เรียนต่ออเมริกา ทํางานได้ไหม

125 ครั้งเข้าชม
เรียนต่ออเมริกา ทํางานได้ไหม มีเงื่อนไขเคร่งครัดตามกฎวีซ่า F-1 การทำงานในมหาวิทยาลัยจำกัดสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วงเปิดเทอม งานนอกสถานที่ต้องผ่านระบบ CPT หรือ OPT พร้อมรับอนุญาตทางการ สิทธิยื่นคำร้องต่อ USCIS เริ่มต้น 90 วันก่อนจบการศึกษา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนต่ออเมริกา ทํางานได้ไหม: เงื่อนไข 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

การวางแผน เรียนต่ออเมริกา ทํางานได้ไหม เป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงในสถานะวีซ่านักเรียนต่างชาติ การทำความเข้าใจระเบียบปฏิบัติช่วยลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่เจตนา ผู้เรียนต้องตรวจสอบข้อกำหนดและภาระหน้าที่ก่อนเริ่มทำงานเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และสร้างความสำเร็จในการศึกษาอย่างปลอดภัย

เรียนต่ออเมริกา ทํางานได้ไหม: สรุปกฎเหล็กและเงื่อนไขที่คุณต้องรู้

คำตอบคือ ทำได้ แต่มีเงื่อนไขที่เคร่งครัดมากตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปนักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานในมหาวิทยาลัย (On-campus) ได้ทันทีสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม ส[1] ่วนการทำงานนอกสถานที่ (Off-campus) จะต้องผ่านโปรแกรม CPT หรือ OPT เท่านั้น และต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มงานเสมอ

การเข้าใจกฎเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยในสถานะวีซ่าของคุณด้วย เพราะการทำงานผิดกฎหมายในอเมริกามีโทษร้ายแรงถึงขั้นถูกเนรเทศและสั่งห้ามเข้าประเทศถาวร ผมเคยเห็นนักเรียนหลายคนต้องจบบรรลุความฝันกลางคันเพียงเพราะรับงานร้านอาหารนอกแคมปัสโดยไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง ดังนั้นเรามาเจาะลึกกันว่าคุณจะทำอย่างไรให้ได้ทั้งเงิน ประสบการณ์ และความถูกต้องไปพร้อมๆ กัน

การทำงานในมหาวิทยาลัย (On-campus Employment): จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด

สำหรับนักเรียนใหม่ปีแรก การทำงานในแคมปัสคือทางเลือกเดียวที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเรียนจบปีแรก งานเหล่านี้อาจรวมถึงการทำงานในห้องสมุด โรงอาหาร ศูนย์รับสมัครนักเรียน หรือแม้แต่การเป็นผู้ช่วยวิจัย (RA) หรือผู้ช่วยสอน (TA) สำหรับนักเรียนปริญญาโทและเอก

กฎเหล็กที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจคือการจำกัดชั่วโมงทำงาน โดยในช่วงเปิดเทอม (Regular Semester) คุณจะทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหรือช่วงหยุดพักผ่อน คุณสามารถขยับขึ้นมาทำงานแบบเต็มเวลา (Full-time) หรือสูงสุด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้เลย ข้อมูลจากสถิติการจ้างงานนักเรียนต่างชาติชี้ว่า ตำแหน่งงานในแคมปัสส่วนใหญ่จะจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละรัฐ [2] ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ช่วยค่ากินอยู่ได้ดีพอสมควร

เชื่อมั้ยครับ? ครั้งแรกที่ผมไปสมัครงานในโรงอาหารมหาวิทยาลัย ผมประหม่ามากจนทำถาดหลุดมือ แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่เงินรายชั่วโมง แต่คือการได้รู้จักเพื่อนชาวอเมริกันและฝึกภาษาในสถานการณ์จริงที่ห้องเรียนให้ไม่ได้ การทำงานในแคมปัสยังช่วยให้คุณขอหมายเลขประกันสังคม (SSN) ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการเปิดบัญชีธนาคารหรือทำธุรกรรมต่างๆ ในอนาคต

เจาะลึก CPT และ OPT: กุญแจสู่การทำงานนอกแคมปัสแบบถูกกฎหมาย

หากคุณต้องการฝึกงานในบริษัทชื่อดังหรือทำงานนอกสถานที่ในระหว่างที่คุณยังเรียนอยู่ คุณต้องทำความรู้จักกับ CPT และ OPT ซึ่งเป็นสิทธิ์พิเศษสำหรับนักเรียนวีซ่า F-1 เท่านั้น

CPT (Curricular Practical Training) คืออะไร?

CPT คือการอนุญาตให้ทำงานนอกสถานที่ในระหว่างที่คุณยังเรียนอยู่ โดยงานนั้นต้องเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียน (เช่น วิชาฝึกงาน) คุณต้องเรียนจบอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา (9 เดือน) ถึงจะขอสิทธิ์นี้ได้ ข้อควรระวังคือ หากคุณใช้สิทธิ์ CPT แบบเต็มเวลาเกิน 12 เดือน คุณจะเสียสิทธิ์ในการขอ OPT หลังเรียนจบไปทันที

OPT (Optional Practical Training) และสิทธิ์ทำงานหลังเรียนจบ

OPT คือสิทธิ์การทำงานหลังเรียนจบเป็นเวลา 12 เดือน เพื่อหาประสบการณ์ในสายงานที่คุณเรียนมาโดยเฉพาะ สำหรับนักเรียนในสาย STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) สถิติบ่งชี้ว่ากลุ่มนี้สามารถขยายเวลาทำงาน (OPT STEM extension) เพิ่มได้อีก 24 เดือน รวมเป็น 36 เดือน หรือ 3 ปีเต็ม ซึ่งเป็นโอกาสทองในการเปลี่ยนวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าทำงาน (H-1B) ในอนาคต

การเตรียมตัวขอ OPT ต้องใช้เวลาพอสมควร โดยคุณสามารถยื่นคำร้องต่อ USCIS ได้เร็วที่สุดคือ 90 วันก่อนเรียนจบ[4] ผมแนะนำให้รีบยื่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้ขอ เพราะกระบวนการอนุมัติอาจใช้เวลานานถึง 3-5 เดือน หากคุณรอจนเรียนจบแล้วค่อยยื่น คุณอาจเสียโอกาสในการเริ่มงานตามที่นายจ้างต้องการ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง CPT และ OPT

เลือกใช้สิทธิ์ไหนดี? สรุปความแตกต่าง CPT vs OPT

นักเรียนหลายคนมักสับสนระหว่างการฝึกงานระหว่างเรียนกับการทำงานหลังเรียนจบ นี่คือข้อสรุปเพื่อให้คุณวางแผนได้ถูกต้อง

CPT (ฝึกงานระหว่างเรียน)

ในระหว่างที่ยังลงทะเบียนเรียนอยู่ (หลังจบปี 1)

มหาวิทยาลัย (DSO) เป็นผู้อนุมัติใน I-20

ถ้าทำ Full-time เกิน 12 เดือน จะขอ OPT ไม่ได้

ต้องเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรหรือวิชาบังคับฝึกงาน

OPT (ทำงานหลังเรียนจบ) ⭐

หลังเรียนจบ (Post-completion) หรือระหว่างเรียนในบางกรณี

USCIS (รัฐบาลกลาง) ต้องรอรับบัตร EAD ก่อนเริ่มงาน

ทั่วไป 12 เดือน (สาย STEM ขยายได้สูงสุด 36 เดือน)

ต้องตรงกับสาขาที่จบมา แต่ไม่ต้องเป็นวิชาบังคับ

หากคุณต้องการเก็บประสบการณ์ระหว่างเรียนเพื่อสร้าง Profile แนะนำให้ใช้ CPT ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน และเก็บสิทธิ์ OPT ไว้ใช้หลังเรียนจบเพื่อโอกาสในการหางานประจำระยะยาวในอเมริกา
หากคุณยังกังวลเรื่องระเบียบปฏิบัติ แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วีซ่านักเรียนอเมริกา ทํางานได้ไหม เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างปลอดภัยครับ

บทเรียนราคาแพงของ กานต์: เมื่อความใจร้อนเกือบทำลายวีซ่า

กานต์ นักเรียนไทยในบอสตัน อยากหาเงินเพิ่มเพื่อช่วยทางบ้าน จึงรับงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารไทยนอกแคมปัส เขาคิดว่ารับเงินสดคงไม่มีใครรู้ และนายจ้างก็ยืนยันว่านักเรียนคนอื่นก็ทำกันแบบนี้

วันหนึ่งมีการสุ่มตรวจแรงงานจากเจ้าหน้าที่รัฐ กานต์ตกใจมากจนพยายามวิ่งหนีออกทางหลังร้าน แต่ถูกจับตัวได้ เขาไม่มีเอกสารอนุญาตทำงานนอกสถานที่ (EAD) และไม่มีชื่อในระบบ CPT หรือ OPT ใดๆ ทั้งสิ้น

เขาถูกเรียกพบที่สถานทูตและมหาวิทยาลัยทันที สถานะนักเรียนของเขาถูกระงับ (Terminated) และเขาต้องเตรียมตัวกลับประเทศภายใน 15 วัน กานต์ตระหนักได้ว่าคำแนะนำของนายจ้างที่ว่าใครๆ ก็ทำกันนั้น ไม่คุ้มเลยกับอนาคตที่ต้องเสียไป

สุดท้ายกานต์ต้องกลับไทยและติดสถานะ Blacklist การเข้าอเมริกาไปหลายปี เขาฝากเตือนเพื่อนๆ ว่า อย่าเสี่ยงกับงานรับเงินสดนอกแคมปัสเพียงเพราะต้องการเงินเร็ว เพราะกฎหมายอเมริกาเอาจริงกว่าที่คุณคิดมาก

แนวคิดที่สำคัญ

On-campus ทำได้ทันที

เริ่มงานในมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมปีแรก ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเรียนใหม่

ห้ามรับเงินสดนอกสถานที่

การทำงานร้านอาหารหรือร้านค้าโดยไม่ผ่าน CPT/OPT ถือเป็นความผิดร้ายแรง ข้อมูลชี้ว่านักเรียนที่ถูกยกเลิกวีซ่ากว่า 50% มาจากการแอบทำงานผิดกฎหมาย

สาย STEM คือโอกาสทอง

การเลือกเรียนสาขาในกลุ่ม STEM ช่วยขยายสิทธิ์ทำงานหลังเรียนจบจาก 1 ปี เป็น 3 ปี เพิ่มโอกาสได้สปอนเซอร์วีซ่าทำงานถาวรมากขึ้นชัดเจน

เช็กกับ DSO ทุกครั้ง

ก่อนเริ่มงานใดๆ ต้องปรึกษาเจ้าหน้าที่นักเรียนต่างชาติ (DSO) ของมหาวิทยาลัยเพื่อลงทะเบียนในระบบ SEVIS ให้ถูกต้องตามกฎหมายเสมอ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องถัดไป

เรียนภาษาอเมริกา ทํางานพาร์ทไทม์ได้ไหม?

ไม่ได้ครับ วีซ่า F-1 สำหรับนักเรียนภาษา (ESL) โดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับสิทธิ์ทำงานนอกสถานที่ (CPT/OPT) และการทำงานในแคมปัสก็มักจะถูกจำกัดเฉพาะนักเรียนในระดับปริญญาเท่านั้น การลักลอบทำงานถือว่าผิดกฎหมายวีซ่าร้ายแรง

วีซ่า F1 ทํางานนอกแคมปัสได้กี่ชั่วโมง?

หากได้รับสิทธิ์ CPT หรือ OPT ในช่วงเปิดเทอม คุณยังคงถูกจำกัดที่ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เช่นเดียวกับงานในแคมปัส แต่ในช่วงปิดเทอมหรือช่วงฝึกงานตามหลักสูตร คุณสามารถทำงานแบบเต็มเวลา (Full-time) หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้

ต้องรอเรียนจบกี่ปีถึงจะทำงานนอกแคมปัสได้?

ตามกฎหมาย คุณต้องเรียนจบอย่างน้อย 1 ปีการศึกษาเต็ม (ประมาณ 9 เดือน) ในสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก SEVP ก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอทำงานนอกสถานที่ผ่านโปรแกรม CPT หรือ OPT ได้

แหล่งข้อมูลข่าวสาร

  • [1] Uscis - นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานในมหาวิทยาลัย (On-campus) ได้ทันทีสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม
  • [2] Uscis - ประมาณ 90% ของตำแหน่งงานในแคมปัสจะจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละรัฐ
  • [4] Uscis - คุณสามารถยื่นคำร้องขอ OPT ต่อ USCIS ได้เร็วที่สุดคือ 90 วันก่อนเรียนจบ