บัตรเครดิตถอนเป็นเงินสดได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
บัตรเครดิตถอนเป็นเงินสดได้ไหม การถอนเงินมีค่าธรรมเนียม 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมเรียกเก็บทันที. ดอกเบี้ยคิดรายวันสูงสุด 16% ต่อปีเริ่มนับจากวันที่ทำรายการจนชำระยอดครบ. การกดเงินสดไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยต่างจากการใช้บัตรรูดซื้อสินค้า.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตรเครดิตถอนเป็นเงินสดได้ไหม: ค่าธรรมเนียม 3% และดอกเบี้ย 16%

การใช้ บัตรเครดิตถอนเป็นเงินสดได้ไหม เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาระหนี้และวงเงินคงเหลือทันที. ผู้ถือบัตรเสี่ยงเผชิญค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและการคิดดอกเบี้ยรายวันจากการถอนเงิน. การศึกษาข้อกำหนดก่อนทำรายการช่วยป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและส่งเสริมการวางแผนการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น.

บัตรเครดิตถอนเป็นเงินสดได้หรือไม่? คำตอบสั้นๆ

ได้ครับ – คุณสามารถถอนเงินสดจากบัตรเครดิตได้ผ่านตู้เอทีเอ็มหรือแอปพลิเคชันของธนาคาร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำโดยไม่คิด เพราะทุกครั้งที่กดเงินสด คุณจะเสียค่าธรรมเนียมทันที 3% พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ของค่าธรรมเนียมนั้น และที่สำคัญ ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่กดโดยไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยให้คุณผ่อนผันเลยสักวัน

ค่าใช้จ่ายที่แฝงมากับการกดเงินสดบัตรเครดิต

หลายคนเข้าใจผิดว่าการกดเงินสดก็เหมือนกับการรูดซื้อของ – จ่ายยอดเต็มช่วงสิ้นเดือนก็ไม่เสียดอกเบี้ย ความจริงแล้วคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เมื่อคุณกดเงินสดจากบัตรเครดิต คุณจะเจอค่าใช้จ่าย 3 ส่วนทันที: ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3% ของยอดที่กด, ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ของค่าธรรมเนียมนั้น (รวมเป็นประมาณ 3.21% ของยอดที่กด), และดอกเบี้ยที่คิดรายวันในอัตราสูงสุด 16% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่กดจนกว่าจะชำระเต็มจำนวน [2]

ตัวอย่างการคำนวณ: กด 10,000 บาท เสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

สมมติว่าคุณกดเงินสด 10,000 บาท จะมีค่าธรรมเนียม 3% = 300 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียม = 21 บาท แม้คุณจะได้รับเงินสดจากตู้ 10,000 บาทเต็มจำนวน แต่ยอดหนี้ในระบบจะบันทึกเป็น 10,321 บาททันที หากคุณจ่ายคืนหลังผ่านไป 30 วัน จะมีดอกเบี้ย 16% ต่อปี (ประมาณ 0.044% ต่อวัน) คิดจากยอดเงินต้นตั้งแต่วันแรก ภาระหนี้รวมที่ต้องชำระคืนจึงสูงกว่ายอดเงินที่กดออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ขั้นตอนการกดเงินสดจากบัตรเครดิต (วิธีที่ถูกต้อง)

ก่อนกดเงินสด ต้องรู้ก่อนว่าบัตรเครดิตของคุณมีวงเงินสำหรับรายการนี้แยกต่างหาก – ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 30–50% ของวงเงินรวม และคุณต้องตั้งรหัส PIN สำหรับกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม หรือใช้แอปพลิเคชันของธนาคารหากรองรับฟังก์ชันนี้ วิธีง่ายที่สุดคือติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อขอเปิดใช้งานและรับรหัส PIN จากนั้นคุณสามารถใช้บัตรเครดิตกดเงินสดได้ที่ตู้เอทีเอ็มที่มีโลโก้ VISA หรือ Mastercard ตามที่บัตรของคุณรองรับ

ง่ายใช่มั้ย? จริงๆ ก็แค่ขั้นตอนนั้น แต่ปัญหามักเกิดหลังจากกดเสร็จ – คุณอาจรู้สึกว่ามีเงินสดในมือเยอะ แต่จ่ายคืนทีหลังลำบากกว่าที่คิดไว้เยอะ

