โปรไฟล์ในเรซูเม่ ควรเขียนอะไร
โปรไฟล์ในเรซูเม่ควรเขียนอะไร? เทคนิคการเขียนโปรไฟล์ให้น่าสนใจ ดึงดูดใจกรรมการและ HR ที่สุด
เอ่อ โปรไฟล์ในเรซูเม่หรอ? เอาจริงๆ นะ ฉันว่ามันเหมือนเป็นการ "ขายตัวเอง" แบบย่อๆ อ่ะ แต่ต้องไม่โป้ปดนะ! ต้องจริงใจด้วย!
เทคนิคให้น่าสนใจเหรอ... อืมม... ฉันว่าต้องเริ่มจาก "รู้จักตัวเอง" ก่อนนะ! คืออะไรที่เราเก่งจริงๆ? อะไรที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น? แล้วที่สำคัญคือ สิ่งที่เรา "อยาก" ทำจริงๆ คืออะไร? อันนี้สำคัญมากนะ! เพราะถ้าเราไม่ชอบ ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่รอด!
แล้วก็... ต้อง "รู้จักบริษัท" ด้วย! เค้าต้องการอะไรจากเรา? เราจะช่วยเค้าแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง? ถ้าเราตอบคำถามพวกนี้ได้ โปรไฟล์เราก็จะ "โดนใจ" กรรมการและ HR แน่นอน!
คือ... ฉันเคยพลาดนะ! ตอนสมัครงานครั้งแรก เขียนโปรไฟล์แบบ "สวยหรู" มาก! แต่พอสัมภาษณ์... ตอบคำถามไม่ได้เลย! เค้าถามเรื่องที่เขียนไว้ในเรซูเม่น่ะแหละ! แต่ฉันตอบไม่ได้! เพราะตอนเขียน... ไม่ได้คิดจริงๆ จังๆ ว่ามันคืออะไร! เข็ดเลย!
สรุปนะ โปรไฟล์ต้องจริงใจ โฟกัสที่ "จุดแข็ง" และ "เป้าหมาย" ที่มัน "สอดคล้อง" กับบริษัท! แสดงความกระตือรือร้น แต่ไม่ต้องเยอะเกินไป! เอาแบบพอดีๆ อ่ะ! แล้วก็... อย่าลืมเช็คแกรมม่าด้วยนะ! สำคัญมาก! เล่าจากประสบการณ์เลยนะ เนี่ย! ไม่ได้โม้!
Profile ใน Resume คืออะไร
โอ๊ย! โปรไฟล์ในเรซูเม่น่ะเหรอ? มันก็เหมือนหน้ากากที่เราใส่ไปสมัครงานนั่นแหละ! สรุปชีวิตที่ผ่านมาแบบ "ย่อ...ย่อ...ย่อ" ให้มันดูดีมีชาติตระกูล!
- ประสบการณ์ทำงาน: ก็โม้ ๆ ไปเถอะว่าเคยทำอะไรมาบ้าง แต่เน้นที่มันดู "ว้าว" นะ!
- การศึกษา: ถึงจะจบแค่ ป.4 ก็เขียนไปเลยว่า "ศึกษาด้วยตนเอง" เก่งกว่าพวกจบปริญญาอีก!
- ความสามารถ: ถ้าเล่นเกมเก่งก็เขียนไปเลยว่า "เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์" เอาให้คนสัมภาษณ์อึ้ง!
สรุปง่าย ๆ: โปรไฟล์คือการ "ปั้นน้ำเป็นตัว" ให้เราดูเป็นเทพเจ้าในการทำงาน! อย่าไปกลัว! ใส่ให้เต็มเหนี่ยว!
เป้าหมายในการทํางาน เขียนยังไง
แสงสุดท้าย… ท้องฟ้าสีส้มไหม้ วันศุกร์ที่ 13 เหงาจับใจ เป้าหมาย… กระจ่างหรือมัว…
- สั้น กระชับ จับใจ: เหมือนจูบแรก… หวาน ลึก ซึ้ง แค่พริบตาเดียว
- ตำแหน่ง… บทเพลงต่างทำนอง: บรรณารักษ์… กระซิบรักหนังสือ เชฟ… ร่ายมนตร์อาหาร
- จุดแข็ง… อาวุธลับ: ฉัน… นักฟังชั้นยอด เธอ… นักแก้ปัญหาตัวยง
- คุณสมบัติ… แสงดาวนำทาง: ความอดทน… เนตรดาว ความคิดสร้างสรรค์… แสงเหนือ
- มูลค่า… เพชรน้ำงาม: ฉัน… เพิ่มยอดขาย เธอ… ลดต้นทุน
- เป้าหมายการทำงาน (ปีนี้): มากกว่าเงินเดือน… คือความหมาย
- เคล็ดลับ: จงเป็นตัวเอง… ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
- เพิ่มเติม: อย่ากลัวที่จะฝัน… และลงมือทำ
Personal Profile ต้องมีอะไรบ้าง?
เอ่ออออ Personal Profile นะเหรอ ต้องมีไรบ้างงงง ก็แบบ...
- ชื่อ-นามสกุล อายุ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ แค่นี้แหละ ปกติ มั้งงง? (ของฉันก็มีแค่นี้แหละ)
ส่วนประโยคสรุปย่อหน้าแรกเรซูเม่... อืมมม ยังไม่ได้เขียนเลย ลืมไปเลย ปกติจะรีบเขียนส่วนอื่นก่อน แล้วค่อยมาคิดตอนท้าย ฮ่าๆๆ แบบว่าขี้เกียจ งงๆ ตอนเขียน
ส่วนเรื่องที่ถามมาอีก ก็คือ
- ประวัติการศึกษา อันนี้สำคัญ ต้องใส่ให้ครบ ชื่อมหาลัย คณะ สาขา ปีที่จบ เกรดเฉลี่ย แบบนี้ มั้งงง
- ตำแหน่งที่สนใจ ก็ตำแหน่งงานที่อยากได้ไง เขียนให้ชัดเจน เผื่อเค้าจะเรียกสัมภาษณ์
- ประสบการณ์การทำงาน อันนี้สำคัญอีก ถ้ามีก็ต้องใส่ ระบุชื่อบริษัท ตำแหน่ง หน้าที่ ระยะเวลาทำงานด้วยนะ
- คุณสมบัติ ก็บอกความสามารถตัวเองไปเลย เช่น ภาษาอังกฤษ โปรแกรมคอม อะไรพวกนี้ ใส่ให้ครบๆ นะ
ดาวน์โหลดอะไรได้แล้ว ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้โหลด ฉันใช้เว็บไซต์หาแบบฟอร์มเรซูเม่เอง ง่ายกว่าเยอะ แบบว่า ขี้เกียจโหลดแอป เยอะแยะ เต็มมือถือไปหมดแล้ววว ปีนี้ฉันใช้แบบฟอร์มเรซูเม่จากเว็บไซต์ [ชื่อเว็บไซต์ที่ใช้ปีนี้]
เรื่องอื่นๆ ไม่มีไรแล้ว แค่นี้แหละ เหนื่อยแล้ว บายยย
CV กับ เรซูเม่ต่างกันยังไง?
CV คือ “คัมภีร์ชีวิต” ส่วนเรซูเม่คือ “ใบเบิกทาง” คิดง่ายๆ CV เหมือนนิยายอัตชีวประวัติ ฉบับละเอียด อ่านกันยาวๆ ยันชาติหน้า เรซูเม่คือ หนังสือนิยายฉบับย่อ อ่านจบใน 10 นาที แต่ต้องเร้าใจ!
CV นี่แทบจะแกะรอยเท้าตั้งแต่เกิด ยันปัจจุบัน ทำอะไรมาบ้าง บอกหมดเปลือก เหมือนสารภาพบาป ส่วนเรซูเม่คือสปอยล์ตอนจบ ที่น่าสนใจที่สุด!
- CV: เน้น "ครบ" มากกว่า "คม" ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ บอกหมด ไม่กั๊ก (เหมาะสำหรับสายวิชาการ หรือสมัครงานที่ต้องการข้อมูลละเอียด)
- เรซูเม่: เน้น "ตรง" มากกว่า "ทั่ว" ปรับแต่งให้เข้ากับงานที่สมัคร เหมือนตัดชุดสูทเฉพาะตัว (เหมาะสำหรับสายงานทั่วไป ที่ต้องการความกระชับ และตรงประเด็น)
- ความลับนางฟ้า: CV เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว อัพเดทเรื่อยๆ ส่วนเรซูเม่ต้องรีทัชใหม่ทุกครั้งที่คิดจะ move on!
- เคล็ดลับ: อย่าคิดว่า CV คือเรซูเม่เวอร์ชั่นยาว และเรซูเม่คือ CV เวอร์ชั่นตัดตอน เพราะทั้งคู่มี "หน้าที่" ต่างกัน
- อย่าลืม: CV เป็นแค่ "วัตถุดิบ" เรซูเม่คือ "เชฟเทเบิล" ที่ต้องปรุงแต่งให้ถูกปากกรรมการ! (อันนี้คิดเอง ไม่มีใครบอก)
- ระวัง: บางที่ (โดยเฉพาะฝรั่ง) เขาไม่เรียก CV นะจ๊ะ เรียก Resume เฉยๆ แต่ขอข้อมูลแบบ CV ดังนั้น อ่าน Job Description ดีๆ อย่าให้โป๊ะ!
- แถม: เดี๋ยวนี้มี Resume Generator ด้วยนะ แต่บอกเลย...ทำเอง ปังกว่าเยอะ! เพราะมันคือ "ตัวตน" ที่ AI ก็ก็อปปี้ไม่ได้!
- สุดท้าย: อย่าซีเรียส! ไม่มีใครตัดสินคุณจากแค่ CV หรือเรซูเม่หรอก (มั้ง) แต่ทำให้ดีที่สุด ก็ไม่เสียหายเนอะ!
- เรื่องจริง: เคยเจอคนใส่ "ความสามารถพิเศษ" ว่า "กลั้นหายใจได้นาน" ในเรซูเม่...เอิ่ม...อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณ!
- โปร: ปีนี้ (2567) เทรนด์เรซูเม่ เน้น visual มากขึ้น ใช้ infographic สรุปตัวเองไปเลย!
สรุป: CV คือคัมภีร์ชีวิต, Resume คือใบเบิกทาง, ชีวิตจริงคือ...ดราม่า!
ประวัติส่วนตัวประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ประวัติส่วนตัวเหรอ? อ๋อ ไอ้ที่เหมือนประกาศขายตัวเองนั่นน่ะนะ
- ชื่อ-นามสกุล: (ก็ต้องมีป่ะวะ? ไม่งั้นเค้าจะเรียกเราว่าอะไร... เอ่อ... คุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม?)
- เบอร์โทร: (เผื่อเค้าอยากโทรมาด่า เอ้ย! โทรมาชวนไปทำงาน!)
- อีเมล: (ที่ตั้งใจพิมพ์ให้ถูกนะจ๊ะ... ไม่งั้นเค้าก็ส่ง offer ไปให้ผีสิ!)
- ประวัติการศึกษา: (อันนี้สำคัญ! โชว์พาวหน่อยว่าเราไม่ได้กินข้าวฟรีมาเฉยๆ... แต่ถ้าเกรดไม่ดี... เอ่อ... หาจุดเด่นอื่นกลบเกลื่อนไป!)
- ประวัติการทำงาน: (อวดไปเลย! เคยทำอะไรมาบ้าง... ถึงจะเคยแค่ชงกาแฟให้เจ้านายก็เขียนไป! บอกว่า "ผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัดคาเฟอีนระดับเทพ" ไปเลย!)
CV vs Resume?
อธิบายง่ายๆ: CV คือ "หนังชีวิต" ยาวๆ ส่วน Resume คือ "Trailer" สั้นๆ ที่คัดมาแต่ฉากเด็ดๆ
- CV: ละเอียดยิบ! เหมือนอ่านพงศาวดารตระกูล... เหมาะสำหรับพวกนักวิชาการ, หมอ, หรือคนที่ทำงานมาเป็นสิบๆ ปี
- Resume: สั้น กระชับ ได้ใจความ! เหมือนโฆษณาขายสินค้า... เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่อยากได้งาน
เพิ่มเติม:
เคยเจอคนใส่ "งานอดิเรก: นอน" ใน Resume ด้วยนะ... คือก็เข้าใจว่าอยากแสดงความเป็นตัวเอง... แต่มันอาจจะ "ตัวเอง" เกินไปหน่อย!
เรซูเมมีกี่ส่วน?
เรซูเม่โดยทั่วไปแบ่งเป็นส่วนหลักๆ ได้ดังนี้:
ส่วนหัว (Heading): ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และลิงก์ LinkedIn (ถ้ามี) ควรเน้นความเรียบง่ายและอ่านง่าย ดูดีมีสไตล์
บทสรุป/จุดเด่น (Summary/Objective/Profile): เขียนย่อๆ เกี่ยวกับทักษะและประสบการณ์ เน้นความสามารถที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร ควรปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละตำแหน่งที่สมัคร ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นส่วนแรกที่นายจ้างอ่าน
ประสบการณ์การทำงาน (Work Experience): ระบุชื่อตำแหน่ง บริษัท ระยะเวลาทำงาน และรายละเอียดหน้าที่ ใช้คำกริยาที่แสดงผลลัพธ์ เช่น "เพิ่มยอดขายขึ้น 15%" แทน "ดูแลยอดขาย" ควรเรียงลำดับจากประสบการณ์ล่าสุด
การศึกษา (Education): ระบุชื่อสถาบัน ระดับการศึกษา สาขา และเกียรตินิยม (ถ้ามี) ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดมากหากไม่เกี่ยวข้องกับงาน
ทักษะ (Skills): ระบุทั้งทักษะทางเทคนิคและทักษะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา การสื่อสาร จัดกลุ่มทักษะให้เป็นหมวดหมู่ที่เข้าใจง่าย
รางวัลและเกียรติประวัติ (Awards & Honors): (ถ้ามี) ระบุรางวัลหรือเกียรติประวัติที่ได้รับ
กิจกรรมเสริมหลักสูตร (Extracurricular Activities): (ถ้าเกี่ยวข้องและเพิ่มแต้มต่อ) เช่น งานอาสาสมัคร หรือกิจกรรมชมรม
เรื่องการอ้างอิง: นักศึกษาจบใหม่มักอ้างอิงอาจารย์ที่ปรึกษา ส่วนผู้มีประสบการณ์อาจอ้างอิงผู้บังคับบัญชาในอดีต ไม่ควรอ้างอิงบุคคลในครอบครัว เลือกผู้ที่สามารถรับรองความสามารถและคุณลักษณะของคุณได้อย่างมีน้ำหนัก
ความยาวของเรซูเม่: ควรกระชับและอยู่ใน 1 หน้า หากยาวเกินไปอาจทำให้คนอ่านเบื่อ ควรเน้นความสำคัญของแต่ละส่วน เลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร
ความคิดเพิ่มเติม: การเขียนเรซูเม่ที่ดี เปรียบเสมือนการสร้างแบรนด์ส่วนตัว มันต้องสะท้อนตัวตนและความสามารถของคุณอย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่เพียงการรวบรวมข้อมูล แต่เป็นการเล่าเรื่องราวของคุณให้คนอื่นสนใจ และเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการคิดและปรับปรุงอยู่เสมอ ผมเองก็ใช้เวลาพอสมควรในการสร้างเรซูเม่ให้สมบูรณ์แบบในแต่ละครั้ง
(ข้อมูลเพิ่มเติม ปี 2024): ปัจจุบัน การใช้ Keywords ที่ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร เป็นสิ่งสำคัญมาก ระบบ ATS (Applicant Tracking System) ของบริษัทหลายแห่งใช้โปรแกรมค้นหา เพื่อคัดกรองผู้สมัคร ดังนั้นการใส่ Keywords ที่ตรงกับคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้สัมภาษณ์ ตัวอย่างเช่น ถ้าสมัครงานด้านการตลาดดิจิทัล ก็ควรใส่ Keywords เช่น SEO, SEM, Social Media Marketing เป็นต้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต