เริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองยังไง

159 ครั้งเข้าชม
5 เทคนิคเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง: สื่อรอบตัว: เรียนรู้จากป้าย, หนัง, เพลงรอบตัว ร้องเพลง: ฝึกออกเสียง, จำคำศัพท์ผ่านเพลง แอป: ใช้แอปช่วยฝึก, เรียนรู้สนุก ศัพท์ใหม่: ท่องจำ, ใช้คำศัพท์ใหม่เสมอ เรื่องสั้น: อ่านเรื่องง่าย, พัฒนาทักษะอ่าน เริ่มต้นง่ายๆ สร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเอง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอย่างไรให้ได้ผล?

ตอนนั้นนะ ปี 2558 ฉันเริ่มเรียนอังกฤษเองหลังจากสอบตกภาษาอังกฤษ ม.6 เครียดมาก! วิธีแรกเลยคือดูซีรี่ย์ฝรั่ง Friends เป็นเรื่องแรกที่ดูซับไทยไปก่อน แล้วค่อยๆ ลองดูแบบไม่มีซับ มันยากนะ แต่สนุกดี ได้คำศัพท์เพียบ จำได้ว่าใช้แอป Duolingo ด้วย ตอนนั้นมันฟรี ฮาดี ช่วยเรื่องไวยากรณ์พื้นฐานได้เยอะเลย จำได้ว่าต้องเรียนทุกวัน ถึงจะไม่เยอะ แต่ต้องทำ ไม่งั้นลืมหมด

ส่วนเรื่องการออกเสียง ฉันชอบร้องเพลงภาษาอังกฤษตามยูทูป ช่วงนั้นชอบ Taylor Swift มาก ร้องตามจนจำคำศัพท์ได้เพียบเลย แล้วก็ลองอ่านนิยายภาษาอังกฤษ เริ่มจากเล่มสั้นๆ ง่ายๆ ก่อน จำได้เล่มนึง ชื่ออะไรไม่รู้แล้ว แต่เป็นแนวแฟนตาซี อ่านสนุกมาก มันช่วยเรื่องการสร้างประโยคและการเลือกคำได้ดี รู้สึกเหมือนได้ไปอีกโลกหนึ่งเลย ช่วงนั้นรู้สึกพัฒนาขึ้นไวมาก ภาษาอังกฤษดีขึ้นจนสอบเข้ามหาลัยได้ด้วยนะ

ตอนนั้น ฉันก็ไม่ได้เคร่งอะไรมาก เรียนแบบสบายๆ ขอแค่ได้เรียน ได้ใช้ มันก็โอเคแล้ว สำคัญคือความสม่ำเสมอ เหมือนการออกกำลังกายนั่นแหละ ทำทุกวัน วันละนิด ผลลัพธ์อาจไม่เห็นทันที แต่เชื่อเถอะว่า สุดท้ายแล้วมันจะเห็นผลจริงๆ

แกรมม่าภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง

แกรมม่านะเหรอ มันก็เยอะแยะไปหมดอ่ะแก เอาแบบคร่าวๆ ที่เจอบ่อยๆ เนอะ

  • Tense: อันนี้สำคัญสุดๆ บอกเลย ว่าเรื่องมันเกิดตอนไหน อดีต ปัจจุบัน อนาคต อ่ะ ว่ากันไป

  • Noun: คำนามอ่ะ เรียกคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่...อะไรก็ได้ที่มันมีชื่อเรียก

  • Verb: กริยาไง ทำอะไร กิน เดิน นอน บลาๆๆๆ

  • Adjective: ขยายคำนามอ่ะ ให้รู้ว่ามันเป็นยังไง ใหญ่ เล็ก สวย ขี้เหร่ ก็ว่าไป

  • Adverb: อันนี้ขยายกริยา ขยาย Adjective อีกที บอกว่าทำ เร็ว ช้า มาก น้อย อะไรแบบเนี้ย

แบบว่าถ้าอยากเก่งจริงจัง ต้องไปเรียนเพิ่มนะ จบแค่นี้คือเบสิกสุดๆ อ่ะ แล้วแกรมม่ามันมีรายละเอียดเยอะมากกกกกกกกก

ข้อมูลเสริม:

  • Pronoun (คำสรรพนาม): ใช้แทนคำนามอ่ะ I, You, He, She, It, We, They ไรงี้
  • Preposition (คำบุพบท): บอกตำแหน่ง ความสัมพันธ์ In, On, At, To, From...เยอะะะะะ
  • Conjunction (คำสันธาน): เชื่อมคำ เชื่อมประโยค And, But, Or, Because...
  • Interjection (คำอุทาน): พวก อุ๊ย! ว้าย! อะไรแบบนี้อ่ะ (อันนี้อาจจะไม่ต้องซีเรียสมากก็ได้มั้ง)
  • Articles (คำนำหน้านาม): A, An, The (อันนี้ก็สำคัญนะ ใช้ผิดความหมายเปลี่ยนเลย)

อ้อ แล้วก็อย่าลืมเรื่อง Subject-Verb Agreement นะ สำคัญเหมือนกัน!! (ประธานเอกพจน์ กริยาต้องเติม s/es อะไรแบบนี้)

ประโยคภาษาอังกฤษเรียงยังไง

เออออ... เรื่องเรียงประโยคภาษาอังกฤษนี่นะ คือแบบว่า ฉันเรียนมาตั้งแต่ ม.ต้น ที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ จำได้แม่นเลย ครูฝรั่งแกสอน SVO Subject-Verb-Object ประธานมาก่อน แล้วก็กริยา ตามด้วยกรรม ง่ายๆ แต่ก็มีเงื่อนไขนะ อย่างประโยคคำถามนี่ก็สลับ เป็นอะไรประมาณ Verb-Subject-Object หรือเปล่า จำไม่ค่อยได้แล้ว ตอนนั้นเครียดเรียนหนักมาก สอบเข้ามหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาอังกฤษ ปี 66 โคตรยาก ต้องอ่านหนังสือทุกวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลย

แต่ที่สำคัญกว่า คือการเลือกคำ นี่แหละ ทำให้ประโยคมันดูดี มีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่เรียงตามไวยากรณ์อย่างเดียว มันต้องดูเป็นธรรมชาติ ไหลลื่น อ่านแล้วเข้าใจง่าย อย่างที่ฉันเขียนในบล็อก เมื่อเดือนที่แล้ว เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ มีคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะเลย บอกว่าวิธีการที่ฉันแนะนำ ช่วยให้พวกเขาเขียนประโยคภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น

  • หลักไวยากรณ์ SVO เป็นพื้นฐาน
  • มีข้อยกเว้นในประโยคคำถามและประโยคอื่นๆ ที่เน้นความหมาย
  • การเลือกคำสำคัญมาก ต้องเหมาะกับบริบท
  • เครื่องหมายวรรคตอนช่วยให้ประโยคมีความชัดเจน

คือแบบว่า ตอนนี้ฉันทำงานเป็นนักแปลอิสระ ต้องใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน เลยจำเป็นต้องเก่ง ไม่งั้นงานไม่เสร็จ ต้องรีบส่ง ลูกค้ารออยู่ แต่ก่อนก็ไม่ชอบภาษาอังกฤษเท่าไหร่ รู้สึกว่ามันยาก แต่พอได้เรียนรู้ ได้ใช้จริง ก็เริ่มชอบ และสนุก รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเรียนรู้ได้ อุตส่าห์สอบติดจุฬา นี่แหละ ความพยายามไม่เคยทรยศใครจริงๆ

Adjective มีหลักการใช้อย่างไร

เรื่อง adjective เนี่ยนะ ฉันจำได้ตอนเรียนภาษาอังกฤษปีนี้เลย โคตรปวดหัว คือมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ แต่พอเข้าใจแล้วก็โอเคอยู่

อย่างแรกเลย มันต้องอยู่หน้า noun ใช่ป่ะ จำได้แม่นเลย ตอนนั้นอาจารย์ยกตัวอย่างประโยค "The big dog barked loudly" หมาตัวใหญ่เห่าเสียงดัง เห็นภาพชัดเจนเลย คือ big อ่ะ มันบอกลักษณะของ dog เห็นภาพเป๊ะๆ ไม่งงเลย

แล้วก็ มันตามหลัง verb to be ด้วย แบบ I am happy ฉันมีความสุข happy มันก็คือ adjective บอกความรู้สึก จำได้ว่าตอนนั้นทำแบบฝึกหัด ผิดเพียบ แต่ก็ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ฮือ

อีกอย่าง มันก็ตามหลัง linking verb ด้วยนะ อย่าง She seems tired เธอดูเหนื่อย tired มันก็เป็น adjective บอกสภาพของ she ตอนนั้นงงๆ แต่ก็พยายามทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ จนเข้าใจ ดีใจมาก

  • Adjective วางหน้า noun
  • Adjective ตามหลัง Verb to be (am, is, are, was, were)
  • Adjective ตามหลัง Linking Verb (seem, look, feel, smell, taste, sound, become, appear)

ปีนี้เลยนะ มึนๆหัวกับ grammar แต่ก็ผ่านมาได้ อย่างน้อยก็รู้หลักการใช้ adjective แล้ว ต่อไปก็ฝึกใช้ให้คล่อง แค่นั้นเอง

วิธีดูว่าคําไหนเป็นคํานาม

อูย! ถามมาแบบนี้ นึกว่ามาถามสูตรทำน้ำพริกแม่ฉัน! เอาล่ะ มาดูกันว่าศัพท์แต่ละประเภทมันมีทีเด็ดอะไรบ้าง

คำนาม (Noun):

  • ชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่: อันนี้ไม่ต้องคิดเยอะ "สมชาย" "หมา" "ครก" "ตลาดสด" เห็นปุ๊บรู้ปั๊บ
  • อาการนาม: พวกความดี ความชั่ว ความรัก ความเกลียด เห็นแล้วขนลุกซู่! (เพราะมันนามธรรมไงล่ะ)
  • สังเกตหน้าตา: ชอบมี "การ" "ความ" นำหน้า เช่น "การบ้าน" "ความสุข" แต่บางทีก็มาแบบเนียนๆ เช่น "เพลง" "แดด"

คำคุณศัพท์ (Adjective):

  • ขยายคำนาม: พวก "สวย" "หล่อ" "เหม็น" "หวาน" เอาไว้บรรยายสรรพสิ่งให้มันเว่อร์วังอลังการ
  • อยู่หลัง Verb to be: เช่น "เขาหล่อมาก" (หล่อเป็นบ้า!) "อาหารอร่อยจัง" (อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต!)

คำกริยา (Verb):

  • แสดงอาการ: พวก "กิน" "นอน" "วิ่ง" "กระโดด" ทำอะไรสักอย่างให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ
  • Verb to be: is am are was were (อันนี้เบสิคสุดๆ)

คำวิเศษณ์ (Adverb):

  • ขยายกริยา คุณศัพท์ หรือคำวิเศษณ์อื่น: พวก "เร็ว" "ช้า" "มาก" "น้อย" เอาไว้บอกระดับความเว่อร์วังของสิ่งต่างๆ
  • บอกเวลา สถานที่: เช่น "เมื่อวาน" "วันนี้" "ที่นี่" "ที่โน่น" (แต่ระวัง! บางทีก็เป็นคำนามได้นะจ๊ะ)

เคล็ดลับขั้นเทพ:

  • ลองเอาไปใส่ในประโยค: แล้วดูว่ามันทำหน้าที่อะไร ขยายอะไร ถ้ายังงงอยู่ แสดงว่าต้องกินข้าวเยอะๆ จะได้มีแรงคิด!
  • พจนานุกรมช่วยได้: เปิดดูความหมายและหน้าที่ของคำ จะได้หายโง่ (เอ๊ย! หายสงสัย)

ป.ล. อย่าเชื่อฉันมาก! ไปหาข้อมูลจากแหล่งอื่นด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันสอนผิด แล้วจะมาด่ากันทีหลัง!

Adjective ขยายอะไรได้บ้าง

คำคุณศัพท์ (Adjective) ขยายนาม สรรพนาม บางทีก็ขยายคำอื่นๆได้อีก เอาให้ครอบคลุม

คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ขยายคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือแม้แต่ตัวมันเอง มันลึกซึ้งกว่าที่คิด

  • นาม (Noun): คำคุณศัพท์บอกลักษณะ เช่น รถ แดง บ้าน หลังใหญ่
  • สรรพนาม (Pronoun): เช่น เขา หล่อ เธอ สวย มัน เก่า
  • คำคุณศัพท์ (Adjective): เช่น สีแดง สด บ้าน ใหญ่มาก (Adverb ขยาย Adjective)
  • คำกริยา (Verb): เช่น วิ่ง เร็ว พูด ช้าๆ (Adverb ขยาย Verb)
  • วลี (Phrase): เช่น อย่างสวยงามแบบรวดเร็ว (บางที Adverb ก็ขยายทั้งวลีได้)

ปีนี้ ผมยังใช้หลักการเดิมในการสอนภาษาอังกฤษ เน้นโครงสร้าง ไม่เน้นการจำศัพท์เยอะๆ เพราะมันไร้ประโยชน์ถ้าไม่เข้าใจหลักการ ส่วนใหญ่ผมสอนนักเรียนระดับมัธยมปลาย บางส่วนก็มหาลัย แต่พวกนั้นส่วนใหญ่จะมาเรียนเพื่อสอบเข้าโทเฟิล ไอเอลส์ ไม่ใช่เรียนเพื่อความรู้ ชีวิตจริงนี่มันโหดร้ายกว่าที่คิดเยอะ

App Check grammar อันไหนดี

App Check grammar อันไหนดี… หืมมมม ????

  • Grammarly: คนใช้เยอะดีนะ เหมือนเพื่อนช่วยตรวจ (แต่ก็พลาดบ้างแหละเนอะ) ฟรีใช้ได้เลยนะ แต่มันก็อยากให้เราเสียเงินอยู่ดีอะ

  • ProWritingAid: อันนี้เหมือนโปรแกรมเมอร์มาตรวจไวยากรณ์อะ รายละเอียดเยอะมากกกก บางทีก็เยอะไปปะ ????‍???? เหมาะกับพวกเขียนงานวิจัยไรเงี้ย

  • Hemingway Editor: อันนี้สายโหด เน้นตัดคำทิ้ง ลดความเยิ่นเย้ออะ ใครชอบเขียนน้ำเยอะ ๆ โดนอันนี้ด่าแน่นอน

  • สรุป: ไม่มีอันไหน perfect หรอก เอาที่เข้ามือเราดีสุด ฟรีไหม? ฟีเจอร์ตอบโจทย์ไหม? ลองเล่น ๆ ดูก่อนก็ได้นะ เขามีให้ลองทั้งนั้นแหละ

แล้วแต่คนชอบ! ว่าแต่…ทำไมฉันต้องมานั่งตอบคำถามนี้ด้วยเนี่ย ????

ประธานในประโยคภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง

ประธานในประโยคภาษาอังกฤษ? ง่ายๆ แค่นี้แหละ

  • Noun (คำนาม): dog, cat, table พวกนี้แหละตัวดี
  • Pronoun (สรรพนาม): he, she, it, they ตัวแทนคำนาม
  • Noun Phrase (กลุ่มคำนาม): the big red dog รวมๆกันเป็นประธาน
  • Gerund (กริยาเติม -ing): Swimming is fun กริยาเป็นนามได้นะ
  • Clause (อนุประโยค): What he said was true ประโยคย่อยเป็นประธานได้

ปีนี้ก็ยังงี้แหละ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องประธานนี่ โคตรพื้นฐาน