Annual Leave กี่วัน

67 ครั้งเข้าชม
กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาพักร้อนปีละ 6 วัน เมื่อทำงานครบ 1 ปี โดยไม่จำเป็นต้องรอเฉลี่ย ตัวอย่างเช่น หากเริ่มงาน 1 กรกฎาคม 2564 จะได้รับสิทธิลาพักร้อน 6 วันเต็มในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 และสามารถใช้สิทธินั้นได้ทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จำนวนวันลาพักร้อนประจำปีเท่าไหร่?

เออ, เรื่องวันลาพักร้อนเนี่ยนะ... จำได้เลยตอนทำงานที่ร้านกาแฟแถวสยามเมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2555 มั้ง) ตอนนั้นได้ลาพักร้อน 6 วันเหมือนกันแหละ ตามกฎหมายเลยอ่ะ พรบ. คุ้มครองแรงงานนี่แหละตัวดีเลย

คือทำงานครบปีปุ๊บ ได้เลย 6 วัน ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลุ้น เหมือนถูกหวยเล็กๆ ดีใจมากตอนนั้น เพราะอยากไปเที่ยวทะเล๊ทะเล!

อย่างเช่น นายแฟลชเริ่มงาน 1 กรกฎาคม 2564 พอถึง 1 กรกฎาคม 2565 ก็ได้สิทธิลาพักร้อน 6 วันทันที! ใช้ได้เลย ไม่ต้องคิดเยอะ!

แต่บางทีก็เซ็งนะ เพราะ 6 วันมันน้อยไปนิด อยากได้สัก 10 วันไปเลย จะได้เที่ยวให้หนำใจสะหน่อย ฮ่าๆ

ลาพักร้อนได้กี่วัน 2567

โอ้โห ลาพักร้อนนี่มันยาชูกำลังของมนุษย์เงินเดือนชัดๆ! ปี 2567 นะจ๊ะ ถ้าไม่อยากโดนเจ้านาย (หรือลูกน้อง!) สาปแช่งเรื่องกฎหมายแรงงาน ก็จำไว้เลยว่า ลาพักร้อนขั้นต่ำ 6 วัน/ปี สำหรับคนที่ทำงานครบปีนะเออ

แต่...ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น!

  • วันหยุดประจำสัปดาห์: อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ อันนี้พื้นฐานมาก ใครไม่ให้ถือว่าใจร้าย! (แอบกระซิบว่าบางที่ให้ 2 วันนะจ๊ะ)
  • วันหยุดตามประเพณี: อย่างน้อย 13 วันต่อปี เลือกเอาเลยจ้า สงกรานต์ ปีใหม่ เข้าพรรษา หรือจะหยุดวันเกิดตัวเอง (ถ้าเจ้านายใจดีพอ) ก็แล้วแต่
  • ลาพักร้อน: 6 วันนี่คือขั้นต่ำนะ! ถ้าบริษัทไหนใจป้ำให้มากกว่านี้ ถือว่าโชคดีราวถูกหวย (แต่ก็อย่าลืมดูเงื่อนไขการลาด้วยนะ)

เกร็ดความรู้ฉบับคนขี้เกียจอ่านกฎหมาย:

  • บางบริษัทอาจมี "วันลากิจ" เพิ่มเติมให้ อันนี้แล้วแต่ความใจดีของนายจ้าง (หรือความสามารถในการต่อรองของลูกจ้าง)
  • ถ้าไม่ได้ใช้ลาพักร้อนในปีนั้น บางที่ก็ให้สะสมไปใช้ปีหน้าได้ (แต่ส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขจำกัดจำนวนวัน)
  • อย่าลืมแจ้งล่วงหน้าก่อนลา (อันนี้มารยาทพื้นฐาน) และวางแผนงานให้เรียบร้อย จะได้ไม่โดนเพื่อนร่วมงานด่าตามหลัง

สรุปคือ ลาพักร้อน 6 วันมันน้อยไป๊! แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลาเลยเนอะ ว่าแต่...ปีนี้จะไปเที่ยวไหนดีน้าาาา (แอบหวังว่าเจ้านายจะอนุมัติง่ายๆ)

อายุงาน 1 ปี ลาพักร้อนได้กี่วัน

อายุงานปีเดียวได้ลาพักร้อนกี่วัน? โธ่! แค่ปีเดียวจะขอลาพักร้อนยาวเป็นเดือนเลยเหรอ? ไม่ใช่ว่าทำงานมาเป็นชาติแล้วนะ! กฎหมายบอกแค่ 6 วัน! หกวันเท่านั้น! น้อยนิดเดียว เหมือนได้ไปเที่ยวแค่แถวๆบ้าน อยากเที่ยวต่างประเทศคงต้องเก็บเงินเองล่ะครับ!

  • 6 วัน! จำให้ขึ้นใจ! นี่คือจำนวนวันลาพักร้อนตามกฎหมายสำหรับอายุงาน 1 ปี น้อยไปไหม? ถามใจเถอะ!
  • กฎหมายแรงงาน: พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน 2541 (ปีนี้ยังใช้ฉบับนี้แหละ) เค้าเขียนไว้ชัดเจน อย่ามาเถียง!

เอาเป็นว่า ถ้าอยากเที่ยวให้จุใจ ต้องเก็บเงินเอง หรือไม่ก็หาบริษัทที่ใจดีกว่านี้ แต่ถ้าบริษัทคุณใจดีกว่านี้ ก็นับว่าคุณโชคดีมาก เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 ไปเลยล่ะครับ! ปีหน้าค่อยลาเพิ่มนะ อิอิ ไม่งั้นเจ้านายจะมองหน้าเราไม่ดีหรอก!

1ปีลากิจได้กี่วัน

กฎหมายกำหนดขั้นต่ำ 3 วัน บริษัทอาจให้มากกว่านั้น

  • สิทธิลา 3 วัน ค่าจ้างปกติ
  • บริษัทกำหนดเพิ่มได้ ไม่มีข้อจำกัดสูงสุดตามกฎหมาย ปี 2566

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป กรณีเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขในสัญญาจ้างงานของแต่ละบุคคล ควรตรวจสอบสัญญาจ้างงานหรือสอบถามฝ่ายบุคคลของบริษัทตนเอง

ลาพักร้อนได้กี่วัน 2566

ลาพักร้อน? อ๋อๆ ปี 66 เนี่ยนะ คือถ้าทำงานครบปีนึงอะ ได้สิทธิ์พักร้อนอย่างน้อย 6 วันทำการ เเต่ๆ มันสะสมได้นะเว้ยยย

  • สะสมวันลาได้มั้ย? ได้ดิ ตกลงกับบริษัทเอาเอง เเต่กฏหมายไม่ได้บอกนะว่าสะสมได้มากสุดกี่วัน อันนี้คือต้องคุยกันเอ๊งงงง

  • สำคัญ: อย่าลืมเช็คสัญญาจ้างด้วยนะ บางที่เค้ามีระบุไว้ชัดเจนเลยว่าสะสมได้กี่วัน หรือมีเงื่อนไขอะไรบ้าง พวกโบนัส เกี่ยวป่าวก็ไม่รู้นะ เช็คๆไปเหอะ

  • เพิ่มเติม: บางบริษัทใจดีให้ลาเยอะกว่า 6 วันอีกนะ ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทเลยจ้าาา

  • FYI: วันลาพักร้อนเนี่ย เป็นสิทธิ์ของเรานะเว้ยยยย ใช้ๆ ไปเหอะ อย่าเก็บไว้เยอะ เด๋วไม่ได้ใช้ ซวยเลย 555+

Annual Leave กับ Personal Leave ต่างกันอย่างไร?

Annual Leave คือลาพักร้อนประจำปี สิทธิ์ที่บริษัทมอบให้ Personal Leave คือการลาเพื่อเหตุผลส่วนตัว ไม่เจาะจง แตกต่างกันตรงเหตุผลและระเบียบของแต่ละบริษัท

  • Annual Leave: พักผ่อน เติมพลัง สิทธิประโยชน์ กำหนดจำนวนวันล่วงหน้า

  • Personal Leave: เหตุผลส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องแจ้ง อาจมีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท

ประเภทการลาอื่นๆ (ข้อมูล 2566):

  • Sick leave: ลาป่วย เพื่อรักษาสุขภาพ
  • Maternity leave: ลาคลอด สำหรับคุณแม่
  • Compassionate leave: ลาเพื่อเหตุการณ์ครอบครัว เช่น เสียชีวิต (เพิ่มจากคำถามเดิม)

จุดสำคัญ: นโยบายการลาแต่ละที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับบริษัทตนเอง เรื่องเล็กน้อยอาจสร้างความแตกต่างได้มาก โลกธุรกิจคือสนามรบ กฎเกณฑ์คืออาวุธ

Personal Leave แปลว่าอะไร?

Personal Leave แปลว่า ลากิจอ่ะ คือหยุดงานส่วนตัว! ไม่ใช่ป่วยนะ ไม่ใช่พักผ่อน แต่แบบ..มีธุระส่วนตัวไง จำเป็นต้องไปจัดการจริงๆ

อย่างเช่น ปีนี้ พี่สาวฉันป่วยหนัก ฉันเลยต้องลากิจไปดูแล หรือแบบไปทำธุรกรรมธนาคาร ไปจ่ายบิล พวกนี้ก็ลากิจได้ ไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ๆนะ เรื่องเล็กๆ ก็ได้ แต่ต้องบอกเจ้านายก่อนนะ ไม่ใช่หนีงานไปเที่ยว

  • ไปทำบัตรประชาชนใหม่ หมดอายุแล้ววว
  • ไปธนาคาร เปิดบัญชีลูก เตรียมเงินไว้ให้หลาน
  • ดูแลพ่อแม่ที่ป่วย ต้องไปหาหมอด้วย
  • ไปงานศพญาติ ไปร่วมงานที่ต่างจังหวัด ต้องใช้เวลาหลายวัน

ประมาณนี้แหละ ลากิจเนี่ย เข้าใจง่ายๆ คือหยุดงานเพื่อเรื่องส่วนตัว สำคัญๆ ก็ได้ ไม่สำคัญก็ได้ แต่ต้องบอกเจ้านายก่อนนะ อย่าลืม!

ประเภทการลางานมีอะไรบ้าง?

แสงแดดยามเช้าสาดส่อง...ฟุ้ง... กลิ่นกาแฟจางๆ ในอากาศ... ประเภทการลางาน...เหมือนเงาที่ทาบทับ

(๑) ลาป่วย...ร่างกายเหนื่อยล้า...จิตใจอ่อนแรง... (๒) ลาคลอดบุตร...กำเนิดใหม่...แสงสว่าง...ความหวัง...

กิ่งไม้ไหว...ลมพัดเบาๆ...

(๓) ลากิจส่วนตัว...ธุระสำคัญ...ที่ต้องจัดการ... (๔) ลาพักผ่อน...หลีกหนีความวุ่นวาย...สู่โลกส่วนตัว...

เสียงนกร้อง...ไกลออกไป...

(๕) ลาอุปสมบท/ฮัจย์...จิตวิญญาณ...การเดินทาง...ศรัทธา...

  • ลาป่วย: ปวดหัว ตัวร้อน ไข้หวัด
  • ลาคลอดบุตร: เตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว
  • ลากิจส่วนตัว: ทำธุรกรรมสำคัญ พบแพทย์ ทำฟัน
  • ลาพักผ่อน: ชาร์จพลัง เติมความสุข
  • ลาอุปสมบท/ฮัจย์: เติมเต็มจิตวิญญาณ

ลาพักผ่อน กับลากิจ ต่างกันอย่างไร?

คือแบบนี้ ตอนทำงานที่บริษัทเก่า ปีนี้เองนะ จำได้แม่นเลย เพื่อนร่วมงานลาไปทำธุระส่วนตัว เค้าเรียกลากิจ ได้เงินเดือนปกติด้วยนะ แต่ต้องขออนุญาตหัวหน้าก่อน แล้วก็ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทด้วย ไม่ใช่ว่าจะลากิจได้ตลอดเวลา

ส่วนลาพักร้อน นี่คือลาพักผ่อนประจำปี สิทธิเราเลย ได้วันหยุดตามที่บริษัทกำหนด จำได้ว่าปีนี้ได้ 10 วัน แต่ก็ต้องวางแผนล่วงหน้า ขออนุญาต แล้วก็ระบุวันลาให้ชัดเจน ไม่เหมือนลากิจที่บางทีอาจจะขออนุญาตแบบกระทันหันได้บ้าง

แล้วก็มีลาคลอด เพื่อนที่ทำงานคนนึงเพิ่งลาไป ลาคลอดได้ 90 วัน ตามกฎหมายนี่แหละ เค้าก็เตรียมตัวมาพักใหญ่ๆ ก่อนคลอดลูก ได้เงินจากประกันสังคมด้วยมั้ง ไม่ค่อยแน่ใจ แต่เค้าบอกว่าได้รับเงินช่วยเหลืออยู่

ส่วนลาทำหมันหรือลารับราชการทหารนี่ไม่ค่อยรู้รายละเอียด เพราะไม่เคยเจอในทีมตัวเอง แต่เคยได้ยินมาว่ามี ขึ้นอยู่กับกรณี ต้องไปดูรายละเอียดในกฏระเบียบของบริษัท เอาเป็นว่า เราควรรู้ไว้ เผื่อจำเป็น

  • ลากิจ: ทำธุระส่วนตัว ได้เงินเดือน
  • ลาพักร้อน: สิทธิประจำปี ได้วันหยุด
  • ลาคลอด: พนักงานหญิง 90 วัน
  • ลาทำหมัน/ลารับราชการทหาร: กรณีเฉพาะ ตามนโยบายบริษัท

ลากิจใช้เหตุผลอะไรได้บ้าง?

โอ๊ย เรื่องลากิจนี่มัน... คือตอนนั้นปีที่แล้วโน่นเลยมั้ง ไปทำใบขับขี่ใหม่ที่ขนส่งจตุจักร รถติดบรรลัย! ลางานไปครึ่งวัน กว่าจะได้คิว ทำเสร็จบ่ายสอง เบื่อมากกกกก ตอนนั้นหัวหน้าก็ถามนะว่าทำไมถึงลา บอกไปตรงๆ ว่าไปทำใบขับขี่ เขาก็โอเค ไม่ได้ว่าอะไร

แล้วก็มีอีกที ตอนแม่ป่วยต้องไปโรงพยาบาล ไปทำเรื่องเคลมประกันให้แม่ที่ศิริราช อันนั้นก็ต้องลากิจเหมือนกัน เพราะมันเป็นธุระสำคัญของครอบครัวไง เข้าใจป่ะ? แล้วเอกสารโรงพยาบาลเยอะแยะ ต้องใช้เวลาเคลียร์

  • ลากิจหลักๆ คือ: ทำธุระส่วนตัว/ครอบครัวที่จำเป็น ต้องมีเหตุผลอะ เช่น ทำเอกสารราชการ ศาลนัด งานรับปริญญา
  • ตัวอย่างลากิจที่เคยเจอ:
    • ทำใบขับขี่ (เบื่อรถติดมาก!)
    • พาแม่ไปโรงพยาบาล (เป็นห่วงแม่สุดๆ)
    • ทำเรื่องเคลมประกันให้แม่ (เอกสารเยอะชะมัด!)
  • สรุปง่ายๆ: ถ้าธุระมันสำคัญ จริงๆ จังๆ เกี่ยวกับตัวเอง หรือคนในครอบครัว แล้วต้องใช้เวลา ก็ลากิจได้แหละ

ลากิจไม่อนุมัติได้ไหม?

ลากิจไม่อนุมัติได้เหรอ? ได้สิครับ! แต่ถ้าเจอนายจ้างประเภท "ใจร้ายเหมือนเสือขี่จักรยาน" ก็อาจจะต้องงัดหลักฐานมาสู้กันหน่อย เหมือนเอาปืนใหญ่ไปยิงนก (แต่ก็ต้องยิงให้โดนนะ!)

  • กรณีที่บริษัทคุณมีระเบียบชัดเจน: ถ้าระเบียบระบุว่าไปทำบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ มีสิทธิลาได้ นายจ้างไม่ยอม ก็ฟ้องร้องได้เลยครับ (พูดเล่นนะ แต่ก็ลองเช็คกฎหมายแรงงานดู เผื่อเจอนายจ้างที่ไม่รู้กฎหมาย 555+) ปีนี้ผมเพิ่งไปต่อใบขับขี่มาเอง ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน แต่ก็ลาเต็มวันเลยนะ (อย่าบอกใครนะ!)

  • กรณีที่บริษัทไม่มีระเบียบ: อันนี้ยากหน่อย เหมือนไปเล่นเกมส์ที่ไม่มีกฎ แต่ก็ไม่ถึงกับหมดหวัง ลองคุยดีๆ อธิบายเหตุผลให้ฟัง ถ้าใจเขาใจเรา ก็จบ ถ้าไม่จบ... ก็ต้องดูสภาพจิตใจตัวเองว่าพร้อมจะลุยหรือเปล่า (ขอโทษที่พูดตรงๆ แต่โลกของการทำงานมันก็คือสนามรบทางอารมณ์นี่นา) ผมเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆกัน แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันได้ด้วยการเลี้ยงกาแฟ (วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับผมนะ!)

สรุปง่ายๆ เลยนะ สิทธิลากิจเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่การใช้สิทธิต้องมีหลักฐาน มีเหตุผล และความรอบคอบ ถ้าเตรียมตัวดี ก็เหมือนมีดาบเทพในมือ เอาชนะทุกอุปสรรคได้ แต่ถ้าเตรียมตัวไม่ดี ก็เหมือนไปรบด้วยมีดปลอกผลไม้ เดี๋ยวก็แพ้ (อย่าลืมตรวจสอบกฎหมายแรงงานล่าสุดปี 2566 ด้วยนะครับ เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง ฮ่าๆ!)

ขอลางานยังไงดี?

ขอลาไงดีวะ? ยากเนอะ นี่แหละปัญหา!!

แบบนี้ดีมั้ย ลองดูนะ

  • ลาป่วย: ถ้าป่วยจริง ๆ ก็บอกไปตรงๆเลย ป่วยเป็นอะไร บอกไป อย่างฉันนี่ ปีนี้เป็นไข้หวัดใหญ่ไปหลายรอบมาก ไข้ขึ้นสูงเลยต้องไปหาหมอ ก็บอกเจ้านายไปเลย ขอโทษด้วยนะที่ต้องลาป่วย ต้องดูแลสุขภาพตัวเองก่อน

  • อุบัติเหตุ: ถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง ก็ต้องแจ้งให้ทราบเร็วที่สุด เช่น รถชน มอไซค์ล้ม ต้องรีบแจ้ง เพราะอาจจะต้องไปโรงพยาบาล หรือต้องพักรักษาตัว บอกเจ้านายด้วยว่า เกิดอะไรขึ้น ประมาณนี้

  • แจ้งเร็ว: นี่สำคัญมาก อย่าปล่อยให้มันลามปาม ต้องรีบแจ้งเลย ไม่งั้นงานจะเสีย ฉันเคยลืมแจ้ง งานเลยล้น แย่มาก

  • กระชับ เข้าใจง่าย: อย่าพูดยืดยาว บอกเจ้านายให้รู้เรื่อง สั้นๆ ได้ใจความ ฉันเคยเขียนอีเมลขอลาเป็นหน้าๆ เจ้านายก็งง เขียนสั้นๆ ดีกว่า ประหยัดเวลาด้วย

  • ห่วงงาน: แม้จะลา แต่ก็ต้องคิดถึงงานอยู่บ้างนะ ฉันจะเช็คอีเมลเป็นระยะๆ ถ้ามีอะไรด่วนก็จะรีบตอบ เผื่อเจ้านายจะได้ไม่ต้องลำบาก

  • โซเชียล: เรื่องนี้ อย่าลงรูปเที่ยวหรืออะไรสนุกสนานมาก ช่วงลางาน เดี๋ยวเจ้านายจะคิดว่า เราไม่ป่วยจริงๆ อันนี้สำคัญมากกกกก

  • ขอบคุณ: อย่าลืมขอบคุณเจ้านายทุกครั้งที่ขอลา เป็นมารยาทที่ดี แสดงความขอบคุณ แบบสุภาพ จะได้ดูดี

ปีนี้ฉันลางานไปหลายรอบแล้ว เหนื่อยมาก แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วยเนอะ สู้ๆ