ค่าวัสดุ มีอะไรบ้าง
ค่าวัสดุ มีอะไรบ้าง? เกณฑ์ราคาต่ำกว่า 5,000 บาท
การจำแนก ค่าวัสดุ มีอะไรบ้าง ช่วยให้การวางแผนงบประมาณมีความแม่นยำสูงสุด ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบคุณสมบัติสิ่งของอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี การทำความเข้าใจความแตกต่างของประเภททรัพย์สินส่งผลดีต่อการบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านการตรวจสอบ
ค่าวัสดุ คืออะไรและครอบคลุมรายจ่ายด้านไหนบ้าง
ค่าวัสดุคือรายจ่ายเพื่อจัดซื้อสิ่งของที่มีลักษณะโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมหมดไป หรือแปรสภาพไป ไม่คงลักษณะเดิม หรือสิ่งของที่มีอายุการใช้งานไม่ยืนยาว (โดยทั่วไปไม่เกิน 1 ปี) รวมถึงสิ่งของที่มีราคาต่อหน่วยไม่สูงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด - ซึ่งมักจะเป็นของใช้จิปาถะที่เราเห็นกันในออฟฟิศทุกวันนั่นเอง
ในการทำงานจริง การจำแนกค่าวัสดุไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมีผลโดยตรงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงบัญชีทรัพย์สิน จุดที่มักเกิดความผิดพลาดบ่อยคือกรณี อะไหล่และอุปกรณ์เสริม ซึ่งบางรายการแม้มีราคาหลายพันบาท แต่ยังถูกจัดเป็นวัสดุ บทความส่วน วัสดุคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง ด้านล่างจะอธิบายหลักการแยกของราคาสูงออกจากหมวดครุภัณฑ์อย่างชัดเจน
เกณฑ์พื้นฐานในการพิจารณาความเป็นวัสดุ
หลักการง่ายๆ ที่นักบัญชีใช้ตรวจสอบมีอยู่ 3 ข้อหลัก คือ สภาพของสิ่งของ (ใช้แล้วหมดไปไหม) อายุการใช้งาน (สั้นหรือยาว) และราคาต่อหน่วย (ต่ำกว่าเกณฑ์ไหม) หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งมักจะถูกจัดเป็นวัสดุ ตัวอย่างเช่น กระดาษปริ้นงานที่ใช้แล้วหมดไป หรือหลอดไฟที่เสียแล้วต้องทิ้งเปลี่ยนใหม่ สิ่งเหล่านี้คือ ค่าวัสดุ มีอะไรบ้าง ร้อยเปอร์เซ็นต์
เจาะลึก 10 ประเภทของวัสดุตามระเบียบงบประมาณปี 2569
การเข้าใจ ประเภทของวัสดุ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ช่วยให้เราจัดงบประมาณได้แม่นยำขึ้น โดยทั่วไปในระบบงบประมาณจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆ ดังนี้
1. วัสดุสำนักงาน (Office Supplies)
นี่คือหมวดที่ใหญ่ที่สุดและมีการเบิกจ่ายบ่อยที่สุด ในแต่ละปี องค์กรขนาดกลางมักจะเสียค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ประมาณไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของงบดำเนินงานทั้งหมด[1] รายการค่าวัสดุสำนักงาน ที่พบบ่อยได้แก่: กระดาษ (A4, กระดาษต่อเนื่อง, กระดาษโน้ต) ปากกา, ดินสอ, ยางลบ, ไม้บรรทัด แฟ้มเก็บเอกสาร, ลวดเย็บกระดาษ, คลิปหนีบกระดาษ หมึกพิมพ์ (โทนเนอร์, อิงค์เจ็ท) เทปกาว, กาว, ตรายาง (ที่สั่งทำเฉพาะ)
2. วัสดุไฟฟ้าและวิทยุ
ครอบคลุมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการบำรุงรักษาหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กที่เสื่อมสภาพเร็ว เช่น หลอดไฟ, สายไฟ, ฟิวส์, สวิตช์ไฟ, แบตเตอรี่ (ถ่านไฟฉาย), และไมโครโฟนที่มีราคาไม่สูง
3. วัสดุคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์
จำที่ผมค้างไว้ตอนแรกได้ไหม? อะไหล่คอมพิวเตอร์หลายอย่างถูกจัดเป็น ค่าวัสดุ มีอะไรบ้าง แม้ราคาจะหลายพันบาทก็ตาม เช่น แรม (RAM), ฮาร์ดดิสก์ (Hard Drive), หรือแม้แต่การ์ดจอที่ซื้อมาเพื่อ ซ่อมแซม หรือ อัปเกรด เครื่องเดิม - เพราะมันไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งชุด นอกจากนี้ยังรวมถึง: เมาส์และคีย์บอร์ด (ที่เป็นของใช้แยกส่วน) แฟลชไดรฟ์, แผ่นซีดี/ดีวีดี โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ที่มีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 5,000 บาท (หรือตามเกณฑ์ปัจจุบัน)
4. วัสดุก่อสร้าง (เพื่อการซ่อมแซม)
มักจะสับสนกับงานปรับปรุงอาคารขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นการซื้อมาเพื่อซ่อมแซมเล็กน้อยจะถือเป็นวัสดุ เช่น ปูนซีเมนต์, ทราย, กระเบื้อง, ตะปู, สีทาบ้าน, และแปรงทาสี
5. วัสดุยานพาหนะและขนส่ง
สิ่งของที่ใช้กับรถยนต์ขององค์กร เช่น ยางนอก, ยางใน, หัวเทียน, สายพาน, น้ำมันเบรก, และไส้กรองน้ำมันเครื่อง
ความแตกต่างที่สำคัญ: ค่าวัสดุ กับ ค่าครุภัณฑ์ ต่างกันอย่างไร
ปัญหาโลกแตกของพัสดุคือ วัสดุ กับ ครุภัณฑ์ ต่างกันอย่างไร ในทางปฏิบัติ เรามีเกณฑ์การตัดสินที่ค่อนข้างชัดเจนเพื่อป้องกันการลงบัญชีผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้การรายงานสินทรัพย์ขององค์กรไม่ตรงกับความเป็นจริง
โดยทั่วไป สิ่งของที่จะเป็นครุภัณฑ์ต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ประการ คือ มีความคงทนถาวร มีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี และมีราคาต่อหน่วยเกินกว่า 5,000 บาท (อ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่ในปี 2569) [3] ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง หรือราคาไม่ถึงเกณฑ์ ก็มักจะตกไปอยู่ในหมวดวัสดุทันที
เชื่อไหมว่า ในหลายๆ ครั้ง ของที่ดูเหมือนครุภัณฑ์อย่าง เก้าอี้ ถ้าเราซื้อมาในราคาตัวละ 1,200 บาท มันจะถูกลงบัญชีเป็น วัสดุคงทน ไม่ใช่ครุภัณฑ์ - ซึ่งเรื่องนี้มักจะทำให้หัวหน้าแผนกหลายคนตกใจตอนตรวจนับทรัพย์สินช่วงปลายปี
เทคนิคการแยกประเภทวัสดุให้ไม่พลาด
จากประสบการณ์ในการตรวจสอบงบประมาณ สามารถสรุป หลักเกณฑ์การจำแนกวัสดุ เบื้องต้นได้ 3 ขั้นตอน เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันการถูกทักท้วงจากฝ่ายตรวจสอบในภายหลัง
1. เช็กความหายไป: ลองถามตัวเองว่า ถ้าใช้สิ่งนี้ไปแล้ว มันจะยังเหลือรูปทรงเดิมอยู่ไหม? ถ้าคำตอบคือไม่ (เช่น น้ำมัน, กาว) มันคือวัสดุแน่นอน 2. เช็กราคา: ถ้าสิ่งนั้นดูทนทาน (เช่น ตู้เหล็กเล็กๆ) แต่ราคาดันถูกกว่า 5,000 บาท ให้เช็กระเบียบหน่วยงานคุณดู ส่วนใหญ่จะให้ลงเป็นวัสดุ 3. เช็กวัตถุประสงค์: ซื้อมาเปลี่ยนแทนของเก่าที่เสียใช่ไหม? ถ้าใช่ (เช่น เปลี่ยนจอภาพคอมพิวเตอร์ที่พัง) มักจะเป็นค่าวัสดุซ่อมแซม
จริงอยู่ที่ระเบียบอาจจะดูจุกจิก แต่เชื่อเถอะว่าการแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจนตั้งแต่วันที่ทำใบขอซื้อจะช่วยลดความปวดหัวได้มหาศาล สถิติชี้ว่าความผิดพลาดในการลงบัญชีทรัพย์สินส่วนใหญ่เกิดจากการจำแนกประเภทวัสดุและครุภัณฑ์ผิดตั้งแต่ขั้นตอนการเบิกจ่าย [2]
ตารางสรุปเปรียบเทียบ วัสดุ vs ครุภัณฑ์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบปัจจัยหลักที่ใช้ในการจำแนกสิ่งของแต่ละประเภทด้านล่างนี้ค่าวัสดุ (Materials)
โดยปกติสั้นกว่า 1 ปี หรือใช้แล้วหมดไป/เสื่อมสภาพเร็ว
สิ้นเปลือง แตกหักง่าย หรือสูญเสียสภาพเดิมหลังการใช้งาน
ราคาต่อหน่วยมักต่ำกว่า 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระเบียบหน่วยงาน)
กระดาษ, ปากกา, หลอดไฟ, แฟลชไดรฟ์, หมึกพิมพ์
ค่าครุภัณฑ์ (Assets)
ยาวนานกว่า 1 ปี และมีลักษณะคงทนถาวร
ยังคงรูปสภาพเดิมแม้จะใช้งานผ่านไปนาน แข็งแรง
ราคาต่อหน่วยมักตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป (มาตรฐานปี 2569)
เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, คอมพิวเตอร์ชุดใหญ่, โต๊ะทำงาน
กฎเหล็กคือให้ดูที่ลักษณะการใช้งานก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรื่องราคา หากเป็นของที่ซื้อมาประกอบเข้ากับของเดิมเพื่อซ่อมแซม แม้ราคาจะสูงก็มักจัดเป็นวัสดุ แต่ถ้าเป็นของใหม่ที่ทำงานได้ด้วยตัวเองและมีราคาสูง ให้จัดเป็นครุภัณฑ์ความสับสนของฝ่ายพัสดุในโรงเรียนประถม
คุณวิภา เจ้าหน้าที่พัสดุมือใหม่ในโรงเรียนต่างจังหวัด ต้องจัดซื้อเมาส์คอมพิวเตอร์จำนวน 20 อัน อันละ 350 บาท และฮาร์ดดิสก์สำหรับเก็บข้อมูลอีก 2 ตัว ตัวละ 2,500 บาท เธอไม่แน่ใจว่าจะลงงบหมวดไหนเพราะยอดรวมมันเกิน 5,000 บาท
เริ่มแรกคุณวิภาลองใส่รวมเป็นงบครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพราะคิดว่าของพวกนี้มันใช้ได้นานหลายปี ผลคือฝ่ายบัญชีตีกลับทันทีเพราะเมาส์และฮาร์ดดิสก์รายชิ้นมีราคาไม่ถึงเกณฑ์ครุภัณฑ์และถือเป็นอุปกรณ์เสริม
เธอจึงได้รู้ความจริงว่า ต่อให้ซื้อรวมกันยอดจะสูงแค่ไหน แต่ถ้าแยกราคาต่อหน่วยแล้วไม่ถึงเกณฑ์ และสิ่งนั้นไม่ใช่ 'คอมพิวเตอร์ทั้งชุด' ก็ต้องจัดเป็นค่าวัสดุคอมพิวเตอร์เท่านั้น
สุดท้ายเธอแก้ไขเอกสารเป็นค่าวัสดุคอมพิวเตอร์ ทำให้การเบิกจ่ายผ่านฉลุยใน 2 วัน และคุณวิภาก็จำขึ้นใจว่าห้ามเอา 'ยอดรวม' มาตัดสินประเภทของทรัพย์สิน
ขยายความรู้
แฟลชไดรฟ์ราคา 800 บาท เป็นวัสดุหรือครุภัณฑ์?
จัดเป็นค่าวัสดุคอมพิวเตอร์ครับ เพราะราคาต่อหน่วยไม่ถึง 5,000 บาท และมักมีอายุการใช้งานไม่แน่นอนหรือสูญหายง่าย
ถ้าซื้อโปรแกรม Microsoft Office ราคา 4,500 บาท จัดเป็นอะไร?
จัดเป็นค่าวัสดุคอมพิวเตอร์ (หมวดซอฟต์แวร์) เนื่องจากราคาไม่เกิน 5,000 บาท แต่ถ้าโปรแกรมนั้นราคา 10,000 บาทขึ้นไป จะต้องจัดเป็นค่าครุภัณฑ์ซอฟต์แวร์แทน
เมาส์ไร้สายที่เสียบกับคอมพิวเตอร์เดิม ถือเป็นค่าวัสดุใช่ไหม?
ใช่ครับ ถือเป็นวัสดุคอมพิวเตอร์ แม้จะเป็นของที่มีความทนทานในระดับหนึ่งแต่ด้วยราคาและลักษณะที่เป็นอุปกรณ์เสริมจึงจัดอยู่ในหมวดวัสดุ
เก้าอี้สำนักงานราคา 3,500 บาท เป็นวัสดุหรือไม่?
ตามเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่จัดเป็น 'วัสดุคงทน' ครับ เนื่องจากราคาต่อหน่วยไม่ถึง 5,000 บาท แม้จะใช้งานได้หลายปีก็ตาม
ประเด็นสำคัญ
เน้นดูที่ 'ราคาต่อหน่วย' ไม่ใช่ยอดรวมห้ามตัดสินประเภทสิ่งของจากยอดรวมในใบแจ้งหนี้ ให้ดูราคาแยกรายชิ้นเป็นหลักเพื่อความถูกต้องตามระเบียบ
สิ่งของใช้แล้วหมดไปคือวัสดุ 100%กระดาษ น้ำมัน กาว สารเคมี กลุ่มนี้ไม่ต้องคิดมาก จัดเข้าหมวดค่าวัสดุได้ทันที
วัสดุคอมพิวเตอร์คือหมวดที่ผิดบ่อยที่สุดอุปกรณ์เสริมอย่าง แรม การ์ดจอ หรือฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อมาอัปเกรดเครื่องเดิม ให้ลงเป็นค่าวัสดุเสมอ
ความผิดพลาดมีราคาสูงสถิติพบว่าการลงบัญชีผิดหมวดทำให้เสียเวลาในการแก้ไขเอกสารเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าเมื่อเทียบกับการตรวจสอบให้ดีแต่แรก
ข้อมูลสำหรับอ้างอิง
- [1] Kacha - ในแต่ละปี องค์กรขนาดกลางมักจะเสียค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ประมาณไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของงบดำเนินงานทั้งหมด
- [2] Ddc - สถิติชี้ว่าความผิดพลาดในการลงบัญชีทรัพย์สินส่วนใหญ่เกิดจากการจำแนกประเภทวัสดุและครุภัณฑ์ผิดตั้งแต่ขั้นตอนการเบิกจ่าย
- [3] Nakhonpathom - โดยทั่วไป สิ่งของที่จะเป็นครุภัณฑ์ต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ประการ คือ มีความคงทนถาวร มีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี และมีราคาต่อหน่วยเกินกว่า 5,000 บาท (อ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่ในปี 2569)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต