สารให้ความหวาน INS 955 คืออะไร
คำถาม?
เออ...ไอ้ซูคราโลสเนี่ยนะ คือเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แถวออฟฟิศเก่าที่สีลม ผมสั่งกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล บอกเขาขอลดความอ้วนหน่อย แล้วบาริสต้าก็ยื่นซองขาวๆ มาให้ บอกว่าตัวนี้หวานแต่ไม่มีแคลอรี่ ผมก็งงๆ มันคืออะไรวะ ตอนนั้นไม่รู้จักเลยจริงๆ.
พอกลับมาหาข้อมูลดู ก็อ้อ! มันคือ E955 นี่เอง เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนั่นแหละ ไม่ใช่แค่นั้นนะ คือเขาเอา "น้ำตาล" จริงๆ นั่นแหละมาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ผมอ่านแล้วก็อึ้งเลย.
เขาสอนมาว่า มันคือซูโครส ใช่ปะ? แล้วก็ไปเปลี่ยนพวกหมู่ไฮดรอกซิลสามจุดมั้ง คือเอาอะตอมคลอไรด์มาใส่แทน แบบนี้ร่างกายก็เลยไม่รับ คือไม่ย่อยได้ ก็เลยไม่มีพลังงานไง ผมว่าก็แปลกดีนะ.
เคยลองกินน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลบ่อยนะ ช่วงมีนาคมปีนี้เลย ซื้อที่โลตัสพระราม 4 ตอนมันลดราคาเหลือ 15 บาท หวานจัดๆ อ่ะ บอกตรงๆ บางทีก็สงสัยว่ามันดีจริงไหม หรือแค่หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าได้ลดแคลอรี่.
สาร INS 955 คืออะไร
โอ๊ย! INS 955 เหรอ? นั่นมันซูคราโลส ตัวจี๊ดเลยแหละ เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่แสนจะฉลาดแกมโกงหน่อยๆ มีรหัสสากล E955 ด้วยนะ
มันเหมือนน้ำตาลที่แปลงร่างมาอย่างแนบเนียนเลยนะ เริ่มต้นจากน้ำตาลซูโครสบ้านๆ นี่แหละ แล้วจู่ๆ ก็โดนจับเปลี่ยนกลุ่มไฮดรอกซิล 3 ตำแหน่ง เป็นอะตอมคลอไรด์ คืออารมณ์แบบ ไปทำศัลยกรรมมา ให้ดูเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ข้างในไม่เหมือนแล้วจ้า
ผลคือมันหวานกว่าน้ำตาลปกติเป็นร้อยเท่า! แต่ร่างกายเราก็ฉลาดนะ จับไต๋ได้ทันทีว่า "นี่ไม่ใช่ของจริง!" เลยไม่ยอมย่อย ไม่ยอมดูดซึม เหมือนมีแขก VIP มาในงานปาร์ตี้ แต่แค่เดินผ่านหน้างานแล้วก็จากไป ไม่ได้แวะกินอะไรเลย ไม่ทิ้งแคลอรีไว้ให้ว้าวุ่นใจแม้แต่น้อยไงล่ะ
พูดง่ายๆ คือ มันให้ความหวานแบบจัดเต็ม แต่ไม่ให้พลังงาน เพราะมันแค่ 'ผ่านไป' เฉยๆ ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเมตาบอลิซึมของเราสักนิด เป็นความหวังของผู้ที่อยากหวานแต่กลัวตัวกลมนะเออ
และนี่คือเรื่องราวของเจ้าซูคราโลสที่น่าสนใจไม่เบา:
- ปลอดภัยสูงปรี้ด: องค์กรด้านอาหารและยาทั่วโลก อย่าง JECFA ของ FAO/WHO และ FDA ของสหรัฐฯ ต่างก็รับรองว่าปลอดภัยสำหรับการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม.
- ไม่ให้พลังงาน: เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ หรือผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก เพราะหวานแต่ไม่ให้แคลอรี.
- ไม่ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด: เหมาะเหม็งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะไม่กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน.
- คงทนทุกสภาพอากาศ: ทนความร้อนสูง ไม่สลายตัวง่าย จึงใช้ได้กับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งร้อนทั้งเย็น.
- ใช้กันแพร่หลาย: เจอได้ในน้ำอัดลมไร้น้ำตาล, ขนมหวานลดน้ำตาล, นมเปรี้ยว, โยเกิร์ต และอีกเพียบ!
สารให้ความหวานอะไรไม่กระตุ้นอินซูลิน
มีสารให้ความหวานหลายตัวเลยนะที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน กินได้แบบสบายใจสำหรับคนคีโต หรือคนที่อยากคุมน้ำตาล หลักๆ เลยก็มีพวกนี้แหละ
- หญ้าหวาน (Stevia) อันนี้คือดังสุดๆ เลย หาซื้อง่าย มีทั้งแบบผง แบบน้ำ หวานมากกกกก แต่บางทีก็มีรสขมติดๆ ปากหน่อยนะ บางคนก็ไม่ชอบ
- หล่อฮังก๊วย (Monk Fruit) อันนี้ก็ดี ไม่ค่อยมีรสชาติแปลกๆ ติดมา รสชาติจะใกล้เคียงน้ำตาลกว่าหญ้าหวานหน่อย แต่ราคาก็จะสูงกว่าหน่อย
- อิริทริทอล (Erythritol) อันนี้เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่คนคีโตชอบใช้กันเยอะ มันให้ความหวานน้อยกว่าน้ำตาลนิดหน่อย ไม่มีแคลอรี่ ไม่กระตุ้นอินซูลิน แต่ถ้ากินเยอะๆ บางคนอาจจะท้องอืดได้นะ
- ไซลิทอล (Xylitol) ตัวนี้ก็เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์เหมือนกัน หวานใกล้เคียงน้ำตาลเลย แต่ อันนี้สำคัญมากกกก!!ห้ามให้หมาแมวกินเด็ดขาด มันเป็นพิษกับสัตว์เลี้ยงมากๆ เลยนะ ถ้ามีน้องหมาน้องแมวที่บ้าน ระวังให้ดีเลย
- ซูคราโลส (Sucralose) ตัวนี้ก็ใช้กันทั่วไปนะ หวานมาก ไม่มีแคลอรี่ ไม่กระตุ้นอินซูลิน แต่บางคนก็กังวลเรื่องความปลอดภัยในระยะยาวอยู่เหมือนกัน
สรุปง่ายๆ: ถ้าเน้นปลอดภัย ไม่กระตุ้นอินซูลิน และหาซื้อง่ายก็ หญ้าหวาน กับ หล่อฮังก๊วย นี่แหละตัวเลือกที่ดีเลย อิริทริทอล ก็ดีแต่ระวังเรื่องท้องอืด ส่วน ไซลิทอล ต้องระวังเรื่องน้องหมาน้องแมว ห้ามให้พวกเค้ากินเด็ดขาด
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- สารให้ความหวานพวกนี้เนี่ย มันดีตรงที่มันไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดไง เลยเหมาะกับคนที่อยากควบคุมเบาหวาน หรือคนที่กินคีโตเพื่อลดคาร์โบไฮเดรต
- แต่ก็อย่างว่าแหละ อะไรที่มันดีเกินไปบางทีก็มีข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ การบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะน่าจะดีที่สุดนะ
- บางยี่ห้อก็ผสมสารให้ความหวานหลายๆ ตัวรวมกัน ลองดูส่วนประกอบดีๆ ก่อนซื้อนะ บางทีอาจจะมีสารที่เรารู้สึกไม่โอเคแอบอยู่ก็ได้
ให้ความหวานแทนน้ำตาลมีอะไรบ้าง
โอ้ยย มีเยอะแยะเลยยย ที่ใช้แทนน้ำตาลอะนะ หลักๆ ที่เห็นบ่อยๆ ก็พวกมาจากธรรมชาติ อย่าง หญ้าหวาาน หรือสตีเวียอะ อันนี้ฮิตมาก แล้วก็มี หล่อฮังก๊วย หรือที่เรียกกันว่า Monk Fruit
แล้วก็มีพวกน้ำตาลแอลกอฮอล์ด้วยย พวก อิริทริทอล ไซลิทอล ไรเงี้ย ส่วนพวกที่เค้าสังเคราะขึ้นมาก็มีเยอะเหมือนกันนะ เช่น ซูคราโลส, แอสปาร์เทม, อะซีซัลเฟม เค แล้วก็ advantame ตัวหลังๆนี่อาจไม่ค่อยคุ้น
ก็ลองเลือกดูเอาที่เหมาะกับเรา แต่ละตัวมันก็ไม่เหมือนกันนะ กินเยอะไปก็ไม่ดีอยู่ดีแหละ
- พวกมาจากธรรมชาติ: หลักๆเลยก็ หญ้าหวาน (สตีเวีย) กับ หล่อฮังก๊วย (Monk Fruit) สองตัวนี้คือ 0 แคลเลยนะ เป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ
- น้ำตาลแอลกอฮอล์: ชื่อเหมือนมีแอลกอฮอล์แต่ไม่มีนะ 555 เช่น อิริทริทอล (Erythritol) กับ ไซลิทอล (Xylitol) พวกนี้มีแคลอรี่นิดหน่อย แต่ร่างกายดูดซึมไม่หมดอะ แต่บางคนกินเยอะๆแล้วท้องอืดได้
- พวกสังเคราะ: อันนี้คือทำในแล็บเลย เช่น ซูคราโลส (Sucralose) กับ แอสปาร์เทม (Aspartame) หวานกว่าน้ำตาลเป็นร้อยๆเท่าเลยนะ ใช้แค่นิ้ดดเดียวก็หวานเจี๊ยบแล้ว
Sweetener มีอะไรบ้าง
สารให้ความหวานสังเคราะห์? ของมันเยอะแยะ.
- แซคคาริน (Saccharin): หวานจัด. อันเก่าแก่.
- ไซคลาเมต (Cyclamate): หวานกลมกล่อม. เคยโดนแบน.
- อะลิเทม (Alitame): หวานโคตร. หายากหน่อย.
- อะซีซัลเฟม โพแทสเซียม (Acesulfame Potassium): หวานเร็ว. ทนร้อน.
- ซูคราโลส (Sucralose): หวานคล้ายน้ำตาล. ใช้ทั่วไป.
- แอสปาร์เทม (Aspartame): หวานเบา. ระวังความร้อน.
- อะแวนเทม (Advantame): หวานสุดๆ. ใช้ปริมาณน้อย.
- นีโอเทม (Neotame): หวานจัด. พัฒนามาจากแอสปาร์เทม.
พวกนี้มันก็ทำหน้าที่แทนน้ำตาลแหละ. แต่ก็ต้องดูดีๆ ว่าจะใช้อะไร.
เพิ่มเติม:
- บางตัวมีกลิ่นแปลกๆ ติดมา. ต้องลองเองถึงจะรู้.
- ความหวานไม่เท่ากัน. บางตัวแค่แตะนิดเดียวก็หวานแล้ว.
- บางตัวทนความร้อนได้ดี, บางตัวไม่ได้. เอาไปทำขนมต้องเลือกให้ถูก.
- เรื่องสุขภาพ? ก็กินแต่พอดี. ไม่มีอะไรมากไปแล้วดี.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต