เรียนต่อ ป.โท ต่างประเทศ ที่ไหนดี
เรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ สถานที่ไหนน่าสนใจ?
อืมม์ เรียนต่อโทต่างประเทศเนี่ยนะ ตอนแรกๆ ฉันอยากไปออสเตรเลียมากเลย เพราะเพื่อนไปเรียนที่ University of Melbourne สาขาออกแบบ มันบอกว่าบรรยากาศดี ค่าครองชีพก็…โอเคอยู่ แต่แพงกว่าที่คิดนิดนึง มันบอกประมาณ 20,000 เหรียญออสเตรเลียต่อปี ไม่รวมค่าเรียนนะ ฉันเลยชั่งใจอยู่พักใหญ่ๆ
แต่เรื่องกฎหมายนี่ ใช่เลย! อังกฤษเด็ดขาด เห็นด้วยสุดๆ เพื่อนฉันอีกคนเรียนที่ University of Essex จบมาได้งานที่บริษัทกฎหมายใหญ่ในลอนดอนเลย จำได้ว่ามันเคยเล่าให้ฟังว่า ค่าเรียนแพงเอาเรื่อง แต่ก็คุ้มค่ากับโอกาสงาน ตอนนั้นมันบอกว่าปีนึงประมาณ 20,000 ปอนด์มั้ง แต่ก็แล้วแต่คอร์สด้วยนะ จำไม่ค่อยได้ละเอียดแล้ว แต่ถ้าอยากได้ชื่อเสียงระดับโลก Durham University ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน แต่ค่าครองชีพแถวนั้นสูงกว่า Essex เยอะอยู่นะ
เอาจริงๆ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความชอบส่วนตัวด้วยแหละ ฉันเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะไปที่ไหนดี ถ้ามีโอกาส อยากไปดูสถานที่จริงก่อน เพราะรูปในเว็บมันไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงเท่าไหร่ หาข้อมูลเยอะๆ แล้วไปดูรีวิวจากคนที่เคยไปเรียนจริงด้วย สำคัญมากเลยนะตรงนี้
เรียนต่อปริญญาโท ต่างประเทศ ที่ไหนดี
เรียนต่อโทนอก? เยอรมันสิแก! เหมือนโดนบังคับให้กินไส้กรอกทุกวัน แต่มันคุ้ม!
- ภาษา: ยากจริง! เหมือนครูสอนภาษาโยนไวยากรณ์ใส่หน้า แต่ไม่ต้องห่วง มีอินเตอร์จ้าาา (ภาษาอังกฤษล้วนๆ เหมือนหลุดไปอยู่อังกฤษ...ในเยอรมัน)
- ค่าครองชีพ: ถูกกว่ากินข้าวแกงหลังมออีก! (เว่อร์ไปนิด แต่ถูกจริง) โดยเฉพาะนอกเมืองนะ เหมือนได้อยู่ปราสาทราคาหอพัก
- มหา'ลัย: เริ่ดๆ ทั้งนั้น! เหมือนเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยี แต่เรียนฟรี! (หรือเกือบฟรี)
- ข้อเสีย: ไส้กรอกเยอะไป, คนเยอรมันบางทีก็ตรงไปตรงมา...จนน่าตกใจ (เหมือนโดนรถไฟชน), และต้องทำใจเรื่องเอกสาร (เยอะจนคิดว่าตัวเองเป็นนักโบราณคดี)
เพิ่มเติม:
- ปีล่าสุด (2024): ค่าครองชีพอาจจะขึ้นบ้างตามประสาโลก แต่ยังไงก็คุ้ม! หาหอพักนักศึกษา (Studentenwohnheim) ชีวิตจะง่ายขึ้น 80%
- เคล็ดลับ: เรียนภาษาเยอรมันไว้บ้างก็ดีนะ อย่างน้อยก็เอาไว้สั่งเบียร์! (สำคัญมาก)
- คิดให้ดี: ถ้าไม่ชอบไส้กรอก...ลองมองหาที่อื่นดู! (แต่เยอรมันก็มีอย่างอื่นให้กินนะ!)
Disclaimer: ผู้เขียนเคยเกือบจมน้ำตายในทะเลเบียร์ (Metaphorically speaking, of course!)
เรียนต่อ MBA ต่างประเทศ ที่ไหนดี
เอาจริง ๆ นะ ตอนแรกกะจะเรียน MBA ที่ Wharton ปีนี้แหละ ไปดูงาน Open House ที่ Philly มาเดือนมีนาคม บรรยากาศดีมาก อลังการสุดๆ แต่ค่าเรียนแพงเว่อร์ คิดแล้วคิดอีก ก็เลยไปดู Stanford แทน เพื่อนที่เรียนอยู่ Stanford บอกว่า โคตรเครียด เรียนหนักมากกกก แต่โอกาสดีสุดๆ งานดีๆเพียบ คือ ถ้าทนไหวก็คุ้ม แต่ถ้าไม่ไหวก็... ไปดูที่ MIT Sloan ด้วยนะ คนน้อยกว่า แต่เน้นวิศวะ ถ้าชอบด้านเทคโนโลยีก็เหมาะ แต่ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ สุดท้ายไปลงเอยที่ London Business School แทน ตัดสินใจแบบดื้อๆเลย เพราะมันใกล้บ้าน (บ้านฉันอยู่ London) และรู้สึกว่าบรรยากาศน่าจะเรียนง่ายกว่าที่ US ไม่รู้สิ รู้สึกว่า pressure น้อยกว่า แถมค่าครองชีพก็โอเคกว่า แต่ก็ยังแพงอยู่นะ ฮือออ ปีนี้เลยเรียนอยู่ที่ LBS นั่นแหละ
- Stanford GSB: บรรยากาศดีมาก แต่ค่าเรียนแพงและเรียนหนักมาก
- Wharton: ค่าเรียนแพงมาก ไปดูงาน Open House มาเดือนมีนาคม
- MIT Sloan: เน้นวิศวะ คนน้อยกว่า แต่ไม่ใช่แนวฉัน
- London Business School: เลือกเรียนที่นี่เพราะใกล้บ้านและรู้สึก pressure น้อยกว่า ค่าครองชีพก็โอเคกว่า
- HEC Paris, Columbia Business School, IE Business School: ไม่ได้ไปดูเลย ไม่มีข้อมูล
เรียนป.โท ที่อเมริกา กี่ปี?
สองปี จบ. ปีแรกเน้นพื้นฐาน ปีสองลงลึกเฉพาะทาง.
- สาย Business ฮิตสุด Finance, Marketing, Management นี่แหละที่เด็กไทยชอบ
เรียนจบ ป.โท ที่ UCSD ปี 2024 สาขา Data Science. โคตรเหนื่อย.
เรียนต่ออเมริกาต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
โอ๊ย! เรื่องเอกสารเรียนต่อนี่ปวดหัวจริง! ตอนนั้นจะไปเรียนป.ตรีที่อเมริกา เรานี่แทบจะสติแตก
- พาสปอร์ต: อันนี้ obvious สุดๆ ขาดไม่ได้เลย สำเนาไปหลายๆ ชุดเลยนะ กันเหนียว
- ใบสมัคร: เตรียมกรอกข้อมูลให้เป๊ะๆ ตรวจทานดีๆ อย่าให้พลาด
- ทรานสคริปต์ (Transcript): ตัวนี้สำคัญมาก ต้องขอฉบับภาษาอังกฤษด้วยนะ
- ผลสอบภาษาอังกฤษ: TOEFL/IELTS เลือกเอาที่ถนัด สอบให้ได้ตามเกณฑ์ของมหาลัย
- BMAT/GRE: บางคณะ/มหาลัยเค้าก็ต้องการ อันนี้ต้องเช็คให้ดีๆ นะ
- SOP (Statement of Purpose): เขียนให้ปัง! เล่าเรื่องตัวเองให้เค้าอยากรับ
- Recommendation Letter: หาอาจารย์/หัวหน้าที่รู้จักเราดีๆ ให้เค้าเขียนให้
- เอกสารการเงิน: อันนี้สำคัญมาก แสดงให้เค้าเห็นว่าเรามีเงินพอจ่ายค่าเรียน
ตอนนั้นเรายื่นไปหลายที่ แต่ละที่มี requirement ไม่เหมือนกันอีกนะ! เช็คให้ละเอียดก่อนเตรียมเอกสาร สำคัญมาก! แล้วก็เผื่อเวลาไว้ด้วย เพราะบางอย่างต้องใช้เวลาดำเนินการ
ปล. สมัยนั้นเราวุ่นมาก แต่ตอนนี้เค้ามีบริการให้คำปรึกษาเยอะแยะเลย ลองหาดูนะ จะได้ไม่ต้องหัวหมุนแบบเรา
เรียนต่อ ป.โท ต้องใช้อะไรบ้าง?
ป.โท ต้องใช้อะไรบ้างนะ? เออ คิดก่อน
- ใบสมัคร... แน่นอนอยู่แล้ว ปวดหัวทุกทีตอนกรอก
- สำเนาปริญญาตรี + ทรานสคริปต์ (เกรดเฉลี่ย... ไม่อยากจะคิด) ใช้อันที่ถ่ายเอกสารสีนะ บางที่ชอบ
- คะแนนภาษาอังกฤษ... TOEFL, IELTS หรือ CU-TEP ก็มีนะ แต่ละที่รับไม่เหมือนกัน... แล้วจะเอาคะแนนเก่าไปยื่นได้ป่าวหว่า?
- จดหมายแนะนำ... ให้ใครเขียนดี? อาจารย์คนไหนสนิทสุด? ต้องขอแกแต่เนิ่นๆ อ่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวแกไม่ว่าง (แล้วจะให้แกเขียนว่าอะไรดี?)
- ผลงาน (ถ้ามี)... มีแต่งานกินเที่ยว จะเอาไปโชว์เค้าได้ไหมเนี่ย? หรือจะเอางานตอนทำโปรเจกต์จบไปดี?
- สอบสัมภาษณ์... อันนี้ตัวใครตัวมันแล้วล่ะ
อ้อ! แล้วแต่ละมหาลัยก็มี requirement ไม่เหมือนกันอีกนะ ต้องเช็คดีๆ สำคัญมาก (เคยพลาดมาแล้ว เซ็ง!)
แล้ว... บางที่เค้าดู Portfolio ด้วยนะ ถ้าเป็นสายออกแบบ หรือพวกนิเทศศาสตร์ไรงี้ (เพื่อนบอกมา) แล้วก็... บางทีเค้ามีให้เขียน Essay ด้วยนะ เล่าเรื่องตัวเอง ทำไมถึงอยากเรียน อะไรแบบนี้ (ยากกว่าสอบอีกมั้ง)
ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ (2567) มหาลัย X เปิดรับสมัครรอบ 2 ถึงเมื่อไหร่แล้วนะ?
ป.โท ต้องสอบภาษาอังกฤษไหม?
ใช่ค่ะ ปีนี้เอง ฉันจะสมัครเรียนโทสาขาการตลาดที่จุฬาฯ ต้องใช้คะแนน CU-TEP 50 ขึ้นไป ตอนแรกเครียดมาก ภาษาอังกฤษฉันห่วยแตกมาตั้งแต่สมัยมัธยม สอบ CU-TEP ครั้งแรกได้แค่ 35 เสียใจมาก ร้องไห้เลย แบบว่า… อุตส่าห์อ่านหนังสือหนักมาก แต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์
หลังจากนั้นฉันเริ่มหาติวเตอร์ เจอพี่คนนึง สอนดีมาก แบบว่า เน้น grammar และ vocabulary ที่จำเป็น ไม่ใช่สอนแบบครอบจักรวาล เขาเน้นเทคนิคการทำข้อสอบ บอกเลยว่า โคตรมีประโยชน์ ฉันลงเรียนคอร์สเขาราวๆ 3 เดือน เดือนละ 5000 รวมแล้วก็ 15000 บาท แพงอยู่นะ แต่คุ้มค่ามาก
สอบครั้งที่สอง ได้ 55 ผ่านเกณฑ์แล้ว โล่งอกมากกกกก แบบว่า เหมือนแบกภูเขาออกจากหลัง ตอนนั้นฉันจำได้ว่า ฉันนอนหลับเป็นตายเลย เหนื่อยมาก แต่ก็ดีใจสุดๆ ถึงแม้จะต้องเสียเงินเยอะไปหน่อยก็เถอะ
- ต้องสอบภาษาอังกฤษ ใช่
- สอบอะไร ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและคณะ
- เตรียมตัวนานไหม ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษาอังกฤษ แต่ควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
- ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับคอร์สเรียนติวเตอร์ และค่าสมัครสอบ
- คะแนนสอบ แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดไม่เหมือนกัน ควรเช็คข้อมูลให้แน่ใจก่อนสมัคร
ป.โท ค่าเทอมกี่บาท?
อืม... ป.โทเนอะ ค่าเทอมนี่มัน... ขึ้นอยู่กับหลายอย่างจริงๆ
อย่างของเพื่อนฉัน เรียนจุฬาฯ สาขาการเงิน ปีนี้ก็ตกปีละ 250,000 บาทได้มั้ง มันบอกแพงมาก แต่ก็ได้อะไรดีๆกลับมาเยอะนะ อาจารย์เก่งๆ เพื่อนๆ ก็เจ๋งๆ
ส่วนพี่สาวฉันเรียนทางด้านวิศวะ ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แพงกว่าเพื่อนอีก ปีละเกือบ 400,000 บาทเลย แต่หลักสูตรเขารวบรัด เรียนแค่ปีเดียวจบ
- มหาวิทยาลัยรัฐบาล: โดยทั่วไปถูกกว่าเอกชน อาจจะตกปีละ 100,000 - 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับคณะ และปีการศึกษา
- มหาวิทยาลัยเอกชน: ราคาสูงกว่ามาก อาจจะเริ่มต้นที่ 200,000 บาท ไปจนถึงหลักล้านเลยก็มี
- ภาคพิเศษ/นานาชาติ: แพงกว่าภาคปกติแน่นอน อาจจะมากกว่า 500,000 บาทต่อปี แต่บางทีก็ได้โอกาสมากกว่า ได้เรียนกับอาจารย์ต่างชาติด้วย
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าเทอม ก็ต้องคิดเผื่อไว้นะ ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อีกเยอะเลย เหนื่อยเหมือนกันนะ คิดแล้วก็ปวดหัว
ตอนนี้ก็เลยยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนต่อดีมั้ย... คิดหนักจริงๆ
เรียนต่อปริญญาโทใช้เวลากี่ปี?
ปกติ 2 ปี
- หลักสูตร 36 หน่วยกิต
- วิทยานิพนธ์ 12 หน่วยกิต ต้องตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการ ปี 2566 (ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยของฉัน)
แต่บางมหาวิทยาลัยอาจมีหลักสูตรเร่งรัด หรือแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาขาและมหาวิทยาลัย ตรวจสอบกับสถาบันที่สนใจโดยตรง อย่าเชื่อคำบอกเล่า
เรียนต่อป.โท ใช้คะแนนอะไรบ้าง?
เรียนต่อโทนะเหรอ? คะแนนนี่สำคัญกว่าที่คิด! คิดว่าแค่เรียนเก่งอย่างเดียวรอดเหรอ? คิดผิดใหญ่เลย! มันเหมือนกับการแข่งขันกินข้าวกล่อง อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องเร็วด้วย! แถมต้องมี "เครื่องปรุง" พิเศษอีกต่างหาก!
ในไทย: CU-TEP, TU-GET, TOEIC, TOEFL, IELTS นี่แหละคือ "เครื่องปรุง" สำคัญ แต่ละที่รับไม่เหมือนกันนะ บางที่เน้นคะแนนสูงลิ่ว บางที่ก็ขอแค่ผ่านๆ ก็พอ ต้องเช็คให้ดี! เหมือนเลือกซื้อของใน 7-11 อ่ะ แต่ละสาขาของมีไม่เหมือนกัน
ต่างประเทศ: นี่มันสนามรบระดับโลก! TOEFL, IELTS, PTE, ITP นี่แค่เริ่มต้น บางที่ยังขอ GMAT มาเพิ่มอีก! เหมือนไปสอบเข้าวงการบันเทิงเลย ต้องเก่งรอบด้าน! ปีนี้ (2566) คะแนนขั้นต่ำก็ขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัย แต่โดยรวมสูงขึ้นทุกปี! ต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้เขาเรียกเราว่า "เด็กเส้น" แบบไม่มีความสามารถ!
เพื่อนผมคนนึงเรียนโทที่อังกฤษ คะแนน IELTS 8.5 ถึงได้ทุนเรียนฟรี! ส่วนอีกคนสอบตก เสียเงินเป็นแสน! เห็นไหมล่ะ คะแนนสำคัญขนาดไหน! อย่ามัวแต่คิดว่า "เดี๋ยวค่อยเตรียม" เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนผม! (ล้อเล่นนะ แต่จริงจังกับการเตรียมตัวเถอะ)
เพิ่มเติม: อย่าลืมเช็คเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาลัย บางทีเค้าอาจจะต้องการคะแนนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น GPA, ประสบการณ์ทำงาน หรือผลงานวิชาการ อย่ามัวแต่โฟกัสแค่คะแนนสอบภาษา เตรียมตัวให้พร้อมทุกด้านเลย! คิดซะว่านี่คือการแข่งขันระดับชาติ ถ้าไม่เตรียมตัวดีๆ ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันนะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต