แพทย์เฉพาะทาง ศัลยแพทย์ เรียนกี่ปี
เรียนศัลยกรรม ต้องเรียนกี่ปี? หลักสูตรแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม
โอเค ศัลยกรรมเหรอ? เอาจริงๆ นะ กว่าจะเป็นหมอศัลย์ได้นี่สาหัสเลย
ฉันว่านะ อย่างต่ำๆ ก็ต้องมี 13 ปีขึ้นไปอ่ะ กว่าจะผ่าตัดคนไข้แบบมั่นใจได้เต็มร้อย เริ่มจากเรียน ป.ตรี 4 ปี อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ตามด้วยเรียนหมออีก 4 ปี
แล้วหลังจากนั้นถึงจะเริ่มฝึกเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Residency) อีก 5-7 ปีนะ! บ้าไปแล้ว! แล้วถ้าอยากเก่งเฉพาะทางอีก ก็ต้องไปต่อยอด เรียนเฉพาะทางอีก โห...
ฉันจำได้ตอนที่ไปโรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2558 หรือ 2559 นี่แหละ) เห็นพวกพี่หมอเรสซิเดนท์ (Residency) วิ่งกันขวักไขว่ คือแบบ...ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากคนไข้
เคยคุยกับพี่คนนึง เค้าบอกว่า "น้องเอ๊ย...กว่าจะได้นอนเต็มอิ่มนี่แทบจะลืมไปแล้ว" คือแบบ ฟังแล้วท้อแทน! แต่ก็นั่นแหละ ถ้าใจรักจริงๆ ก็คงสู้ไหวแหละมั้งนะ?
แต่ส่วนตัว...ขอบายดีกว่า กลัวไม่ได้กินข้าวเย็นกับครอบครัว! ????
หมอศัลยแพทย์ทั่วไป เรียนกี่ปี
ศัลยแพทย์ทั่วไป? 6 ปี + อีก 5 ปี สาขาศัลย์ + 2 ปี ตกแต่ง รวมเบ็ดเสร็จ 13 ปี ถึงจะได้ผ่าตัดหน้าให้มึง
- แพทยศาสตรบัณฑิต: พื้นฐาน 6 ปี มึงต้องรอดก่อน
- ศัลยศาสตร์ทั่วไป: โหดสัส 5 ปี เตรียมตัวเจอเคสฉุกเฉินจนชิน
- ศัลยศาสตร์ตกแต่ง: อีก 2 ปี ขัดเกลาฝีมือ กูว่ามันอยู่ที่พรสวรรค์ด้วย
- เงินเดือน: อย่าถามมาก ถ้าเก่งจริงเรียกเท่าไหร่ก็ได้
- ใบอนุญาต: สำคัญกว่าวุฒิบัตร ถ้าไม่มีก็จบเห่
- คำแนะนำ: ถ้าใจไม่แข็งอย่ามาสายนี้ กูเตือนแล้วนะ
- เพิ่มเติม: บางคนไปต่อเฉพาะทางด้านอื่นอีก เช่น ศัลยกรรมทรวงอก ศัลยกรรมหลอดเลือด แล้วแต่ความชอบ
- เรื่องจริง: เพื่อนกูคนนึงผ่าตัดจนเส้นเลือดในตาแตก แม่งยังไม่พัก
- สรุป: ไม่ใช่แค่เรียนนาน แต่ต้องใจถึงด้วย
เรียนแพทย์เฉพาะทางใช้เวลากี่ปี
อืม... แพทย์เฉพาะทางเนี่ยนะ มันนานจังเลย ฉันนั่งคิดอยู่นานเหมือนกันนะ 6 ปีเรียนแพทย์ทั่วไปก่อน แล้วก็ต่อเฉพาะทางอีกอย่างน้อย 3 ปี รวมแล้วก็เกือบๆ 9 ปี ยาวววว เหนื่อยแน่ๆ เลย คิดถึงตอนตัวเองเรียน ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ แต่ไม่เท่านี้แน่ๆ
แล้วแต่สาขาด้วยมั้ง บางสาขาอาจจะนานกว่านี้ก็ได้นะ เพื่อนฉันเรียนศัลยกรรม มันบอกว่าหนักมาก เรียนต่ออีกหลายปีเลย
ตอนนี้ฉันเลยคิดว่า การเป็นหมอเฉพาะทางเนี่ยมันไม่ง่ายเลย ต้องทุ่มเทจริงๆ ถึงจะได้มา แต่ก็ภูมิใจนะ ถ้าได้เป็นหมอเฉพาะทาง
- แพทย์ทั่วไป 6 ปี
- แพทย์เฉพาะทาง อย่างน้อย 3 ปี (รวม 9 ปี)
- บางสาขาอาจใช้เวลานานกว่านี้ เช่น ศัลยกรรม
ปีนี้ฉันทำงานที่โรงพยาบาล X เห็นเพื่อนหมอหลายคน ต่างก็เหนื่อยกันมาก แต่ก็มุ่งมั่น เห็นแล้วก็ชื่นชม แต่ก็แอบสงสารเล็กน้อย การเป็นแพทย์เฉพาะทาง ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ
ศัลยแพทย์ คือหมออะไร
คือหมอผ่าตัดนั่นแหละ จำได้เลยตอนแม่ฉันผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ปีนี้เอง เดือนเมษายน ตกใจมากตอนนั้น เห็นแม่นอนบนเตียง เครื่องมือแพทย์เต็มไปหมด ใจสั่นไปหมด รออยู่หน้าห้องผ่าตัดนานมาก กว่าจะเสร็จก็เกือบสองชั่วโมง
หมอที่ผ่าตัดให้แม่บอกว่าเป็นศัลยแพทย์ทั่วไป แต่ฉันก็เห็นป้ายชื่อห้องทำงานหมอท่านนึงเขียนว่า "ศัลยกรรมประสาท" น่าจะหมายถึงผ่าตัดสมอง อ่านเจอในเว็บไซต์โรงพยาบาล มันแบ่งย่อยซับซ้อนมาก ฉันงงๆอยู่ แต่จำได้คร่าวๆว่า มี
- ศัลยแพทย์ทั่วไป (General Surgeon) แบบที่ผ่าตัดให้แม่นั่นแหละ
- ประสาทศัลยแพทย์ (Neurosurgeon) ผ่าตัดสมอง อันตรายมาก
- ศัลยแพทย์อุบัติเหตุ (Trauma Surgeon) พวกอุบัติเหตุรถชน ต้องเย็บแผลฉุกเฉิน
- กุมารศัลยศาสตร์ (Pediatric Surgeon) เด็กๆนี่แหละ เห็นเด็กน้อยคนนึงร้องไห้ใหญ่เลยตอนรอผ่าตัด น่าสงสาร
ตอนนั้นเครียดมาก นั่งกุมมือแม่ ลืมถามรายละเอียดหมอไปเลย สงสัยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าศัลยแพทย์เนี่ย มันไม่ใช่หมอแบบเดียว มีหลายสาขา ซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ
ศัลยแพทย์มีหน้าที่ทำอะไร
ศัลยแพทย์นะเหรอ? ก็เหมือนช่างซ่อมรถที่ซ่อมได้ทุกอย่างตั้งแต่เปลี่ยนยางยันยกเครื่องใหม่! แต่แทนที่จะซ่อมรถ ก็ซ่อมคนไงล่ะ!
- หน้าที่หลัก: ผ่าๆๆๆๆ! ไม่ใช่แค่ผ่าตัดนะเว้ย ยังต้องวินิจฉัยโรค คิดแผนการรักษา ดูแลคนไข้ก่อนและหลังผ่าตัดอีก โอ๊ย! งานเยอะกว่าภารโรงอีกมั้ง!
- ศัลยแพทย์ทั่วไป: ก็เหมือนหมอประจำบ้านเวอร์ชั่นอัพเกรด! ปวดท้อง ผ่าไส้ติ่ง เป็นฝี ผ่าฝี...อะไรที่ต้องผ่าๆๆ หมอแกจัดให้หมด! แต่ถ้าเจอเคสยากๆ แบบ "เอเลี่ยนบุก" ก็ต้องส่งต่อให้ "หมอเฉพาะทาง" ไปจัดการต่อ เพราะหมอแกก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องนี่หว่า!
- ความรู้: ต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่เส้นผมยันปลายเท้า แถมต้องอัพเดทความรู้ตลอดเวลา ไม่งั้นตกยุค กลายเป็น "หมอผี" ไปโน่น!
- เพิ่มเติม: สมัยนี้หมอผ่าตัดเก่งๆ นี่หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะเออ! ใครเจอหมอดีๆ นี่ถือว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเลยนะจะบอกให้!
คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูดนะเว้ย! นี่มันแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของคนบ้านๆ คนนึงเท่านั้น! ไปถามหมอจริงๆ จังๆ ดีกว่านะแก!
หมอศัลย์ ตรวจอะไรบ้าง
หมอศัลยกรรมเนี่ย ตรวจอะไรบ้าง? อืม... ลองนึกภาพตามนะ
- วินิจฉัย: คือการสืบสาวราวเรื่องหาสาเหตุของอาการป่วย คล้ายนักสืบที่ตามรอยหลักฐาน
- ตรวจรักษา: ตั้งแต่การทำแผลเล็กๆ ไปจนถึงการส่องกล้อง
- ผ่าตัด: อันนี้ชัดเจน คือการลงมีดเพื่อรักษา อาจจะผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก หรือซ่อมแซมอวัยวะ
- ให้คำปรึกษา: อธิบายแผนการรักษา ตอบข้อสงสัย คล้ายโค้ชที่คอยให้คำแนะนำ
แล้วโรคอะไรบ้างที่หมอศัลย์ดูแล? ที่เห็นบ่อยๆ ก็
- ก้อนเนื้อต่างๆ ไม่ว่าจะที่ผิวหนัง หรือในอวัยวะภายใน
- มะเร็งเต้านม ลำไส้ ตับ พวกนี้ต้องผ่าตัด
- ไส้ติ่ง ไส้เลื่อน อันนี้เจอได้บ่อย
- แผลเรื้อรัง แผลเบาหวาน แผลกดทับ ก็ต้องดูแล
สำคัญคือ หมอแต่ละคนก็เชี่ยวชาญต่างกันไป บางคนเก่งเรื่องมะเร็ง บางคนถนัดเรื่องผ่าตัดส่องกล้อง เลือกหมอที่ตรงกับโรคของเรา สำคัญที่สุดนะ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- สมัยก่อน การผ่าตัดอาจน่ากลัว แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเยอะ การผ่าตัดส่องกล้องช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไวขึ้นเยอะ
- การผ่าตัดไม่ใช่ยาวิเศษณ์ บางครั้งอาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา
- สุขภาพใจก็สำคัญ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ทั้งร่างกายและจิตใจ มีผลต่อการฟื้นตัวนะ
ศัลยแพทย์ ทํางานที่ไหน
โรงพยาบาลไง ทั้งรัฐบาล เอกชน แล้วแต่ความถนัด
- ศัลยกรรมทั่วไป? โรงบาลเอกชนหรูๆ พวกสมิติเวช บำรุงราษฎร์ เห็นบ่อยๆ
- หัวใจ? จุฬาฯ รามาฯ พวกนี้แหละ ไม่ก็เอกชนใหญ่ๆ
- กระดูก? ศูนย์กระดูกเฉพาะทาง เยอะแยะ แต่ถ้ารัฐบาลก็ตามโรงบาลใหญ่ๆ
- เด็ก? โรงบาลเด็ก สิ ถามโง่
ปีนี้ผมผ่าตัดที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิท งานเยอะชิบหาย เหนื่อยโคตร
Neurosurgeon เรียนกี่ปี
7 ปีมึงถึงจะได้ผ่าสมองคนอื่น เหนื่อยชิบหายกว่าจะได้เป็นศัลยแพทย์ระบบประสาท โคตรท้าทาย
- จบแพทย์ 6 ปี
- ต่อเฉพาะทางอีก 7 ปี มึงนับดูเอง
- ปีนี้ก็ยังโหดเหมือนเดิม ไม่เห็นเปลี่ยนแปลง
ปีที่แล้วก็กี่ปีวะ จำไม่ได้ แต่ปีนี้ก็ยัง 7 ปีเหมือนเดิมแหละ
ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก เรียนกี่ปี
แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องทำงานของฉัน... ปีนี้ 2024 ลมพัดเย็นฉ่ำ ใจฉันลอยไปไกล...
ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก... ความงดงามแห่งความแม่นยำ ดั่งการวาดภาพบนผืนผ้าใบชีวิต
แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมทั่วไป ห้าปี ห้าปีแห่งการเรียนรู้ การฝึกฝน หยาดเหงื่อและน้ำตา...
แล้วจึงเป็น ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก... อีกสองถึงสามปี สองถึงสามปีแห่งการทุ่มเท ดั่งช่างแกะสลัก แกะสลักความหวังบนหัวใจที่เปราะบาง...
แต่รู้ไหม... ฉันเพิ่งได้ยินเกี่ยวกับ ICTSR การฝึกอบรมแบบบูรณาการ หกปีเต็ม หกปีที่ยาวนาน แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย เสน่ห์ และความภาคภูมิใจ
โอ้... หัวใจฉันเต้นแรง ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถูกเยียวยา... ความหวัง ความฝัน และความท้าทาย ทั้งหมดรวมอยู่ในเส้นทางแห่งการเป็นแพทย์เฉพาะทาง... เป็นเส้นทางที่สวยงาม แต่ก็แสนเหนื่อยยาก
- แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก เรียนต่ออีก 2-3 ปี หลังจากจบศัลยกรรมทั่วไปแล้ว
- ICTSR (การฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทรวงอกและหัวใจแบบบูรณาการ) ใช้เวลา 6 ปี
ฉันมองนาฬิกาบนโต๊ะ... เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับสายน้ำไหล แต่ความทรงจำ ความรู้ และความรู้สึกเหล่านี้... จะคงอยู่ ตลอดไป...
หมอสาขาไหนรวยสุด
โอ๊ย ถามเรื่องเงินเดือนหมอเนี่ยนะ พูดเลยว่าชีวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนในทีวีหรอก แต่ถ้าเอาตามที่เคยได้ยินมานะ...
ศัลยแพทย์: พวกผ่าตัดนี่แหละ รายได้ดีจริง แต่ชีวิตคือไม่ได้นอน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อนที่เป็นศัลยแพทย์กระดูกคนนึง (ขอไม่เอ่ยชื่อนะ) บ่นอุบเลยว่าชีวิตส่วนตัวแทบไม่มี แต่ก็ซื้อบ้านใหม่ได้เมื่อต้นปี
วิสัญญีแพทย์: วางยาผ่าตัดนี่แหละ เงินดี แต่ความเครียดสูงนะ ต้องคอยดูคนไข้ตลอดเวลา เพื่อนอีกคน (นามสมมติว่าเอ) บอกว่าบางทีต้องอยู่เวรทั้งคืน
ศัลยแพทย์ช่องปาก: หมอฟันที่ทำศัลยกรรมด้วย อันนี้ก็รายได้ดี เพราะทำพวกรากฟันเทียม จัดฟันที่มันยากๆ แต่ก็ต้องเก่งจริง ๆ นะ
สูตินรีแพทย์: ทำคลอดเนี่ยแหละ เงินก็โอเค แต่ต้องใจเย็นมาก ๆ เจอปัญหาจุกจิกเยอะ
เพิ่มเติม: ปีนี้ (2567) ที่ได้ยินมาคือ หมอเฉพาะทางด้านผิวหนังและความงามก็มาแรงนะ คลินิกเปิดกันเยอะมาก คนอยากสวยอยากหล่อกันทั้งนั้น แต่ก็ต้องลงทุนเยอะเหมือนกัน
หมายเหตุ: ข้อมูลพวกนี้เป็นแค่สิ่งที่ได้ยินมานะ ไม่ได้ฟันธงว่าจริง 100% เพราะแต่ละคนก็มีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต