แคนาดา ต้องการอาชีพอะไร

136 ครั้งเข้าชม
อาชีพมาแรงในแคนาดา โอกาสคว้า Work Permit และ PRแคนาดาเปิดรับบุคลากรในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางที่มีความต้องการสูง ซึ่งเป็นเส้นทางสู่การขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการเป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Resident) อาชีพที่น่าสนใจ ได้แก่: วิศวกรโยธา: ดูแลโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน เภสัชกร: สายงานด้านสาธารณสุขที่ขาดแคลน ผู้จัดการฝ่ายบุคคล (HR): บริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นักวิเคราะห์การเงิน: วางแผนและให้คำปรึกษาด้านการเงิน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แคนาดาเปิดรับอาชีพไหนบ้าง? อัปเดตตำแหน่งงานปีล่าสุด!

ไอ้ลิสต์อาชีพที่แคนาดาต้องการเนี่ย... เอาเข้าจริงมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ แต่จากที่เห็นเพื่อนๆ หลายคนลุยกันมา มันมีบางสายที่ยืนหนึ่งตลอด ไม่ใช่แค่มีชื่อในลิสต์แล้วจะง่ายนะ มันมีรายละเอียดซ่อนอยู่เยอะเลย

เพื่อนผมคนนึงเป็นวิศวกรโยธา จบจากไทยไปทำเรื่องอยู่นานมากกว่าจะได้ไลเซนส์ของที่นี่ที่อัลเบอร์ตา แต่พอได้แล้วคือชีวิตดีเลย งานก่อสร้างกับโปรเจกต์น้ำมันที่นั่นมันบูมตลอดเวลาจริงๆ

ส่วนเภสัชกรนี่คืออีกเรื่องเลยนะ สอบโหดมาก คนรู้จักคนนึงสอบ PEBC ไม่รู้กี่รอบกว่าจะผ่าน คือรายได้สูงจริงแต่ทางเดินไม่ได้ง่ายเลย มันต้องสู้สุดๆ

พวก HR กับ Financial Analyst ก็ขาดคน แต่เหมือนเค้าจะมองหาคนที่มีประสบการณ์ในแคนาดามาก่อน เพื่อนที่เป็น HR บอกว่าต้องเข้าใจ culture ที่นี่จริงๆ ส่วนสาย finance ถ้าได้ไปอยู่โทรอนโตแถว Bay Street นี่โอกาสเพียบเลย

แต่ถ้าจะให้พูดกันแบบเปิดอกเลยนะ อาชีพที่ขาดคนแบบสุดๆ จริงๆ อะ คือพวกสายช่าง ทั้งช่างประปา ช่างไฟ ช่างเชื่อม คือคนแคเนเดียนรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยทำกันแล้ว รายได้ดีกว่างานออฟฟิศบางตำแหน่งอีกนะจะบอกให้

แล้วก็อีกกลุ่มที่เห็นประกาศรับสมัครทุกวันคือสายดูแลผู้สูงอายุ พวก Personal Support Worker (PSW) งานหนักก็จริงแต่เป็นทางไปสู่ PR ที่ค่อนข้างชัดเจนมากๆ สำหรับคนที่ไม่เกี่ยงงาน

อาชีพที่เป็นที่ต้องการในแคนาดา

  • วิศวกรโยธา (Civil Engineer)
  • เภสัชกร (Pharmacist)
  • ผู้จัดการฝ่ายบุคคล (HR Manager)
  • นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst)
  • กลุ่มอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องการ: ช่างฝีมือ (Skilled Trades), ผู้ดูแล (Caregivers/PSW)

ประเทศแคนาดา เข้ายากไหม

แคนาดาเข้ายากไหมเหรอ จากที่ผมยื่นเองนะ ผมว่าไม่ได้ยากเกินไปอย่างที่หลายคนกลัวหรอก ตอนนั้นก็กังวลมากเหมือนกัน ใจมันเต้นตุบๆ ตลอดเลยนะ กลัวนู่นนี่นั่นไปหมด

จำได้ชัดเจนเลย เช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 ผมไปที่ศูนย์ VFS Global ที่อาคารจามจุรีสแควร์แถวสามย่านนั่นแหละ คนก็ไม่แน่นมาก แต่บรรยากาศมันก็มีความตึงเครียดหน่อยๆ

เอกสารที่เตรียมไปนะ โห! เยอะมากจริงๆ ผมจัดเป็นแฟ้มหนาปึกเลย ทั้งหลักฐานการเงิน จดหมายรับรองจากที่ทำงาน แผนการเดินทางที่ละเอียดยิบ เช็กแล้วเช็กอีกหลายรอบมาก กลัวพลาดตรงไหนไปสักนิด

พอส่งเอกสารเสร็จนะ กลับบ้านมา ใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ เปิดอีเมลเช็กสถานะวีซ่าทุกวัน วันละหลายๆ รอบเลย มันเหมือนลุ้นผลสอบเลยอะ ลุ้นสุดๆ ว่าจะผ่านไหม จะได้ไปแคนาดาตามที่ฝันไว้หรือเปล่า

แต่แล้ว ผลก็ออกมาว่าผ่านนะ ดีใจมาก! แบบว่ากระโดดโลดเต้นไปเลยโล่งอกสุดๆ ความกังวลทั้งหมดหายไปหมดเลย ทำให้ผมรู้เลยว่า ถ้าเราเตรียมตัวดีๆ โอกาสผ่านมันก็สูงมากๆ

สรุปง่ายๆ นะ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องคือหัวใจสำคัญเลย ต้องละเอียดทุกจุดจริงๆ แล้วก็อย่ากลัวที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมถ้าเจ้าหน้าที่เขาขอนะ ทำให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่าเยอะ

  • วีซ่าแคนาดามีหลายประเภท เลือกให้ถูกตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
  • ต้องแสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในแคนาดา
  • ประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ มีผลต่อการพิจารณาอย่างมาก
  • เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าต้องครบถ้วน และเป็นข้อมูลล่าสุด
  • แผนการเดินทางที่ชัดเจน พร้อมที่อยู่และตั๋วเครื่องบินไปกลับ (ถ้ามี) ช่วยเพิ่มน้ำหนัก
  • ตรวจสอบข้อกำหนดและเอกสารที่จำเป็นล่าสุด บนเว็บไซต์สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย สำหรับปี 2567 เสมอ

เมืองไหนในแคนาดาน่าอยู่

Quebec City นี่มันไม่ใช่แค่เมืองนะพ่อคุณ มันเหมือนหลุดไปอยู่นอร์มังดีแบบมินิอะ! อาหารก็อร่อย บรรยากาศก็เหมือนหลุดมาจากยุโรป สถาปัตยกรรมนี่ไม่ต้องพูดถึง สวยจนลืมหายใจ แถมคนยังพูดฝรั่งเศสกันอีกนะเออ!

Moncton เมืองนี้ก็ไม่ธรรมดาเลยนะ! เขาว่ากันว่าที่นี่มี "Magnetic Hill" ที่ทำให้รถที่จอดอยู่ไหลขึ้นเนินได้เอง! โคตรมหัศจรรย์! แถมค่าครองชีพก็ยังไม่โหดร้ายเหมือนที่อื่น น่าจะพอมีเงินเหลือไปซื้อชีสกินเล่นบ้างล่ะ

Saint John ใครชอบบรรยากาศเมืองท่าเก่าๆ ต้องมาที่นี่เลย! มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีน้ำขึ้นน้ำลงที่น่าทึ่งที่สุดในโลก! สวยงามมากจนต้องร้องว้าว! แถมยังมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ไม่เบื่อแน่นอน

St. Johns เมืองนี้เหมือนเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่! ทิวทัศน์นี่อลังการดาวล้านดวง! เป็นเมืองหลวงของ Newfoundland and Labrador บรรยากาศน่ารักมาก แถมคนก็เป็นมิตรสุดๆ ไปเลย!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Quebec City: คะแนน 8.6 คือมันยืนหนึ่งเรื่องวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม!
  • Moncton: คะแนน 8.2 สะท้อนถึงความน่าอยู่แบบสบายๆ และค่าครองชีพที่ไม่บีบคอ
  • Saint John: คะแนน 9.8 นี่มันสุดยอดแห่งเมืองท่า! ความมีเอกลักษณ์และความสวยงามนี่กินขาด
  • St. Johns: คะแนน 11.7 คือคะแนนมันเกินไปแล้ว! แสดงว่ามันพิเศษจริงๆ!

ค่าครองชีพในแคนาดาแพงไหม

เงินคือตัวแปร. ชีวิตมีราคาของมัน.

ตัวเลขรายเดือน ไม่รวมค่าที่พัก.

  • กลุ่มเมืองทั่วไป: Quebec City, Montreal, Ottawa. เตรียมไว้ 800 - 1,500 ดอลลาร์แคนาดา.
  • กลุ่มเมืองใหญ่: Vancouver, Calgary. ตัวเลขขยับไปที่ 2,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือมากกว่า.

ตัวเลขพวกนี้คือค่าเฉลี่ย. การใช้ชีวิตจริงขึ้นอยู่กับคน. บางคนใช้น้อยกว่านี้ บางคนมากกว่า. ตัวเลขคือความจริง ที่เหลือคือการจัดการ.

  • ค่าอาหาร: การทำอาหารกินเองช่วยได้เยอะ. เฉลี่ย 300-500 ดอลลาร์ต่อเดือน. กินนอกบ้านบ่อยก็บวกเพิ่มไป.
  • ค่าเดินทาง: บัตรโดยสารรายเดือนของระบบขนส่งสาธารณะอยู่ที่ ประมาณ 90-130 ดอลลาร์. ขึ้นอยู่กับเมือง.
  • ค่าโทรศัพท์/อินเทอร์เน็ต: แผนบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านรวมกัน เริ่มที่ 100-150 ดอลลาร์. แคนาดาเด่นเรื่องนี้. แพง.
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ประกันสุขภาพ (บางรัฐฟรี บางรัฐต้องซื้อเพิ่ม), เสื้อผ้า, ของใช้ส่วนตัว, ยิม. ตีไปอีก 200-400 ดอลลาร์.
  • สันทนาการ: ดูหนัง ดื่มกาแฟ พบปะเพื่อนฝูง. ชีวิตไม่ได้มีแค่การทำงาน. กันเงินส่วนนี้ไว้ด้วย.

เรียนภาษาที่แคนนาดาทำงานได้ไหม

เรียนที่แคนาดา ทำงานได้ เลยนะ!

ตอนเราไปเรียนต่อที่แคนาดาเนี่ย เค้าอนุญาตให้เราทำงานพิเศษระหว่างเรียนได้แบบถูกกฎหมายเลยนะ แถมเรียนจบแล้วยังได้โอกาสทำงานต่ออีกตั้ง 1-3 ปี หรือบางทีอาจจะนานกว่านั้นอีกก็มี

  • ทำงานระหว่างเรียน: ทำได้เลย ไม่ต้องกลัวผิดกฎนะ
  • ทำงานหลังเรียนจบ: อันนี้ดีมาก ได้ประสบการณ์จริงแถมอาจจะยาวไปเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ประเภทของงาน: ส่วนใหญ่จะเป็นงานพาร์ทไทม์ หรือพาร์ทไทม์ที่เกี่ยวกับสาขาที่เราเรียนนะ
  • ชั่วโมงทำงาน: จะมีกำหนดอยู่ว่าทำได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ระหว่างเปิดเทอมและปิดเทอม
  • เงื่อนไข: ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ก่อนนะ ซึ่งส่วนใหญ่จะขอตอนยื่นใบสมัครเรียนเลย
  • โอกาสงานต่อ: พวกโปรแกรมเรียนที่เปิดโอกาสให้ทำงานต่อหลังเรียนจบ จะเรียกว่า Post-Graduation Work Permit (PGWP) เนี่ยแหละ

สำคัญ: เรื่องเวลาทำงานและประเภทงานมันจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เราเลือกด้วยนะ ต้องเช็คกับทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่เราจะไปเรียนให้ดีๆ อีกที