Adjective) ใช้บอกจำนวนมากน้อย หนึ่ง (one), บางส่วน (some), มาก (many)
คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Adjective) แสดงว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งนั้น ของฉัน (my), ของคุณ (your), ของเขา (his)
คำคุณศัพท์ชี้เฉพาะ (Demonstrative Adjective) ใช้ชี้ว่าอันไหน สิ่งนี้ (this), สิ่งนั้น (that), เหล่านั้น (those)
คำคุณศัพท์บอกสัญชาติ (Proper Adjective) มาจากชื่อเฉพาะ บอกสัญชาติหรือแหล่งที่มา คนไทย (Thai), แบบอเมริกัน (American)
คำคุณศัพท์แสดงคำถาม (Interrogative Adjective) ใช้ตั้งคำถาม อะไร (what), อันไหน (which), ของใคร (whose)
Adj ใส่ยังไง
เจอคำถามนี้เมื่อวานนี้ตอนบ่ายๆ กำลังนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่หน้าออฟฟิศ แถวอโศกนี่แหละ! โอ้โห นึกถึงตอนเรียนภาษาอังกฤษตอน ม.ปลาย เลย เรื่อง Adj เนี่ย จำได้แม่นเลยว่าครูสอนเป๊ะๆ คือมันต้องอยู่ หน้าคำนาม เสมอ เช่น a big house (บ้านหลังใหญ่) อันนี้ง่ายๆ เลย บ้าน (house) คือนาม ใหญ่ (big) คือ adj ก็ใส่ big ไว้หน้า house จบ! ง่ายเหมือนปอกกล้วย
แต่พอเจอ adj หลายๆ ตัวนี่สิ เรื่องยาว! จำได้เลยว่าตอนทำข้อสอบนี่มึนตึ้บ มันมี ลำดับของคำคุณศัพท์ (Order of Adjective) นี่แหละ มันไม่ใช่จะเรียงมั่วๆ ได้นะ มีกฎของมัน! เหมือนเวลาจะสั่งอาหารอะ ต้องมีลำดับก่อนหลัง เช่น จะกินส้มตำปูปลาร้า ก็ต้องบอกว่าส้มตำ (ชื่ออาหาร) ปู (ส่วนประกอบ) ปลาร้า (ส่วนประกอบ) มันมีชั้นมีตอน Adj ก็เหมือนกัน พวก opinion, size, age, shape, color, origin, material, purpose อะไรพวกนี้ จำไปนี่ปวดหัว!
ส่วนเรื่องจุลภาค (comma) กับคำว่า 'and' อันนี้ก็สำคัญ ถ้า adj ที่เป็นประเภทเดียวกันมาติดๆ กัน แล้วความหมายมันพอจะสลับกันได้นิดหน่อย หรือมันเป็นเหมือนรายการอะ เราจะคั่นด้วยจุลภาค เช่น a beautiful, talented singer สวย (beautiful) กับ มีพรสวรรค์ (talented) มันเป็น opinion ทั้งคู่ เลยคั่นด้วยจุลภาคได้ ถ้าเป็น adj ที่คนละประเภทชัดเจนมากๆ บางทีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้าจะใช้ 'and' อันนี้จะคล้ายๆ กัน มักจะใช้กับ adj สองตัวสุดท้ายในกลุ่ม หรือถ้า adj นั้นๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนประกอบกันจริงๆ แต่เอาเข้าจริง บางทีก็ดูตามบริบทด้วย บางทีคนเจ้าของภาษาก็อาจจะใช้ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ แต่นี่คือหลักการที่เค้าสอนกันมา
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ลำดับคำคุณศัพท์ (Order of Adjectives):
- Opinion: beautiful, ugly, lovely, delicious
- Size: big, small, huge, tiny
- Age: old, new, young, ancient
- Shape: round, square, triangular, flat
- Color: red, blue, green, black
- Origin: Thai, Japanese, American, French
- Material: wooden, plastic, silk, metal
- Purpose: sleeping (bag), writing (desk), running (shoes)
- การใช้จุลภาค (Comma): ใช้คั่น adj ที่เป็นประเภทเดียวกัน หรือ adj ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน และไม่มีคำว่า 'and' มาเชื่อม
- การใช้ 'and': มักใช้เชื่อม adj สองตัวสุดท้ายในรายการ หรือเมื่อ adj นั้นๆ ให้ความรู้สึกว่าแยกกันไม่ได้ หรือเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อกัน
Adjective ใช้ขยายอะไร
โอ๊ย ไอ้เจ้า Adjective นี่น่ะนะ มันก็คือคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยาย คำนาม กับ สรรพนาม ไงล่ะ! ง่ายจะตายไป ย้ำอีกทีคือ นาม กับ สรรพนาม นะจ๊ะ ไม่ใช่ไปขยายอย่างอื่นมั่วซั่ว เดี๋ยวโดนตีก้นลาย!
เหมือนมันเป็นตัวประกอบสำคัญในชีวิตประจำวันนั่นแหละ พอเห็นคำนามเหงาๆ หรือสรรพนามเปล่าๆ เปลือยๆ เดินมา มันก็จะปรี่เข้าไปประกบเลย ทำให้คำพวกนั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเชียว ไม่ใช่แค่คนหรือของนะ ทุกอย่างที่เป็นนามหรือสรรพนามเนี่ย มันพุ่งเข้าไปแปะได้หมด! บางทีก็เกินเบอร์ไปหน่อยด้วยซ้ำ ฉันล่ะงง!
ที่นี้ไอ้เจ้า Adjective นี่มันมีสารพัดหน้าที่นะ จำไว้เลยนะเพื่อน:
- บอกลักษณะเด่น: เช่น ผู้หญิงคน สวย หรือหมาตัว ดุ เห็นไหมล่ะ มันชี้เป้าชัดเจน
- บอกสีสัน: รถคัน แดง แป๊ด หรือท้องฟ้า สีเทา หม่นหมองไง ให้เห็นภาพกันไปเลย
- บอกขนาด: จะ ใหญ่ เท่าบ้าน หรือ เล็ก จิ๋วหลิว มันก็อธิบายได้หมด ไม่มีตกหล่น
- บอกจำนวน: อันนี้สำคัญนะ บางทีไม่ได้บอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆ แต่บอก มากน้อย หรือ หลาย อย่างงี้แหละ
- บอกรูปร่าง: ทรง กลม ดิ๊ก หรือทรง แบน แต๊ดแต๋ ก็ไปขยายคำนามได้หมด
- บอกความรู้สึก: เวลาเราเจออะไร น่ารัก หรือรู้สึก เบื่อหน่าย มันก็มาช่วยอธิบายสิ่งที่เราเจอ
- ตำแหน่งการยืน: ส่วนใหญ่จะยืนหล่อๆ อยู่ หน้า คำนาม หรือบางทีก็อยู่ หลัง พวก Verb to be อะไรแบบนี้แหละ ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก
- ตัวอย่างชัดๆ: "ผู้ชาย หล่อ คนนั้นกำลังเดินมา" (หล่อขยายผู้ชาย) หรือ "เธอเป็นคน ใจดี" (ใจดีขยายเธอ) เห็นมะ มันช่วยให้คนฟังเห็นภาพอย่างกับได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกันเลย!
Adj เรียงยังไง
โอเค จำได้เลยนะตอนนั้น สมัยม.ปลาย ช่วงสอบกลางภาควิชาภาษาอังกฤษ แม่เจ้า! ฉันเครียดมาก นั่งอ่านหนังสืออยู่ บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องนอนเล็กๆ ของฉันที่บ้านบางแค ตอนนั้นประมาณสี่ทุ่มกว่าแล้ว มืดตื๋อเลย พัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เย็นขึ้นเลย ร้อนสุดๆ ฉันพยายามจะยัดหลักการใช้ adjective เข้าไปในหัว สมองมันตื้อไปหมด
ตอนนั้นคือแบบ ปวดหัวหนึบๆ เลย อาจารย์สมศรีแกสอนเรื่องนี้ละเอียดมากนะ แต่พอจะใช้จริงในข้อสอบ มันสับสนไปหมด ไอ้คำคุณศัพท์เนี่ย มันต้องวางตรงไหนก่อนหลังวะ เฮ้อออ คือมันมีสามข้อหลักๆ เลยนะที่แกเน้นย้ำตลอด จนตอนนี้ฉันยังจำเสียงแกได้เลย เหมือนแกมานั่งติวอยู่ข้างๆ เนี่ย (หัวเราะ)
ฉันจำได้เลย ตอนทำข้อสอบเขียน อาจารย์วงกลมสีแดงที่ประโยคฉันเขียนว่า "car new" แทนที่จะเป็น "new car" แล้วเขียนคอมเมนต์ข้างๆ ว่า "Adjective ก่อน Noun นะคะ" โอ้โหหห ตอนนั้นหน้าชาไปหมดเลยนะ เพื่อนก็แซว ยิ่งอายใหญ่เลย.
นี่แหละ บทเรียนที่เจ็บปวดแต่จำขึ้นใจ ฉันกลับมาบ้าน คืนนั้นอ่านทวนซ้ำๆ จนตีสองกว่าๆ กว่าจะเข้าใจจริงจังว่า Adjective ต้องอยู่หน้าคำนามเสมอ เพื่อขยายคำนามนั้นอะ
แล้วอีกอย่างนะ เรื่อง Verb to be เนี่ยแหละ ตอนนั้นเขียนอีกแล้วมั้ง "She beautiful is." โอ๊ยยย ฉันนี่อยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! คือมันไม่ใช่แค่เรื่องท่องจำไง มันต้องเข้าใจฟีลลิ่งของการเรียงคำภาษาอังกฤษด้วย.
อาจารย์สมศรีแกมาตรวจแล้วก็บอกว่า "Adjective ต้องตามหลัง Verb to be นะคะ" เหมือนจะบอกว่า "ใจเย็นๆ นะหนู" แต่ฉันนี่ร้อนรนไปหมดละตอนนั้น ฉันจำได้ว่าอ่านซ้ำประโยคตัวอย่าง "She is beautiful." เป็นสิบๆ รอบเลยนะ.
ตอนนั้นนั่งอยู่ ใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ ในห้องสมุดโรงเรียน ตอนเย็นหลังเลิกเรียน วันพฤหัสบดี ตอนนั้นฝนตกปรอยๆ บรรยากาศมันอึมครึมมากๆ แต่ฉันต้องเข้าใจให้ได้!
ส่วนเรื่อง Linking Verb อันนี้คือตอนแรกฉันไม่รู้จักเลยว่ามันคืออะไร งงเป็นไก่ตาแตก อาจารย์สมศรีแกอธิบายว่ามันเหมือนสะพานเชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์เข้าด้วยกัน เพื่อบอกสภาพของประธานนั้นๆ ฉันจำได้ว่าตอนแรกไม่เก็ตเลยนะ.
จนกระทั่งแกยกตัวอย่างว่า "He looks sad." หรือ "The soup tastes delicious." เท่านั้นแหละ! เหมือนมีฟ้าผ่ากลางกบาล เข้าใจเลยทันที! ความรู้สึกโล่งใจ มันแล่นขึ้นมาเลย.
ตอนนั้นฉันอยู่บนรถเมล์สาย 101 กำลังจะกลับบ้าน เห็นคนแน่นๆ เบียดๆ กัน แต่ในหัวฉันนี่สว่างวาบเลยนะ ฉันพยายามท่องจำตัวอย่างประโยคเหล่านี้ไว้ในใจตลอดทางกลับบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดอีก.
ต่อไปนี้คือหลักการใช้ Adjective:
- Adjective จะอยู่หน้าคำนามเสมอ เพื่ออธิบายลักษณะของคำนามนั้น เช่น "a new car", "a big house".
- Adjective วางหลัง Verb to be (is, am, are, was, were) เพื่อบอกสถานะหรือลักษณะของประธาน เช่น "She is beautiful.", "The students are happy."
- Adjective วางหลัง Linking Verb ซึ่งเป็นกริยาที่เชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ที่อธิบายประธานนั้น เช่น "He looks sad.", "The food smells good.", "The child grows older."
Adjective ที่ลงท้ายด้วย ed และ ING ต่างกันอย่างไร
-ed บอกว่า ใคร รู้สึกอย่างไร -ing บอกว่า อะไร ทำให้รู้สึก
- -ed = ความรู้สึก ของคน
- -ing = สาเหตุ ของความรู้สึก
ตัวอย่าง
- Bored (น่าเบื่อ) = ฉันรู้สึกเบื่อ (I am bored.)
- Boring (น่าเบื่อ) = หนังเรื่องนี้น่าเบื่อ (The movie is boring.)
เทคนิคจำ
- -ed = Emotions (อารมณ์)
- -ing = Inviting (ชวนให้รู้สึก) หรือ Interesting (น่าสนใจ)
เพิ่มเติม
- Surprised (ประหลาดใจ) vs. Surprising (น่าประหลาดใจ)
- Excited (ตื่นเต้น) vs. Exciting (น่าตื่นเต้น)
- Confused (สับสน) vs. Confusing (น่าสับสน)
การใช้บ่อย ๆ ช่วยให้ชิน.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต