บัตร SCB JCB platinum ใช้อะไรได้บ้าง

242 ครั้งเข้าชม
บัตร SCB JCB Platinum ใช้อำนวยความสะดวกหลากหลาย สามารถใช้รูดซื้อสินค้าและบริการได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกสบาย มีบริการ Easy Bill สำหรับตัดชำระค่าใช้จ่ายรายเดือนอัตโนมัติหลากหลายรายการ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าประกัน และค่าอินเทอร์เน็ต โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตรเพื่อถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ตามความต้องการของคุณอีกด้วย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตร SCB JCB Platinum ใช้ทำอะไรได้บ้าง? สิทธิประโยชน์ครบครัน?

บัตร SCB JCB Platinum เหรอ? เออ ก็ได้มาสักพักใหญ่แล้วมั้ง เอาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรเยอะตอนสมัครนะ แต่ที่ใช้บ่อยสุดก็คือรูดซื้อของนี่แหละ ทั้งในห้างแถวบ้าน อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ตอนต้นเดือนกุมภาปีนี้ ซื้อเสื้อตัวใหม่ไปตั้งเกือบพัน จ่ายง่ายดี หรือจะออนไลน์ก็คือปกติ ซื้อของ Shopee บ่อยมากนะ

ที่น่าสนใจคือเวลาไปต่างประเทศนี่แหละ มันใช้ได้ดีเลยนะ ตอนฉันไปเกาหลีเมื่อปลายปีที่แล้ว ประมาณช่วงเดือนตุลา ที่ร้าน Olive Young นี่คือรูดเพลินเลย ไม่ต้องแลกเงินวอนเยอะแยะ ก็แค่แตะบัตรก็เรียบร้อย มันดีตรงนี้แหละที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินสด.

ส่วนเรื่องจ่ายบิลนี่คือชีวิตสบายขึ้นเยอะจริงๆ ตั้ง Easy Bill ไว้เลยทุกเดือน ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ตบ้าน จ่ายอัตโนมัติหมด ลืมไปได้เลยว่าต้องจ่ายเมื่อไหร่ ตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้แหละ พอถึงวันมันก็ตัดไปเองเลย ไม่เห็นมีค่าธรรมเนียมอะไรเพิ่มเลยนะ สบายใจ.

แล้วบางทีเงินสดฉุกเฉิน มันก็ถอนได้นะ เคยเจอครั้งนึงเมื่อเดือนที่แล้ว อยู่ดีๆ ก็ต้องใช้เงินด่วน กดจากตู้ SCB แถวปากซอยบ้านนั่นแหละ ก็กดออกมาได้เลย เออ ก็ดีนะ มีติดตัวไว้ก็อุ่นใจดี.

SCB JCB platinum ใช้ Lounge ได้ไหม

ได้เลย บัตร CardX JCB PLATINUM ใช้ Lounge ได้นะ

  • ใช้ได้แน่นอน บัตรนี้ใช้ Lounge ได้เลย
  • สนามบินทั่วโลก มี Lounge ให้ใช้บริการที่สนามบินประมาณ 60 กว่าที่ทั่วโลก
  • ที่ญี่ปุ่น/ฮาวายก็มี ถ้าไปญี่ปุ่น หรือฮาวาย ก็มี Lounge รออยู่
  • LoungeKey ก็ใช้ได้ แถมยังใช้กับ LoungeKey ได้ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เงื่อนไขการเข้าใช้: ปกติแล้ว บัตรประเภทนี้จะมีเงื่อนไขการใช้ Lounge ฟรีต่อปี หรืออาจจะต้องมียอดใช้จ่ายตามที่กำหนดก่อนถึงจะเข้าได้ ลองเช็คกับ SCB หรือ CardX อีกทีนะว่าปีนี้เงื่อนไขเป็นยังไง
  • รายชื่อ Lounge: สามารถเข้าไปดูรายชื่อ Lounge ที่ร่วมรายการได้ที่เว็บไซต์ของ JCB หรือ LoungeKey เลย จะได้วางแผนการเดินทางถูก
  • สำหรับผู้ถือบัตร: ส่วนใหญ่แล้ว Lounge จะให้สิทธิ์ผู้ถือบัตรหลักเข้าใช้ฟรี และบางทีก็มีสิทธิ์พาเพื่อนเข้าได้ด้วย อันนี้ก็ต้องไปเช็คดูอีกทีนะ
  • บริการอื่นๆ: บัตร JCB Platinum มักจะมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ ด้วยนะ เช่น ส่วนลดร้านอาหาร หรือประกันการเดินทาง ลองศึกษาดูให้หมดเลย คุ้ม!

JCB Platinum กดเงินสดได้ไหม

อืมมมมมมม JCB Platinum กดเงินสดได้ปะ? ได้ดิ ได้อยู่แล้ว ตอนนี้อะ JCB Platinum กดเงินสดได้นะ แต่ๆๆ มันมีเรื่องนึงที่สำคัญมากๆๆๆ เลยนะ คือ ต้องดูว่าบัตรเรา แบงก์ไหนเป็นคนออก อันนี้แหละสำคัญสุดๆ เพราะมันเกี่ยวกับดอกเบี้ยกะค่าธรรมเนียมไง

มันก็เหมือนบัตรเครดิตทั่วๆ ไปแหละ เวลาเราอยากใช้เงินสดด่วนๆ ก็ไปกดได้เลยที่ตู้เอทีเอ็มงี้ แต่จำไว้เลยนะ กดเงินสดดอกเบี้ยมันแพงมากกกกกก นะเธอออ

  • ดอกเบี้ยโคตรแพง: ดอกเบี้ยกดเงินสดเนี่ย ตอนนี้ก็ประมาณ 16% ต่อปีเลย เยอะนะ เยอะเลยแหล่ะ ต้องรีบๆ จ่ายคืนนะ ไม่งั้นบานปลายเยอะแน่ๆ บอกเลย
  • มีค่าธรรมเนียมด้วย: ทุกครั้งที่กดอะ มันจะมีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดด้วย นะ ส่วนมากเลยก็ ประมาณ 3% ของยอดที่เรากด ไป หรือบางแบงก์ก็อาจจะคิดเป็น 100-200 บาทต่อครั้ง อะไรแบบนี้อ่ะ มันแล้วแต่แบงก์เลยจริงๆ
  • กดได้ไม่เต็มวงเงินนะ: อย่าคิดว่าจะกดได้เต็มวงเงินบัตรเครดิตนะ คือไม่ได้นะจ๊ะ ปกติเค้าจะให้กดได้แค่บางส่วนเอง ประมาณ 30-50% ของวงเงินบัตรทั้งหมด อะไรทำนองนี้อ่ะ ไม่ใช่แบบมีวงเงินแสน กดได้แสนเลยนะ
  • ชัวร์สุดคือโทรหาแบงก์: ถ้าอยากรู้ข้อมูลแบบเป๊ะๆ ของบัตร JCB Platinum ที่เราถืออยู่จริงๆ อะนะ ให้โทรหาธนาคารที่ออกบัตรของเราเลยดีกว่า อย่างถ้าบัตรเราเป็นของ SCB อะ ก็โทรไป 02-777-7777 เลย ถามเค้าไปตรงๆ เลยว่าได้เท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ดอกเบี้ยยังไง ชัวร์สุดๆๆๆ

จำไว้เลยนะเรื่องพวกเนี้ย สำคัญมากเวลาจะกดเงินสดจากบัตรเครดิตอะ ต้องคิดดีๆ เลยนะว่าคุ้มไหม หรือจำเป็นจริงๆ ป่าวววววว

บัตร JCB Platinum ดีไหม

ของทุกอย่างมีกลุ่มเป้าหมายของมัน KTC JCB PLATINUM ก็เช่นกัน

มันไม่ได้ดีสำหรับทุกคน ดีสำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นบ่อย หรือใช้ชีวิตผูกกับแบรนด์ญี่ปุ่น คะแนน X2 ทุกการใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นคือจุดขาย ไม่จำกัดยอด ใช้ไปเถอะ

เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี แค่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข มันก็จบแค่นั้น

สิทธิประโยชน์คือสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องพิเศษ

  • ห้องรับรองสนามบิน ใช้ได้ในญี่ปุ่น 28 แห่ง และอีก 9 ประเทศ/ภูมิภาค รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
  • ประกันการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 8 ล้านบาท แค่ใช้บัตรจ่ายค่าตั๋ว
  • JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรองและข้อมูลตามเมืองใหญ่ทั่วโลก
  • ส่วนลดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย และพันธมิตรออนไลน์ เช่น Matsumoto Kiyoshi
  • ทุก 25 บาท = 1 คะแนน KTC FOREVER เมื่อใช้เป็นสกุลเงินเยน ได้ 2 คะแนน

บัตร JCB มีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง

JCB น่ะเหรอ? ก็มีสิทธิพิเศษให้เราได้ว้าว! กันเป็นพักๆ เหมือนกันนะ ไม่ได้มีแค่บัตรกดเงินสดอย่างเดียวแล้วสิ ลองดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ใครสายเปย์ สายเที่ยว สายกิน นี่เตรียมตัวเลย

  • Booking.com เขามีส่วนลดให้ สูงสุด 10% เลยนะ สำหรับคนชอบจองที่พักบ่อยๆ มันก็เหมือนกับเขาบอกว่า "เอ้า! ลองใช้ดูสิ ไม่เสียหายหรอก"
  • ส่วน Trip.com ได้ส่วนลด สูงสุด 800 บาท อันนี้ก็คุ้มอยู่ ถ้าทริปคุณราคาถึงนะ แหม ได้เงินคืน 800 นี่เอาไปซื้อของกินในสนามบินได้หลายอย่างเลย
  • Agoda จัดหนักกว่าใครเพื่อน ให้ส่วนลดมาเลย สูงสุด 15% ดูทรงแล้วคงมั่นใจในราคาตัวเองน่าดู ใครเป็นสายเที่ยวจองโรงแรมบ่อยๆ ก็จัดไปสิคะรออะไร
  • Expedia ไม่ได้น้อยหน้าเท่าไหร่ เขามีส่วนลด 8% นะ เลขสวยดีออก ถึงจะไม่เยอะเท่า Agoda แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยจริงไหม
  • สายกินฟินๆ ที่ Sushiro ก็มีส่วนลดให้ 100 บาท ถ้าไปกินคนเดียวอาจจะรู้สึกว่าคุ้ม แต่ถ้าไปกันหลายคน หรือเป็นคนกินเยอะๆ ก็อาจจะรู้สึกว่า... เอ๊ะ นี่มันคืออะไรคะเนี่ย
  • ขาช้อปที่ Donki เขามี คูปองเงินสดสูงสุด 200 บาท ให้ด้วยนะ เดินๆ หาของแปลกๆ ในดองกิแล้วได้ส่วนลดกลับมา ก็เหมือนมีเงินเพิ่มในกระเป๋าแหละ
  • Klook ก็เอาใจสายกิจกรรมสุดๆ ให้ส่วนลดไปเลย สูงสุด 15% ใครชอบจองทัวร์ จองกิจกรรม หรือพวกบัตรเข้าชมต่างๆ นี่ห้ามพลาดเลยนะ

ที่สำคัญคือ! สำหรับสายหวานทั้งหลาย JCB เขาก็รวมร้าน Afternoon tea เด็ดๆ พร้อมส่วนลดพิเศษไว้ให้เพียบเลยนะ เหมือนรู้ใจว่าคนเรามันต้องมีของหวานเยียวยาจิตใจ ไม่งั้นเดี๋ยวโลกจะหม่นหมอง

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อาจจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการใช้ JCB:

  • JCB ไม่ได้อยู่แค่ญี่ปุ่น: หลายคนคิดว่าบัตรนี้ใช้ได้แต่ในแดนอาทิตย์อุทัย แต่จริงๆ เขามีเครือข่ายทั่วโลกนะจ๊ะ เหมือนจะบอกว่า "ไปผลาญเงินที่ไหนก็ได้เลยที่รัก"
  • โปรฯ เขามีมาเรื่อยๆ: แคมเปญพวกนี้มันก็เหมือนซีซันแฟชั่นแหละ มีมาใหม่เรื่อยๆ ถ้าไม่หมั่นเช็กก็อาจจะพลาดของดีไปได้นะ เขาไม่ได้มาเคาะประตูบ้านบอกหรอก
  • แต้มบุญก็มี แต้มสะสมก็มา: บัตร JCB บางใบก็มีโปรแกรมสะสมแต้ม หรือแลกคะแนนเป็นส่วนลดอื่นๆ ได้ด้วยนะ เหมือนเขาอยากผูกพันกับเราไปนานๆ
  • สิทธิสนามบิน: ใครเป็นนักเดินทางตัวยง ลองเช็กดูดีๆ นะ บางทีบัตรคุณอาจจะพาคุณเข้า Lounge ฟรี หรือมีส่วนลดพิเศษในสนามบิน มันคือความสบายที่เงินก็ซื้อไม่ได้... แต่อีบัตรนี้ซื้อได้
  • เจอโปรดีๆ จนต้องร้อง: มันก็มีโปรดีๆ ให้เจอจนต้องอุทานว่า "รู้งี้ใช้ตั้งนานแล้ว!" นั่นแหละ สรุปคือ ต้องขยันหาโปร ขยันใช้ แล้วจะมีความสุขกับมันเอง

บัตร JCB platinum ใช้อะไรได้บ้าง

JCB Platinum เนี่ย หลัก ๆ แล้วก็เน้นเรื่องสิทธิประโยชน์สำหรับนักเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบายระดับพรีเมียมครับ จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ถือเป็นข้อดีที่ชัดเจนมาก นอกจากนี้ก็มีบริการผู้ช่วยส่วนตัว ประกันการเดินทางที่ครอบคลุม และยังสามารถถอนเงินสดได้เต็มวงเงิน 100% ครับ แตะจ่ายก็สะดวกด้วย JCB Contactless.

การ์ดที่ไร้ค่าธรรมเนียมรายปีนี่มันเหมือนได้กำไรตั้งแต่ยังไม่เริ่มใช้เลยนะ ผมว่ามันแสดงถึงปรัชญาที่มองเรื่องคุณค่าระยะยาว เพราะการที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง มันช่วยให้เราวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

ส่วนเรื่อง KTC PERSONAL ASSISTANT นี่ก็เป็นอะไรที่ผมมองว่ามันเพิ่มมูลค่าให้ชีวิตได้จริง ๆ นะ เพราะเวลาเราติดธุระ อยากได้ข้อมูล หรือต้องการความช่วยเหลือเรื่องจองตั๋ว โรงแรม หรือแม้กระทั่งหาข้อมูลพื้นฐาน เขาก็ช่วยจัดการให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง คือมันทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่า

เวลาเดินทาง ผมคิดว่า ประกันการเดินทาง นี่แหละคือ peace of mind ที่แท้จริง เพราะอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันมันเกิดขึ้นได้เสมอ การมีประกันอุบัติเหตุทั้งในและต่างประเทศ พร้อมคุ้มครองกระเป๋าเดินทางสูญหาย มันช่วยลดความกังวลได้เยอะเลยนะ ทำให้เราเที่ยวได้สบายใจขึ้นมาก

แล้วก็เรื่อง เบิกถอนเงินสดได้ 100% ของวงเงิน เนี่ยมันก็ให้อิสระทางการเงินดีนะ แต่ก็ต้องใช้อย่างมีสติ เพราะเงินสดมันล่อตาล่อใจให้ใช้จ่ายได้ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย การเข้าถึงสภาพคล่องแบบนี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคมที่ต้องบริหารจัดการให้ดี

สุดท้ายคือเรื่องความสะดวกสบายในการจ่ายเงิน JCB Contactless นี่มันตอบโจทย์ยุคสมัยที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วและปลอดภัย กดรหัสหลายขั้นตอนก็ไม่ค่อยทันใจแล้วเดี๋ยวนี้ แตะปุ๊บ จ่ายปั๊บ ก็เดินต่อได้เลย ผมว่าเทคโนโลยีมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลยจริงๆ

เพิ่มเติมรายละเอียดสำหรับความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ: อันนี้เป็นจุดแข็งที่ผมย้ำมาตลอด เพราะมันลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างมหาศาล คือการ์ดใบนี้จะติดกระเป๋าเราไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงเลย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ
  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT):
    • ให้ข้อมูลและคำแนะนำที่จำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง คือไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็ปรึกษาได้
    • ช่วยในการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือแม้กระทั่งร้านอาหาร คือเราแค่บอกความต้องการไป
    • ประสานงานยามเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง หรือเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ
    • มันคือความสะดวกสบายในระดับพรีเมียมที่เราเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย
  • ประกันการเดินทาง:
    • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือเราจะได้รับการคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขณะเดินทาง ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ โดยเฉพาะเวลาไปต่างถิ่นต่างแดน
    • ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือล่าช้า นี่ก็สำคัญนะ ใครที่เคยกระเป๋าหายหรือมาช้าจะเข้าใจเลยว่ามันวุ่นวายแค่ไหน การมีประกันส่วนนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ดีทีเดียว
  • เบิกถอนเงินสดได้ 100% ของวงเงิน:
    • หมายถึงเราสามารถเบิกถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้เต็มวงเงินที่บัตรอนุมัติ มันคือสภาพคล่องที่พร้อมใช้งาน
    • เป็นตัวช่วยที่ดีในยามฉุกเฉินที่ต้องการใช้เงินสดจริงๆ ครับ เช่นในบางประเทศที่ร้านค้ายังรับแต่เงินสดอยู่
    • แต่ก็ต้องจำไว้ว่าการเบิกถอนเงินสดจะมีค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่สูงกว่าการใช้จ่ายปกติเสมอ การวางแผนการเงินส่วนนี้จึงสำคัญมากๆ
  • แตะจ่ายง่าย ปลอดภัย รวดเร็ว ด้วย JCB Contactless:
    • เป็นเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้สัมผัส แค่แตะบัตรบนเครื่องอ่านก็ชำระเงินได้ทันที
    • ลดขั้นตอนการใส่รหัส ทำให้การจ่ายเงินเร็วขึ้นมาก เหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบ
    • ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพราะบัตรไม่ต้องออกจากมือเราเลย ลดความเสี่ยงจากการแอบดูรหัสหรือการสลับบัตรได้ครับ

JCB Plaza Lounge มีที่ไหนบ้าง

JCB Plaza Lounge? มีตามนี้: โฮโนลูลู, กวม, สิงคโปร์, ปารีส, โซล, ฮ่องกง, กรุงเทพฯ, ไทเป.

ภาษาที่รองรับน่ะเหรอ?

  • อังกฤษ: โฮโนลูลู, กวม, สิงคโปร์, ปารีส, โซล, ฮ่องกง, กรุงเทพฯ
  • จีน: ไทเป, ฮ่องกง
  • ญี่ปุ่น: ทุก JCB PLAZA Lounge

ข้อสำคัญคือ: บัตร JCB ที่ออกในประเทศหรือภูมิภาคที่คุณอาศัยอยู่ ใช้ JCB PLAZA Lounge ในที่นั้นไม่ได้ จบนะ.

รู้เพิ่มไว้นะ:

  • บริการ: ปกติจะมี Wi-Fi ฟรี, เครื่องดื่ม, เก้าอี้นวด, ข้อมูลท่องเที่ยว. บางที่ก็มีบริการรับฝากกระเป๋า.
  • JCB PLAZA vs JCB PLAZA Lounge: PLAZA คือมีพนักงานคอยช่วยอำนวยความสะดวกเยอะกว่า ส่วน Lounge จะเน้นความผ่อนคลายด้วยตัวเอง.
  • สิทธิ์เข้าใช้: หลักๆ คือสำหรับผู้ถือบัตร JCB ที่ออกโดยสถาบันการเงินนอกประเทศญี่ปุ่น. ตรวจสอบเงื่อนไขบัตรคุณให้ดี.
  • ประโยชน์: ส่วนใหญ่คือจุดแวะพักระหว่างเดินทาง. ไม่ได้หรูหราอลังการ แต่มีไว้ให้ได้พักผ่อน.
  • เหตุผลของข้อจำกัด: เพื่อให้เป็นสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บัตร JCB เป็นหลัก.