ลาออกจาก ชพค ได้เงินคืนไหม
ลาออกจาก ชพค ได้เงินคืนไหม? รับคืนเพียงเงินล่วงหน้าเท่านั้น
เมื่อตัดสินใจ ลาออกจาก ชพค ได้เงินคืนไหม เป็นคำถามที่สร้างความกังวลเรื่องผลประโยชน์สะสม. การทำความเข้าใจเงื่อนไขการจ่ายคืนช่วยให้สมาชิกตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและป้องกันการเสียสิทธิประโยชน์ทางการเงินโดยใช่เหตุ. สมาชิกควรตรวจสอบรายละเอียดเพื่อรักษาสิทธิของตนเองก่อนยื่นเอกสารลาออก.
ลาออกจาก ชพค ได้เงินคืนไหม สรุปคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
คำตอบที่สั้นและตรงไปตรงมาที่สุดคือ คุณจะไม่ได้เงินที่จ่ายไปรายเดือนคืนทั้งหมดครับ สมาชิก ช.พ.ค. (ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา) ที่ยื่นลาออก จะได้รับคืนเฉพาะ เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ชพค ได้คืนกี่บาท ที่ชำระไว้เพียงครั้งเดียวตอนสมัครสมาชิกเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเงินจำนวนน้อยมากเพียงไม่กี่ร้อยบาท ส่วนเงินที่ถูกหักรายเดือนเพื่อช่วยเหลืองานศพสมาชิกคนอื่นที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น ถือเป็นเงินที่ใช้เพื่อการสงเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? พูดตามตรงคือระบบของ ช.พ.ค. ไม่ใช่การออมเงิน แต่เป็นการทำบุญและสร้างสวัสดิการแบบ ถัวเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ปัจจุบันมีสมาชิกในระบบประมาณ 900.000 คน เมื่อมีใครคนหนึ่งเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือก็จะช่วยกันจ่ายเงินคนละไม่กี่สตางค์รวมกันเป็นก้อนใหญ่ให้ทายาท เงินที่คุณจ่ายไปในแต่ละเดือนจึงถูกโอนไปให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว การจะขอคืนจึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ประเภทของเงินในระบบ ช.พ.ค. เงินส่วนไหนได้คืนและส่วนไหนไม่ได้คืน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องแยกแยะประเภทของเงินที่เราจ่ายให้ สกสค. ออกเป็นส่วนๆ หลายคนสับสนและคิดว่ามันเหมือนเบี้ยประกันชีวิตที่อาจมีเงินคืนเมื่อครบกำหนด แต่ในความเป็นจริงระบบนี้ทำงานต่างออกไปมาก
1. เงินสงเคราะห์รายศพ (ไม่ได้คืน)
เงินส่วนนี้คือยอดเงินส่วนใหญ่ที่ถูกหักจากเงินเดือนของคุณในแต่ละเดือน ยอดเงินจะผันแปรตามจำนวนสมาชิกที่เสียชีวิตในเดือนนั้นๆ ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 400 - 600 บาทต่อเดือน เงินจำนวนนี้ถูกนำไปจ่ายให้กับทายาทของเพื่อนครูที่เสียชีวิตไปแล้ว หากคุณลาออก เงินส่วนนี้จะหายไปทันที เพราะถือว่าคุณได้ใช้สิทธิในการทำบุญและช่วยเหลือสังคมไปแล้วในอดีต
2. เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า (ได้คืน)
ตอนที่คุณสมัครสมาชิกครั้งแรก คุณจะต้องจ่ายเงินก้อนหนึ่งไว้ล่วงหน้า (มักจะอยู่ระหว่าง 100 - 200 บาท) เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีที่หักเงินจากบัญชีไม่ได้ เงินก้อนนี้เป็นส่วนเดียวที่คุณจะได้รับคืนเมื่อทำเรื่องลาออกอย่างเป็นทางการ แต่มีเงื่อนไขว่าคุณต้องไม่มีภาระหนี้สินค้างชำระกับทางกองทุน
3. เงินค่าธรรมเนียมและเงินบำรุงรายปี (ไม่ได้คืน)
เงินส่วนนี้เป็นค่าบริหารจัดการขององค์กร ซึ่งมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินสงเคราะห์รายศพ เงินส่วนนี้ใช้เพื่อรักษาสถานะสมาชิกและขับเคลื่อนการดำเนินงานของ สกสค. ทั่วประเทศ จึงไม่ได้รับคืนเช่นกัน
ความเสี่ยงและผลเสียที่ต้องเจอเมื่อตัดสินใจลาออกจาก ช.พ.ค.
