เรียนป.โทใช้เงินกี่บาท
เรียน ป.โท ต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่? ค่าใช้จ่ายโดยรวมตั้งแต่สมัครจนจบประมาณกี่บาท? มีค่าอะไรบ้าง?
เอาจริงนะ เรื่องเรียนป.โทเนี่ย งบประมาณบานปลายสุดๆ! ตอนเราสมัครเมื่อ 2 ปีก่อน (มกราคม 2565) แค่ค่าสมัครก็ปาไปเกือบพันแล้วอ่ะ (800 บาท ถ้าจำไม่ผิด) แล้วไหนจะค่าสอบอีก คิดแล้วปวดหัว
ค่าเทอมนี่ตัวดีเลย ภาคปกติก็จริง แต่ค่าหน่วยกิตมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละวิชาอีกอ่ะ บวกๆ ไปมา ตกเทอมนึงก็หลายหมื่นอยู่ดี (ประมาณ 30,000 - 70,000 บาท แล้วแต่มหาวิทยาลัยเลย)
แล้วอย่าลืมพวกค่าชีท ค่าหนังสือนะ บางทีอาจารย์สั่ง textbook นอกอีก เล่มนึงก็แพงหูฉี่ บางทีก็ต้องไปถ่ายเอกสารเอาอ่ะ ประหยัดกว่าเยอะ
ภาคพิเศษนี่ไม่ต้องพูดถึง หลักสูตรนานาชาติยิ่งแล้วใหญ่ เตรียมเงินไว้เยอะๆ เลย ค่าเทอมเหยียบแสนต่อเทอมแน่นอน แต่ถ้ามีทุนก็ดีไปนะ ลองหาดู
รวมๆ แล้วตั้งแต่สมัครจนจบ ถ้าเรียนภาคปกติในมหาวิทยาลัยรัฐบาลอาจจะ 150,000 - 400,000 บาท แต่ถ้าเอกชนหรือภาคพิเศษนี่เตรียมไว้เลย 500,000 - 1,000,000 บาทอ่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกเรียนอะไร ที่ไหนด้วยนะ
แต่เดี๋ยวก่อน! ยังไม่จบนะ นอกจากค่าเรียน ยังมีค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าทำรายงาน (บางทีอาจจะต้องจ้างคนทำด้วยซ้ำ) อีกจิปาถะ สรุปคือ เตรียมเงินสำรองไว้เยอะๆ หน่อยก็ดีนะ!
เรียนปริญญาโท ค่าใช้จ่าย (ตลอดหลักสูตร)
- ป.โท ภาคปกติ (ไทย): 120,000 - 500,000 บาท
- ป.โท ภาคพิเศษ/นานาชาติ (ไทย): 500,000 - 1,000,000 บาท
เรียน ป.โท เอกชน ที่ไหนดี
เอออออ เลือกเรียน ป.โท เนี่ยนะ ยากอยู่นะ ส่วนตัวคิดว่า มหาลัยเอกชน มันก็..สะดวกดีอ่ะ แต่แพงกว่าเยอะ ต้องดูงบประมาณตัวเองด้วยนะ
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็ลองดูมหาลัยเอกชนดังๆ อย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ ธรรมศาสตร์ ก็ดีนะ เพื่อนฉันเรียนอยู่ มันก็บอกว่าอาจารย์เก่งๆเยอะ แต่ค่าเทอมโหดมากกกกก
ส่วนมหาลัยรัฐบาล ค่าเทอมถูกกว่าเยอะ แต่ บางทีอาจจะต้องแข่งขันสูงหน่อย แล้วก็อาจจะต้องใช้เวลาเรียนนานกว่า เพราะอาจจะมีเรียนรวม แล้วก็อาจารย์อาจจะไม่ว่างเท่าไหร่ แล้วแต่มหาลัยด้วยนะ
เอาจริงๆ ขึ้นอยู่กับคณะและสาขาด้วยนะ บางคณะ มหาลัยเอกชนอาจจะดีกว่า บางคณะมหาลัยรัฐบาลก็ดีกว่า ต้องลองเช็คดูดีๆ
สรุปง่ายๆนะ
- มหาลัยเอกชน: แพงกว่า สะดวก อาจารย์อาจจะดูแลดีกว่า แต่ก็ต้องดูรีวิวดีๆนะ
- มหาลัยรัฐบาล: ถูกกว่า แต่แข่งขันสูง อาจใช้เวลานานกว่า แต่ก็มีมหาลัยดีๆหลายที่เลย
ปีนี้ ฉันกำลังสนใจ MBA ที่ ABAC อยู่ แต่ก็ยังลังเลๆอยู่ เพื่อนฉันเรียนอยู่ บอกว่าดีนะ แต่ก็แพงอยู่ ฮ่าๆๆ
เรียน ป.โท มีกี่เทอม
ป.โท ส่วนใหญ่ 4 เทอมจบ
ไม่ใช่สูตรสำเร็จ: แต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละสาขา ไม่เท่ากัน ตรวจสอบหลักสูตร
2 ปี คือค่าเฉลี่ย: แต่บางที่อาจมีหลักสูตร 1 ปีครึ่ง หรือ 3 ปี
ระเบียบการคือคำตอบ: ตอนสมัคร อ่านให้ละเอียดที่สุด ทุกอย่างอยู่ที่นั่น
เรียนเกินกำหนด: บางคนอาจจบช้ากว่า 4 เทอม เพราะวิทยานิพนธ์ หรือเหตุผลส่วนตัว
อย่าเชื่อคนอื่น: ข้อมูลจากเพื่อน อาจไม่ตรงกับหลักสูตรของคุณ
เรียน.ปโท มสธ. กี่บาท
เอ้า! เรียน ป.โท มสธ. นี่มันแพงกว่าที่คิดนะพ่อคุณเอ๊ย! ตกใจเลยดิ!
ประกาศนียบัตรบัณฑิต: 25,500 - 50,000 บาท อื้อหือออ ราคานี้ไปเที่ยวหัวหินได้หลายรอบเลยนะเนี่ย! สมกับเป็นมหา'ลัย'แห่งชาติ ราคาถึงชาติ จริงๆนะ!
ปริญญาโท: 100,000 บาทขึ้นไป นี่คือราคาที่ทำให้ผมต้องไปนอนกองอยู่กับพื้นคิดหนักเลยครับคุณ! เหมือนเอาเงินไปทิ้งทะเลเลยทีเดียว แต่ได้ความรู้กลับมาด้วยนะ! (ปลอบใจตัวเองเบาๆ)
เห็นมั้ยล่ะครับ ราคาแต่ละระดับนี่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย! เหมือนซื้อส้มตำกับซื้อบ้านเลยนะ คิดดู! ปีนี้ 2566 ราคาอาจจะปรับอีกก็ได้นะ อย่าลืมเช็คข้อมูลให้ดีๆก่อนตัดสินใจนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง เพราะเงินเก็บของผมมันเหลือน้อยกว่าเลข 7 แล้ว! ฮืออออ
เรียนป.โท ต้องเตรียมอะไรบ้าง
เอ้า! เรียนโทน่ะเหรอ นึกว่าไปออกรบ! เตรียมตัวให้พร้อมนะน้อง เตรียมใจไว้ด้วยก็ดี เพราะมันไม่ได้ง่ายเหมือนกิน "ขนมครก" แน่นอน
เงินทองต้องพร้อม: เรียนโทนะเฟ้ย ไม่ใช่ขอทาน! ค่าเทอมเอย ค่าชีท ค่ากินอยู่ โอ๊ย! เยอะแยะ! เตรียมบัญชีให้พร้อม เปรียบเสมือนมี "ไหทองคำ" ติดตัว
สติปัญญาต้องเฉียบ: อย่าคิดว่าจบตรีแล้วจะสบาย เรียนโทมันยิ่งกว่า "เข็นครกขึ้นภูเขา" ต้องขยันอ่าน ขยันคิด ขยันถาม
เวลาต้องมี: อย่าคิดว่าเรียนโทแล้วจะไปเที่ยวเล่นเหมือนสมัยเรียนตรี เวลาส่วนตัวแทบไม่มี ต้อง "หัวปั่น" ทำงานส่งอาจารย์
สุขภาพต้องแข็งแรง: เรียนโทมันเครียดนะน้อง ถ้าสุขภาพไม่ดี อาจจะ "น็อค" กลางคัน ต้องออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์
ใจต้องสู้: เรียนโทมันไม่ได้โรยด้วย "กลีบกุหลาบ" ต้องเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย ต้องอดทนและสู้ต่อไป
ข้อควรรู้เพิ่มเติม (แบบฉบับชาวบ้าน):
เลือกสาขาให้ดี: อย่าเลือกตามเพื่อน เลือกที่ชอบ เลือกที่ใช่ เลือกที่ "ทำมาหากิน" ได้
หาอาจารย์ที่ปรึกษาเก่งๆ: อาจารย์ที่ปรึกษาที่ดี เปรียบเสมือน "เข็มทิศ" นำทางเราไปสู่ความสำเร็จ
อย่าท้อแท้: เรียนโทมันยาก แต่ไม่เกินความสามารถของเรา "สู้ๆ" นะน้อง!
แถมท้าย (แบบคนแก่ขี้บ่น):
สมัยป้าเรียนโทนะ โอ๊ย! ลำบากกว่านี้เยอะ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีคอมพิวเตอร์ ต้องไปห้องสมุดทุกวัน แต่ป้าก็ผ่านมาได้ น้องก็ต้องทำได้เหมือนกัน!
เรียนต่อป.โท ต้องรู้อะไรบ้าง
เรียนต่อโท ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง? คิดหนักใช่ไหม? ผมเคยอยู่ในจุดนั้นเหมือนกัน ก่อนตัดสินใจต้องเช็ค 7 ข้อนี้ครับ:
เป้าหมายการเรียน: อย่าเรียนไปเรื่อย! ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไรจากป.โท อยากเปลี่ยนสายงาน? เพิ่มความเชี่ยวชาญ? หรือแค่ใบปริญญา? นี่คือหัวใจสำคัญเลยนะ
งบประมาณ: ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายรายเดือน อย่าลืมคิดถึงโอกาสในการหารายได้ระหว่างเรียนด้วย แผนการเงินควรวางให้ดี เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอีกเยอะ
สถาบันการศึกษา: เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ดูคุณภาพอาจารย์ ชื่อเสียงของสถาบัน และเครือข่ายที่ได้จากการเรียน อย่าลืมดูรีวิวจากรุ่นพี่ด้วยนะ เพื่อนผมคนนึงเรียนจบโทจากจุฬาฯ สาขาบริหาร ปี 2566 บอกว่าประทับใจมากๆ เลย
หลักสูตรการเรียน: ดูรายวิชา เนื้อหา วิธีการสอน ให้เหมาะกับความรู้ความสามารถ และเวลาที่มี บางที่เรียนหนักมาก ต้องดูให้ดี
โอกาสงานหลังเรียนจบ: ป.โทไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ต้องดูว่าจบแล้วได้งานที่อยากทำไหม เงินเดือนโอเคหรือเปล่า อันนี้สำคัญมาก หลายคนเรียนจบแล้วหางานยากเหมือนกันนะ
เวลาและความพร้อม: การเรียนต่อป.โทใช้เวลาและความทุ่มเทสูง คุณพร้อมที่จะแบ่งเวลาให้กับการเรียน การทำงาน และชีวิตส่วนตัวได้หรือไม่? นี่เป็นคำถามที่ต้องถามตัวเองจริงๆ
เส้นทางอาชีพ: การเรียนต่อป.โทจะช่วยให้คุณก้าวหน้าในอาชีพได้อย่างไร? มันสอดคล้องกับแผนการทำงานระยะยาวของคุณหรือไม่? ผมว่านี่เป็นมุมมองที่สำคัญ เพราะการเรียนคือการลงทุน ผลตอบแทนต้องคุ้มค่า
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):
- ค่าเทอมป.โทในไทย แตกต่างกันไปตามสถาบันและสาขา โดยเฉลี่ยอาจอยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนต่อปี (ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและคณะ)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก อาจต้องเตรียมไว้ด้วย หลายคนมองข้ามจุดนี้ เผลอๆ จะหนักกว่าค่าเทอมซะอีก
- ควรตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายล่าสุดจากเว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัย เพราะค่าใช้จ่ายอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
เรียน ป.โท ต้องมีพื้นฐานไหม
เรียนต่อปริญญาโท ต้องมีพื้นฐานหรือไม่? ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ จริงอยู่ที่บางหลักสูตรยินดีรับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีสาขาอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีพื้นฐานอะไรเลยก็เรียนได้ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีการพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น
- คะแนนสอบเข้า: คะแนนสอบ GAT/PAT หรือสอบเฉพาะทางอื่นๆ สำคัญมาก เป็นตัวชี้วัดความพร้อมพื้นฐานด้านความรู้และทักษะการเรียนรู้
- ประสบการณ์ทำงาน: หากคุณมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่สมัคร อาจช่วยชดเชยข้อบกพร่องด้านพื้นฐานทางวิชาการได้ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้รับการพิจารณา
- จดหมายแนะนำตัว: จดหมายแนะนำตัวที่ดีสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของคุณได้ โดยเฉพาะหากคุณมีพื้นฐานที่ไม่แข็งแกร่งในด้านวิชาการ
- หลักสูตร Pre-Master: บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน ซึ่งอาจช่วยให้คุณมีโอกาสเรียนต่อได้ง่ายขึ้น ควรตรวจสอบข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่สนใจโดยตรง
ปีนี้ (2566) หลายมหาวิทยาลัยมีนโยบายเปิดกว้างขึ้น แต่การเรียนต่อปริญญาโทคือการต่อยอดความรู้ ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ดังนั้น การเตรียมความพร้อมพื้นฐานอย่างน้อยที่สุดจึงเป็นสิ่งที่แนะนำ อย่ามองว่าการไม่มีพื้นฐานเป็นอุปสรรค แต่จงมองว่ามันเป็นแรงผลักดันให้คุณพัฒนาตนเอง นี่คือโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต อย่ามองข้ามความสำคัญของการวางแผนและเตรียมตัวอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครเรียน
เพิ่มเติม การเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เหมาะสมกับความสามารถและพื้นฐานของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่เลือกตามชื่อเสียงหรือความนิยมอย่างเดียว ควรศึกษาหลักสูตร รายวิชา และวิธีการเรียนการสอนอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต