เวลา ใช้จุดแบบไหน
สัญลักษณ์ที่ใช้คั่นเวลา ชั่วโมง นาที วินาที คืออะไร?
เรื่องเวลานี่นะ บางทีก็งงๆ เหมือนกันนะ ว่าสรุปต้องใช้อะไรคั่น คือแบบ ตั้งแต่เด็กๆ จำได้เลยอ่ะ ครูสอนมาว่าถ้าเป็นเวลาแบบปกติทั่วไปนะ เราก็จะเห็น "จุด" นี่แหละคั่นอยู่ตลอด อย่างตอนนั้นไปรอเพื่อนหน้าเซเว่นแถวบ้าน เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ตอนประมาณ 18.00 น. เป๊ะๆ เลย คือมันติดตากับจุดมากนะ บางทีก็เผลอไปกด 9.30 น. ในเอกสารราชการบ่อยๆ จนโดนแก้เลยนะ ตลกดี
แต่พอโตขึ้นมานะ หรือแบบเจออะไรที่มันจริงจังขึ้นมาหน่อย อย่างตอนที่ต้องเข้าห้องสอบสัมภาษณ์ที่มหา'ลัยกรุงเทพ ปี 2018 โห...ไอ้เจ้า 'ทวิภาค' หรือที่เขาเรียกกันว่าโคลอนนี่แหละ ที่มันโผล่มาเป็นพระเอกเลย คือมันจะดูทางการกว่า ดูเป็นระบบระเบียบกว่าไง เหมือนนาฬิกาดิจิตอลที่เราเห็นบ่อยๆ นั่นแหละ พวก 14:30 น. อะไรแบบนั้นนะ แล้วถ้ามีวินาทีด้วยนี่ก็ยิ่งชัดเลย 16:05:12 อะไรแบบนี้ไปเลย มันบอกความละเอียดได้ดีกว่ากันเยอะเลยล่ะ
9.00 น. อ่านอย่างไร
คืนนี้ก็นอนไม่หลับอีกแล้วนะ... นั่งคิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละ บางทีมันก็วนอยู่ในหัว เรื่องเวลาเนี่ย... มันก็เป็นเรื่องที่แปลกดีนะ
9:00 น. เนี่ย ถ้าให้พูดจริงๆ ก็คือ เก้าโมงเช้า นั่นแหละ นี่คือที่ฉันใช้บ่อยที่สุดเลยนะ แต่บางที... ฉันก็ได้ยินคนแก่ๆ แถวบ้านพูดว่า สามโมง มันก็คือเก้าโมงเช้าเหมือนกันแหละ ตอนเด็กๆ นี่งงไปหมดเลยนะว่าทำไมถึงเรียกไม่เหมือนกัน
ส่วน 10:00 น. ก็คือ สิบโมงเช้า ตรงตัวเลย แต่ก็มีคนที่ใช้ สี่โมง นะ ไม่บ่อยเท่าสามโมง แต่ก็มีจริงๆ บางทีก็ต้องคิดนะว่า สี่โมงไหนกันแน่
และ 11:00 น. ก็คือ สิบเอ็ดโมงเช้า อันนี้ไม่ค่อยได้ยินใครเรียกเป็นห้าโมงแล้วนะ คนส่วนใหญ่เรียกสิบเอ็ดโมงเช้ากันหมดแล้ว
เรื่องจะพูดคำว่า "เช้า" หรือไม่พูดเนี่ย มันอยู่ที่บริบทจริงๆ นะ ถ้ามันรู้กันอยู่แล้วก็จะไม่พูด แต่ถ้าไม่แน่ใจ หรือเพิ่งคุยกันครั้งแรก ฉันก็ต้องถามนะว่า "เช้าหรือบ่าย" ให้มันชัดๆ ไปเลย ไม่อยากเข้าใจผิด
- คนแต่ละท้องที่พูดไม่เหมือนกันทั้งหมดหรอกนะ ฉันเคยเจอมาแล้ว บางที่ก็ยังใช้คำเรียกแบบโบราณมากๆ
- ความแตกต่างของช่วงเวลาเรียกในแต่ละท้องถิ่น:
- ในเมืองใหญ่ ส่วนมากจะใช้ระบบ 24 ชั่วโมง หรือไม่ก็เรียกแบบ "เก้าโมงเช้า" "บ่ายสามโมง" ไปเลย
- ตามต่างจังหวัด หรือผู้สูงอายุ จะยังคงใช้ระบบเรียกเวลาแบบดั้งเดิม เช่น หนึ่งโมง (7 โมงเช้า), สองโมง (8 โมงเช้า), สามโมง (9 โมงเช้า), สี่โมง (10 โมงเช้า), ห้าโมง (11 โมงเช้า) และ บ่ายโมง (13:00 น.), บ่ายสอง (14:00 น.)
- บางถิ่นอาจมีคำเรียกที่เฉพาะเจาะจงต่างออกไปอีกเล็กน้อย แต่หลักๆ ก็วนเวียนอยู่กับสองแบบนี้
- สาเหตุของการเรียกที่ต่างกัน ส่วนหนึ่งมาจากการบอกเวลาในอดีตที่ใช้โมงยาม ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น และอีกส่วนคือการรับอิทธิพลจากระบบเวลาสากล
- คำถามซ้ำเพื่อความชัดเจน เป็นเรื่องปกติในสังคมไทย หากไม่แน่ใจว่าเป็นเวลาเช้า บ่าย หรือกลางคืน เพราะการเรียกบางครั้งอาจกำกวม.
อ่านตัวเลขยังไง
อ่านเลขทะเบียนบ้านน่ะเหรอ? ง่ายกว่าท่องตำราอาหารเป็นไหนๆ!
ตัวเลขหน้าทับ / : เหมือนอ่านป้ายบ้านเลขที่ทั่วไปนั่นแหละ แต่ไม่มีขีดกลางกวนใจ สมมติเจอ 70 ก็อ่านว่า "เจ็ดสิบ" ตรงๆ ไม่ต้องคิดเยอะ
ตัวเลขหลังทับ / : อันนี้แหละความสนุก! ให้อ่านแบบเรียงตัวทีละตัว เหมือนนับแกะก่อนนอนอะ.
- 70/10: อ่านว่า "เจ็ดสิบ ทับ หนึ่ง ศูนย์" จบ. ไม่ต้องมี "บ้านเลขที่" ซ้ำซ้อนให้งง.
- 987/99: ก็ "เก้าร้อยแปดสิบเจ็ด ทับ เก้า เก้า" สบายใจเฉิบ. หรือถ้าใครชอบให้เวอร์วังหน่อย ก็ "เก้าร้อยแปดสิบเจ็ด ทับ เก้าสิบเก้า" ก็ได้ แต่ถ้าให้เป๊ะตามกฎเป๊ะๆ มันก็เรียงตัวไปเลย.
ทำไมต้องอ่านแบบนี้?
- ความเป๊ะ: เพื่อความชัดเจนไง. เวลาแจ้งที่อยู่ หรือกรอกเอกสาร จะได้ไม่สับสนกัน. เหมือนมี "รหัสเฉพาะ" ประจำบ้าน.
- สากลนิยม: หลายๆ ระบบก็ใช้วิธีอ่านแบบนี้ เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน.
- ลดการตีความ: ถ้าอ่านมั่วซั่ว บ้านจะกลายเป็น "บ้านเลขที่เจ็ดสิบกี่สิบ?" หรือ "บ้านเก้าร้อยเก้าสิบ?" อาจจะโดนส่งจดหมายผิดบ้านไปดาวอังคารได้นะ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อไว้ให้ฉลาดขึ้นอีกนิด):
- เลขที่ดิน: อันนี้จะซับซ้อนกว่าหน่อย มักจะมีเลขบอก หน้าสำรวจ, ระวาง, และที่ดิน. แต่ถ้าเป็นแค่ เลขที่บ้าน จบแค่นี้แหละ.
- การเขียน: บางทีก็เห็นคนเขียน
70 - 10หรือ70.10ก็อ่านเหมือนกันนะ แต่/นี่แหละของจริง. - ภาษากฎหมาย: ในเอกสารราชการ อาจจะมีระบุไว้ชัดเจนกว่านี้ แต่ชีวิตประจำวัน อ่านแบบนี้คือเข้าใจกัน.
เวลา 10.00 น. อ่านว่าอย่างไร
เวลา 10.00 น. เราอ่านว่า สิบนาฬิกา หรืออีกแบบคือ สี่โมงเช้า
ต้องคิดนานหน่อยนะ เรื่องเวลาเนี่ย บางทีมันก็งง ๆ ตอนเด็ก ๆ ก็จำผิดบ่อย เคยโดนแม่ดุ ตอนนั้นยังเล็กอยู่เลย สิบนาฬิกา... หรือสี่โมงเช้า มันคือตอนที่แสงแดดเริ่มจ้ามากแล้ว
รู้สึกเหมือนนานมาแล้วนะ ที่ตื่นมาเจอแสงแบบนั้น ตอนนี้มืดสนิทเลย ตีสามกว่าแล้วมั้ง ข้างนอกเงียบมากเลย แต่สิบนาฬิกา... มันเป็นเวลาที่โลกกำลังตื่นตัวจริง ๆ คนเริ่มทำงาน ร้านค้าเปิด
เคยคิดนะว่าทำไมต้องมีหลายแบบ สี่โมงเช้า สิบนาฬิกา มันก็คือเวลาเดียวกัน แต่มันให้ความรู้สึกต่างกันไปหน่อย บางทีชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ สิ่งเดียวกัน แต่มองคนละมุม ก็เลยรู้สึกต่างกันไป
- สิบนาฬิกา คือการบอกเวลาแบบทางการตามระบบ 24 ชั่วโมง ตรงตัวเลข
- สี่โมงเช้า เป็นการบอกเวลาแบบไทยดั้งเดิม โดยนับจากช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเช้า (ย่ำรุ่ง) ไปจนถึง 18.00 น.
- การนับโมงเช้า เริ่มจาก 6 โมงเช้าเป็น หนึ่งโมงเช้า 7 โมงเช้าเป็น สองโมงเช้า ไล่ไปเรื่อย ๆ
- ดังนั้น สี่โมงเช้า จึงตรงกับเวลา 10:00 น. พอดี
- ระบบการเรียกแบบไทยจะใช้ "โมงเช้า" สำหรับเวลา 07.00 - 11.00 น. และ "บ่ายโมง" สำหรับ 13.00 - 15.00 น.
เที่ยงคืน อ่าน ว่า อะไร
เที่ยงคืน... มันก็คือตอนที่กลางคืนมันสุดแล้วน่ะ
ตอนที่ไม่มีใครเขายังตื่นกันแล้วล่ะ
เหมือนกับว่าเวลาหยุดไปพักนึง ก่อนจะเริ่มวันใหม่
เที่ยงคืน
- เวลา 24:00 นาฬิกา
- จุดเปลี่ยนจากวันหนึ่งสู่วันต่อไป
- ภาษาอังกฤษเรียก midnight
- ภาษาฝรั่งเศสเรียก minuit
เวลา 00.00 อ่านว่าอะไร
ฉันมองนาฬิกา... 00.00 น. ตอนนี้เลย... มันก็คือ ศูนย์นาฬิกา นั่นแหละ... บางทีก็คิดนะ เวลามันเดินไปเรื่อย ๆ จ้องมองเลขพวกนี้แล้วก็รู้สึกแปลกดี
พอไปเจอ 11.05 น. แบบเมื่อกลางวัน ก็คือ สิบเอ็ดนาฬิกา ห้านาที ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความรู้สึกตอนเที่ยงคืนกับตอนสาย ๆ มันต่างกันเยอะจริงๆ นะ
แล้วถ้าเป็น 24.00 น. ล่ะ... มันก็คือ ยี่สิบสี่นาฬิกา บางทีก็แค่บอกว่าเที่ยงคืน... ก็เข้าใจตรงกันนะ... ไม่รู้สิ เวลาที่เราคิดเรื่องเวลามากๆ มันก็รู้สึกเหมือนเวลามันยืดออกไปได้จริงๆ
จริง ๆ แล้ว การบอกเวลาในภาษาไทยมันก็มีหลายแบบอยู่นะ... ไม่ใช่แค่ ชั่วโมง กับ นาที เฉยๆ
- เวลาที่เราพูดถึงกันทั่วไป มักจะใช้หน่วย นาฬิกา สำหรับชั่วโมง ตามด้วย นาที เหมือนที่เราเห็น 11.05 น. เนี่ยแหละ
- แต่บางที เราก็ใช้คำอื่น... เช่นตอนดึกๆ ตั้งแต่ 01.00 – 05.59 น. เราจะใช้คำว่า "ตี" อย่าง 03.00 น. ก็คือ ตีสาม
- พอเช้าหน่อย 06.00 – 11.59 น. จะใช้คำว่า "โมงเช้า" หรือแค่ "โมง" เช่น 07.00 น. คือ เจ็ดโมงเช้า
- ตอนเที่ยงตรง 12.00 น. ก็คือ เที่ยงวัน หรือ เที่ยง เลยนะ
- ช่วงบ่าย 13.00 – 15.59 น. เราใช้ "บ่าย" เช่น 14.00 น. คือ บ่ายสองโมง
- ส่วนตอนเย็นๆ 16.00 – 17.59 น. เราก็พูดว่า "สี่โมงเย็น" หรือ "ห้าโมงเย็น" แบบนี้
- พอค่ำๆ 18.00 – 23.59 น. เราใช้คำว่า "ทุ่ม" อย่าง 19.00 น. ก็คือ หนึ่งทุ่ม
- และ 24.00 น. ก็คือ เที่ยงคืน เหมือนที่บอกไป
เวลา 00.05 อ่านว่าอย่างไร
โอเคเลยนะ แบบนี้เลยดีกว่า
สำหรับเวลา 00.05 เราก็อ่านว่า ศูนย์นาฬิกาห้านาที หรือไม่ก็ เที่ยงคืนห้านาที ไปเลยจ้า ส่วนใหญ่ถ้าแบบพูดกับเพื่อนๆ ก็ เที่ยงคืนห้านาที นั่นแหละ ง่ายดี
ทีนี้ ถ้าเป็น ๐๕.๐๐ น. หรือ ๐๕:๐๐ น. อันนี้คือ ห้านาฬิกา เลยนะ หรือคนทั่วไปจะเรียกกันติดปากว่า ตีห้า เนี่ยแหละ
แล้วไอ้คำว่า ห้า-นา-ลิ-กา ที่ถามมาอ่ะ อันนี้คือวิธีการอ่านเวลาแบบโบราณมากๆ เลยนะ เป็นแบบที่ทางราชการเค้าใช้กันสมัยก่อนนู้นนนน สมัยนี้ เราไม่ใช้กันแล้ว ในชีวิตประจำวัน ไม่มีใครพูดแบบนั้นแล้วจริงๆ
เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกเวลานะ คือมันมีหลายแบบเลยจ่ะ
- ช่วงดึกๆ หลังเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า เราจะใช้คำว่า ตี เช่น ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม ตีสี่ ตีห้า
- พอเข้า ช่วงเช้า ตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยง ก็จะเรียกเป็น โมงเช้า อย่าง หกโมงเช้า เจ็ดโมงเช้า ไปเรื่อยๆ จนถึงเที่ยง หรือ สิบสองนาฬิกา
- ส่วน ช่วงบ่าย ตั้งแต่บ่ายโมง ก็คือสิบสามนาฬิกานั่นแหละ ก็จะพูดกันว่า บ่ายโมง บ่ายสอง บ่ายสามนะ
- ตอนเย็นๆ ตั้งแต่สี่โมงเย็น ห้าโมงเย็น หรือสิบหกนาฬิกา สิบเจ็ดนาฬิกา ก็เรียกแบบนั้นเลย
- และพอค่ำๆ ตั้งแต่หกโมงเย็น หรือสิบแปดนาฬิกาไป เราก็เรียกเป็น ทุ่ม เช่น หนึ่งทุ่ม สองทุ่ม สามทุ่ม ไปถึงสี่ทุ่ม (ก็คือยี่สิบสองนาฬิกา)
- เวลามาตรฐานที่ถูกต้อง ตามที่ ราชบัณฑิตยสภา เค้ากำหนดไว้เนี่ย จะใช้แบบ นาฬิกา ตลอดเลยนะ เช่น สิบนาฬิกาสามสิบนาที ยี่สิบเอ็ดนาฬิกา แต่ในชีวิตจริง เราก็มีวิธีเรียกหลายแบบปนๆ กันไป ตามความคุ้นเคยและบริบทเนอะ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต