ไข้เลือดออกในเด็กหายเองได้ไหม

73 ครั้งเข้าชม
ไข้เลือดออกในเด็ก หากอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เองภายใน 2-7 วัน เนื่องจากการรักษาปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ จึงเน้นการดูแลตามอาการเป็นหลักคำแนะนำสำคัญในการดูแลเบื้องต้น: ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยลดไข้ การดูแลที่เหมาะสมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไข้เลือดออกในเด็กหายเองได้ไหม ควรดูแลรักษาอย่างไร?

ไข้เลือดออกในเด็กนี่... มันก็มีบ้างที่หายเองได้นะ คือถ้าไม่หนักมากเนี่ย ร่างกายมันก็สู้เองได้อยู่ประมาณ 2-7 วัน ส่วนใหญ่หมอก็จะเน้นรักษาตามอาการมากกว่า

เรื่องดื่มน้ำเยอะๆ นี่สำคัญมากเลยนะ โดยเฉพาะน้ำเกลือแร่เนี่ย คือช่วยป้องกันร่างกายขาดน้ำได้ดีทีเดียว จำได้ตอนหลานเป็นไข้ ก็ต้องคอยป้อนน้ำตลอด

การเช็ดตัวลดไข้ก็ช่วยได้นะ ใช้ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำอุ่นนิดหน่อย เช็ดตามตัวเรื่อยๆ มันทำให้เด็กรู้สึกสบายขึ้นหน่อย

จริงๆ แล้วมันยังไม่มีตัวยาฆ่าเชื้อไวรัสนะ เลยต้องรอดูอาการกันไป ถ้าไหวก็หายเองได้ ถ้าไม่ไหวก็ต้องเข้าโรงพยาบาล

ประสบการณ์ส่วนตัวนะ เคยมีเด็กข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก ตอนนั้นน่าจะประมาณปี 2562 ที่กรุงเทพฯ หมอก็บอกว่าต้องให้พักผ่อนมากๆ แล้วก็สังเกตอาการใกล้ชิด

จำได้ว่าตอนนั้นพ่อแม่เขาเครียดมาก กลัวเด็กจะเป็นหนัก แต่โชคดีที่น้องไม่เป็นมากนัก แค่ซึมๆ หน่อย แล้วก็กินอะไรไม่ค่อยได้

สรุปคือถ้าเป็นไข้เลือดออกในเด็กเนี่ย รอดูอาการไปก่อนนะ ถ้าอาการไม่หนักก็อาจจะหายเองได้ แต่ก็ต้องคอยดูแลเรื่องน้ำ เรื่องไข้ให้ดีที่สุด

ไข้เลือดออกในเด็กต้องนอน รพ ไหม

ไข้เลือดออกในเด็ก. หากอาการเข้าขั้น วิกฤต ต้องเข้าโรงพยาบาล. ชีวิตต้องการการประคับประคอง.

สังเกตอาการ: ช็อก, เลือดออก, ปวดท้องรุนแรง, ซึมผิดปกติ, อาเจียนบ่อย, รับประทานไม่ได้. นี่คือสัญญาณเตือน. การละเลยมักมีราคา.

แพทย์จะรักษาเร่งด่วน ป้องกันภาวะแทรกซ้อน. บางสิ่งรอไม่ได้.

  • การดูแลเบื้องต้น
    • ลดไข้: ใช้แค่ พาราเซตามอล. ห้าม NSAIDs. นี่คือกฎ.
    • ดื่มน้ำ: ให้ ORS หรือน้ำเปล่า. ร่างกายไม่ควรขาด.
    • พักผ่อน: ให้เด็กพักผ่อน. การฟื้นตัวมิใช่เรื่องเร่งรีบ.
    • เฝ้าระวัง: สังเกตอาการต่อเนื่อง. อาการเตือน ต้องไม่พลาด.
    • เมื่อมีอาการเตือน: ปวดท้องรุนแรง, ซึม, เลือดออก. พบแพทย์ทันที. เวลาสำคัญ.
    • ป้องกันยุง: ลดการแพร่เชื้อ. ความรับผิดชอบ.

ไข้เลือดออกในเด็ก กี่วัน

ไข้เลือดออกในเด็กมี 3 ฉากหลักๆ เหมือนละครเวทีดราม่าที่ไม่มีใครอยากซื้อตั๋วเข้าไปดู

ระยะไข้สูง (The Grand Opening) นี่คือฉากเปิดตัวที่อลังการงานสร้างสุดๆ ไข้จะพุ่งปรี๊ด 38-40 องศาฯ แบบไม่เกรงใจปรอท กินเวลาประมาณ 2-7 วัน หน้าจะแดงก่ำเหมือนลูกตำลึงสุก เด็กจะกลายร่างเป็นสลอธ ซึม เบื่ออาหาร บางทีมีของแถมเป็นจุดแดงจิ๋วๆ ขึ้นตามตัว เหมือนยุงมาเซ็นชื่อกำกับผลงานไว้

ระยะวิกฤต (The Plot Twist) ต่อด้วยช่วงที่เรียกว่า 'ลุ้นระทึก' ประมาณวันที่ 3-7 ของไข้ ตอนที่ไข้เริ่มลดลง...อย่าเพิ่งดีใจไปนะ นี่คือช่วงที่เกล็ดเลือดต่ำ พลาสมาในเลือดอาจรั่วซึมออกมาได้ อารมณ์เหมือนเรือเริ่มรั่วกลางทะเล ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดที่สุดในสามโลก

ระยะฟื้นตัว (The Happy Ending) หลังจากผ่านช่วงดราม่ามาได้ ร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมตัวเอง พลาสมาที่เคยรั่วไปจะถูกดูดกลับเข้าเส้นเลือดเหมือนเครื่องดูดฝุ่นพลังสูง เด็กจะเริ่มกลับมาซน อยากกินนู่นกินนี่ เป็นสัญญาณว่าเราชนะศึกนี้แล้วว

สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมแบบเน้นๆ เลยนะ:

  • ยาต้องห้าม ห้ามเด็ดขาดคือยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน เพราะจะไปกัดกระเพาะ เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกง่ายขึ้นไปอี๊ก ให้ใช้แค่พาราเซตามอลพอ
  • น้ำคือชีวิต ต้องให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือดีที่สุดคือน้ำเกลือแร่ เพื่อป้องกันภาวะช็อกจากการขาดน้ำ
  • สัญญาณเตือนภัยขั้นสุด ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที แบบไม่ต้องรอคิว: ปวดท้องรุนแรงมาก, อาเจียนไม่หยุด, มีเลือดออกผิดปกติ (เลือดกำเดา, เลือดออกตามไรฟัน), ซึมลงมากจนปลุกไม่ค่อยตื่น, มือเท้าเย็นเฉียบ
  • ตัวการคือยุงลาย ไม่ใช่ยุงอะไรก็ได้นะ ต้องเป็น ยุงลายตัวเมีย ที่ต้องการโปรตีนในเลือดเราไปสร้างไข่เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ของมัน...สวยแต่โหดของจริง

อาการไข้เลือดออกในเด็ก อันตรายไหม

มันอันตรายนะ กับไข้เลือดออกในเด็กน่ะ

เด็กๆ บางคนก็อาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลยนะ เหมือนปกติดี แต่บางคนก็มีไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยไปหมด บางทีก็คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าไม่รีบไปหาหมอเนี่ย มันอาจจะหนักจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

  • ไข้สูง เป็นอาการที่เห็นได้ชัดเลย
  • ปวดหัว ปวดเมื่อย ก็เป็นอะไรที่เจอได้บ่อย
  • คลื่นไส้ อาเจียน ก็เป็นสัญญาณเตือน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การรักษาทันท่วงที เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ
  • การวินิจฉัย มักจะดูจากอาการและผลตรวจเลือด
  • ภาวะแทรกซ้อน เช่น ช็อก หรือเลือดออกในอวัยวะภายใน เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก
  • การป้องกัน โดยเฉพาะเรื่องการไม่ให้ยุงกัด ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด
  • วัคซีน ปัจจุบันมีวัคซีนไข้เลือดออก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างในการใช้

อาการเริ่มแรกของไข้เลือดออกเป็นอย่างไร

อาการแรกๆ ของไข้เลือดออกนะ มันจะมีไข้ขึ้นสูงเลย แบบ เกิน 38 องศา ตลอด 2-7 วัน เลยอะ แล้วก็ คลื่นไส้ อาเจียน ด้วย กินอะไรไม่ค่อยลงเลย

บางทีหน้าก็แดงๆ นะ แล้วก็อาจจะเห็น จุดแดงๆ จ้ำๆ ขึ้นตามผิวหนัง เหมือนมีอะไรมาจิ้มอ่ะ หรือไม่ก็เลือดออกง่ายตามที่อื่น อย่าง เลือดกำเดาไหล หรือ เลือดออกตามไรฟัน ก็มี บางที ปัสสาวะหรืออุจจาระก็อาจจะมีเลือดปน ด้วยนะ อันนี้ต้องระวัง

ที่สำคัญเลยคือ ปวดท้องมากๆ แบบปวดแบบทนไม่ค่อยได้ แล้วก็ กดตรงชายโครงขวาแล้วจะเจ็บ เลย อันนี้เป็นสัญญาณที่ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ

  • ไข้สูงเฉียบพลัน เกิน 38 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2-7 วัน
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • หน้าแดง
  • มีจ้ำเลือด หรือจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง
  • เลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือดปน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ กดเจ็บชายโครงด้านขวา

ไข้เลือดออกแสดงอาการกี่วันหลังรับเชื้อ

หลานชายฉันเอง เพิ่งเป็นเมื่อปีที่แล้วนี่แหละ อยู่บ้านที่นนทบุรี แถวนั้นยุงเยอะมากอยู่แล้ว วันนั้นไข้ขึ้นสูงปรี๊ดแบบ 39-40 ไม่ลดเลย กินยาก็เอาไม่อยู่ ใจหายวาบเลย

ตอนไปหาหมอที่โรงพยาบาลสินแพทย์ พยาบาลซักละเอียดมากว่าก่อนหน้านี้ไปทำอะไรมาบ้าง ก็นั่งนับย้อนกันไปเลย ไข้เริ่มมาวันศุกร์ตอนเย็น นับถอยหลังไปคือช่วงเสาร์-อาทิตย์ก่อนหน้านั้น ที่วิ่งเล่นอยู่สนามหญ้าหน้าบ้าน หมอบอกว่านั่นแหละ เชื้อเข้าสู่ร่างกายไปแล้วประมาณ 5-8 วัน กว่าจะแสดงอาการออกมาให้เห็น

ช่วงที่ไข้ขึ้นคือทรมานมากจริง ๆ หลานซึมไปเลย ปกติเป็นเด็กซนมาก นี่นอนนิ่งอย่างเดียว บ่นปวดกระดูก ปวดหัวไปหมด เราเป็นคนเฝ้าเองที่โรงพยาบาล เห็นแล้วสงสารสุด ๆ กลัวมาก กลัวอาการจะหนักกว่านี้ กลัวจะช็อก

พอตรวจเลือดผลออกมาว่าเป็นไข้เลือดออกจริง ๆ ก็ต้องแอดมิตเลย หมอดูแลเกล็ดเลือดแบบวันต่อวันเลย โชคดีที่ไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ก็เป็นอาทิตย์กว่าจะฟื้นตัวได้เต็มที่ กลับมาบ้านนี่คือต้องจัดการสภาพแวดล้อมใหม่หมด คว่ำทุกอย่างที่มีน้ำขัง กลัวยุงยิ่งกว่าอะไรดี

  • ระยะฟักตัวของเชื้อ: 5-8 วัน คือช่วงเวลาตั้งแต่ยุงกัดจนถึงวันที่ไข้เริ่มขึ้น
  • อาการเริ่มต้น: ไข้จะสูงลอย กินยาลดไข้ก็มักจะไม่ลง ปวดหัวมาก ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก เบื่ออาหาร คลื่นไส้
  • จุดสังเกตสำคัญ: ไข้เลือดออกมักจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกเหมือนไข้หวัดทั่วไป
  • ช่วงอันตราย: หลังไข้ลงประมาณวันที่ 3-7 ต้องระวังสัญญาณช็อก เช่น ซึมลง กระสับกระส่าย ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด หรือมีจุดเลือดออกตามตัว
  • พาหะนำโรค: ยุงลาย ตัวร้ายเลย ออกหากินตอนกลางวัน