เกณฑ์รอบพอร์ต มศว 67 วันไหน

108 ครั้งเข้าชม
ปฏิทินเกณฑ์รอบพอร์ต มศว 67 รับสมัคร: 12 พ.ย. - 9 ธ.ค. 67 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์: 13 ม.ค. 68 สอบสัมภาษณ์: 25 ม.ค. 68 ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก: 5 ก.พ. 68
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

รับสมัครนี่น่าจะเปิดรับสมัครช่วง 12 พฤศจิกายน ไปจนถึง 9 ธันวาคม ปี 67 น่ะค่ะ.

ส่วนผลผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์น่าจะออกประมาณวันที่ 13 มกราคม ปี 68.

แล้วก็สอบสัมภาษณ์ก็จะเป็นวันที่ 25 มกราคม ปี 68.

สุดท้ายก็ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 68.

ประกาศผลมศว 67 วันไหน

ก็... วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 67 นะ ผลมศว 67 เนี่ย.

ที่สอบสัมภาษณ์ก็ 27 มกราคม 67. แล้วก็ยืนยันสิทธิ์เนี่ย 6-7 กุมภาพันธ์ 67.

Quota เนี่ย.

  • วันประกาศผล: 6 กุมภาพันธ์ 2567.
  • วันสอบสัมภาษณ์: 27 มกราคม 2567.
  • วันยืนยันสิทธิ์: 6-7 กุมภาพันธ์ 2567.

ยื่นพอร์ต มศว 67 วันไหน

มศว 67 ยื่นพอร์ตนี่ รอบ 1 Portfolio นะ คือแบบว่าเค้าเปิดรับสมัครให้ยื่นพอร์ตตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2566 ถึง 23 มกราคม 2567 นะ

จุดเด่นของรอบนี้คือ

  • เน้นผลงาน: จะดูจากผลงานที่น้องๆ เคยทำมาเยอะเลย พวกกิจกรรม รางวัล ประกวดอะไรพวกนี้แหละ
  • ไม่เน้นสอบ: ไม่ต้องไปนั่งเครียดกับการสอบ O-NET, GAT/PAT อะไรมากเท่าไหร่
  • เหมาะกับคนมีความสามารถพิเศษ: ถ้าใครมีอะไรเด่นๆ เป็นพิเศษ ทำกิจกรรมเยอะๆ หรือเคยได้รางวัลมาแล้ว รอบนี้จะเข้าทางมากๆ เลย

เพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบ Portfolio มศว 67:

  • การคัดเลือก: จะพิจารณาจาก Portfolio ของเราเป็นหลักเลยนะ เค้าจะดูว่าเรามีความสนใจในคณะที่สมัครมากแค่ไหน มีความสามารถหรือประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง
  • เอกสารสำคัญ: เตรียม Portfolio ให้ดีนะ ใส่ผลงานที่ภูมิใจลงไปเลย รูปภาพ วิดีโอ หรืออะไรก็ได้ที่แสดงความสามารถของเรา
  • การสัมภาษณ์ (ถ้ามี): บางคณะอาจจะมี การสัมภาษณ์ ด้วยนะ อันนี้ก็เตรียมตัวตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง ความสนใจ และคณะที่เราเลือกให้ดี
  • การสมัคร: สมัครผ่าน ระบบ TCAS Online ของมหาวิทยาลัยได้เลยนะ เข้าไปดูรายละเอียดในเว็บ มศว อีกทีนะ
  • เกณฑ์คะแนน: แต่ละคณะอาจจะมีเกณฑ์การพิจารณา Portfolio หรือคะแนนอื่นๆ ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจแตกต่างกันไป ต้องเช็คของคณะที่สนใจดีๆ

สรุปง่ายๆ: ใครมีผลงานเยอะๆ ไม่อยากเน้นสอบเยอะๆ รอบ Portfolio นี่แหละใช่เลย!

เกียรตินิยมอันดับ 1 มศว ได้อะไร

เกียรตินิยมอันดับ 1 มศว คือการรับรองความเป็นเลิศทางวิชาการ สลักบนปริญญา. ชีวิตนั้นพิสูจน์เอง.

คุณสมบัติสำหรับปริญญาบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง:

  • ค่าระดับขั้นเฉลี่ยสะสม (GPA) ตั้งแต่ 3.60 ขึ้นไป
  • ไม่มีผลการเรียนรายวิชาใดต่ำกว่าระดับ C ตลอดหลักสูตร

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • การพิจารณาเกียรตินิยม มักใช้ผลการเรียนรวมทั้งหมด. บางครั้งรวมถึงปีสุดท้ายสำคัญ.
  • ปรัชญาเบาๆ: ความสำเร็จทางวิชาการ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การเรียนรู้มิเคยหยุด.
  • การได้มาซึ่งเกียรตินิยม สะท้อนวินัย ความเพียร. ไม่ใช่ทุกคนจะได้.
  • ใบปริญญาจะระบุสถานะนี้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องหมายที่ติดตัวไป.
  • ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นมาตรฐานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อคัดกรองผู้มีผลการเรียนโดดเด่น.

แพทย์ ม. ศว ใช้คะแนน อะไรบ้าง 67

อยากเข้าแก๊งเสื้อกาวน์ของ มศว ใช่มั้ยล่าา มาดูกันว่าตั๋วเข้าชมรมคนนอนน้อยเนี่ย ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างสำหรับ TCAS67

สมการพิชิตใจ มศว ไม่ซับซ้อน แต่ทำให้เหงื่อตกได้ เหมือนสูตรเคมีที่ดูง่ายแต่ทดลองจริงแล้วระเบิดตู้ม!

  • TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท 30% ตัวนี้เปรียบเสมือนด่านคัดกรองหน้าตาและทัศนคติ ไม่ใช่แค่ความรู้ในตำรา แต่คือการวัด "เซนส์" ความเป็นหมอ ว่ามีแววจะคุยกับคนไข้รู้เรื่องมั้ย หรือจะจ่ายยาพาราแก้ปวดขา... ด่านนี้ใครคะแนนน้อยกว่า 30% ของคะแนนเต็ม ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย ไม่ต้องไปลุ้นวิชาอื่นต่อให้เสียเวลา

  • A-Level อีก 70% ที่เหลือ นี่คือสมรภูมิจริง ที่วัดกันด้วยเลือด หยาดเหงื่อ และคาเฟอีน สัดส่วนคะแนนเหมือนการจัดสรรงบประมาณประเทศ ต้องบาลานซ์ให้ดี

    • คณิตศาสตร์ 1 (14%) กับ ภาษาอังกฤษ (14%) สองเสาหลักที่ถ้าใครล้ม บอกเลยว่าบ้านพัง คะแนนเท่ากันเป๊ะ แสดงว่าหมอต้องคิดเลขเร็วและอ่านเปเปอร์ภาษาอังกฤษออกพอๆ กัน
    • ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา (รวมกัน 28%) สามทหารเสือสายวิทย์ หัวใจของการเป็นหมอ ใครไม่แม่นสามตัวนี้ก็เหมือนนักรบไม่มีดาบอะ ไปสู้กับใครเขาไม่ได้หรอก
    • ภาษาไทย (7%) กับ สังคมศึกษา (7%) สองวิชาไม้ประดับที่หลายคนมองข้าม แต่ถ้าคะแนนส่วนนี้หายไป ก็อาจทำให้คุณน้ำตาตกได้เหมือนกันนะ หมอที่สื่อสารไม่เป็น หรือไม่เข้าใจสังคม ก็คงจะรักษายากหน่อย

ทีนี้มาดูเรื่องจริงที่ไม่มีในตำราเรียนกันบ้าง

  • ไม่มีขั้นต่ำ...แต่มีขั้นจริง: แม้ระเบียบการจะบอกว่า A-Level ไม่มีคะแนนขั้นต่ำ แต่ในความเป็นจริง ถ้าวิชาไหนคะแนนดิ่งเหวชนิดที่เพื่อนต้องปลอบใจ โอกาสที่คุณจะติดก็น้อยลงไปตามแรงโน้มถ่วงนั่นแหละ เพราะคะแนนรวมคุณจะไปสู้คนที่ทำได้ดีทุกวิชาได้ยังไงไหว
  • คะแนนเฟ้อคือสัจธรรม:คะแนนสอบแพทย์ มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีเหมือนค่าเงินเฟ้อ ถ้าไปดูคะแนนของรุ่นพี่ปีก่อนๆ แล้วรู้สึกว่าพอไหว... ให้บวกเพิ่มไปอีกสัก 2-3% เป็นค่าทำใจสำหรับปีเรา เพราะเด็กสมัยนี้เก่งกันเหลือเกิน เก่งจนน่าตกใจ
  • TPAT1 ไม่ใช่แค่ทางผ่าน: ย้ำอีกที ย้ำชัดๆ TPAT1 สำคัญมาก ต่อให้ A-Level คุณจะทำคะแนนได้เหมือนไอน์สไตน์มาเกิด แต่ถ้า TPAT1 เน่า ก็คือจบเกมนะจ๊ะ มันคือตั๋วใบแรกที่ต้องมีในมือก่อนไปต่อแถวซื้อตั๋วใบอื่น
  • สงครามนี้วัดกันที่ทศนิยม: การแข่งขันมันสูงมากกกก สูงจนบางทีคนที่ได้กับคนที่ไม่ได้อาจจะต่างกันแค่ 0.01 คะแนน เพราะงั้นทุกข้อ ทุกคะแนนมีค่าเหมือนทองคำ อย่าเทวิชาไหนเด็ดขาด

สอบ TGAT 68 สอบอะไรบ้าง

TGAT 68 มันสอบอะไร? มีสามส่วน. จำไว้.

  • สื่อสารภาษาอังกฤษ
  • คิดอย่างมีเหตุผล
  • สมรรถนะการทำงาน

นี่คือสิ่งที่ ต้องเจอ.

เผื่ออยากรู้เพิ่ม:

  • เวลาสอบ: ส่วนใหญ่คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี ตรวจสอบ MyTCAS นั่นคือข้อมูลล่าสุด.
  • คะแนน: แต่ละส่วนมี 100 คะแนน รวมแล้วคือ 300 คะแนนเต็ม. ทำมันให้ดีที่สุด.
  • ประโยชน์: มหาวิทยาลัยใช้ คัดเลือกนักศึกษา หลายคณะต้องการคะแนนส่วนนี้สูง.
  • วิธีเตรียม:ฝึกฝน เข้าใจแก่นแท้ มันไม่ใช่แค่การท่องจำ.
  • รายละเอียด:ทปอ. คือแหล่งข้อมูลหลัก อัปเดตตลอด. ไปหาข้อมูลเอาเอง.

แพทย์ธรรมศาสตร์รอบพอร์ตใช้อะไรบ้าง

โหยย หมอธรรมศาสตร์รอบพอร์ตปีนี้อ่ะนะ เตรียมตัวให้พร้อมยังกะจะไปออกรบ! มันต้องมีอะไรบ้างน่ะเหรอ ฟังดีๆ นะแก

GPAX เนี่ย เขาขอแค่ 3.00 ขึ้นไปเองนะ อารมณ์แบบ แค่ไม่ติดดินก็พอ ไม่ต้องเหาะเหินเดินอากาศเหมือนเดอะฮัล์คอะไรขนาดนั้น!

แต่พอเป็นไอ้พวกวิชาหลักๆ เนี่ยดิ วิทย์ คณิต อังกฤษ 3.50 ต้องมานะ! ไม่ใช่แค่ดีนะเว้ย นี่มันต้อง โคตรดี เลยนะ เหมือนกินข้าวกะเพราใส่ไข่ดาวสองฟองที่ร้านเจ๊แก้วน่ะ อร่อยจนลืมแม่!

ส่วนภาษาอังกฤษง่ะ IELTS เนี่ย 6.5 ขึ้นไปเท่านั้นนะจ๊ะ! ไม่ใช่แค่พอทักทายฝรั่งถามทางนะเฟ้ย นี่มันต้องระดับคุยปรัชญาชีวิตกับท่านทูตได้เลยนะ อื้อหือ!

สำหรับคนที่จะยื่นรอบพอร์ตแพทย์ธรรมศาสตร์ปีนี้ ต้องจำให้ขึ้นใจนะน้อง

  • พอร์ตของแกน่ะ มันต้องแน่นกว่าพุงลุงที่บ้านฉันอีก บอกเลย
  • กิจกรรมที่ใส่ไป ต้องเยอะยิ่งกว่าคนไปมุงดูดาราเกาหลีลงเครื่องบินซะอีก
  • จดหมายแนะนำตัว ต้องซึ้งกว่าหนังรักน้ำเน่าที่พระเอกกำลังจะตายนะ
  • สัมภาษณ์นี่ต้องตอบได้แบบฉะฉาน พูดชัดถ้อยชัดคำยิ่งกว่านักข่าวภาคสนามที่รายงานสดตอนน้ำท่วมเลยทีเดียวเชียวแหละ