ผลกระทบที่คุณอาจไม่คาดคิด: วงเงิน ดอกเบี้ยทบต้น และเครดิตบูโร

การกดเงินสดไม่ใช่แค่เสียค่าธรรมเนียมแล้วจบ เพราะมันกินพื้นที่วงเงินของบัตร ทำให้คุณเหลือวงเงินสำหรับการรูดซื้อน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินอื่นๆ ดอกเบี้ยรายวันที่ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยหมายความว่าทุกวันยอดหนี้จะโตขึ้นเรื่อยๆ หากคุณจ่ายขั้นต่ำหรือจ่ายไม่เต็ม ดอกเบี้ยจะถูกทบเป็นเงินต้นในรอบบิลถัดไป[5] – กลายเป็นหนี้ที่ยืดเยื้อโดยไม่รู้ตัว และหากเกิดการค้างชำระ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังเครดิตบูโร ส่งผลต่อโอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคต

บัตรเครดิต vs บัตรกดเงินสด: ทางเลือกไหนเหมาะกับคุณ?

เมื่อต้องตัดสินใจระหว่างการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดกับบัตรกดเงินสดโดยเฉพาะ หลายคนอาจยังสับสนว่าเครื่องมือไหนให้ต้นทุนต่ำกว่ากัน ข้อมูลด้านล่างจะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น

เปรียบเทียบบัตรเครดิต (Cash Advance) กับ บัตรกดเงินสด

ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เงินสดก้อนเล็กในระยะสั้น เครื่องมือทั้งสองชนิดมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

บัตรเครดิต (Cash Advance)

• การค้างชำระส่งผลโดยตรงต่อประวัติเครดิตและวงเงินในอนาคต

• ตู้เอทีเอ็ม (ต้องมี PIN) หรือโอนผ่านแอปของธนาคาร

• สูงสุด 16% ต่อปี คิดทันทีตั้งแต่วันที่กด ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ย

• ปกติไม่เกิน 30–50% ของวงเงินรวมของบัตรเครดิต

• 3% ของยอดกด + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียม (รวมประมาณ 3.21%)

บัตรกดเงินสด (เฉพาะ)

• เช่นเดียวกัน การผิดนัดชำระจะถูกบันทึก แต่ไม่มีผลต่อวงเงินบัตรเครดิตโดยตรง

• ตู้เอทีเอ็มของธนาคารผู้ออกบัตร หรือโอนเข้าบัญชี

• อัตราประมาณ 20–28% ต่อปี แต่จะคิดเฉพาะวันที่มียอดค้างชำระ ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยเช่นกัน

• ให้วงเงินแยกต่างหาก ไม่กระทบวงเงินบัตรเครดิตที่มีอยู่

• มักไม่มีค่าธรรมเนียมกดเงินสด หรือมีเพียงเล็กน้อย (0–200 บาทต่อครั้ง)

ถ้าคุณต้องการเงินสดเพียงครั้งเดียวและมั่นใจว่าจะจ่ายคืนภายในไม่กี่วัน บัตรเครดิตอาจพอรับได้ แต่ถ้าคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการจ่ายคืนนานกว่า 1–2 รอบบิล บัตรกดเงินสดโดยเฉพาะมักให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูง และดอกเบี้ยแม้จะสูงกว่าเล็กน้อย แต่จะไม่เกิดการคิดทบต้นจากค่าธรรมเนียมก้อนแรกที่บวกเข้าไปในเงินต้น [6]

ประสบการณ์ของป่าน: เงินสดในมือ หมื่นกว่าบาท กลายเป็นหนี้ที่จ่ายไม่หมด

ป่าน พนักงานออฟฟิศอายุ 27 ปีในกรุงเทพฯ เกิดเหตุจำเป็นต้องใช้เงินสด 15,000 บาทโดยด่วน ตอนนั้นเธอไม่รู้เรื่องบัตรกดเงินสด จึงใช้บัตรเครดิตกดเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม ขั้นตอนง่ายมาก – เสียบ PIN กด 15,000 แล้วเงินก็ออกมา เธอรู้สึกว่าเรื่องจบแล้ว

ปัญหาเริ่มตอนได้รับใบแจ้งหนี้เดือนถัดไป เธอคิดว่าจ่ายขั้นต่ำไว้ก่อนได้ แต่ไม่รู้ว่าค่าธรรมเนียม 3% + ภาษี ถูกบวกเข้ากับเงินต้นทันที ทำให้ยอดเงินต้นเพิ่มเป็น 15,482 บาท ดอกเบี้ยรายวันก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่เธอจ่ายแค่ 5% ของยอดค้างชำระ

ผ่านไปสามเดือน ป่านเพิ่งรู้ว่าที่จ่ายไปเกือบ 3,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เงินต้นแทบไม่ลด สถานการณ์นี้ทำให้เธอเครียดและหันไปกู้เงินนอกระบบเพื่อปิดยอดบัตร ซึ่งยิ่งทำให้การเงินแย่ลง

หลังจากนั้นเธอได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารและยอมรับความจริง: การกดเงินสดบัตรเครดิตเหมาะกับคนที่จ่ายคืนภายใน 2-3 วันเท่านั้น ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินนานกว่านั้น ควรใช้บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแทน ทุกวันนี้ป่านวางแผนการเงินรัดกุมขึ้น และไม่แตะฟังก์ชันกดเงินสดในบัตรเครดิตอีกเลย

สรุปที่ครอบคลุม

การกดเงินสดบัตรเครดิต = ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คิด

นอกจากค่าธรรมเนียม 3% + ภาษี 7% แล้ว ดอกเบี้ยยังเริ่มนับทันทีโดยไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนรวมอาจสูงถึง 20–25% ต่อปีหากจ่ายคืนช้า

ก่อนจะใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมใดๆ ควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ลองอ่าน บัตรเครดิตวีซ่ากับมาสเตอร์การ์ดต่างกันยังไง ประกอบการตัดสินใจครับ
จ่ายคืนเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

ยิ่งคุณจ่ายคืนภายใน 2-3 วันแรกหลังกด ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะน้อยมาก ควรหลีกเลี่ยงการจ่ายขั้นต่ำเพราะจะทำให้ดอกเบี้ยทบต้นจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต

พิจารณาทางเลือกอื่นก่อน

หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดนานเกิน 1–2 สัปดาห์ ควรเปรียบเทียบบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก และไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนสูงเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ากดเงินสดแล้วจ่ายคืนวันเดียวกับที่กด ต้องเสียดอกเบี้ยไหม?

โดยหลักแล้วดอกเบี้ยจะคิดเป็นรายวัน หากคุณกดและจ่ายคืนในวันเดียวกัน ธนาคารส่วนใหญ่อาจไม่คิดดอกเบี้ย แต่อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียม 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมนั้นยังคงถูกหักทันที

กดเงินสดบัตรเครดิตได้กี่เปอร์เซ็นต์ของวงเงิน?

โดยปกติวงเงินสำหรับการกดเงินสดจะอยู่ที่ 30–50% ของวงเงินรวมบัตรเครดิต ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติการชำระเงินของคุณ สามารถสอบถามได้ที่คอลเซ็นเตอร์ของธนาคารผู้ออกบัตร

การกดเงินสดบัตรเครดิตส่งผลต่อเครดิตบูโรหรือไม่?

การกดเงินสดในตัวเองไม่ส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตตราบใดที่คุณชำระคืนตรงตามกำหนด แต่หากค้างชำระหรือจ่ายขั้นต่ำจนเกิดหนี้ค้างนาน การผิดนัดชำระจะถูกบันทึกในเครดิตบูโรและส่งผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต

ถ้าต้องการเงินสดด่วน ควรใช้บัตรเครดิตกดเงินสด หรือบัตรกดเงินสดดี?

ถ้าคุณมั่นใจว่าจ่ายคืนภายใน 2-3 วัน บัตรเครดิตอาจพอรับได้ แต่ถ้าต้องใช้เงินนานกว่า 1 รอบบิล บัตรกดเงินสดโดยเฉพาะมักมีต้นทุนรวมต่ำกว่าเพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ

  • [2] Firstchoice - ดอกเบี้ยที่คิดรายวันในอัตราสูงสุด 16% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่กดจนกว่าจะชำระเต็มจำนวน
  • [5] Umayplus - ดอกเบี้ยรายวันที่ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยหมายความว่าทุกวันยอดหนี้จะโตขึ้นเรื่อยๆ หากคุณจ่ายขั้นต่ำหรือจ่ายไม่เต็ม ดอกเบี้ยจะถูกทบเป็นเงินต้นในรอบบิลถัดไป
  • [6] Firstchoice - บัตรกดเงินสดโดยเฉพาะมักให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูง และดอกเบี้ยแม้จะสูงกว่าเล็กน้อย แต่จะไม่เกิดการคิดทบต้นจากค่าธรรมเนียมก้อนแรกที่บวกเข้าไปในเงินต้น