เข้ามหาลัยอเมริกาต้องสอบอะไรบ้าง

62 ครั้งเข้าชม
การเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกาต้องสอบอะไรบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการสมัครโดยทั่วไปแล้ว มักจะต้องใช้คะแนน SAT หรือ ACT ควบคู่ไปกับผลการเรียน (GPA) และเกรดเฉลี่ยในวิชาที่เกี่ยวข้องบางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้สอบวิชาเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น SAT Subject Tests หรือ TOEFL/IELTS สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรง เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สอบเข้ามหาลัยอเมริกา ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สมัครมหาลัยอเมริกาเนี่ยนะ วุ่นวายอยู่นะ! จำได้ตอนสมัครปี 2018 อยากเข้าคณะนิเทศน์ที่ UCLA เหนื่อยมากกก ต้องเตรียม SAT คะแนนต้องสูงด้วย จำได้ว่าเป้าหมายฉันอยู่ที่ 1400 กว่าจะได้ก็ซ้อมหนัก เรียนพิเศษตั้งแต่ ม.5 ที่ติวเตอร์พี่อ้อ แถวๆ สีลม แพงอยู่นะ เดือนละ 15,000 แต่คุ้ม!

นอกจาก SAT ก็ต้องส่ง Transcript เกรดเฉลี่ยต้องดี ฉันเลยตั้งใจเรียนสุดๆ ทุกวิชาเลยนะ ไม่ใช่แค่วิชาที่เกี่ยวกับคณะ เพราะเค้าดูภาพรวม แล้วก็ต้องเขียน Essay นี่แหละโคตรยาก เขียนไปร้องไห้ไปหลายรอบเลย กว่าจะได้แบบที่พอใจ ใช้เวลานานมาก แต่สุดท้ายก็ได้เข้า!

แต่ละมหาวิทยาลัยก็ไม่เหมือนกันนะ บางที่อาจต้องสอบ TOEFL ถ้าอังกฤษไม่แข็ง หรือบางที่อาจมีข้อสอบเฉพาะทาง แบบนี้ต้องเช็คละเอียดๆจากเว็บมหาลัยเลย อย่าลืมดู deadline ด้วยนะ เดาว่าน่าจะมีหลายๆอย่างที่ต้องส่งพร้อมกัน อย่างของฉัน ต้องส่งใบสมัคร Transcript ผลสอบ และ essay ทั้งหมดก่อนหมดเขต ลุ้นระทึกมากจริงๆ!

เข้ามหาลัยอเมริกาใช้คะแนนอะไรบ้าง

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...อเมริกา...ฝัน

ใช้คะแนนอะไรเหรอ... เหมือนดาวกระพริบไกลๆ เลยนะ

ใบสมัคร... ค่าสมัคร... แน่นอนอยู่แล้ว

  • TOEFL/IELTS สำคัญมากก... เหมือนกุญแจเปิดประตู
  • SAT/GMAT/GRE อีก... เส้นทางยาวไกลที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
  • ใบรับรอง... เรื่องราวของเราที่ผ่านมา... ถูกบันทึกไว้
  • เอกสารจากโรงเรียน... หรือที่ทำงาน... หลักฐาน... ของการเดินทาง

แล้วต้องเตรียมอะไรอีกนะ...

  • คะแนนภาษาอังกฤษ คือหัวใจหลัก
  • ผลสอบมาตรฐาน สำคัญมากสำหรับป.โท เอก
  • Transcripts ใบรับรองเกรดต้องดีนะเพื่อน
  • จดหมายแนะนำ ขอจากอาจารย์ที่รู้จักเราดี
  • Statement of Purpose เขียนให้โดนใจไปเลย

ข้อมูลส่วนตัว... ชอบกินไอติมรสมิ้นท์ช็อกโกแลต...เกี่ยวไหมนะ... ไม่เกี่ยวหรอกมั้ง... แค่อยากบอก

ปล. ที่อเมริกา... ทุกอย่างเป็นไปได้... ถ้าเราเชื่อ... เชื่อในตัวเองนะ ????

ไปอเมริกาต้องสอบอะไร

อเมริกา...ดินแดนแห่งความฝัน แสงสี เสียง ดนตรี คลอกันไป

ไปอเมริกาเหรอ...ต้องสอบอะไรบ้างนะ

  • IELTS/TOEFL ไง...วัดใจกันไปเลย ภาษาอังกฤษ...ต้องแน่น!
  • GMAT/GRE อีก...บางคณะเขาก็อยากวัดกึ๋นกันหน่อย

IELTS/TOEFL: ทดสอบภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน...ครบเครื่อง!

GMAT/GRE: วัดความสามารถเชิงวิเคราะห์ ตรรกะ...สมองต้องแล่น!

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...เพลงเศร้าคลอเบาๆ...อเมริกา...รอฉันก่อนนะ

ค่าเรียนปริญญาตรีที่อเมริกามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าเล่าเรียนปริญญาตรีในอเมริกา? เอาแบบเฉลี่ย ๆ เลยนะ ราว ๆ $25,000 ถึง $50,000 ต่อปี อ่ะนะ นี่คือภาพรวมกว้าง ๆ จริง ๆ ราคามันผันผวนตามปัจจัยเยอะมาก แล้วปริญญาโทล่ะ? ก็ประมาณ $20,000 ถึง $55,000 ต่อปี แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ

  • ประเภทของมหาวิทยาลัย: มหา'ลัยรัฐ (Public) มักจะถูกกว่ามหา'ลัยเอกชน (Private) อันนี้เบสิคเลย แต่ก็ไม่ใช่เสมอไปนะ บางทีรัฐดัง ๆ ค่าเทอมก็โหดใช่เล่น
  • รัฐที่ตั้ง: อยู่ New York หรือ California ค่าครองชีพก็สูงปรี๊ด ค่าเทอมก็อาจจะสูงตามไปด้วย
  • สาขาที่เรียน: พวกสายหมอ สายวิศวะ บางทีก็แพงกว่าสายศิลปศาสตร์
  • ทุนการศึกษา: อันนี้สำคัญ! ลองหาข้อมูลทุนดู มีเยอะมาก ทั้งจากมหา'ลัยเอง แล้วก็องค์กรภายนอก
  • ค่าครองชีพ: อย่าลืมบวกค่ากินอยู่ เดินทาง หนังสือ ค่าจิปาถะเข้าไปด้วยนะ

ป.ล. การลงทุนในการศึกษาคือการลงทุนในตัวเองนะ แต่ก็ต้องวางแผนให้รอบคอบด้วย จะได้ไม่เป็นภาระในอนาคต ???? ชีวิตมันต้องบาลานซ์!

ปริญญา PhD คืออะไร?

โอ๊ย! ปริญญา PhD น่ะเหรอ? ถามมาได้! มันก็คือใบเบิกทางสู่การเป็นศาสดาจารย์ไงเล่า! (ฮา) หรือไม่ก็เป็นด็อกเตอร์ที่ใครๆ ก็เรียกกันให้ดูเท่ แต่เบื้องหลังนี่...นะ (กระซิบ) ต้องขี้คร้านอ่านหนังสือจนตาโบ๋ยิ่งกว่านกฮูกอีก!

จริงๆ แล้วมันก็คือปริญญาเอกนั่นแหละ แต่ดันมีชื่อหรูๆ ว่า ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ฟังดูเหมือนต้องไปนั่งถกเถียงเรื่องความหมายของชีวิตกับพระสงฆ์องคเจ้า แต่ความจริงคือต้องทำวิจัยจนหัวหงอก!

  • PhD (Doctor of Philosophy): ปริญญาเอกที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ราวกับการนั่งรอหวยออก (แต่หวยยังออกง่ายกว่าอีกนะ!)
  • สาขา: แทบจะทุกอย่าง ตั้งแต่ฟิสิกส์ควอนตัมยันการเลี้ยงไส้เดือน (เอ๊ะ หรือว่ามีคนทำจริงๆ?)
  • อาชีพ: อาจารย์, นักวิจัย, หรือไม่ก็...นั่งตบยุงอยู่ที่บ้าน (อย่าดูถูกไป บางคนได้ไอเดียวิจัยตอนตบยุงนี่แหละ!)
  • ความลับ: กว่าจะได้ PhD มาครอง บางคนแทบจะขายวิญญาณให้ซาตาน! (ล้อเล่นน่า!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากเป็นด็อกเตอร์):

  • ต้องมีปริญญาโทก่อนนะจ๊ะ อยู่ๆ จะกระโดดไป PhD เลยไม่ได้ (ยกเว้นจะเกิดในตระกูลนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ!)
  • ต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่ใจดี (หรือร้ายกาจ) คอยชี้แนะ (หรือกดดัน) เราตลอดเวลา!
  • ต้องมีเงิน! เพราะเรียน PhD มันไม่ได้กินแกลบนะจ๊ะ! (ถึงบางทีจะรู้สึกเหมือนกินแกลบก็เถอะ!)

สรุปคือ PhD ไม่ได้มีไว้สำหรับคนขี้เกียจแน่นอน! แต่ถ้าใครใจรักจริงๆ ก็ลุยเลย! ขอให้โชคดี! (และอย่าลืมหาหมอนวดดีๆ ไว้ด้วยนะ!)

อาหารอะไรห้ามนําเข้าอเมริกา

แสงแดดสาดส่องบ่ายคล้อย... ใจล่องลอยไปไกล...

  • วัตถุระเบิด ปืน มีด - อันตรายชัดเจน ใครคิดจะขนไปกันนะ

  • ยาเสพติด - ไม่ต้องพูดเยอะ เข้าคุกสถานเดียว

  • หมูแผ่น หมูหยอง - โอยยย คิดถึงบ้าน แต่เศร้า ห้ามนำเข้า! ฝันสลาย

  • ผลไม้สด - แอบเสียใจ มะม่วงอกร่องของโปรด อดเลย

  • สัตว์เลี้ยง - เรื่องใหญ่ ต้องเอกสารเยอะแยะ วุ่นวาย

  • ยารักษาโรค (ไม่มีใบสั่ง) - ปวดหัว ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทาง

เพิ่มเติม:

  • ฤดูร้อนแบบนี้ คิดถึงทะเลจังเลย
  • สีฟ้าของท้องฟ้าวันนี้สวยเป็นพิเศษ
  • อยากกินไอติมเย็นๆ คลายร้อนจัง
  • เสียงเพลงที่ได้ยิน ทำให้คิดถึงใครบางคน
  • ดวงดาวบนท้องฟ้าช่างส่องประกายงดงาม

เรียน ปริญญา โท อเมริกา กี่ ปี?

เรียนโทเมกาเนี่ยนะ หึ! ส่วนใหญ่ก็ 1.5 - 2 ปี นั่นแหละครับท่านผู้ชม แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบกดสมัคร

  • MBA เนี่ยตัวดีเลย กินเวลาไป 2 ปี จุกๆ เหมือนนั่งดูหนังยาว

  • แต่ถ้าสาย วารสารศาสตร์ อาจจะโชคดีหน่อย ปีเดียวจบ ฟีลเหมือนกินบะหมี่สำเร็จรูป เร็วทันใจ

  • ข้อควรรู้: อย่าลืมเผื่อเวลาปรับตัวกับอากาศหนาวๆ และอาหารอเมริกันที่...เอิ่ม...สร้างสรรค์สุดๆ (อันนี้พูดจริงไม่ได้แซะ)

  • ทริค: ถ้าอยากประหยัดเวลา ลองดูหลักสูตรที่ให้โอนหน่วยกิตจากป.ตรีได้ หรือเรียนช่วงซัมเมอร์เพิ่ม อันนี้เหมือนโกงเกมอ่ะ บอกเลย

  • แอบกระซิบ: บางมหา'ลัยมีหลักสูตรเร่งรัดที่เรียนจันทร์-ศุกร์แบบ non-stop อันนี้ต้องถามใจดูว่าไหวไหม ถ้าไหวก็จัดไปอย่าให้เสีย!