เรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ไหนดี

75 ครั้งเข้าชม
โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก มีหลากหลาย แต่หากเน้นการฟังพูด และไม่เน้นตำราเรียนมาก ขอแนะนำ Scholastic Early English หลักสูตรปัจจุบันเหมาะสำหรับเด็กอายุ 7 ขวบ เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษแบบสนุกสนาน ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำ ลูกของคุณจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการเรียนภาษาอังกฤษ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ที่อยู่เว็บไซต์หรือเบอร์โทรศัพท์] รับรองว่าลูกของคุณจะสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนภาษาอังกฤษเด็ก ที่ไหนดีที่สุด?

จริง ๆ เลือกโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเนี่ยยากนะคะ ตอนลูกสาวฉันอายุ 7 ขวบ ปี 2564 ฉันก็ปวดหัวเหมือนกัน จะเอาแบบไหนดีเนี่ย ไม่เอาแบบเน้นแต่ตำรา ฉันอยากให้เค้าสนุกกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากกว่า

สุดท้าย ฉันเลือกเป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบกลุ่มเล็กๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษแถวๆ เซ็นทรัลเวิลด์ จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ว่าราคาคอร์สประมาณ 8,000 บาทต่อเทอม จำได้ว่า เค้าใช้กิจกรรมเยอะ มีเล่นเกม ร้องเพลง ดูหนังการ์ตูนภาษาอังกฤษด้วย ลูกสาวฉันชอบมาก เรียนแบบนี้ดีกว่าเรียนแบบท่องจำเยอะเลย รู้สึกว่าเค้าได้ภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติมากกว่าค่ะ แถมได้เพื่อนใหม่ด้วย

Scholastic Early English ก็ดูน่าสนใจนะคะ แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้เลือก เพราะดูแล้วเหมาะกับเด็กเล็กกว่า แต่ถ้าเน้นให้ลูกฟัง พูด แบบไม่เน้นตำรา ลองหาคอร์สที่เน้นกิจกรรม แบบที่ฉันเล่าไปดูนะคะ อาจจะต้องลองโทรไปสอบถามรายละเอียดหลายๆที่ก่อน ดูบรรยากาศ และวิธีการสอนก่อนตัดสินใจค่ะ

เอาจริง ๆ ขึ้นอยู่กับบุคลิกของเด็กด้วยนะคะ ว่าชอบแบบไหน บางที ลองหาคลิปวิดีโอการสอนของแต่ละที่ดูก็ได้ค่ะ จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เผื่อได้ไอเดียเพิ่ม สู้ๆนะคะ หาโรงเรียนที่ใช่ให้เจอนะคะ

อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ทําอย่างไร

อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ? ลอง 8 เทคนิคนี้นะครับ ผมเองก็กำลังสอนลูกสาววัย 7 ขวบอยู่เหมือนกัน มันต้องอาศัยความอดทนและวิธีการที่เหมาะสม

  • เริ่มต้นง่ายๆ: เริ่มจากคำศัพท์พื้นฐาน ตัวอักษร และประโยคสั้นๆ เช่น Hello, Goodbye, Thank you ก่อนครับ อย่าเร่งรีบ ให้ลูกสนุกกับการเรียนรู้

  • ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน: ลองแทรกคำศัพท์ภาษาอังกฤษลงในกิจวัตรประจำวัน เช่น เรียกชื่อสิ่งของต่างๆ ในภาษาอังกฤษ หรือใช้ประโยคสั้นๆ ถามลูกว่า "What's this?" หรือ "What colour is this?"

  • อย่ากลัวผิด: ให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้เลย ไม่ต้องกลัวผิดไวยากรณ์หรือใช้คำผิด การกล้าพูดสำคัญกว่าความถูกต้องในช่วงแรก

  • ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ: ลองให้ลูกคิดคำตอบเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วค่อยแปลเป็นไทย เช่น ถามลูกว่าวันนี้ที่โรงเรียนเป็นอย่างไร แล้วให้ลูกตอบเป็นภาษาอังกฤษ เป็นการฝึกกระบวนการคิด

  • เกมคือตัวช่วย: เกมการศึกษาภาษาอังกฤษมีเยอะมาก ทั้งแบบออนไลน์และแบบบอร์ดเกม ช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้สึกกดดัน

  • เสพสื่อภาษาอังกฤษ: ให้ลูกดูการ์ตูน ฟังเพลง หรือดูหนังภาษาอังกฤษ (ควรเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย) การรับรู้ภาษาจากสื่อต่างๆ ช่วยให้คุ้นเคยกับสำเนียงและการใช้ภาษา

  • เน้นประโยค ไม่ใช่ท่องจำ: แทนที่จะให้ท่องจำศัพท์ ลองให้ลูกเรียนรู้ผ่านประโยค เพราะจะช่วยให้เข้าใจบริบทและการใช้คำได้ดีกว่า

  • ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด: การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ แม้เพียงแค่ 15-30 นาทีต่อวัน จะเห็นผลดีกว่าการฝึกหนักๆ เป็นบางครั้ง ความต่อเนื่องสำคัญกว่าปริมาณ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กมากมาย เลือกที่เหมาะสมกับลูกและลองใช้หลายๆ แพลตฟอร์มดูนะครับ อย่าลืมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน อย่าให้ลูกรู้สึกกดดัน เพราะการเรียนรู้ภาษาต้องอาศัยความสุขและความสนุกสนาน ผมเชื่อว่าลูกของคุณจะเก่งภาษาอังกฤษได้แน่นอนครับ อย่าลืมว่า ทุกอย่างต้องใช้เวลา และความอดทนครับ

เด็กควรเรียนภาษาอังกฤษ อายุเท่าไร?

โอ๊ย! ถามเด็กเรียนอิงลิชตอนไหนดี? เหมือนถามไก่ตอนไหนจะออกไข่...ก็ตอนมันพร้อมไงเล่า! แต่ถ้าจะให้ฟันธงเป๊ะๆ แบบหมอดูแม่นๆ ล่ะก็...

  • 5 ขวบ ยัน 10 ขวบ! พวกอนุบาล ยันประถมต้นน่ะแหละ ช่วงนี้สมองเด็กมันเหมือนฟองน้ำ ดูดซับทุกอย่างที่ขวางหน้า

  • ภาษาอังกฤษน่ะเหรอ? เหมือนปลูกต้นไม้ ต้องลงดินแต่เนิ่นๆ รากมันจะได้แข็งแรง โตขึ้นมาจะได้ไม่โค่นง่ายๆ ไงล่ะ!

  • เด็กสมัยนี้มันเก่ง! อย่าไปกลัวว่ามันจะเรียนไม่ทันเพื่อน เริ่มก่อนได้เปรียบเว้ยเฮ้ย!

  • แต่! อย่าไปบังคับมันมาก เดี๋ยวจะพาลเกลียดอิงลิชไปเลย หาเกม หาเพลงสนุกๆ ให้มันเรียนไปเล่นไป จะดีกว่าเยอะ!

ป.ล. อย่าไปเชื่อไอ้พวกที่บอกว่า "เรียนตอนโตก็ได้" นะเว้ย! มันก็แค่แก้ตัวที่ตัวเองขี้เกียจเรียนตั้งแต่เด็กเท่านั้นแหละ! ฮ่าๆๆๆ

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษเหรอ... เยอะแยะไปหมดเลย คิดถึงตอนเรียนภาษาอังกฤษสมัยประถมเลย จำได้ว่าครูชอบให้ท่องศัพท์ A B C แล้วก็ร้องเพลง Twinkle Twinkle Little Star มันก็สนุกดีนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่พออะ ต้องมีอะไรมากกว่านั้นอีกสิ

  • Games: เล่นเกมส์ก็ช่วยได้เยอะนะ เมื่อเดือนที่แล้วลองเล่น Scrabble กับหลาน สนุกมากเลย ได้ฝึกศัพท์ด้วย แบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ 今度ลองเล่นเกมส์ออนไลน์ดูบ้างดีกว่า เห็นมีเยอะแยะเลย
  • Movies/Series: เมื่อวานดู Oppenheimer จบ ภาษาอังกฤษแบบฟังยากมาก ต้องเปิด Sub แต่ก็ช่วยได้เยอะนะ แบบได้ยินสำเนียงจริงๆ แล้วก็ได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ปกติชอบดูซีรีย์เกาหลีมากกว่า แต่ช่วงนี้พยายามดูหนังฝรั่งเยอะขึ้น
  • Songs: ฟังเพลงภาษาอังกฤษก็ช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ เพลงโปรดตอนนี้คือ As It Was ของ Harry Styles ฟังทุกวันเลย บางทีก็ร้องตามด้วย ถึงจะออกเสียงไม่ชัดก็เถอะ ฮ่าๆๆๆ
  • Reading: อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็สำคัญ แต่ขี้เกียจอ่านจัง เมื่อกี้เห็นหนังสือ Atomic Habits วางอยู่บนชั้น ตั้งใจว่าจะอ่านมานานแล้ว ยังไม่ได้เริ่มเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้อ่านละกัน (จริงๆ พรุ่งนี้คงไม่ได้อ่านหรอก รู้ตัว)
  • Conversation: อันนี้สำคัญสุดๆ แต่ไม่มีคนคุยด้วย เศร้า ว่าจะลองหาเพื่อนคุยทางออนไลน์ดู เห็นมีแอพเยอะแยะเลย แต่ก็กลัวๆ ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอาไว้ก่อนละกัน

จริงๆ มีอีกหลายวิธีนะ เช่น Flashcards หรือ Role-Playing แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้ว เหนื่อย เอาไว้คิดออกแล้วจะมาพิมพ์เพิ่มละกัน ตอนนี้ขอไปหาอะไรกินก่อน หิวมากกกกกกกกก

ทำยังไงให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่ง?

อยากให้ลูกพูดอังกฤษคล่อง ต้องเริ่มจากการสร้างพื้นฐานที่ดี และสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีการมีดังนี้

  • เริ่มต้นง่ายๆ: ไม่ต้องกดดัน เริ่มจากคำศัพท์พื้นฐาน สอนผ่านของเล่น การ์ดภาพ หรือบทเพลงเด็ก สำคัญคือสร้างความสนุกสนาน ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำ

  • แทรกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน: พูดคุยกับลูกด้วยภาษาอังกฤษสั้นๆ ง่ายๆ เช่น "What's this?" "It's a car." ไม่ต้องเพอร์เฟค แค่สร้างบรรยากาศให้คุ้นเคย ลองใช้กับคำสั่งง่ายๆ เช่น "Pick up your toys" หรือ "Let's go eat"

  • กล้าพูดเลย: อย่ากลัวผิด การพูดผิดเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งพูดบ่อยยิ่งเก่ง เด็กๆ เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก การแก้ไขควรทำอย่างอ่อนโยน เน้นให้กำลังใจ

  • ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ: ลองคิดคำถามง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้ลูกตอบ เช่น "What color is your shirt?" หรือ "What do you want to eat?" กระตุ้นให้เขาคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

  • เกมและกิจกรรมสนุกๆ: ใช้เกมการศึกษาออนไลน์ แอปพลิเคชันสำหรับเด็ก หรือเกมกระดานที่ใช้ภาษาอังกฤษ เลือกเกมที่เหมาะสมกับอายุและความสนใจของลูก (แนะนำ Duolingo ABC, Gus on the Go สำหรับเด็กเล็ก)

  • เสพสื่อภาษาอังกฤษ: เปิดการ์ตูน เพลง หรือหนังเด็กที่เป็นภาษาอังกฤษให้ลูกดู ฟัง บ่อยๆ เลือกสื่อที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับวัย (เช่น Peppa Pig, Alphablocks, สำหรับปี 2024 มีรายการใหม่ๆ มากมาย ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ Netflix, Disney+ หรือ Amazon Prime Video)

  • เน้นประโยคมากกว่าการท่องจำศัพท์: การเรียนรู้ประโยคทำให้เข้าใจโครงสร้างภาษาได้ดีกว่าการท่องจำศัพท์แยกๆ สอนให้ใช้ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ก่อน ค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

  • ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด: การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ แม้แค่เพียง 15-30 นาทีต่อวัน จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนแบบเน้นปริมาณแต่ไม่สม่ำเสมอ และอย่าลืม ความสนุกสนานคือกุญแจสำคัญในการเรียนรู้ภาษา ความสำเร็จในการเรียนภาษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความพยายามด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม: ควรเลือกสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของลูก เช่น หากลูกชอบรถยนต์ ก็สามารถใช้หนังสือหรือวิดีโอเกี่ยวกับรถยนต์ที่เป็นภาษาอังกฤษ การเลือกสื่อที่น่าสนใจจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ได้มากขึ้น