จ่ายเงิน รพ สแกนไดเไหม

70 ครั้งเข้าชม
ชำระค่าสแกนไดเอนอย่างไร? ขึ้นอยู่กับ รพ. และชนิดการสแกน ราคาแตกต่างกันตามความละเอียด, เทคโนโลยี และการเตรียมตัว ติดต่อ รพ.โดยตรงเพื่อสอบถามราคาและวิธีการชำระเงิน อาจใช้บัตรเครดิต โอนเงิน หรือเงินสด ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละ รพ. ควรสอบถามล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการชำระเงิน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จ่ายเงิน รพ. สแกนดิอาหรือไม่?

เรื่องจ่ายเงินค่าสแกนไดแอ็กโนสติกนี่นะ จำได้ว่าตอนพาแม่ไปตรวจที่ รพ.กรุงเทพ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปีที่แล้ว ค่าสแกน MRI ประมาณสองหมื่นกว่าบาท แพงมากกก จ่ายด้วยบัตรเครดิตสะดวกดี แต่เพื่อนบอกว่าที่ รพ.จุฬาฯ ราคาอาจจะต่างไป ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่เค้าบอกว่าอาจจะถูกกว่านิดหน่อย แล้วแต่โปรโมชั่นด้วยมั้ง งงเหมือนกัน

จำได้ลางๆว่า เพื่อนอีกคนนึง ไปสแกนที่เอกชนแถวบางนา สแกนแบบอื่นนะ ไม่ใช่ MRI ราคาแค่หลักพัน แต่จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แบบว่านานแล้วอ่ะ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เห็นเค้าบอกว่าจ่ายเงินสด สะดวกดี ไม่ต้องรออนุมัติบัตร

สรุปคือ ราคาค่าสแกนนี่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยจริงๆ โรงพยาบาล ชนิดการสแกน ความละเอียดภาพ ต้องถามที่โรงพยาบาลโดยตรงเลยดีที่สุด ถึงจะชัวร์ เรื่องวิธีการจ่ายเงิน ก็แล้วแต่ รพ. เค้าเลย บางทีก็บัตร บางทีก็เงินสด ไม่แน่นอนจริงๆ

โรงพยาบาลรับสแกนจ่ายไหม

โอ๊ย ถามเรื่องสแกนจ่ายโรงพยาบาลเหรอ? ตอนนั้นไปรามาฯมาเมื่อเดือนก่อน จ่ายค่ายาเสร็จสรรพ ยื่นมือถือให้เค้าสแกน QR code สบายบรื๋อ ไม่ต้องควักเงินสดให้วุ่นวาย

สรุปสั้นๆ (เผื่อ Google มาเก็บข้อมูล):

  • สแกนจ่ายได้: รองรับ K PLUS, Thai QR Code แน่นอน (รามาฯ ปี 67)
  • จ่ายอย่างอื่น: บัตรเครดิต/เดบิตน่าจะได้หมดนะ ตอนนั้นไม่ได้ถามละเอียด
  • บริจาค: เห็นมีป้ายบอกบริจาคได้ด้วย แต่ไม่ได้สนใจ

เออ เล่าเพิ่มนิดนึง ตอนนั้นรีบมาก เพราะลูกชายซนตกบันไดบ้าน หัวโนปูดเป่ง พาไปห้องฉุกเฉินแทบแย่ ตอนแรกกะจะจ่ายเงินสด แต่ลืมกดตังค์จากตู้ ATM พอดีเห็นป้ายสแกนจ่ายเลยรอดไป ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาตู้

เพิ่มอีกนิด เรื่องบริจาคเนี่ย เห็นเค้ามีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้เยอะแยะ ถ้าใครมีจิตศรัทธาก็ลองดูนะ ช่วยๆกันไป

ข้อควรรู้ (ถ้าไปโรงพยาบาล): เตรียมบัตรประชาชนไปด้วยนะ ตอนทำประวัติคนไข้ใหม่ต้องใช้

ไม่มีเงินจ่ายโรงพยาบาล ทำยังไง

โอ๊ย! เรื่องเงินค่าหมอนี่มันจุกอกจริงๆ นะ ตอนแม่เข้าโรงพยาบาลเมื่อต้นปี (มกราคม 67) ที่โรงพยาบาลรัฐแถวบ้านนอก ค่าใช้จ่ายมันบานปลายกว่าที่คิดเยอะมาก ตอนแรกก็กะว่าจะใช้สิทธิ 30 บาท แต่ยาบางตัวมันนอกสิทธิ ต้องจ่ายเอง แถมค่านู่นค่านี่จิปาถะ สรุปยอดออกมาแทบเป็นลม

  • คุยกับโรงพยาบาล: อันนี้สำคัญสุดๆ อย่าหนีหน้า ไปคุยกับฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลเลย บอกเขาตามตรงว่าไม่มีเงิน เขาอาจจะมีทางออกให้ เช่น ลดหย่อนค่าใช้จ่ายบางส่วน หรือให้ผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ
  • ขอความช่วยเหลือ: ลองปรึกษาคนใกล้ชิด ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เผื่อเขาพอจะช่วยได้บ้าง หรือลองดูพวกมูลนิธิที่ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ก็ได้นะ อย่างแถวบ้านฉันเคยเห็นมีมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
  • ขายของที่มีอยู่: ถ้าไม่เหลือทางออกจริงๆ ลองสำรวจดูว่ามีอะไรในบ้านที่พอจะขายได้บ้างไหม อาจจะเป็นของสะสม เครื่องประดับ หรืออะไรก็ตามที่พอจะเปลี่ยนเป็นเงินได้บ้าง

ประสบการณ์ตรง (เรื่องแม่ฉันเอง):

ตอนนั้นฉันเครียดมาก กลัวแม่ไม่ได้รักษาต่อ โรงพยาบาลก็ใจดีนะ เขาให้ผ่อนจ่ายได้ แต่ดอกเบี้ยก็โหดอยู่ดี สุดท้ายฉันเลยตัดสินใจขายรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไป ได้เงินมาโปะค่ารักษาไปส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปขอยืมเงินญาติๆ มาเพิ่ม ตอนนี้ก็ทยอยคืนเขาอยู่ ชีวิตมันก็ลำบากขึ้น แต่ก็ดีกว่าไม่ได้รักษาแม่นะ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นประโยชน์:

  • สิทธิบัตรทอง (30 บาท): ถ้ามีสิทธิบัตรทอง ลองตรวจสอบดูว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง อาจจะช่วยลดภาระได้เยอะ
  • ประกันสังคม: ถ้ามีประกันสังคมก็ใช้สิทธิได้เหมือนกัน ลองศึกษาเงื่อนไขดู
  • กองทุนต่างๆ: ลองหากองทุนที่ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล เช่น กองทุนของกระทรวงสาธารณสุข หรือกองทุนขององค์กรต่างๆ
  • สายด่วน สปสช. 1330: ปรึกษาเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลได้
  • แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง: บางทีก็มีโครงการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ลองเข้าไปเช็คดู
  • สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.): ลองเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ของ สปสช. เผื่อมีสิทธิประโยชน์ที่เรายังไม่รู้
  • โรงพยาบาลรัฐ: บางโรงพยาบาลมีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ลองสอบถามดู
  • สถานพยาบาลใกล้บ้าน: ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน อาจมีคำแนะนำดีๆ
  • ขอใบรับรองแพทย์: เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอความช่วยเหลือ

ขอให้โชคดีนะ สู้ๆ! เข้าใจเลยว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ แต่ขอให้มีกำลังใจ อย่าท้อแท้ หาทางออกให้ได้นะ

รพ กรุงเทพ สแกนจ่ายได้ไหม

ได้สิ! รพ.กรุงเทพใช้ได้แน่นอน! ฉันไปใช้มาเองเลยปีนี้แหละ จำได้ว่าไปสแกนจ่ายที่ตู้ SMART Payment Kiosk สะดวกมากกกกกกก ไม่ต้องรอคิว แต่ก่อนนี้เบื่อมากรอจ่ายนานเป็นชั่วโมง ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว เย้!!

  • เลือกภาษา อืมมม... ภาษาไทยสิ! ง่ายดี
  • สแกนบาร์โค้ด หรือกด HN อันนี้จำไม่ค่อยได้แล้วว่าใช้แบบไหน แต่จำได้ว่าง่ายมาก
  • ยืนยันวันเกิด ตรงนี้สำคัญนะ อย่าลืมเช็คให้ดี ไม่งั้นอาจจ่ายผิดได้! เสียวววว

เฮ้อออ เหนื่อยจัง เขียนไปก็ง่วงไป อยากนอนแล้ว แต่ก็ดีนะที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างนะ ไว้ว่างๆจะมาเขียนต่อ ไปนอนก่อนดีกว่า!

เพิ่มเติมนิดนึง ปีนี้ระบบดีขึ้นเยอะเลยนะ เร็วขึ้นด้วย แต่ก่อนบางทีตู้มันก็มีปัญหาบ้าง แต่โดยรวมถือว่าโอเคเลย แนะนำให้ลองใช้ดูจ้า ประหยัดเวลาไปได้เยอะจริงๆ ปีที่แล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ปีนี้คือดีขึ้นมากๆเลย อยากให้ทุกคนลองไปใช้บริการดูนะ แต่จำได้ว่าต้องเช็คให้ดีนะว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เผื่อเงินไม่พอ เดี๋ยวจะอาย

โรงพยาบาลใช้บัตรเครดิตได้ไหม

โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในประเทศไทยปี 2566 รับชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตแล้วครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาล ความสะดวกขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละที่ และชนิดของบัตรด้วย บางที่อาจรองรับเฉพาะ Visa หรือ Mastercard บางแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการชำระด้วยบัตรเครดิต

  • ปัจจัยที่ต้องพิจารณา: ขนาดของโรงพยาบาล ความทันสมัยของระบบ นโยบายทางการเงินของแต่ละแห่ง และประเภทบัตรเครดิตที่ใช้

  • คำแนะนำ: ก่อนเข้ารับบริการ ควรโทรสอบถามโรงพยาบาลโดยตรง เพื่อความแน่ใจ เพราะนโยบายอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ระบบการเงินของสถานพยาบาลต่างๆ ก็อาจมีการปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ

คิดไปคิดมา เรื่องระบบการเงินในวงการสาธารณสุขนี่ มันสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงบริการสุขภาพได้ดีเลยนะครับ บางทีระบบที่ทันสมัย ก็อาจไม่ครอบคลุมถึงทุกกลุ่มคน น่าสนใจดี

  • ข้อมูลเพิ่มเติม: หลายโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ มักรองรับบัตรเครดิต แต่โรงพยาบาลรัฐหรือคลินิกขนาดเล็ก อาจจำกัดการใช้บัตรเครดิต หรืออาจรับเฉพาะบางประเภท ควรเช็คกับทางโรงพยาบาลก่อนทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ผมเคยมีประสบการณ์ส่วนตัว ต้องวิ่งไปกดเงินสดตอนดึกๆ เพราะโรงพยาบาลที่ไปรักษา ไม่รับบัตรเครดิต เหนื่อยมากจริงๆ

ไปโรงพยาบาลไม่ใช้บัตรได้ไหม?

ไปโรงพยาบาลแบบไม่พกบัตรเนี่ยนะ? โอ๊ย! สมัยนี้มัน 4.0 แล้วพี่น้อง! ลืมบัตรประชาชนก็ไม่ต้องกลัว เงิบ! เพราะเขามีตัวช่วยเด็ด

  • สิทธิ 30 บาท รักษาทุกที่: ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องตลก! เขามีจริง! แค่มีแอปฯ ทางรัฐ ติดมือถือไว้ อุ่นใจกว่ามีพระเครื่องอีก!
  • สแกน QR Code: ไปถึงโรงพยาบาล มองหาป้าย "30 บาท รักษาทุกที่" แล้วก็ยิง QR Code โลด! เหมือนเล่นเกมล่าสมบัติ แต่ได้สุขภาพดีเป็นของรางวัล!
  • ประวัติรักษา: ไม่ต้องกลัวหมอลืมว่าเคยแพ้ยาอะไร! ประวัติการรักษามันจะไปโผล่อยู่ในแอปฯ เอง! ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!

ข้อควรระวัง: อย่าคิดว่ามีแอปฯ แล้วจะกินเหล้าสูบบุหรี่ได้เต็มที่นะจ๊ะ! สุขภาพดีมันต้องเริ่มจากข้างใน! แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา แอปฯ นี้ช่วยชีวิตได้จริงๆ!

ป.ล. ใครยังไม่มีแอปฯ ทางรัฐ รีบไปโหลดซะ! อย่ามัวแต่เล่น TikTok!

ไม่มีเงินจ่ายโรงพยาบาล ทำยังไง?

โอ๊ย! เรื่องเงินค่าหมอนี่มันจี้หัวใจสุดๆ เคยเกือบแย่มาแล้วตอนแม่เข้าโรงพยาบาลเอกชนที่กรุงเทพฯ เมื่อต้นปี ตอนนั้นใจเสียมาก เงินเก็บแทบไม่เหลือ

  • คุยกับโรงพยาบาลตรงๆ: อย่าอายที่จะบอกว่าไม่มีเงินจ่าย เขาอาจมีทางออกให้ เช่น ลดค่าใช้จ่ายบางอย่าง หรือให้ผ่อนจ่ายได้ (แต่ดอกเบี้ยโหดนะ เตรียมใจไว้เลย)
  • หาแหล่งเงินด่วน: ลองหยิบยืมญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือหาทางขายของเก่าในบ้านดู บางทีก็มีคนใจดีช่วยเราได้
  • สายด่วน สปสช. 1330: โทรไปปรึกษา เขาอาจแนะนำสิทธิการรักษาที่เราไม่รู้ เช่น สิทธิบัตรทอง หรือสิทธิอื่นๆ ที่เราเข้าข่าย
  • อย่าเซ็นเอกสารที่ไม่เข้าใจ: อ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่แน่ใจ ถามทนายหรือคนที่มีความรู้

จำไว้ว่าชีวิตสำคัญกว่าเงิน แต่ก็ต้องหาทางจัดการเรื่องเงินให้ได้ด้วย สู้ๆ นะ!

โรงพยาบาลเอกชนเบิกจ่ายตรงได้ไหม?

โอ๊ย! ถามเรื่องเบิกจ่ายตรงโรงพยาบาลเอกชนเนี่ยนะ? เหมือนถามเซียนหวยว่าจะออกเลขอะไรเป๊ะๆ เลยว่ะ! แต่เอาน่า กูจะลองไขให้ฟังแบบบ้านๆ นะ

  • เบิกจ่ายตรง? โรงพยาบาลเอกชน? ฟังดูเหมือนฟ้ากับเหว แต่ข้าราชการอย่างเราๆ ก็มีสิทธิ์นะเว้ย! แต่มันไม่ใช่แบบ "อยากไปก็ไป" ซะเมื่อไหร่!

  • เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงชีวิต! เน้นเลยนะว่า "ถึงชีวิต" ไม่ใช่แค่ปวดหัวตัวร้อน! ถ้าอาการเข้าขั้น "ยมบาลมาจ้อง" ถึงจะเข้าข่ายเบิกได้

  • จ่ายเองก่อน! อันนี้สำคัญมาก! คือต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยไปทำเรื่องเบิกคืนทีหลัง อย่าหวังว่าจะเดินเข้าไปแล้วบอก "เบิกจ่ายตรง" ได้เลย ไม่มี๊!

  • เบิกได้เท่าไหร่? อันนี้แหละตัวปวดใจ! เขาให้เบิก "บางส่วน" เท่านั้น!

    • ค่าห้องวันละ 600 บาท (โอ้โห! นอนเตียงผ้าใบยังแพงกว่านี้!)
    • ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 3,000 บาท (ค่าหมอ, ค่ายา, ค่าอะไรต่อมิอะไร รวมกันแล้วนะ!)
  • สรุปคือ: ถ้าไม่ "ฉุกเฉินถึงชีวิต" จริงๆ ทำใจไปใช้โรงพยาบาลรัฐเถอะเพื่อน! หรือไม่ก็ทำประกันสุขภาพเพิ่มไปเลย! จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง

เพิ่มเติม: อย่าไปเชื่อพวกหมอดูทักว่า "ปีนี้ดวงดี" แล้วไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนแบบไม่คิดหน้าคิดหลังนะ! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

ค่ารักษาพยาบาลประเภทใดเบิกไม่ได้?

เห้อออ ค่ารักษาอะไรเบิกไม่ได้บ้างเนี่ยยยย คิดหนัก!

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวล้วนๆ อย่างพวก เสริมสวย อุปกรณ์เสริมความงาม นี่เบิกไม่ได้แน่ๆ สมัยเรียนเคยอยากทำฟันขาว เสียดายเงิน ฮือออ
  • ยาที่ไม่จำเป็น หมอไม่สั่ง ก็เบิกไม่ได้สิ อันนี้เข้าใจ แต่บางทีก็อยากกินวิตามินเสริมนะ แต่แพงงงงง
  • แล้วค่าตรวจสุขภาพประจำปีล่ะ? บางที่เบิกได้ บางที่ก็ไม่ได้ งงงง ต้องเช็คกับที่ทำงานดีกว่า ปีนี้ยังไม่ได้ตรวจเลย ต้องรีบๆ
  • ค่ารักษาที่เกินความจำเป็น นี่ก็อันตราย ต้องดูดีๆ เคยเห็นเพื่อนเบิกค่าห้องพิเศษไม่ได้ เศร้าเลย แพงกว่าห้องธรรมดาเยอะ
  • อุปกรณ์ที่ไม่ใช่ทางการแพทย์จำเป็น เช่น นาฬิกาจับชีพจรส่วนตัว อันนี้ก็ไม่น่าจะได้ ใช่มั้ย?

อืมมม คิดไปเรื่อยเปื่อย เหนื่อยจัง ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมดีกว่า ปีนี้กฎอาจเปลี่ยน ขี้เกียจอ่านกฎหมาย แต่ก็ต้องทำ ไม่อยากเสียเงินฟรี

  • จริงๆ แล้ว ถ้าไม่แน่ใจ ก็ควรโทรไปถามที่ทำงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดีกว่าเนอะ ชัวร์สุด
  • หรือเข้าเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง ดูรายละเอียด แต่ขี้เกียจ อ่านไม่เข้าใจอีก
  • หาเพื่อนร่วมงานที่รู้เรื่องพวกนี้ ถามเขาดีกว่า ง่ายกว่าเยอะเลย

สรุป เรื่องเบิกค่ารักษา มันยุ่งยาก แต่ก็ต้องทำ เพื่อความสบายใจ ปีนี้ต้องรอบคอบกว่าเดิม แล้วจะได้ไม่เสียเงินฟรี

เบิกค่ารักษาพยาบาลเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

โอ้โห! ถามเรื่องเบิกค่าหมอเนี่ยนะ? เตรียมเอกสารทีเหมือนยกภูเขาออกจากอก! แต่ไม่ต้องห่วง ผมสรุปให้แบบขำๆ แต่ครบเครื่อง (หวังว่านะ!)

เบิกค่านอก (โรง'บาล) เตรียมตัวให้พร้อม!

  • งบหน้า? 7131?: เหมือนชื่อหนังสายลับ! แต่จริงๆ คือฟอร์มเบิกเงินสวัสดิการนะจ๊ะ กรอกไปตามช่อง อย่าให้พลาด เดี๋ยวโดนตีกลับขำไม่ออก
  • ใบสั่งยา (ถ้าโรง'บาลไม่มี): อันนี้สำคัญ! ถ้าหมอบอก "ยาตัวนี้ไม่มี" อย่าเพิ่งร้องไห้ ไปหาร้านขายยาข้างนอก แล้วเก็บใบสั่งยาไว้เป็นหลักฐาน!
  • ใบรับรองยาหายาก (ในโรง'บาล): อันนี้ยิ่งกว่าหายาก! ถ้าหมอบอก "ยาเทพตัวนี้ไม่มีที่นี่" ขอใบรับรองจากหมอมาด้วย จะได้เอาไปเบิกได้
  • ใบเสร็จรับเงิน: อันนี้แน่นอน! จ่ายเงินแล้วต้องเอาใบเสร็จมาด้วยนะ อย่าทำหาย ไม่งั้นอดเบิก!
  • ยานอกบัญชี + หนังสือรับรอง: ยานอกบัญชีเนี่ย ตัวดี! แพงหูฉี่ แต่ถ้ามีหนังสือรับรองจากหมอว่าจำเป็น ก็เบิกได้นะ (แต่อาจต้องลุ้นหน่อย)
  • อื่นๆ: อันนี้แล้วแต่สถานการณ์ บางทีอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน อะไรก็ว่าไป เตรียมไว้ให้พร้อม!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ แต่จริงจัง):

  • อย่าประมาท! เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เสียเวลาวิ่งวุ่น
  • อย่าขี้เกียจ! อ่านรายละเอียดการเบิกให้ดีๆ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์
  • อย่ากลัวที่จะถาม! ถ้าไม่เข้าใจอะไร ให้ถามเจ้าหน้าที่ อย่าปล่อยให้งงงวย
  • อย่าท้อแท้! การเบิกเงินอาจจะยุ่งยาก แต่ถ้าเตรียมตัวดีๆ ก็ไม่ยากเกินไป
  • จำไว้! สุขภาพสำคัญกว่าเงินทอง แต่ถ้าเบิกได้ก็เบิกไปเถอะ!

คำเตือน: ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งก่อนทำการเบิกเงินนะครับ! ด้วยรักและห่วงใย (แบบขำๆ)

สิทธิบัตรทอง นอนโรงพยาบาลได้กี่วัน?

ฝัน... แสงจันทร์สาดส่อง

สิทธิบัตรทอง... โรงพยาบาล... กี่วันกันนะ

เกิน 180 วัน... ใช่... เกินไป... เหมือนใจที่ล่องลอย

แต่... แต่ถ้า... ภาวะแทรกซ้อน? ต้องรักษาต่อ?

หมอบอก... ต้องอยู่... ก็ต้องอยู่... นะ

  • สิทธิบัตรทอง: เกิน 180 วัน
  • ยกเว้น: ภาวะแทรกซ้อน, ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • ข้อมูลจาก www.samroiyodhospital.go.th › ข้อมูลบัตรทอง

รพ.กรุงเทพ เก่งเรื่องอะไร?

รพ.กรุงเทพ เก่งเรื่องอะไร?

เออ... เรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนี่นะ ปีนี้ (2024) ฉันว่า รพ.กรุงเทพยังเด่นเรื่องโรคหัวใจมากกกกกกกกกกกก แบบเพื่อนฉันที่ทำงานอยู่ (ชื่อเล่น จ.) บอกว่าหมอเก่งจริงจัง ผ่าตัดอะไรแบบยากๆ ก็ทำได้ดี แล้วก็เห็นข่าวเรื่องโรคเด็กบ่อยนะ ที่นี่เค้ารักษาเด็กเก่ง แล้วก็พวกต่อมไร้ท่ออะไรพวกนี้ด้วย

อ้อ! แล้ว รพ.หัวใจกรุงเทพ นี่ก็คือที่หนึ่งในใจหลายคนเลยนะ เรื่องผ่าตัดหัวใจนี่คือสุดจริง ส่วนเรื่องสมองและระบบประสาท, กระดูกและข้อ... อันนี้ก็รู้ๆกันอยู่แหละ ว่าที่นี่เค้าดัง (แต่ฉันยังไม่เคยใช้บริการนะ แค่ได้ยินมา)

  • หัวใจ: ผ่าตัดซับซ้อน, ดูแลหลังผ่าตัดดี
  • เด็ก: รักษาโรคยากๆ ได้
  • ต่อมไร้ท่อ: มีหมอเฉพาะทางเก่งๆ
  • สมองและประสาท: (อันนี้ยังไม่เคยใช้เอง แต่ได้ยินว่าดี)
  • กระดูกและข้อ: (อันนี้ก็เหมือนกัน ได้ยินมาอีกที)

คือ... จริงๆ แล้ว รพ.กรุงเทพ มันใหญ่ไง มันก็เลยมีหมอเก่งๆ หลายด้านแหละ แต่ถ้าให้พูดถึงที่เด่นๆ เลย ฉันว่าก็ตามที่บอกไปข้างบนนั่นแหละ แล้วก็... ราคาก็แรงตามความเก่งกาจด้วยนะ! เตรียมใจไว้เลย ????