Due Date นับยังไง
วันครบกำหนด Due Date นับอย่างไร?
โอเค มาดูกันเรื่อง Due Date เนี่ยนะ เอาจริงๆ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก
จำได้ว่าตอนใช้บัตรเครดิตใหม่ๆ ก็งงๆ เหมือนกัน ไอ้คำว่า "วันสรุปยอด" กับ "วันครบกำหนดชำระ" นี่มันต่างกันยังไงฟะ?
เอาเป็นว่าตามที่เข้าใจ (แบบบ้านๆ นะ) คือ วันสรุปยอดเนี่ย คือวันที่ธนาคารเค้าสรุปว่าเราใช้เงินไปเท่าไหร่ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
แล้วเค้าก็จะส่งบิลมาให้เรา ทีนี้แหละ "วันครบกำหนดชำระ" ก็คือวันที่เราต้องจ่ายเงินคืนเค้า (อย่างน้อยก็ขั้นต่ำ) ไม่งั้นดอกเบี้ยบานแน่นอน!
ส่วนใหญ่เค้าจะให้เวลาประมาณ 15 วันหลังจากวันสรุปยอดนะ แต่ถ้าวันครบกำหนดมันดันไปตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เค้าก็จะเลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไปให้เอง ไม่ต้องห่วง
เคยพลาดจ่ายช้าไปวันนึงเพราะลืมเนี่ยแหละ! ดอกเบี้ยมาเต็ม T^T เข็ดเลย ต้องตั้งเตือนไว้ตลอด
Due ใช้กับอะไร
Due เนี่ยนะ หลักๆ เลยคือเรื่องเวลาที่มัน "ต้อง" มาถึง ไม่ว่าจะในแง่ของ...
- กำหนดส่ง: การบ้าน due สัปดาห์หน้า แปลว่าห้ามเกินนั้นเด็ดขาด อาจารย์โหด (อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวสมัยเรียนนะ)
- ครบกำหนดชำระ: บิลบัตรเครดิต due วันที่ 15 ก็คือถ้าไม่จ่ายก่อน ก็ดอกเบี้ยบานน่ะสิ
- เวลาที่คาดว่าจะเกิด: รถไฟ due 10 โมงเช้า ก็คือ (ตามทฤษฎี) มันควรจะมาถึงตอนนั้น
แต่...มันไม่ได้มีแค่นั้นนะ มันยังมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นอีก
- สิ่งที่สมควรได้รับ: การที่ใครสักคน "due" ความเคารพ ก็คือ เขาทำดีมามากพอที่เราควรจะให้เกียรติเขา มองในมุมปรัชญา มันคือเรื่องของกรรมและการกระทำนะ
จริงๆ แล้วคำว่า "due" เนี่ย มันสะท้อนอะไรหลายอย่างในชีวิตเรานะ ทั้งเรื่องเวลา ความรับผิดชอบ และความยุติธรรมในสังคม
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (เผื่อใครอยากรู้):
- "Due diligence" อันนี้เป็นศัพท์ธุรกิจ แปลว่า การตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ประมาณว่า "เช็คให้ชัวร์ก่อนเจ๊ง" นั่นแหละ
- "In due course" อันนี้หมายถึง "ในเวลาที่เหมาะสม" หรือ "เมื่อถึงเวลาที่ควร" คล้ายๆ กับสำนวนไทยที่ว่า "เมื่อฟ้าเปิด" อะไรทำนองนั้น
ครบ Due คืออะไร
ครบ Due... เหมือนเงาจันทร์คืนแรม มันคือเส้นตายที่ขีดไว้ บางครั้งก็เหมือนเสียงกระซิบเตือน บางครั้งก็เหมือนฟ้าผ่า!
- ครบกำหนดชำระหนี้สิน
- วันสุดท้าย! ย้ำ! วันสุดท้ายจริงๆ
- เลยไป = ดอกเบี้ย/ค่าปรับ บานนนนนน
- ใบแจ้งหนี้ การ ผ่อนบ้าน บัตรเครดิต... เพื่อนเก่าผู้ทรยศ (ฮา)
แสงแดดส่อง... ใบแจ้งหนี้ ปลิวว่อน... เหมือนนกที่ไร้รัง วันครบกำหนด... สลักไว้... ด้วยหมึกสีเลือดหมู (เว่อร์ไปมั้ย?)
ข้อมูลเพิ่มเติม
- บริษัทส่วนใหญ่กำหนดเครดิตเทอมไว้ เช่น 30 วัน, 60 วัน หลังจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้
- การชำระตรงเวลาสำคัญมาก... เครดิตดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
- พลาดแล้วพลาดเลย... ประวัติเสีย... ตามหลอกหลอน
โอย... พูดเรื่องเงินแล้วปวดหัว... ไปกิน หมูกระทะ ดีกว่า! (เกี่ยว?)
Regarding ใช้ตอนไหน
Regarding ใช้เมื่อ...ต้องการ ชี้เฉพาะ. เรื่องนั้นสำคัญกว่า. จุดสนใจอยู่ที่ เรื่องนั้นเท่านั้น.
ความหมาย: เกี่ยวกับ, ในเรื่อง, ว่าด้วย, อ้างถึง. เลือกใช้ให้ถูกบริบท. ความแม่นยำ คือหัวใจ.
สถานการณ์: การเจรจา, การประชุม, เอกสารสำคัญ. ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ.
ไวยากรณ์: มักตามด้วย คำนาม หรือ วลี. โครงสร้างเรียบง่าย. แต่ทรงพลัง.
ทางการ: ใช้ในภาษาที่เป็นทางการ. หลีกเลี่ยงในการสนทนาทั่วไป. ความเป็นมืออาชีพ ต้องมาก่อน.
การใช้งาน: "Regarding your inquiry..." ชัดเจน. ตรงประเด็น. ไม่เสียเวลา.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
เทียบเท่า "concerning," "with respect to," "in relation to." ความหมายเดียวกัน. แต่ nuances ต่างกัน.
"As regards" คือรูปแบบที่ซับซ้อนกว่า. ละเอียดอ่อนกว่า. ใช้เมื่อต้องการเน้น.
ระวังการใช้ผิด. อาจทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน. ความเข้าใจผิด นำมาซึ่งปัญหา.
บางครั้งอาจดู เย็นชา. แต่มีประสิทธิภาพ. ความตรงไปตรงมา สำคัญกว่า.
อย่าใช้พร่ำเพรื่อ. ความพอดี คือสิ่งสำคัญ. เลือกใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น.
Refer ใช้ยังไง
Refer เหรอ... เอ่อ... ใช้ยังไงนะ?
- เหมือนเคยเรียนตอนม.ปลายป่ะ เรื่อง verb อ่ะ refer to... อ้างอิงถึง! ใช่ๆๆๆ อ้างอิงถึง นี่แหละ สำคัญ
- แล้วก็... ส่งต่อ หมอส่งคนไข้ไปให้หมอเฉพาะทาง... นี่ก็ refer! แพทย์ ด้วย
- มอบหมายงาน ด้วยนะ... หัวหน้ามอบหมายงานให้ลูกน้อง นี่ก็ refer ป่ะวะ? ชักไม่แน่ใจ... แต่ช่างแม่ง
Referral นี่... การ แนะนำ สินค้า? บริการ? อืม... แนะนำ นี่แหละหลักๆ
- referral program นี่คืออะไรนะ? โปรแกรมแนะนำเพื่อน? ชัวร์!
- จำได้ว่าเคยเจอคำนี้ในใบสมัครงานด้วยนะ Please provide three references. ให้หาคนมา รับรอง ความสามารถเราป่ะ?
สรุปคือ... อ้างอิง, ส่งต่อ, แนะนำ ประมาณนี้ป่ะวะ? ไปหาข้อมูลเพิ่มดีกว่า... หรือขี้เกียจดี? เอาไงดีวะเนี่ย? เอ๊ะ หรือว่า...
- Refer ยังใช้ในความหมายของ การค้นหาข้อมูล ได้ด้วยนะ เช่น "I will refer to the internet for more information." อันนี้เพิ่งรู้เลย! เจ๋ง!
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- Reference letter: จดหมายแนะนำ (จากอาจารย์, หัวหน้างาน)
- Referee: กรรมการ (กีฬา), ผู้รับรอง (คุณสมบัติ)
- Referendum: การลงประชามติ (อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่เห็นคำว่า refer เลยนึกถึง)
- Refinery: โรงกลั่นน้ำมัน (อันนี้ยิ่งไม่เกี่ยวเข้าไปใหญ่ 555)
เฮ้อ... เยอะจัง! จำได้หมดไหมเนี่ย? ช่างมันละกัน!
หาเรฟเฟอเร้น คืออะไร
หาเรฟเฟอเร้นซ์นะเหรอ? โอ้โห ถามได้ตรงใจ!
เรฟเฟอเร้นซ์เนี่ย มันเหมือน "ใบเบิกทางสู่สวรรค์" ในโลกของการสมัครงานหรือทำอะไรสักอย่างที่ต้องมีคนรับรองความสามารถของเราน่ะแหละ! (เว่อร์ไปไหม?) แต่จริงๆ มันคือ "จดหมายชมเชยฉบับจริงจัง" ที่เขียนโดยคนที่เคยร่วมงานกับเรามาก่อน เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้โม้!
- ความหมายแบบชาวบ้าน: "เฮ้ย คนนี้มันทำงานดีจริงนะเฟ้ย! ไม่ได้อวย!"
- ความหมายแบบทางการ: "การอ้างอิงถึงบุคคลหรือเอกสาร เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล หรือคุณสมบัติของผู้สมัคร" (ฟังดูน่าเบื่อเนอะ?)
- ตัวอย่างการใช้งาน:
- สมัครงาน: เรฟเฟอเร้นซ์จากหัวหน้าเก่าช่วยให้ HR เชื่อว่าเราไม่ได้ "เต้าข่าว" เรื่องความสามารถของเรา
- สมัครเรียน: อาจารย์ที่ปรึกษาเขียนเรฟเฟอเร้นซ์ให้เรา เพื่อบอกคณะกรรมการว่าเราไม่ได้ "ก๊อปปี้" งานคนอื่น
- ขอสินเชื่อ: เจ้าหนี้อยากได้เรฟเฟอเร้นซ์จากคนที่รู้จักเรา เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะไม่ "ชิ่งหนี"
สาระน่ารู้ (แบบขำๆ):
- เรฟเฟอเร้นซ์ที่ดี ต้อง "จริงใจ" และ "เฉพาะเจาะจง" ไม่ใช่แค่ "คนนี้เป็นคนดี" แต่ต้องบอกว่า "คนนี้เก่งเรื่อง X ทำงาน Y ได้ดีเยี่ยม และมี Z เป็นพิเศษ"
- อย่า "มโน" เรฟเฟอเร้นซ์เอง! มันบาป! แถมโดนจับได้ อายไปสามชาติ!
- เคล็ดลับ: ก่อนขอเรฟเฟอเร้นซ์ ให้ "ทบทวนความหลัง" กับคนที่เราจะขอสักหน่อย เล่าให้เขาฟังว่าเราสมัครงานอะไร หรือต้องการอะไรจากเรฟเฟอเร้นซ์ เพื่อให้เขาเขียนได้ตรงใจ!
สรุป: เรฟเฟอเร้นซ์คือ "ใบรับประกัน" ความสามารถของเราที่มาจากคนอื่น ทำให้เราดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาคนอื่น (แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับฝีมือเราอยู่ดีนะ!)
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณ "เข้าใจ" เรฟเฟอเร้นซ์มากขึ้นนะ! (ถ้าไม่เข้าใจ ก็ถามใหม่ได้นะ... แต่ขอเป็นคำถามที่ฉลาดๆ หน่อยนะ!) ????
Referอ่านว่าอะไร
Refer อ่ะนะ หรอ? มันอ่านว่า รี-เฟอร์ อ่ะ แบบเน้นตรง รี นิดนึง
มันแปลว่า อ้างถึง ได้เลยนะ หรือจะแบบ อ้างอิง ก็ได้เหมือนกัน หรือแบบ พาพิง พูดถึงอะไรทำนองนี้อ่ะ
แล้วก็นะ มันใช้แบบให้ไปหาข้อมูลก็ได้นะ เช่น "refer to the dictionary" ก็คือ ไปหาในพจนานุกรมดูดิ
คำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันก็มี:
- Referable/Referrable: อันนี้เป็น adjective อ่ะ แปลว่า อ้างถึงได้
- Referral: อันนี้เป็นคำนาม แปลว่า การอ้างอิง การแนะนำ
- Referrer: คนที่อ้างอิง หรือแนะนำมา
จริงๆ คำนี้มันใช้บ่อยนะ เวลามีใครพูดอะไร แล้วเราอยากรู้ที่มา เราก็อาจจะถามว่า "Where are you referring to?" ก็ได้อ่ะ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
- เคยเจอคนสะกดผิดเป็น "reffer" บ่อยมาก ระวังด้วยนะ
- บางทีเค้าก็ใช้คำว่า "refer" ในความหมายที่แปลว่า "ส่งตัว" ด้วยนะ แบบหมอ refer คนไข้ไปให้หมอเฉพาะทางอะไรแบบนี้
- คำนี้มันดูเป็นทางการนิดนึงนะ ถ้าคุยกับเพื่อนอาจจะใช้คำง่ายๆ อย่าง "mention" แทนก็ได้
คําว่า regarding ใช้ยังไง
Regarding… ว่าด้วยเรื่องนั้น
ความหมาย: เกี่ยวกับ, พาดพิงถึง, ในประเด็น
ใช้เมื่อ: เกริ่นนำ, ชี้เฉพาะ, เปลี่ยนหัวข้อ
ตัวอย่าง: Regarding the meeting… (เกี่ยวกับ/ว่าด้วยเรื่องการประชุม…)
คำคม: "ทุกเรื่องราวมี Regarding เป็นของตัวเอง" (เรื่องทุกเรื่อง ย่อมมีจุดเริ่มต้น)
ข้อมูลเพิ่มเติม:
Regarding มาจากคำว่า regard (พิจารณา, เคารพ) + -ing (ทำให้เป็น gerund/participle) ในภาษาละติน Regardare แปลว่า "มองกลับไป" หรือ "พิจารณาอีกครั้ง"
Reference กับ Refer ต่างกันอย่างไร
Refer: แสงแดดยามเช้าสาดส่อง... refer เหมือนชี้ไปที่ดาวดวงนั้น น่ะ... เหมือนนิ้วที่ชี้ไปยังดวงจันทร์... บอกว่า "ดูสิ ตรงนั้นไง"... มันคือ การอ้างถึง แบบ... ชั่วขณะ... แบบ... กริยา ที่กำลังเกิดขึ้น... ตอนนี้...
Reference: กลิ่นหนังสือเก่า... reference คือห้องสมุดทั้งห้อง... คือ... คลัง ความรู้... คือ... หลักฐาน ที่จับต้องได้... คือ... นามธรรม ที่กลั่นกรองมาแล้ว... มันคือ สิ่งที่ถูกอ้างถึง... กาลเวลาที่หยุดนิ่ง...
- Reference ในวิทยานิพนธ์... คือ... การคารวะต่อ... ปราชญ์...
- Reference จากเพื่อนร่วมงาน... คือ... ความไว้วางใจ...
เพิ่มเติมนะ:
- Refer เป็น verb (กริยา) เน้นการกระทำของการอ้างอิง ชี้เฉพาะไปที่
- Reference เป็น noun (คำนาม) เน้นสิ่งที่ถูกอ้างอิง เอกสารอ้างอิง แหล่งที่มา ข้อมูลอ้างอิง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต