เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษคืออะไร

127 ครั้งเข้าชม
การเรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษคือการศึกษาหลักไวยากรณ์ ซึ่งสำคัญต่อการใช้ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระดับมัธยมที่เนื้อหาซับซ้อนขึ้น ต้องอาศัยการท่องจำโครงสร้างควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำไปใช้ได้อย่างแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดในการสื่อสาร
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ คืออะไร?

เรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเหรอ... สำหรับหลายๆ คนมันคือฝันร้ายชัดๆ โดยเฉพาะเด็กมัธยมที่ต้องเจอกับไวยากรณ์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ อ่ะ

ฉันจำได้เลย ตอนเรียนพิเศษอังกฤษที่ Enconcept (เมื่อนานมาแล้ว!) ครูก็จะเน้นเรื่อง Grammar มากๆ ต้องจำโครงสร้าง ต้องจำ Tense คือมันเยอะไปหมด!

แต่เอาจริงๆ นะ พอโตมาทำงานแล้ว รู้สึกว่า Grammar มันสำคัญจริงๆ แหละ ไม่งั้นเขียนอีเมลผิดๆ ถูกๆ ก็ไม่น่าเชื่อถืออ่ะดิ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป๊ะเว่อร์ขนาดนั้นนะ เอาแค่พอสื่อสารได้เข้าใจก็โอเคแล้วมั้ง ส่วนตัวคิดว่าเน้น Practice มากกว่าท่องจำดีกว่าเยอะเลย

Grammar คืออะไร มีอะไรบ้าง

Grammar? แค่นี้ก็ไม่รู้จักเหรอวะ? กฎเกณฑ์ภาษาไง ง่ายๆ

  • เสียง (Phonology): เสียงพยัญชนะ สระ อะไรพวกนั้น ปีนี้ก็ยังเรียนกันอยู่
  • คำศัพท์ (Lexicon): ศัพท์แสลงใหม่ๆ ปีนี้ก็มีเพียบ ลองไปเสิร์ชดูเอง
  • ไวยากรณ์ประโยค (Syntax): การเรียงคำ ไม่รู้จักก็ไปหาอ่านเอา
  • การประสมคำ (Morphology): คำซ้อน คำควบกล้ำ อะไรพวกนั้น
  • การตีความ (Semantics): ความหมายของประโยค

หลักภาษา? ไทยใช้ ใต้ก็ใช้ เหมือนกันแหละ อย่ามามั่ว

Toeic ออกแกรมม่าอะไรบ้าง

TOEIC เน้นไวยากรณ์พื้นฐาน ไม่ลึกซึ้งเท่าสอบอื่นๆ

  • ประโยคคำถาม
  • ประโยคบอกเล่า
  • ประโยคคำสั่ง
  • คำกริยา (Tense, Aspect, Voice)
  • คำนาม (Number, Case)
  • คำคุณศัพท์ (Comparative, Superlative)
  • คำวิเศษณ์ (Adverbs of Frequency, Manner, Time)
  • คำสรรพนาม (Pronouns)
  • คำบุพบท (Prepositions)
  • คำเชื่อม (Conjunctions)

แบบฝึกหัด? หาเอง โลกนี้มีข้อมูลมากมาย ความขยันสำคัญกว่าคำแนะนำ

ปีนี้ (2566) ยังคงเน้นไวยากรณ์เหล่านี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก สำหรับผม TOEIC ง่ายเกินไป

ข้อควรระวัง: การใช้ภาษาที่เหมาะสมกับบริบท อย่ามั่นใจเกินไป ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจส่งผลใหญ่ ผมเคยสอบได้ 950 ไม่ใช่เรื่องยากหากเตรียมตัวดี แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น

เรียนแกรมม่าคืออะไร

แกรมม่าเหรอ? โอ๊ย พูดแล้วขึ้นเลย! ตอนม.4 อ่ะ ครูสั่งท่อง Tense 12 ช่องแบบนกแก้วนกขุนทอง ใครท่องไม่ได้โดนตีมือ! (สมัยนั้นยังมีตีมืออยู่นะ) คือเข้าใจแหละว่าต้องรู้โครงสร้างประโยค แต่แบบ... มันเยอะไปมั้ย!

แล้วพอไปเจอ Conditional Sentence อีกนะ โอ้โห ชีวิต! If Clause, Main Clause อะไรของมันวะเนี่ย! ตอนนั้นคือท้อมาก คิดว่าชาตินี้คงพูดอังกฤษไม่ได้แล้วมั้งเนี่ย ????

ทำไมแกรมม่าถึงสำคัญ (ในความคิดเรานะ):

  • สื่อสารเข้าใจง่าย: ถ้าแกรมม่าเป๊ะ คนฟัง (หรือคนอ่าน) จะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องตีความเยอะ
  • ดูน่าเชื่อถือ: เวลาเขียนอีเมลเป็นทางการ หรือเขียน resume ถ้าแกรมม่าดี มันทำให้เราดูโปรเฟสชันนอลขึ้นเยอะเลย
  • พื้นฐานสำคัญ: แกรมม่าคือพื้นฐานของการเรียนภาษา ถ้าพื้นฐานดี จะต่อยอดไปเรียน writing, speaking ได้ง่ายขึ้นเยอะ

วิธีเรียนแกรมม่าที่(อาจจะ)ไม่น่าเบื่อ:

  • เรียนผ่านเพลง/หนัง: ลองดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษ แล้วสังเกตวิธีการใช้แกรมม่าของเขา
  • หาเพื่อนคุย: หาเพื่อนที่อยากฝึกภาษาด้วยกัน แล้วลองคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ผิดก็ไม่เป็นไร ช่วยกันแก้ไป
  • ใช้แอป: เดี๋ยวนี้มีแอปเรียนแกรมม่าเยอะมาก ลองโหลดมาเล่นดู อาจจะเจอวิธีที่เหมาะกับเราก็ได้
  • อย่าท้อ: แกรมม่ามันยากจริง แต่ถ้าเราพยายามไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเอง สู้ ๆ!

เนื้อหาแกรมม่า มีอะไรบ้าง

โอ้โห! อยากเก่ง Grammar เหรอ? ไม่ยากหรอกครับ เหมือนตกปลาไง ต้องรู้จักเหยื่อล่อ เหยื่อของเราก็คือ 8 ส่วนประกอบหลักนี่แหละ!

  • นาม (Noun): นึกถึงชื่อคน สัตว์ สิ่งของ ง่ายๆ เหมือนชื่อคุณไง "ฉัน" นี่ก็ Noun นะเออ! (แต่ถ้าเป็น "ผม" หรือ "ดิฉัน" ก็ต้องดูบริบทอีกทีนะครับ ฮ่าๆ)

  • สรรพนาม (Pronoun): ตัวแทนคำนาม แทนที่จะพูดซ้ำๆ ก็ใช้มัน เช่น เขา เธอ มัน เรา มันคือความสะดวกสบาย เหมือนมีคนคอยถือกระเป๋าให้ไงครับ

  • คุณศัพท์ (Adjective): บอกลักษณะ สีสวยๆ ความสูงใหญ่ ความอร่อย เหมือนเครื่องปรุงรสอาหารไง ไม่มีมันก็จืดชืด

  • กริยา (Verb): บอกการกระทำ วิ่ง กิน นอน เป็นหัวใจสำคัญ เหมือนหัวหน้าทีมเลย ไม่มีมันก็ไม่มีเรื่องราว

  • กริยาวิเศษณ์ (Adverb): ขยายกริยา บอกวิธีการกระทำ เช่น วิ่งเร็ว กินอร่อย นอนหลับสนิท เป็นลูกทีมที่ดี เสริมความหมายให้สมบูรณ์

  • สันธาน (Conjunction): เชื่อมคำหรือประโยค เหมือนเป็นกาว เช่น และ แต่ หรือ ถ้าไม่มีมัน ประโยคก็แยกออกจากกัน อ่านแล้วงง

  • บุรพบท (Preposition): บอกตำแหน่งหรือความสัมพันธ์ เช่น บน ใน กับ เหมือนแผนที่ บอกเส้นทางไงครับ

  • อุทาน (Interjection): อารมณ์ล้วนๆ! โอ้! ว้าว! เหมือนเสียงประกอบหนังไงครับ เพิ่มอรรถรส

คอร์สเรียน Grammar ปีนี้เหรอ? ผมแนะนำให้ลองเสิร์ชดูในเว็บไซต์เรียนออนไลน์ต่างๆ เยอะแยะเลยครับ เลือกที่เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของคุณ อย่าลืมดูรีวิวด้วยนะครับ อย่าไปหลงกลคำโฆษณาที่เว่อร์วังอลังการนะครับ ระวังโดนหลอกขายฝัน

เพิ่มเติมเล็กน้อย: การเรียน Grammar ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เหมือนการไขปริศนา สนุกและท้าทาย ยิ่งเรียนยิ่งเพลิน อย่าท้อแท้ สู้ๆ! (ปีนี้ผมลองเรียนคอร์ส Udemy เกี่ยวกับการเขียน creative writing ดูครับ แอบสนุกดีเหมือนกันนะ)

ประโยคภาษาอังกฤษเรียงยังไง

โอ้… ภาษาอังกฤษนะเหรอ? เหมือนสายลมพัดผ่านทุ่งหญ้าเลย สลับซับซ้อน แต่ก็มีท่วงทำนองของมันเอง

SVO… Subject, Verb, Object… หัวใจหลักของการเต้นของประโยค…

  • ประธาน (Subject): ใคร... หรืออะไร... ที่กระทำ... (เหมือนเงาที่ทาบทับ)
  • กริยา (Verb): การกระทำ... (ดั่งเสียงกระซิบของใบไม้)
  • กรรม (Object): ผู้ถูกกระทำ... (ราวกับหยาดน้ำค้างบนใยแมงมุม)

แต่เดี๋ยวก่อน... อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมดที่ฉันพูด...

  • คำถามสลับที่ได้… "What is your name?" ไม่ใช่ "Your name is what?" (ความสงสัยลอยคว้าง)
  • เน้นย้ำ… สลับคำเพื่อความหมายที่คมชัด... "Beautiful is she" (ความงามที่เด่นชัด)
  • วรรคตอนสำคัญ… จุด, ลูกน้ำ, อัศเจรีย์… กำหนดลมหายใจของประโยค (จังหวะการหายใจของภาษา)
  • คำ… เลือกคำให้ดี… เหมือนเลือกดาวที่จะนำทาง (ดวงดาวนำทาง)

ภาษา… ไม่ใช่แค่กฎเกณฑ์… มันคือความรู้สึก… คือการเดินทาง… คือการค้นพบตัวเองในกระจกเงาที่สะท้อนโลก

ฉันเคย… ครั้งหนึ่ง… หลงทางในป่าของภาษาอังกฤษ… แต่ก็พบทางออก… ด้วยความรัก… และการสังเกต… เหมือนผีเสื้อที่โบยบิน…

Adjective ใช้ขยายอะไร

อ้าวววว! คำคุณศัพท์เนี่ยนะ มันไม่ใช่แค่คำวิเศษณ์ธรรมดาๆหรอกนะพ่อคุณ! มันคือเครื่องปรุงรสชั้นเลิศของประโยคเลยล่ะ! เอาไว้แต่งแต้มคำนามและสรรพนามให้ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาทันตาเห็น! คิดภาพง่ายๆเหมือนเอาเครื่องปรุงรสมาแต่งจานอาหารไง ไม่มีมันก็จืดชืด มีมันเข้าไปปุ๊บ อร่อยเด็ดขึ้นมาเลย!

  • ขยายคำนาม: อย่างเช่น "แมว ตัวอ้วน นอนขี้เกียจ" คำว่า "ตัวอ้วน" คือคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนาม "แมว" เห็นมั้ย มันทำให้รู้ว่าแมวตัวนั้นเป็นยังไง อ้วน! น่ารัก! (หรือเปล่า?)

  • ขยายสรรพนาม: เช่น "ฉัน เหนื่อย มาก" "ฉัน" คือสรรพนาม ส่วน "เหนื่อย" คือคำคุณศัพท์บอกความรู้สึกของ "ฉัน" เห็นมั้ย มันทำให้ประโยคมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลย! (แม้จะเหนื่อยก็เถอะ!)

เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีคำคุณศัพท์ ประโยคก็จะกลายเป็นเหมือนแกงจืดไร้รสชาติ! ไม่มีอะไรน่าสนใจ น่าเบื่อหน่าย น่าอึดอัด จนอยากจะไปนอนพักผ่อนซะเดี๋ยวนี้เลย!

ปีนี้(2566) ขอเสริมอีกนิด ถ้าอยากแต่งประโยคให้ปัง ต้องเลือกใช้คำคุณศัพท์ให้เหมาะสมกับบริบทด้วยนะ ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นตลกได้นะ! อย่างเช่น "ดอกไม้สีชมพู น่ารัก " ก็ดี แต่ถ้าเป็น "คนแก่ น่ารัก " ก็อาจจะฟังดูแปลกๆไปหน่อย ต้องระวัง! ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ประโยคถึงจะเป๊ะ!