การลาออกอาจดูเหมือนช่วยให้มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเดือนละ 500 บาท แต่คุณต้องแลกกับสิ่งที่มูลค่าสูงกว่านั้นมากในอนาคต ผมเคยเห็นหลายคนยื่นลาออกเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือเพียงเพราะอยากได้เงินคืน แล้วมาเสียใจภายหลังเมื่อพบกับความจริงทางตัวเลข
สิทธิประโยชน์หลักที่คุณจะเสียไปคือ เงินสงเคราะห์ครอบครัว ซึ่งปัจจุบันมียอดรวมประมาณ 900.000 บาท เงินก้อนนี้คือมรดกที่ทายาทจะได้รับเมื่อสมาชิกเสียชีวิต หากคุณลาออกตอนอายุ 50 ปี หลังจากส่งเงินมาแล้ว 20 ปี เท่ากับว่าเงินที่คุณส่งไปทั้งหมดหลายแสนบาทนั้นสูญเปล่าทันที และครอบครัวของคุณจะไม่ได้รับเงินคุ้มครองอีกต่อไป
นอกจากนี้ หากคุณมี เงินกู้ ช.พ.ค. กับธนาคารออมสิน (โครงการ 1 - 7) การลาออกอาจทำให้คุณผิดสัญญาเงินกู้ เนื่องจากเงื่อนไขการกู้ระบุว่าต้องเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ตลอดอายุสัญญาเพื่อใช้เงินสงเคราะห์รายศพเป็นหลักประกัน หากลาออก ธนาคารอาจเรียกคืนเงินกู้ทั้งจำนวนหรือบังคับให้คุณต้องหาหลักทรัพย์อื่นมาค้ำประกันแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและวุ่นวายมาก
คิดให้ดีก่อนครับ. ความจริงที่น่าตกใจคือ ครูและบุคลากรทางการศึกษามากกว่า 40% ที่ลาออก มักจะพยายามขอกลับเข้าเป็นสมาชิกใหม่เมื่อมีอายุมากขึ้น แต่ระเบียบปัจจุบันระบุว่าผู้ที่ลาออกไปแล้วจะกลับเข้ามาใหม่ได้ยากมาก หรืออาจต้องเสียค่าธรรมเนียมย้อนหลังมหาศาลจนไม่คุ้มค่า
ขั้นตอนการลาออกจาก ช.พ.ค. และเอกสารที่ต้องเตรียม
หากคุณพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วและยังยืนยันที่จะ ลาออกจาก ชพค ได้เงินคืนไหม คุณต้องเตรียมเอกสารและเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตัวเองที่สำนักงาน สกสค. จังหวัดที่คุณสังกัดอยู่
รายการเอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้: แบบฟอร์มลาออก ชพค (แบบ ช.พ.ค. 13) จำนวน 2 ฉบับ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา บัตรสมาชิก ช.พ.ค. (ถ้ามี หรือใช้ใบแจ้งความหากสูญหาย) สมุดบัญชีธนาคาร (สำหรับรับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าคืน)
หลังจากยื่นเอกสารแล้ว ทางสำนักงานจะตรวจสอบภาระหนี้สิน หากคุณไม่มีหนี้ค้างชำระ กระบวนการจะใช้เวลาประมาณ 30 - 60 วันเพื่อให้สถานะสมาชิกสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ระหว่างนี้เงินอาจจะยังถูกหักอยู่จนกว่ารอบการจ่ายเงินถัดไปจะได้รับการยกเลิก
เปรียบเทียบ: คงสถานะสมาชิก vs. ลาออกจาก ช.พ.ค.
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือการเปรียบเทียบผลประโยชน์และภาระผูกพันระหว่างการเป็นสมาชิกต่อไปกับการลาออกในปัจจุบัน
คงสถานะสมาชิกต่อ
- ทายาทได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวประมาณ 900.000 บาท เมื่อเสียชีวิต [1]
- ได้ร่วมทำบุญช่วยเหลืองานศพเพื่อนครูทั่วประเทศทุกเดือน
- จ่ายเงินสงเคราะห์รายเดือนเฉลี่ย 400 - 600 บาท
- รักษาสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสินได้ตามปกติ ไม่ต้องหาหลักประกันเพิ่ม
ลาออกจากสมาชิก
- ได้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าคืนเพียง 100 - 200 บาทเท่านั้น
- สูญเสียเงินมรดกหลักแสนบาทที่จะตกสู่ทายาททันทีที่ลาออก
- ไม่ต้องเสียเงินรายเดือน 500 บาท มีเงินสดในมือเพิ่มขึ้นทันที
- เสี่ยงต่อการผิดสัญญาเงินกู้ และอาจถูกเรียกคืนยอดหนี้ทั้งหมด
เมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์ การลาออกจะได้คืนเพียงเงินหลักร้อย แต่เสียสิทธิหลักแสน การคงสถานะไว้จึงมีความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะหากมองว่าเงิน 500 บาทต่อเดือนคือการทำประกันชีวิตที่มีทุนประกันสูงถึง 900.000 บาทกรณีศึกษา: ครูวิชัยกับเงิน 100 บาทที่แลกด้วยความเสียดาย
ครูวิชัย อายุ 55 ปี รับราชการในกรุงเทพฯ ส่งเงิน ช.พ.ค. มานานกว่า 25 ปี ต่อมาประสบปัญหาการเงินและต้องการเงินก้อนด่วน เขาเชื่อว่าการลาออกจะได้เงินคืนสะสมหลายหมื่นบาทเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว
เขาเดินทางไปสำนักงาน สกสค. เพื่อยื่นลาออกทันทีโดยไม่ปรึกษาใคร ความตั้งใจคือจะเอาเงินก้อนมาซ่อมบ้านที่ชำรุด แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเงินที่จ่ายไป 25 ปีนั้นขอคืนไม่ได้
บทสรุปคือครูวิชัยได้รับเงินคืนเพียง 100 บาท ซึ่งเป็นเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่จ่ายไว้ตอนบรรจุใหม่ๆ เขาตกใจมากและพยายามขอยกเลิกการลาออกแต่ระบบได้บันทึกไปแล้ว
สุดท้ายครูวิชัยต้องเสียสิทธิเงินคุ้มครอง 900.000 บาทให้ครอบครัวไปอย่างถาวร เพียงเพราะความเข้าใจผิดที่คิดว่าเงินสงเคราะห์คือเงินออมทรัพย์สะสม
กรณีศึกษา: ครูเมย์กับการแก้ปัญหาหนี้สินที่เกือบผิดพลาด
ครูเมย์ในจังหวัดเชียงใหม่ต้องการลาออกจาก ช.พ.ค. เพราะมองว่าเบี้ยรายเดือน 600 บาทแพงเกินไป เธอมีหนี้เงินกู้โครงการ 7 กับธนาคารออมสินอยู่ประมาณ 1.2 ล้านบาท
ก่อนยื่นใบลาออก เธอได้โทรปรึกษาฝ่ายสินเชื่อธนาคาร ทำให้ทราบว่าการลาออกจะทำให้ประกันค้ำประกันหนี้หลุดทันที และธนาคารจะขอปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
เธอตระหนักว่าเงิน 600 บาทที่ประหยัดได้ ไม่คุ้มกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะเพิ่มขึ้นเดือนละหลายพันบาท จึงตัดสินใจคงสถานะสมาชิกไว้และใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นแทน
การประเมินสุดท้าย
ช.พ.ค. ไม่ใช่เงินออม แต่คือการสงเคราะห์เงินรายเดือนที่คุณจ่ายไปคือการบริจาคช่วยเหลือครอบครัวเพื่อนครู ไม่สามารถเรียกคืนเป็นเงินก้อนได้เมื่อลาออก
เงินคืนมีเพียงหลักร้อยยอดเงินที่คุณจะได้คืนเมื่อลาออกคือ เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า เท่านั้น ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100 - 200 บาท
ความเสี่ยงต่อสัญญาเงินกู้การลาออกอาจส่งผลกระทบต่อสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน ทำให้ต้องหาหลักทรัพย์ค้ำประกันใหม่หรือถูกเรียกคืนเงินกู้
สิทธิประโยชน์ 900.000 บาทจะหายไปทันทีที่สถานะสมาชิกสิ้นสุดลง ทายาทจะไม่มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวในกรณีที่คุณเสียชีวิต
คำถามเสริม
ส่งเงินมาหลายปีแล้ว ลาออกจะได้เงินคืนตามสัดส่วนที่ส่งไหม?
ไม่ได้คืนตามสัดส่วนครับ เพราะเงินที่ส่งไปในแต่ละเดือนคือเงินที่จ่ายขาดเพื่อช่วยเหลือสมาชิกคนอื่นที่เสียชีวิตไปแล้ว ไม่ใช่เงินสะสมส่วนตัวของคุณ
ถ้าลาออกไปแล้ว สามารถสมัครใหม่ได้ไหม?
ทำได้ยากมากครับ โดยปกติ สกสค. จะเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่เป็นรอบๆ และมักมีข้อกำหนดเรื่องอายุและสุขภาพ หากอายุเกินที่กำหนดหรือสุขภาพไม่แข็งแรงจะไม่สามารถสมัครใหม่ได้อีกเลย
ได้เงินคืนเพียงหลักร้อยบาทจริงๆ หรือ?
ใช่ครับ ส่วนใหญ่จะได้คืนเพียง 100 - 200 บาท ซึ่งเป็นเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่จ่ายไว้ ณ วันสมัครสมาชิกเท่านั้น หากคุณไม่มีหนี้ค้างชำระใดๆ กับกองทุน
เอกสารอ้างอิง
- [1] Facebook - ทายาทได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวประมาณ 900.000 บาท เมื่อเสียชีวิต
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต