Business Leave ใช้ตอนไหน
เมื่อไหร่ควรใช้ Business Leave? ขอคำแนะนำ
เอ้อ ลาพักร้อนนะเหรอ? เอาจริงๆ มันอยู่ที่สถานการณ์เลยป่ะวะ คือถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวจ๋าๆ ลากิจไปเลย ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ถ้าเกิดมีเคสที่...เอิ่ม...เชื่อมั้ยว่าเคยเจอแบบต้องไปเคลียร์เอกสารบริษัทเองอ่ะ (ใช่ เพราะบริษัทเล็กมาก!) อันนั้นก็ต้อง Business Leave อะดิ
ส่วนตัวคิดว่า Business Leave คือ "ธุระด่วนที่เกี่ยวกับบริษัท" ที่เราต้องจัดการเองไง! จำได้เลยตอนนั้นไปต่อทะเบียนบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถวสนามบินน้ำ วันที่ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว ร้อนชิบหาย ราคาค่าธรรมเนียมจำไม่ได้แล้ว แต่รู้ว่าต้องรีบเคลียร์เพราะมันกระทบหลายอย่าง.
ลากิจ ลาบวช ลางานศพ ลาแต่งงาน อันนั้นก็ตรงตัวตามชื่อเลยนะ ไม่น่ามีใครเอาไปปนกันมั้ง? ยกเว้น...ถ้าบริษัท "ใจดี" มากๆ อาจจะให้ลากิจไปทำอย่างอื่นก็ได้มั้ง ฮ่าๆๆ
ลากิจใช้ในกรณีไหนได้บ้าง
ลากิจ? เรื่องส่วนตัวทั้งนั้น
- เอกสารราชการ: ติดต่อหน่วยงานรัฐ ทำเรื่องสำคัญ
- ศาล: ไปเป็นพยาน ตามหมายเรียก
- รับปริญญา: ตัวเองหรือญาติพี่น้อง ใครจบก็ไปได้
- ธุระสำคัญ: เรื่องที่ต้องจัดการเอง เลี่ยงไม่ได้
ลากิจ ไม่ใช่ลาพักผ่อน อย่ามามั่ว
เพิ่มเติม:
- ระเบียบ: แต่ละที่ทำงานมีกฎต่างกัน อ่านให้ดีก่อนลา
- จำนวนวัน: ลาได้กี่วัน? ถาม HR ซะ
- เหตุผล: เขียนเหตุผลให้ชัดเจน อย่าโลกสวย
- เอกสาร: แนบเอกสารประกอบการลา ถ้ามี
อย่าเรื่องมาก หัวหน้าไม่ชอบ
ลากิจไปออกรถได้ไหม
ลากิจไปออกรถได้ไหม? ได้ครับ แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท การลากิจไม่จำกัดเฉพาะเรื่องราชการ เป็นสิทธิที่พนักงานมี แต่ต้องได้รับอนุมัติจากนายจ้างก่อนเสมอ ไม่ใช่สิทธิที่จะลาได้ตามอำเภอใจ เพราะกฎหมายแรงงานไม่ได้บัญญัติไว้เช่นนั้น
สิทธิการลากิจ: เป็นสิทธิที่พนักงานพึงมีตามกฎหมายแรงงาน แต่การใช้สิทธิ์ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ไม่ใช่สิทธิ์ที่จะใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
การอนุมัติจากนายจ้าง: จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้บริษัทวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลาควรแจ้งล่วงหน้า เพื่อความเรียบร้อย
นโยบายของแต่ละบริษัท: อาจแตกต่างกันไป ควรตรวจสอบนโยบายของบริษัทตนเอง บางบริษัทอาจมีวันลากิจจำกัด หรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลา
จากประสบการณ์ส่วนตัว เคยลาเพื่อไปดำเนินการเรื่องเอกสารที่จำเป็นต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ บริษัทอนุมัติโดยไม่มีปัญหา เพราะได้แจ้งล่วงหน้า และมีการวางแผนงานสำรองไว้แล้ว หลักสำคัญคือการประสานงานที่ดีกับทางบริษัทครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยถ้าจัดการดีๆ
เพิ่มเติม: หากบริษัทมีข้อกำหนดหรือระเบียบการลากิจ ควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนการลา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา การสื่อสารที่ดีกับหัวหน้างานสำคัญมากครับ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน
ลากิจต้องบอกล่วงหน้ากี่วัน
ลากิจต้องบอกล่วงหน้ากี่วันเหรอ...
คือจริงๆ นะ กฎหมายเขาไม่ได้ฟิกซ์ไว้อ่ะ ว่าต้องกี่วันเป๊ะๆ แต่ที่ทำงานแต่ละที่ เขามีกฎของเขาเองไง
กฎหมายแรงงาน: ไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ชัดเจน
ระเบียบที่ทำงาน: ส่วนใหญ่จะให้บอกล่วงหน้า 3-7 วันทำการ
ทำไมต้องมี: เพื่อให้หัวหน้าจัดตารางงานได้ทัน ไม่กระทบคนอื่น
เคยเจอที่ทำงานเก่า...เขาเข้มงวดมาก ต้องยื่นล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ แถมต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นด้วยนะ ไม่งั้นไม่ให้ลา บางทีก็รู้สึกว่ามันเยอะไป แต่ก็เข้าใจว่าเขาอยากให้งานมันราบรื่นอ่ะ
แต่บางที่ก็สบายๆ บอกก่อนวันนึงก็ยังได้ แต่แบบนั้นมันก็เสี่ยงนะ ถ้าเขาไม่ให้ลาขึ้นมา...
แล้วถ้าไม่บอกล่ะ: เสี่ยงโดนตำหนิ หรืออาจจะโดนหักคะแนนประเมิน
ดีที่สุดคือ: เช็คระเบียบของบริษัทตัวเองให้ดีๆ แล้วแจ้งล่วงหน้าตามนั้น
เหตุผลในการลา: บางที่อาจจะขอหลักฐานประกอบด้วยนะ เช่น ลาไปทำธุระที่ธนาคาร
สรุปง่ายๆ: ถาม HR ของบริษัทตัวเองดีที่สุด จะได้ข้อมูลที่แน่นอนที่สุด แล้วก็...เผื่อเวลาไว้หน่อยก็ดี จะได้ไม่ต้องกังวลมาก
Leave มีกี่ประเภท?
ลาเหรอ? โอ้โห เรื่องใหญ่! เหมือนชีวิตคนเราขาดลาไปไม่ได้อ่ะเนอะ (แอบขำ) คือลาเนี่ย มันไม่ใช่แค่ขี้เกียจนะเว้ย มันคือ สิทธิ! (ทำเสียงจริงจัง)
เอาแบบเบสิกๆ ที่เจอบ่อยๆ เลยนะ มี 5 แบบ:
- ลาป่วย (Sick leave): อันนี้เบสิกสุดละ ป่วยก็คือป่วย จะมาฝืนทำไม เดี๋ยวตาย (ประชดเบาๆ) ป่วยก็ลาไป๊! อย่าโลกสวย
- ลากิจ (Personal leave): อันนี้ครอบจักรวาลมาก จะไปทำธุระส่วนตัว หาหมอ ทำฟัน จ่ายค่าปรับ ไปดูหมอดู (อันนี้ล้อเล่น) ก็ลากิจไป
- ลาคลอด (Maternity leave): อันนี้สำหรับคุณแม่มือใหม่ (หรือมือเก่า) ทั้งหลาย คลอดลูกก็ต้องพักฟื้นดิ จะให้ลุกมาทำงานเลยเรอะ! ใจร้ายไปมั้ย?
- ลาพักร้อน (Annual leave): อันนี้คือรางวัลชีวิต ทำงานมาทั้งปี จะไม่ให้พักบ้างเลยเรอะ? ไปเที่ยว ไปนอนกลิ้งอยู่บ้าน ไปทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ!
- ลาบวช (Ordination leave): อันนี้สำหรับชายไทยใจศรัทธา จะไปศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม ก็ลาไป๊! (อนุโมทนาสาธุ)
เกร็ดความรู้ (แบบกวนๆ แต่มีประโยชน์):
- บางบริษัทใจดี (หายากนะ) มี "ลาไปทำใจ" ให้ด้วยนะเออ อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน ก็ลาไปเยียวยาหัวใจได้ (แต่ส่วนใหญ่ไม่มีหรอก)
- การลาแต่ละประเภทมีเงื่อนไขต่างกันนะ อย่ามั่ว! อ่านกฎบริษัทดีๆ ไม่งั้นโดนหักเงินเดือนไม่รู้ด้วย (อันนี้เตือนด้วยความหวังดี)
- "วิภา พงศ์ชุม และคนอื่นๆ อีก 391 คน" เนี่ย น่าจะเคยลามาหมดแล้วทุกประเภท (เดาเอา 555)
- ปีนี้ 2567 แล้วนะ อย่าจำผิด! (เผื่อข้อมูลเก่า)
- สำคัญ: ลาแล้วอย่าลืมส่งใบลา! (เจอบ่อยมาก ลืมส่ง แล้วมาโวยวายทีหลัง)
Personal Leave ใช้ตอนไหน?
ลากิจส่วนตัวหรอ อืมม ก็ตอนมีธุระสำคัญที่แบบบบบ คนอื่นทำแทนไม่ได้ไงแก
- ธุระด่วนจี๋: ทำพาสปอร์ต ทำบัตรประชาชนไรเงี้ย
- ราชการเท่านั้น: ติดต่อหน่วยงานรัฐ ไปอำเภอ ไปขนส่ง
- สอบๆ: สอบใบขับขี่ สอบ กพ. คือถ้าไม่ไปเองก็อด!
- เรื่องแบงค์: ทำธุรกรรมสำคัญที่ธนาคารไรงี้
แล้วก็ต้องบอกหัวหน้าก่อนเน้อออ ไม่ใช่หายตัวไปเฉยๆนะ 555+
ลากิจธุระ มีอะไรบ้าง?
ลากิจหรอ? โอ๊ย เยอะแยะไปหมด! ตอนนั้นนะ ปีที่แล้วมั้ง ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ที่อำเภอลาดพร้าว รอคิวนานมากกกกกกกกก บ่ายสองยันห้าโมงเย็น เซ็งสุดๆ แล้วก็ต้องไปธนาคารอีก เปิดบัญชีใหม่ให้ลูกชายที่เพิ่งเกิด โอย ชีวิต!
แล้วก็...ล่าสุดเลย ไปงานศพคุณยายที่ต่างจังหวัด ขับรถไปเอง เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ก็ต้องไปอะเนอะ
- ทำบัตรประชาชน/ต่อใบขับขี่: เรื่องประจำของคนไทย
- เปิดบัญชีธนาคาร: จะของตัวเอง ของลูก ของหลาน ก็ต้องไป
- งานศพ: ญาติสนิทมิตรสหาย คนรู้จัก ใครตายก็ต้องไป
- ดูแลคนในครอบครัวป่วย: อันนี้สำคัญสุดๆ
- เหตุฉุกเฉิน: บ้านไฟไหม้ น้ำท่วม รถเสีย (ไม่อยากเจอเลย!)
ปีนี้ (2567) ยังไม่ได้ลากิจเลย สาธุ ขอให้ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องลา! ????
ขอลางานยังไงดี?
ขอลาไงดีวะ? งงเหมือนกันเนอะ แต่ลองดูวิธีนี้ดิ อาจจะช่วยได้
ลาป่วย: ถ้าป่วยจริงก็บอกไปตรงๆ อย่าโกหก! ส่งใบรับรองแพทย์ไปด้วยจะดีมาก ฉันเคยลาเพราะไข้หวัดใหญ่ ได้พักเต็มที่เลย หายป่วยสนิท
อุบัติเหตุ: ถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางมาทำงาน ต้องแจ้งทางบริษัทด่วนเลยนะ ส่งรูปภาพหลักฐานไปด้วยก็ดี อย่าลืมแจ้งตำรวจด้วยนะ อันนี้สำคัญมาก เคยเห็นเพื่อนเจอรถชน แจ้งบริษัทแล้วก็ตำรวจ ได้รับการดูแลดีมากเลย
ป่วยจริงต้องลา: อย่างที่บอก ป่วยจริงต้องลา อย่าฝืนทำงานนะ เดี๋ยวจะหนักกว่าเดิม พักผ่อนให้หายดีก่อน จะได้กลับมาทำงานได้เต็มที่
แจ้งด่วน: เรื่องนี้สำคัญมาก อย่าลืมแจ้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ถึงเวลาทำงานแล้วค่อยบอก เคยเจอเพื่อนโดนดุเพราะแจ้งช้า ไม่ค่อยดีเลย
กระชับได้ใจความ: บอกแค่สิ่งที่สำคัญ ไม่ต้องบรรยายเยอะ บอกเหตุผลสั้นๆ วันลา แค่นี้ก็พอแล้ว อย่าเขียนยาว เสียเวลาเปล่าๆ
ห่วงงาน: แม้ลางานก็ควรติดต่อเพื่อนร่วมงาน เผื่อมีอะไรสำคัญ ฉันชอบส่งข้อความถามเพื่อนว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เผื่อเขาเหนื่อยเกินไป
Social Media: อย่าอัพเดทชีวิตสนุกสนานบนโซเชียลเวลางานนะ เดี่ยวโดนมองไม่ดี เก็บไว้โพสต์ตอนพักผ่อนเต็มที่ดีกว่า
ขอบคุณ: อย่าลืมขอบคุณทุกครั้งที่ลางานนะ เป็นมารยาทที่ดี แสดงความขอบคุณหลังจากลาเสร็จแล้ว จะได้รู้สึกดีทั้งสองฝ่าย
- เอกสารสำคัญ: อย่าลืมแนบใบรับรองแพทย์ หรือหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เวลาลาป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ
- ติดต่อผู้เกี่ยวข้อง: แจ้งหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคล ให้ทราบก่อนลางานเสมอ
- วางแผนงาน: ก่อนลางานควรจัดการงานให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อน
ปีนี้ฉันลาป่วยไป 2 ครั้ง เพราะไข้หวัดใหญ่และปวดท้องอย่างหนัก แต่ก็ส่งใบรับรองแพทย์ทุกครั้งนะ แล้วก็แจ้งล่วงหน้า ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ลาพักผ่อน กับลากิจ ต่างกันอย่างไร?
โอ๊ย! ถามเรื่องลาๆ นี่มันจี้เส้นคนทำงานอย่างแรง! เอาเป็นว่าถ้าลากิจ เนี่ย เหมือนแอบไปทำเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว แต่ยังได้เงินเดือนนะจ๊ะนายจ๋า! เหมือนไปทำบุญบ้าน ไปต่อทะเบียนรถ (ทั้งๆ ที่ควรทำเสาร์อาทิตย์) หรือไม่ก็ไปเคลียร์ปัญหาชีวิตที่พันอีรุงตุงนังราวกับเส้นบะหมี่
ส่วนลาพักร้อน นั่นมันสวรรค์บนดิน! เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สลัดคราบมนุษย์เงินเดือน กลายร่างเป็นปลาโลมาแหวกว่ายในทะเล หรือไม่ก็เป็นหมีขั้วโลกจำศีลอยู่บ้าน นอนตีพุงดู Netflix ทั้งวันทั้งคืน!
แล้วก็ยังมีลาคลอด สำหรับสาวๆ ที่อยากพักผ่อน (เหรอ?) จากการทำงาน แถมได้เลี้ยงลูกไปด้วย (อันนี้เหนื่อยกว่าทำงานอีกนะจะบอกให้!) กฎหมายแรงงานปี 2567 บอกว่าลาได้ 98 วันนะจ๊ะ (รวมวันหยุดแล้ว)
ที่เหลือก็มีลาทำหมัน (อันนี้ก็แล้วแต่คนเนอะ) กับลารับราชการทหาร (อันนี้ก็ต้องทำตามหน้าที่ชายไทย)
แถมท้ายแบบบ้านๆ:
- ลากิจ: เหมือนแอบไปแซ่บ! แต่ยังได้เงินเดือนกินฟรี
- ลาพักร้อน: เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1! ชีวิตดี๊ดี
- ลาคลอด: เหมือนได้ลูกหมามาเลี้ยง! น่ารักแต่กัดเจ็บ
- ลาทำหมัน: เหมือนตัดบัวไม่ให้เหลือใย! จบๆ กันไป
- ลารับราชการทหาร: เหมือนจับใบดำใบแดง! ดวงดีก็รอด ดวงซวยก็... ฮึ่ม!
เน้นๆ อีกที:
- ลากิจ: ธุระส่วนตัว ได้เงิน (ถ้าบริษัทใจดี)
- ลาพักร้อน: พักผ่อนประจำปี สบายใจเฉิบ
- ลาคลอด: แม่ๆ พักเลี้ยงลูก 98 วัน (รวมวันหยุด)
- ลาทำหมัน/ทหาร: แล้วแต่กรณีไป
ปล. ข้อมูลปี 2567 นะจ๊ะ อย่าเอาไปอ้างอิงผิดๆ ล่ะ!
ลากิจไม่อนุมัติได้ไหม?
ลมพัดเย็นยะเยือก แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบใบหน้า เวลาบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 27 กันยายน 2566 ฉันนั่งจิบกาแฟ คิดถึงเรื่องลากิจ...
- ใช่! บริษัทฉันเข้มงวดนะ แต่หลักเกณฑ์ก็ชัดเจน ถ้าเหตุผลเข้าท่า เช่นทำบัตรประชาชน ทำใบขับขี่ เขาไม่อนุมัติไม่ได้หรอก!
ดวงตาฉันมองไปที่ภาพถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะทำงาน ภาพความทรงจำ วันเวลาผสมปนเปกับกลิ่นกาแฟ หอมหวาน ขมเล็กๆ... เหมือนชีวิตนี่แหละ
- แต่ถ้าลากิจไปเที่ยว ไปทำธุระส่วนตัว อันนี้ก็ต้องดูที่เจ้านาย เขาจะใจดีหรือไม่ใจดี ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แสงแดดเริ่มอ่อนลง เงาเริ่มยาว เหมือนเวลาที่กำลังผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ฉันเอนหลังลงพิงเก้าอี้ คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตการทำงาน...
- จริงๆ แล้ว มันขึ้นอยู่กับบริษัทด้วยนะ บางที่เข้มงวดมาก บางที่ก็ยืดหยุ่น ต้องดูนโยบายของแต่ละที่
วันนี้... ฉันจะเขียนเรียงความ เกี่ยวกับความฝัน เกี่ยวกับแสงแดด เกี่ยวกับเวลา...และเกี่ยวกับสิทธิในการลากิจ ที่ฉันมี...และอาจจะไม่มี...ก็ได้
- สรุปง่ายๆ มีสิทธิลากิจตามระเบียบบริษัท ถ้าเหตุผลสมเหตุสมผล นายจ้างไม่อนุมัติไม่ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาด้วยนะ นี่คือความจริงในโลกของการทำงาน
ประเภทการลางานมีอะไรบ้าง?
ประเภทการลางานหลักๆ ที่พบบ่อย (แต่ไม่ได้จำกัดแค่นี้นะ) มีดังนี้:
- ลาป่วย: อันนี้เบสิกสุด ไม่สบายก็ต้องพักผ่อน ไม่ฝืนสังขาร ชีวิตต้องบาลานซ์
- ลาคลอดบุตร: คุณแม่ต้องพักฟื้น ดูแลลูกน้อย เป็นสิทธิที่พึงมีพึงได้
- ลากิจส่วนตัว: ธุระสำคัญต่างๆ นานา ที่ต้องจัดการด้วยตัวเอง (เช่น ทำบัตรประชาชนใหม่, ติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน -- อันนี้เรื่องจริง)
- ลาพักผ่อน: ชีวิตมันต้องมี recharge บ้าง ไปเที่ยว พักผ่อน ชาร์จพลัง
- ลาอุปสมบท/ฮัจย์: เรื่องทางศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ ลาไปทำตามความเชื่อ
การลาแต่ละประเภท ก็มีเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างกันไป ต้องศึกษารายละเอียดของแต่ละบริษัท/องค์กรให้ดี บางที่อาจมี "วันลาพิเศษ" เพิ่มเติมด้วยนะ เช่น ลาแต่งงาน ลาทำศพคนในครอบครัว อะไรทำนองนั้น
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: การลาเนี่ย นอกจากจะเป็นสิทธิของเราแล้ว ยังเป็น "หน้าที่" ที่ต้องแจ้งให้หัวหน้า/บริษัททราบล่วงหน้าด้วย (ถ้าเป็นไปได้) เพื่อให้การทำงานไม่สะดุด และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อทีมด้วย
ลากิจเหตุผลอะไรได้บ้าง?
อืมมม... ลากิจเนี่ยนะ ปีนี้ฉันลาไปหลายรอบเลย จำได้ว่าเดือนมีนาคม ลาไปติดต่อเรื่องภาษีที่กรมสรรพากรสาขาบางเขน โคตรเหนื่อยเลย ไปตั้งแต่แปดโมงเช้า เสร็จเกือบบ่ายสาม แดดเปรี้ยงๆ แทบละลาย เอกสารก็เยอะ แต่ก็เรียบร้อยไป โล่งใจสุดๆ
แล้วก็เมษายน ยายเสีย ต้องลาไปร่วมงานศพที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน งานใหญ่เลย คนเยอะมาก รู้สึกเศร้า แต่ก็ดีใจที่ได้ไปส่งยายเป็นครั้งสุดท้าย
เดือนมิถุนายน ฉันเรียนโทอยู่ มีสอบวิชาสถิติ ที่จุฬาฯ ลงสอบวันธรรมดา เลยต้องลากิจ สอบเสร็จ แทบเดินไม่ไหว เครียดมาก แต่ดีที่ผ่าน หายเหนื่อยเลย
ส่วนเรื่องงานรับปริญญาตัวเอง มันปีที่แล้วนะ ไม่ได้ลา ฉันจัดงานวันเสาร์ แต่ถ้าจัดวันธรรมดา ก็คงต้องลากิจ
ที่จำได้อีกอย่าง คือเดือนสิงหาคม ลูกป่วย ต้องพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมิติเวช เอาใบรับรองแพทย์ไปยื่นที่ทำงาน เห็นใจพนักงานด้วยกันหลายคนเลย ที่ต้องพาลูกไปหาหมอ บางทีโรงเรียนก็ปิดวันธรรมดา งานก็ต้องทำ เหนื่อยจริง
- ติดต่อหน่วยงานราชการ: กรมสรรพากรสาขาบางเขน (มีนาคม)
- งานศพ: วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน (เมษายน)
- สอบ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (มิถุนายน)
- พบแพทย์: โรงพยาบาลสมิติเวช (สิงหาคม)
งานรับปริญญา จัดวันเสาร์ เลยไม่ต้องลากิจ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต