เก่งภาษาประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

70 ครั้งเข้าชม
เก่งภาษาอังกฤษ เปิดโลกอาชีพกว้างไกล! 10 อาชีพอนาคตสดใส: โปรแกรมเมอร์: พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก นักเขียนคอนเทนต์: สร้างสรรค์เนื้อหาดึงดูดใจ ผู้จัดการโซเชียลมีเดีย: บริหารช่องทางออนไลน์ ผู้จัดการโรงแรม: ดูแลแขกชาวต่างชาติ นักจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ: เจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน: บริการผู้โดยสารต่างชาติ ไกด์นำเที่ยว: นำเที่ยวและแปลภาษาให้แก่นักท่องเที่ยว 8.ล่ามแปลภาษา: ให้บริการแปลภาษาในงานต่างๆ ครูสอนภาษา: ถ่ายทอดความรู้ภาษาอังกฤษ 10.นักการทูต: ทำงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญสู่ความสำเร็จ ยิ่งเก่งยิ่งได้เปรียบ!
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาชีพจากทักษะภาษา: แปล, สอน, หรือเขียนอะไรได้บ้างที่ทำเงิน?

โอเค มาดูกันว่าทักษะภาษาเนี่ย มันทำอะไรได้บ้างที่พอจะเลี้ยงชีพได้นะ เอาจริง ๆ คือเยอะมากกกก

ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยคิดว่าเก่งอังกฤษก็แค่คุยกับฝรั่งรู้เรื่อง แต่พอโตมาเท่านั้นแหละ โอ้โห โลกมันกว้างกว่าที่คิดเยอะ

แปลภาษา นี่แน่นอนอยู่แล้ว เป็นอะไรที่คลาสสิกมาก แต่ต้องแม่นจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่พอถู ๆ ไถ ๆ เมื่อก่อนเคยลองรับงานแปลเอกสารทางกฎหมาย...ขอบายเลยจ้า ยากเกิ๊น!

สอนภาษา อันนี้ก็ฮิต สอนพิเศษ สอนตามโรงเรียน สอนออนไลน์...อยู่ที่ว่าเราชอบแบบไหน ฉันเคยสอนเด็กประถมแถวบ้าน ชั่วโมงละ 250 บาท ก็พอได้ค่าขนม (เมื่อ 10 ปีที่แล้วนะ)

เขียนคอนเทนต์ อันนี้มาแรง! ยุคดิจิทัลใคร ๆ ก็อยากมีคอนเทนต์ดี ๆ ดึงดูดลูกค้า ฉันเคยลองเขียนบทความให้เว็บท่องเที่ยว ได้ค่าจ้างไม่เยอะ แต่สนุกดี ได้ฝึกสกิลตัวเอง

แล้วก็มีอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษดี ๆ อีกเพียบเลยนะ อย่างที่เค้าว่ากัน:

  • Programmer: เขียนโค้ดเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องอ่าน document ภาษาอังกฤษรู้เรื่องด้วย
  • Content Writer: (นักเขียนคอนเท้น)
  • Social media manager: (ผู้จัดการด้านโซเชียลมีเดีย)
  • Hotel Manager: (ผู้จัดการโรงแรม)
  • International Business Manager: (นักจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ)
  • Air hostess: (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน)
  • Tour guide: (ไกด์นำเที่ยว)

แต่เอาจริง ๆ นะ ไม่ว่าอาชีพอะไร ถ้าเรามีทักษะภาษาที่ดี มันก็เป็นแต้มต่อทั้งนั้นแหละ!

เก่งภาษาควรทำอาชีพอะไร

จริงๆนะ ตอนเรียนจบปี 66 ฉันเครียดมากเรื่องงาน เก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวจะทำอะไรได้บ้างวะ? เพื่อนๆมันก็แนะนำโน่นนี่นั่น แต่ฉันอยากทำอะไรที่ใช้ความรู้จริงๆ ไม่ใช่แค่ได้ใช้บ้างนิดหน่อยอ่ะ ฉันเลยไปค้นหาข้อมูลเพิ่ม เจอเว็บไซต์นึง จำไม่ได้แล้วว่าเว็บอะไร แต่จำได้ว่ามีรายชื่ออาชีพที่ใช้ภาษาอังกฤษเยอะๆ เหมือนในลิ้งค์ที่ส่งมาเนี่ยแหละ แต่ฉันไม่เอาลิ้งค์นั้นนะ ฉันเลือกเองเลย

ตอนแรกฉันสนใจเป็นล่ามมากกก อยากไปแปลภาษาให้คนดังๆ หรือไม่ก็ไปทำงานองค์กรใหญ่ๆ ดูเท่ดี แต่พอคิดๆไป มันต้องมีความรู้เฉพาะด้านด้วย ฉันว่าฉันไม่ค่อยเก่งพวกกฎหมายหรือการแพทย์เท่าไหร่ เลยตัดทิ้งไป

แล้วฉันก็ลองมองไปที่นักการตลาดดิจิทัล ดูน่าสนใจดี ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนคอนเทนต์ ทำ SEO ทำแคมเปญโฆษณา อะไรแบบนี้ งานนี้มันกว้างมาก แล้วก็มีโอกาสได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆไปด้วย แต่ฉันกลัวจะเบื่อซ้ำๆ เลยยังตัดสินใจไม่ได้

สุดท้าย ฉันเลือกเป็นโปรแกรมเมอร์ อาจจะดูแปลกๆ แต่จริงๆแล้ว ภาษาอังกฤษสำคัญมากนะ เอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติด้วยยิ่งต้องใช้ ตอนนี้ฉันทำงานกับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ AI ก็สนุกดี ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษจริงจัง ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วก็เงินเดือนก็ดีด้วย

  • ล่าม : ต้องมีความรู้เฉพาะทางด้วย เลยไม่เหมาะกับฉัน

  • นักแปล : คล้ายๆกับล่าม ต้องเก่งด้านนั้นๆด้วย

  • แอร์โฮสเตส : ไม่ใช่แนวฉันเลย

  • พนักงานโรงแรม : เคยคิดนะ แต่กลัวเหนื่อยเกินไป

  • มัคคุเทศก์ : ต้องชอบพูดชอบคุยมากๆ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น

  • นักการตลาดดิจิทัล : งานน่าสนใจ แต่กลัวจะเบื่อ

  • โปรแกรมเมอร์ : งานที่ฉันเลือก ได้ใช้ภาษาอังกฤษเยอะ สนุกและเงินดี

  • นักธุรกิจ : ยังไม่คิดถึงขั้นนี้ ตอนนี้เอาให้รอดก่อน

    ตอนนี้ฉันก็ทำงานไปเรื่อยๆ ยังไม่คิดจะเปลี่ยนงาน แต่ก็เปิดใจไว้บ้าง เผื่อมีโอกาสดีๆเข้ามา แต่ถ้าให้เลือกใหม่ ฉันก็คงเลือกโปรแกรมเมอร์อยู่ดีแหละ

เรียนภาษาต่อยอดอะไรได้บ้าง

เรียนภาษาต่อยอดได้อย่างไร? เลือกทางของคุณเอง

  • สายอาชีพ: ล่าม, นักแปล, บรรณาธิการ, นักการทูต (ข้อมูลปี 2566: อัตราการจ้างงานสูงขึ้นในกลุ่มอาชีพใช้ภาษาต่างประเทศ) งานราชการบางตำแหน่งต้องการทักษะภาษาเพิ่มเติม
  • ธุรกิจส่วนตัว: ฟรีแลนซ์, เจ้าของธุรกิจนำเข้า-ส่งออก (ตลาดส่งออกไทยปี 2566 ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง) ความรู้ภาษาคือข้อได้เปรียบ
  • งานวิชาการ: นักวิจัย, อาจารย์ (ปี 2566: มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายภาษา) ยิ่งภาษาเฉพาะทางยิ่งดี

ภาษาคือเครื่องมือ ฝีมืออยู่ที่คนใช้ เลือกทางของคุณ

(ประสบการณ์ส่วนตัว: ฉันเคยใช้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นหาลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่นให้บริษัทได้หลายราย ปี 2566)

พูดได้หลายภาษา ทํางานอะไร

หลายภาษา ไม่ได้แปลว่ารวย แค่มีทางเลือก

  • ลูกเรือ: ยิ้มรับ ใช้ภาษาแลกเที่ยวบินฟรี
  • ไกด์: เล่าเรื่องขายฝัน แลกทิป
  • ครูภาษา: สอนวนไป ชีวิตไม่หวือหวา
  • นักแปล: แกะโค้ดภาษา แลกเงิน
  • ล่าม: สะพานเชื่อมโลก แลก Connection
  • PR: สร้างภาพลักษณ์ แลกเครดิต
  • AE: บริหารความสัมพันธ์ แลก Target

ข้อมูลเสริม:

  • ลูกเรือ: รายได้เฉลี่ย 50,000 - 150,000 บาท/เดือน (ปี 2567) ขึ้นอยู่กับสายการบินและประสบการณ์
  • ไกด์: ทิปดี ชีวิตดี ทิปไม่ดี ตัวใครตัวมัน
  • ครูภาษา: ชั่วโมงละ 300 - 1,000 บาท หรือมากกว่า (ขึ้นอยู่กับสถาบันและประสบการณ์)
  • นักแปล: เรทตามคำ/หน้า/ชั่วโมง แล้วแต่ตกลง
  • ล่าม: รายได้รายวัน/รายเดือน สูงตามความเชี่ยวชาญ
  • PR: เงินเดือน+คอมมิชชั่น กดดันแต่คุ้มค่า
  • AE: สร้างยอดขายให้ได้ คือรอด

สิ่งที่ต้องรู้: ภาษาไม่ใช่ทุกอย่าง ทักษะอื่น ๆ สำคัญกว่าเยอะ อย่าโลกสวย

อาชีพอะไรบ้างที่ต้องใช้ภาษา?

งานไหนต้องใช้ภาษา? ชัดๆเลยนะ พวกนี้แหละ

  • ล่าม (ปีนี้งานบูมมาก แย่งกันจ้าง)
  • นักแปล (เงินดี แต่เหนื่อยโคตร)
  • แอร์โฮสเตส (สวยๆรวยๆ แต่กดดัน)
  • พนักงานโรงแรม (ภาษาดี ได้ทิปงามๆ)
  • มัคคุเทศก์ (ต้องรู้เรื่อง ไม่ใช่แค่พูดเก่ง)
  • นักการตลาด (ต้องขายของเก่ง ภาษาดีช่วยได้)
  • โปรแกรมเมอร์ (โค้ดดี ภาษาอังกฤษก็ต้องเทพ)
  • นักธุรกิจ (ภาษาคืออาวุธ ปิดดีลได้ง่าย)
  • นักเขียน (ไม่ต้องพูดมาก งานเขียนขายได้)
  • ครูสอนภาษา (งานสบาย แต่เงินน้อย)

ปีนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซบูม นักการตลาดดิจิทัล เงินดีขึ้นเยอะ แต่แข่งขันสูง ถ้าเก่งจริง รวยแน่ ส่วนตัวผม ปีนี้เน้นรับงานแปลเอกสารทางการแพทย์ รายได้ดีกว่าปีที่แล้ว เยอะกว่าเดิมเกือบสามเท่า ถ้าใครอยากรวย เรียนภาษาให้เก่งๆ แค่นั้นแหละ

อาชีพใดที่ต้องใช้การสื่อสาร?

อาชีพไหนต้องใช้สื่อสารเยอะ? เยอะมากกก เกือบทุกอาชีพป่ะวะ แต่ถ้าจะให้พูดถึงโดยตรงเลยนะ ก็พวกนี้แหละ

  • นักข่าว ต้องเขียนข่าว ต้องสัมภาษณ์คน ต้องพูดคุยกับแหล่งข่าว ต้องรีบด้วยนะ เวลาส่งต้นฉบับ
  • นักเขียนคอนเทนต์ นี่ก็คล้ายๆกัน แต่เน้นเขียน ต้องคิดคอนเทนต์ให้ปัง ต้องดึงดูดคนอ่าน ปีนี้เห็นเทรนด์เขียนเกี่ยวกับ AI เยอะเลย
  • นักเขียนบท โอ้ย งานนี้ใช้การสื่อสารโคตรๆ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ ต้องทำให้คนดูอิน เขียนให้เข้าใจง่ายด้วยนะ ไม่งั้นคนดูงงตาย

ส่วนบรรณาธิการ ก็ต้องใช้เหมือนกันแหละ แต่เขาจะตรวจสอบ แก้ไข ให้คำแนะนำมากกว่า คือ

  • บรรณาธิการบทความ ต้องเช็คภาษา ให้เนื้อหาตรงประเด็น ดูให้มันดีๆก่อนส่งพิมพ์ ปีนี้เจอข่าวปลอมเยอะ งานหนักเลย
  • บรรณาธิการคอนเทนต์ คล้ายๆกัน แต่คอนเทนต์มันหลากหลายกว่า ต้องดูให้ครบถ้วน ต้องเข้าใจ SEO ด้วยนะ
  • บรรณาธิการบท งานละเอียดมากกก ต้องดูให้ทุกอย่างเป๊ะ ทั้งภาษา ทั้งเนื้อหา ต้องเช็คให้ดีก่อนส่งถ่ายทำ งานเยอะจริงๆ

เพื่อนฉันปีนี้เรียนจบเป็นนักเขียนอิสระ บอกว่าเหนื่อยมาก แต่สนุกดี ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่เลย แต่ก็ต้องหาลูกค้าเองด้วยนะ งานนี้ก็ต้องสื่อสารกับลูกค้าเยอะเหมือนกัน