ค้ำประกัน โชว์บูโรไหม

0 ครั้งเข้าชม
การ ค้ำประกัน โชว์บูโรไหม เครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บข้อมูลประวัติเครดิตของผู้ค้ำประกันในระบบ บัญชีสินเชื่อจะแสดงข้อมูลเฉพาะของผู้กู้หลักเท่านั้น ข้อมูลไม่ปรากฏบนรายงานบูโรของผู้ค้ำประกัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ค้ำประกัน โชว์บูโรไหม? ไม่จัดเก็บข้อมูลในระบบ

การเซ็นสัญญา ค้ำประกัน โชว์บูโรไหม เป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลใจให้ผู้ค้ำประกันอย่างมาก การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลเครดิตช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน ป้องกันความสับสนระหว่างหน้าที่ผู้ค้ำประกันกับผู้กู้ร่วม และช่วยรักษาสิทธิ์ในการทำธุรกรรมของตนเองได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยจากการเสียผลประโยชน์โดยไม่จำเป็น

เซ็นค้ำประกัน โชว์บูโรไหม? ไขข้อข้องใจเรื่องระบบประวัติการเงิน

การเซ็นค้ำประกันในสัญญาสินเชื่อต่างๆ เช่น ค้ำประกันรถ ค้ำประกันบ้าน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากระบบจัดเก็บข้อมูลว่า การค้ำประกันจะไม่โชว์ในรายงานเครดิตบูโรอย่างแน่นอน เนื่องจากระบบของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด จะเลือกจัดเก็บและแสดงสถานะบัญชีเฉพาะข้อมูลของผู้ขอสินเชื่อโดยตรงหรือผู้กู้หลักเท่านั้น

ข้อมูลบนระบบเครดิตบูโรนั้น การเข้าใจบริบทความรับผิดชอบและระบบจัดเก็บข้อมูลมีความจำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่คุณจะตัดสินใจจรดปากกาเซ็นชื่อในฐานะคนค้ำประกันให้ใครสักคน คำถามที่ว่าค้ำประกัน โชว์บูโรไหม มักจะสร้างความกังวลใจให้หลายคนเป็นอย่างมากจนนอนไม่หลับ

สารภาพตามตรงเลยว่า ในอดีตผมก็เคยเป็นคนหนึ่งที่กลัวเรื่องนี้มากๆ จนเกือบจะปฏิเสธการช่วยเหลือญาติสนิทไป เพราะกลัวว่าประวัติทางการเงินของตัวเองจะเสียหายหรือกู้ซื้อบ้านของตัวเองไม่ผ่านในอนาคต แต่ความจริงแล้วระบบไม่ได้ทำงานแบบนั้น

ทำไมการค้ำประกันถึงไม่โชว์ในระบบเครดิตบูโร

เครดิตบูโรทำหน้าที่จัดเก็บเฉพาะข้อมูลประวัติการใช้สินเชื่อและการชำระหนี้ของผู้ขอกู้โดยตรงเท่านั้น ซึ่งสัญญากู้ยืมเงินที่ส่งเข้ามาในระบบจะผูกอยู่กับเลขบัตรประชาชนของผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมเป็นหลัก

ระบบไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลของบุคคลที่สามที่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ค้ำประกันความเสี่ยง ดังนั้น ตราบใดที่คุณอยู่ในฐานะผู้ค้ำประกันแท้ๆ ข้อมูลนี้จะไม่โผล่ไปอยู่ในรายงานข้อมูลเครดิตของคุณอย่างแน่นอน

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจและคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไป การไม่มีชื่อในบูโรไม่ได้หมายความว่าคุณจะรอดพ้นจากภาระผูกพันทั้งหมด

ในความเป็นจริง สถาบันการเงินบางแห่งอาจจะมีการสอบประวัติภายนอก หรือตรวจสอบสัญญาค้ำประกันเดิมที่คุณเคยทำไว้ หากสถิติตัวเลขในอดีตพบว่าผู้ค้ำประกัน ติดบูโรไหม หรือมีภาระผูกพันสูงเกินไป ก็อาจจะส่งผลต่อการประเมินวงเงินสินเชื่อใหม่ของคุณได้เช่นกัน

สับสนกันบ่อย: ความแตกต่างผู้ค้ำประกันผู้กู้ร่วม บูโรโชว์ไม่เหมือนกัน

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าค้ำประกันแล้วเครดิตเสีย เกิดจากการแยกแยะไม่ออกระหว่างคำว่า ผู้ค้ำประกัน กับ ผู้กู้ร่วม

สองตำแหน่งนี้มีสถานะทางบัญชีและกฎหมายในระบบเครดิตบูโรที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยผู้กู้ร่วมจะถูกปฏิบัติตัวเหมือนเป็นลูกหนี้หลักอีกคนหนึ่งทันที

เมื่อสถาบันการเงินส่งข้อมูลเข้าไปยังเครดิตบูโร รายงานจะแสดงยอดหนี้และประวัติการผ่อนชำระบนหน้าประวัติของทั้งผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมพร้อมๆ กัน

ดังนั้น หากลูกหนี้หลักเริ่มค้างชำระหนี้ ประวัติการผิดนัดชำระหนี้จะโชว์บนบูโรของผู้กู้ร่วมทันที ส่งผลให้คะแนนเครดิตตกและยื่นกู้สินเชื่อใหม่ได้ยากมาก

ถ้าลูกหนี้เบี้ยวหนี้ชำระแทน จะติดเครดิตบูโรไหม

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่ากลัวที่สุด หากลูกหนี้หลักเบี้ยวหนี้หนีหายไป แล้วอยู่ๆ จะมีข้อมูลของเราขึ้นระบบเครดิตบูโรหรือไม่ คำตอบคือ ในช่วงแรกจะยังไม่มีข้อมูลโชว์ในระบบบูโรของคุณ แต่คุณจะต้องแบกรับภาระหนี้สินทดแทนตามกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าหนี้จะมีหนังสือทวงถามมายังคุณในฐานะคนค้ำประกันให้ชำระหนี้แทน หากคุณละเลยหรือไม่ยอมจ่ายแทนจนสถานการณ์บานปลายไปถึงขั้นฟ้องร้องบังคับคดี คดีความจะดำเนินไปตามกระบวนการศาล

หลังจากศาลมีคำพิพากษาและคุณกลายเป็นผู้รับภาระหนี้ตามคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ ในบางกรณีสถาบันการเงินอาจนำข้อมูลหนี้เสียในส่วนนี้รายงานเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรในฐานะผู้ก่อหนี้โดยทางอ้อมได้ในภายหลัง

ลืมเรื่องประวัติในบูโรไปได้เลย สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือการถูกยึดทรัพย์สินของตัวเองเพื่อขายทอดตลาดนำเงินไปใช้หนี้ให้คนอื่น

สิทธิทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันไว้บางส่วน โดยเจ้าหนี้จะต้องส่งหนังสือเตือนผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระ และห้ามมิให้ข้อสัญญกำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เว้นแต่จะเป็นการค้ำประกันนิติบุคคล

เปรียบเทียบตารางความแตกต่างระหว่าง ผู้ค้ำประกัน vs ผู้กู้ร่วม บนระบบบูโร

เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและมองเห็นภาพรวมของความรับผิดชอบรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในหน้าเดียว สามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างได้ดังนี้

ผู้ค้ำประกัน (Guarantor) ⭐

• รับผิดชอบเมื่อลูกหนี้หลักผิดนัดชำระ และเจ้าหนี้ทำหนังสือทวงถามตามขั้นตอนกฎหมาย

• ไม่กระทบโดยตรงในระบบบูโร แต่อาจถูกสถาบันการเงินประเมินภาระผูกพันภายนอก

• ไม่มีการจัดเก็บและไม่แสดงยอดหนี้ในรายงานเครดิตบูโรตั้งแต่เริ่มต้น

ผู้กู้ร่วม (Co-Borrower)

• ร่วมรับผิดชอบในฐานะลูกหนี้ร่วมตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญา ไม่ต้องรอให้ใครเบี้ยวหนี้

• กระทบโดยตรง ยอดหนี้จะถูกนำไปคำนวณเป็นภาระหนี้สินปัจจุบันทำให้กู้สิ่งอื่นได้น้อยลง

• โชว์ข้อมูลยอดหนี้และประวัติการชำระเงินเต็มจำนวนในรายงานบูโรทันที

จากการเปรียบเทียบจะเห็นว่า ผู้ค้ำประกันมีความปลอดภัยในแง่ของระบบประวัติเครดิตบูโรมากกว่าผู้กู้ร่วมอย่างชัดเจนในสภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองตำแหน่งต่างมีความเสี่ยงสูงในทางกฎหมายหากลูกหนี้หลักไม่มีวินัยทางการเงิน

บทเรียนราคาแพงของวิทูรย์: การค้ำประกันรถยนต์ให้เพื่อนร่วมงาน

วิทูรย์ พนักงานบริษัทเอกชนอายุ 34 ปี ในกรุงเทพฯ ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันรถยนต์ให้กับเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันในแผนก เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนขยันและทำงานด้วยกันมานานกว่าสองปี โดยวิทูรย์ไม่ได้ตรวจสอบประวัติการเงินเชิงลึกของเพื่อนเลย

ผ่านไปเพียงห้าเดือน เพื่อนร่วมงานคนนั้นลาออกจากบริษัทกะทันหันและค้างชำระค่างวดรถยนต์ติดต่อกันถึงสามงวด วิทูรย์เริ่มได้รับโทรศัพท์ติดตามทวงถามจากบริษัทไฟแนนซ์ ทำให้เขาเกิดความวิตกกังวลและเครียดจนส่งผลต่อการทำงาน

วิทูรย์รีบไปเช็กเครดิตบูโรของตัวเองผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเพราะกลัวว่าจะติดแบล็กลิสต์ ปรากฏว่าประวัติของเขายังปกติและไม่มีหนี้ก้อนนี้โชว์อยู่ เขาจึงเข้าใจกฎระบบบูโรและหันไปปรึกษาทนายความเพื่อใช้สิทธิ์บอกกล่าวให้ไฟแนนซ์ไปไล่เบี้ยยึดรถคืนจากลูกหนี้หลักก่อน

หลังจากบริษัทไฟแนนซ์ตามยึดรถยนต์คันดังกล่าวไปขายทอดตลาด ปรากฏว่ายังมีส่วนต่างหนี้เหลืออยู่ประมาณห้าหมื่นบาท วิทูรย์ตัดสินใจเจรจาขอผ่อนชำระส่วนต่างนั้นแทนเพื่อตัดปัญหาการถูกฟ้องศาล ทำให้เขาต้องสูญเสียเงินเก็บแต่สามารถรักษาประวัติทางการเงินของตัวเองไว้ได้อย่างปลอดภัย

ความเข้าใจผิดทั่วไป

กังวลว่าการเซ็นค้ำประกันจะทำให้ประวัติทางการเงินเสียหรือติดแบล็กลิสต์ไหม

การเซ็นค้ำประกันจะไม่มีการบันทึกประวัติหนี้เสียหรือทำให้คุณติดแบล็กลิสต์ในระบบเครดิตบูโรตราบใดที่หนี้ยังไม่ถูกฟ้องร้องจนถึงที่สุด ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและแสดงสถานะเฉพาะประวัติของผู้ขอกู้เงินโดยตรงเท่านั้น

กลัวว่าจะยื่นขอสินเชื่อหรือกู้ซื้อบ้านซื้อรถของตัวเองไม่ผ่านในอนาคตหลังจากค้ำประกันให้คนอื่น

คุณยังสามารถยื่นกู้ซื้อบ้านหรือรถของตัวเองได้ตามปกติเนื่องจากยอดหนี้จากการค้ำประกันไม่โชว์ในบูโร แต่อาจมีผลเล็กน้อยหากสถาบันการเงินตรวจสอบเจอภาระผูกพันภายนอกสัญญาและประเมินว่าคุณมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ถ้าเราติดเครดิตบูโรอยู่แล้ว จะสามารถไปเซ็นค้ำประกันซื้อรถให้คนอื่นได้ไหม

หากคุณมีประวัติเครดิตบูโรที่ไม่ดีหรือมีสถานะค้างชำระหนี้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับคุณเป็นผู้ค้ำประกัน เนื่องจากคนค้ำประกันจำเป็นต้องมีประวัติทางการเงินที่สะอาดและน่าเชื่อถือเพื่อเป็นหลักประกันรองรับความเสี่ยง

ภาพรวมทั่วไป

ระบบบูโรไม่เก็บข้อมูลคนค้ำ

เครดิตบูโรจัดเก็บเฉพาะข้อมูลประวัติของผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมเท่านั้น ข้อมูลผู้ค้ำประกันจะไม่ถูกบันทึกลงในระบบรายงานข้อมูลเครดิตแต่อย่างใด

เช็กความต่างก่อนเซ็นสัญญา

ต้องอ่านรายละเอียดในสัญญาให้รอบคอบว่าตนเองเซ็นในฐานะ ผู้ค้ำประกัน หรือ ผู้กู้ร่วม เพราะผู้กู้ร่วมหนี้จะโชว์ในบูโรทันที 100 เปอร์เซ็นต์

หากคุณกังวลใจเรื่องสิทธิ์ของตัวเอง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นภาระหนี้สินของตนได้ในกรณีใด เพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้อง
สสิทธิ์กฎหมายช่วยบรรเทาภาระ

กฎหมายใหม่คุ้มครองให้ผู้ค้ำประกันรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่ระบุในสัญญา และเจ้าหนี้ต้องแจ้งเตือนภายใน 60 วันนับจากวันที่ลูกหนี้เริ่มเบี้ยวหนี้