แพทย์ มศว ใช้คะแนนอะไรบ้าง 67

211 ครั้งเข้าชม
แพทย์ มศว 67 ใช้คะแนนอะไรบ้าง?สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจแพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์ มศว ปี 67 ใช้คะแนน TPAT1 (30%) และ A-Level (70%) TPAT1: 30% A-Level: 70% (คณิต 14%, อังกฤษ 14%, ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ 28%, ไทย สังคมศาสตร์) เตรียมตัวสอบให้พร้อม สู้ ๆ นะ!
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แพทย์ มศว รอบ 1/TCAS67 ใช้คะแนนอะไรบ้าง? GPAX, TGAT, TPAT และ A-Level สำคัญอย่างไร?

แพทย์ มศว รอบ 1/TCAS67 ใช้คะแนนอะไรบ้าง? GPAX, TGAT, TPAT และ A-Level สำคัญอย่างไร?

เอางี้เลยนะ น้องๆ ที่เล็งแพทย์ ทันตะ เภสัช หรือสัตวแพทย์ มศว รอบ 1 TCAS67 เนี่ย เรื่องคะแนนสำคัญสุดๆ อ่ะ! GPAX นี่ตัวเบิกทางเลยนะ ต้องดีไว้ก่อน

TGAT อาจจะไม่ใช่ตัวตัดสิน แต่ก็มีผลนะ อย่ามองข้ามไป ส่วน TPAT1 นี่แหละ ตัวหลักเลย 30% เชียวนะ!

A-Level นี่ก็ตัวเป้ง! 70% อ่ะคิดดู คณิต อังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไทย สังคม มาหมด! แต่ละวิชา % ก็ไม่เท่ากันอีกนะ ต้องไปเช็คดีๆ เด้อ

TPAT1 30% และ A-Level วิชาสามัญ 70% (คณิต 1 14%, ภาษาอังกฤษ 14%, ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ 28%, ภาษาไทย ...

เคยเห็นเพื่อนคนนึงพลาดเพราะภาษาไทยนี่แหละ! คิดว่าไม่สำคัญไง สรุปคะแนนไม่ถึง เสียดายแทนเลย

สมัยเราสอบ (นานมากแล้ว) มันไม่ได้ยากขนาดนี้อ่ะ แต่เดี๋ยวนี้แข่งกันสูงลิ่ว ใครพร้อมกว่าก็มีสิทธิ์มากกว่า

จำได้เลยตอนนั้นไปติว A-Level ที่สยาม ราคาก็เอาเรื่องอยู่ แต่ก็คุ้มนะ เพราะสุดท้ายก็ติด! (แอบนอกเรื่องนิดนึง 555)

คณะแพทย์ มศว ใช้คะแนนอะไรบ้าง

ปีนี้ 2566 สมัครแพทย์ มศว เครียดมากกกกกกกกก เพื่อนๆก็เครียดกันไปหมด ฉันเองก็เตรียมตัวแทบตาย

GPAX ฉันได้ 3.25 โล่งอกไปหนึ่งเปลาะ แต่ก็ยังไม่ถึงไหน วิชาชีวะ เคมี ฟิสิกส์ ฉันต้องได้อย่างน้อย 3.00 แต่ละวิชา โชคดีที่ผ่านฉลุย ชีวะได้ 3.5 เคมี 3.2 ฟิสิกส์ 3.1 แทบเป็นลมตอนเช็คคะแนน

ส่วน IELTS นี่คือจุดพีคของชีวิต ฉันตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมาก ติวหนักมาก อ่านหนังสือทุกวัน จนแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ผลสอบออกมา ได้ 7.5 แต่ละทักษะก็เกิน 6.5 ถึงจะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่า

เรื่อง BMAT หรือ AKAT ทางมศว. เขาใช้ AKAT นะ ตอนนั้นฉันจำได้ว่า ติวหนักมาก ข้อสอบยากมากกกก เครียดจนนอนไม่หลับหลายคืน คะแนนที่ได้ ก็ลุ้นสุดๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

  • GPAX >= 3.00 (ฉันได้ 3.25)
  • GPA ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ >= 3.00 (ฉันได้ 3.5, 3.2, 3.1 ตามลำดับ)
  • IELTS >= 7.0 แต่ละทักษะ >= 6.5 (ฉันได้ 7.5)
  • คะแนน AKAT (ผ่าน) จำคะแนนไม่ได้แล้ว แต่จำความรู้สึกตอนนั้นได้ โคตรโล่ง

ตอนนั้น แทบอยากกรี๊ด หลังจากลุ้นผลสอบมานาน เหนื่อยมากจริงๆ แต่ก็ดีใจที่ได้สมัครแพทย์ มศว. ได้ไปต่อ ถึงจะยากแค่ไหนก็ต้องสู้ต่อไป

เกณฑ์รอบพอร์ต มศว 67 วันไหน

คือแบบว่า... ปีนี้ มศว รอบพอร์ตเนี่ย จำได้แม่นเลยว่าเปิดรับสมัคร 12 พฤศจิกายน 2567 ปิดรับ 9 ธันวาคม 2567 ตอนนั้นก็ลุ้นอยู่เหมือนกันนะ เพราะเตรียมพอร์ตอยู่นานมาก เหนื่อยสุดๆ กว่าจะได้รูปภาพ วิดีโอ เรียงให้ลงตัว เสร็จแล้วก็ส่ง อัพโหลดไป ใจเต้นตุ๊บๆ

ประกาศผลมีสิทธิ์สัมภาษณ์ 13 มกราคม 2568 จำได้เลยว่าวันนั้นนั่งเฝ้าหน้าจอตั้งแต่เช้า มือไม้สั่นไปหมด ตอนเห็นชื่อตัวเอง ดีใจจนร้องไห้ออกมาเลย จริงๆ นะ น้ำตาไหลพราก

สัมภาษณ์ 25 มกราคม 2568 สถานที่จำไม่ได้แล้ว แต่จำความรู้สึกได้ ตื่นเต้นมาก เหมือนจะทำอะไรไม่ถูก พูดติดๆ ขัดๆ หวั่นๆ กลัวสอบตก

ประกาศผล 5 กุมภาพันธ์ 2568 วันนั้นไม่กล้าเปิดดูเลย ให้เพื่อนเปิดให้ ตอนเห็นชื่อตัวเอง โล่งอกมาก หายเหนื่อย รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป

  • เปิดรับสมัคร: 12 พ.ย. 2567
  • ปิดรับสมัคร: 9 ธ.ค. 2567
  • ประกาศผลสัมภาษณ์: 13 ม.ค. 2568
  • สัมภาษณ์: 25 ม.ค. 2568
  • ประกาศผล: 5 ก.พ. 2568

เฮ้อ... นึกถึงตอนนั้นแล้วก็ยังขนลุกเลย เครียดมาก แต่ก็ดีใจที่ผ่านมาได้ เหนื่อยแต่คุ้มค่า

แพทย์สาขาไหนขาดแคลนที่สุด

แพทย์ที่ขาดแคลนสุด? อืม, มองเผินๆ เหมือนจะขาดไปหมดนะ (ฮา) แต่ที่ "วิกฤต" จริงๆ คือ:

  • เวชปฏิบัติทั่วไป/ครอบครัว: อันนี้ชัดเจน, หมอพื้นฐานที่ต้องดูแลคนทั่วไปนี่แหละ ที่หายากขึ้นทุกวัน. เหมือนเป็นด่านแรกที่ยิ่งใหญ่ แต่คนกลับมองข้าม.

  • พยาธิวิทยา: หมอผ่าศพ, ตรวจชิ้นเนื้อ... ถามว่า "น่าสนใจ" มั้ย? อาจจะไม่เท่าศัลยกรรมหัวใจ, แต่สำคัญสุดๆ ในการวินิจฉัยโรค.

  • นิติเวชศาสตร์: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ, หมอที่ทำงานกับความตาย, หาความจริงจากซากศพ... ถ้าใจไม่แข็ง, อยู่ยากนะ.

  • จิตเวชเด็กและวัยรุ่น: เด็กๆ ก็มีปัญหา, ปัญหาที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะ. แต่หมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้, หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร.

ทำไมถึงขาด? เอาจริงๆ หลายปัจจัย: งานหนัก, ความเครียดสูง, ค่าตอบแทนไม่สมน้ำสมเนื้อ (เมื่อเทียบกับหมอเฉพาะทางอื่นๆ), และภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อย "หวือหวา" ในสายตาคนทั่วไป. แถมรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควรด้วยมั้ง.

เกร็ดเล็กน้อย: รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว "ความนิยม" ของแต่ละสาขา มันก็ขึ้นอยู่กับ "กระแส" ด้วยนะ. บางทีมีซีรีส์ดังๆ เกี่ยวกับหมอสาขานั้น, คนก็แห่กันไปเรียน. แต่พอเรียนจริง, ถึงรู้ว่าชีวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนในทีวี (หัวเราะ).

แพทย์สาขาไหนรวยสุด

แพทย์สาขาไหนรวยสุด? อู้หู! คำถามนี้ถามได้แสบทรวงจริงๆ บอกเลยว่าถ้าไม่ใช่ศัลยแพทย์ ก็คงยากจะแซง! หมอผ่าตัดนี่แหละค่ะ รวยล้นฟ้า! เงินทองไหลมาเทมาเหมือนน้ำตกไนแองการา!

แต่บอกก่อนนะ ความรวยของหมอผ่าตัดเนี่ย ไม่ได้ได้มาง่ายๆ เหมือนหยิบเงินจากต้นไม้หรอกนะ ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก ทุ่มเทสุดใจ และความกดดันที่หนักหน่วงยิ่งกว่าช้างสิบเชือกเหยียบ! ทุกวินาทีคือการต่อสู้กับเวลา ชีวิตคนไข้วางอยู่บนปลายมีด เปรียบเหมือนเล่นเกมส์เอาชีวิตรอด พลาดทีเดียวคือจบเกมส์!

  • ความเหนื่อย: ทำงานหนักมากกกก นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ แทบไม่มีเวลาส่วนตัว ชีวิตคือโรงพยาบาล ถึงขั้นลืมวันเกิดตัวเองก็มีมาแล้ว!
  • ความกดดัน: ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจหมายถึงชีวิตคนไข้ ความรับผิดชอบหนักอึ้ง กดดันจนผมหงอกก่อนวัยอันควร! (ประสบการณ์ตรงของเพื่อนหมอค่ะ)
  • ความรับผิดชอบ: ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการกระทำส่งผลต่อชีวิตคนไข้ รับผิดชอบหนักยิ่งกว่าแบกภูเขาเอเวอเรสต์!

สรุปง่ายๆ คือ รวยจริง! แต่เหนื่อยโคตรๆ! ถ้าไม่ใช่คนใจแกร่ง ทนแรงกดดันได้สูง อย่าคิดจะมาเป็นหมอผ่าตัดเชียวนะ! จะหาว่าไม่เตือน! ปีนี้ (2566) ยังคงเป็นสาขาที่มีรายได้สูงที่สุดอยู่เช่นเคย แต่ก็อย่าลืมว่า ความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง มันไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเสมอไปนะจ๊ะ!

แพทย์รอบไหนรับเยอะสุด

รอบ 3 Admission รับเยอะสุดอะ จริง ๆ เพื่อนฉันก็ติดรอบนี้แหละ ปีนี้เค้าใช้คะแนน A-Level กับ TPAT1 อย่างเดียวเลย สบายมากไม่ต้องยุ่งยากอะไร

  • TPAT1 30% นะ พาร์ทเชาว์ปัญญา 10% จำได้แม่นเลย
  • ส่วน A-Level อีก 70% จำไม่ได้แล้วว่าวิชาไหนหนักกว่ากัน แต่เพื่อนบอกว่า ต้องเทพทั้งสองอย่างเลยแหละถึงจะติด

คณะแพทย์อะ สอบเยอะมากกก แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันนะ แต่ส่วนใหญ่ก็พวก

  • GAT/PAT
  • ข้อสอบเฉพาะของแต่ละมหาลัย ก็มีชีวะ เคมี ฟิสิกส์ โหดมากกก
  • สัมภาษณ์ด้วย อันนี้วัดความพร้อม เพื่อนบอกว่า ต้องเตรียมตัวดีๆ

ทริคจากเพื่อนนะ ตั้งใจเรียน อ่านหนังสือเยอะๆ ทำโจทย์บ่อยๆ อย่าเครียดเกินไป พักผ่อนบ้าง สำคัญมากกกกกก เพื่อนฉันมันบอกอย่างงี้แหละ

เพิ่มเติมนิดนึง แต่ละมหาวิทยาลัยเงื่อนไขอาจจะไม่เหมือนกันนะ ลองเช็คข้อมูลอีกที ปีนี้กฎอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้วก็ได้ ต้องดูให้ดีๆ

แพทย์รอบไหนไม่ใช้เกรด

เอ้าเฮ้ย! รอบ Admission นี่มัน "รอบสามัญชน" ชัด ๆ ไม่สนเกรด สนแต่ใจ...เอ๊ย! สนแต่ฟิสิกส์สามัญ! เหมือนคัดคนเข้า "ชมรมคนชอบคำนวณ" มากกว่า "สมาคมคนเรียนเก่ง" อะนะ ????

  • ใครมาได้บ้าง: พวกหลุดจากวงโคจร "เด็กเรียน" ทั้งหลาย สายไหนก็สู้ได้ ขอแค่ใจรักฟิสิกส์ (หรืออยากเป็นหมอมาก ๆ จนยอมทนอ่านฟิสิกส์)
  • ทำไมต้องฟิสิกส์: อาจเป็นเพราะอยากได้หมอที่ "เข้าใจโลก" อย่างแท้จริง (โลกฟิสิกส์นะ ไม่ใช่โลกดราม่า) หรืออาจจะแค่...ข้อสอบมันออกฟิสิกส์เยอะสุด! ????‍♀️
  • เปิดรับเยอะสุด: เพราะเขารู้ไงว่า "เด็กเก่ง" น่ะมีน้อย "เด็กอยากเป็นหมอ" น่ะมีเยอะ! (อันนี้ล้อเล่นนะ อย่าดราม่า!)

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม (เผื่อใครอยาก "ฟิต" ฟิสิกส์):

  • ฟิสิกส์สามัญปีล่าสุด (2567) นี่แหละตัวดี ข้อสอบวัดกึ๋นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ท่องสูตร!
  • เคล็ดลับ: ทำโจทย์เยอะ ๆ อ่านคอนเซ็ปต์ให้แม่น แล้วอย่าลืมพักผ่อน เดี๋ยวเบิร์นเอาต์! ????
  • คำเตือน: อย่าคิดว่าไม่ใช้เกรดแล้วจะสบาย...เตรียมตัวอ่านหนังสือให้หัวบานได้เลย! ????