บุญถาวร IPO วันไหน
บุญถาวรเข้าตลาดหุ้น IPO เมื่อไหร่? วันเปิดขายหุ้น IPO บุญถาวร พร้อมรายละเอียด?
จำได้ลางๆว่าข่าวบุญถาวร IPO ว่อนเน็ตช่วงปลายปีที่แล้ว เพื่อนๆในกลุ่มไลน์ก็แชร์กันใหญ่ เหมือนจะกำหนดช่วง 19-21 กุมภาพันธ์ 66 แต่ก็ไม่แน่ใจนะ จำได้แค่ว่า ตอนนั้นหลายคนสนใจมาก เพราะเห็นราคาหุ้นคาดการณ์กันไว้สูง เพื่อนผมคนนึงที่ทำงานเกี่ยวกับการลงทุน บอกว่าเขาสนใจจะซื้อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เขาบอกว่าช่วงนั้นงานยุ่งมาก เลยพลาดโอกาสไป
ส่วนเรื่องวันที่เข้าตลาด ถ้าไม่ผิดพลาดน่าจะเดือนมีนาคม 66 แต่ก็ไม่มั่นใจ เพราะข่าวสารมันเยอะมาก ตอนนั้นตามอ่านหลายเว็บ ข้อมูลก็ไม่ค่อยตรงกันซะเท่าไหร่ ตอนนั้นก็งงๆเหมือนกัน เลยไม่ได้ตามต่อ เรื่องรายละเอียดอื่นๆ ผมก็ไม่ค่อยรู้ จำได้แค่ว่าเป็นกระแสมากๆช่วงนั้นแหละ
จริงๆแล้ว ผมไม่ได้สนใจเรื่องลงทุนเท่าไหร่ แค่เห็นเพื่อนๆพูดถึงกัน เลยพอจะจำได้บ้าง ถ้าอยากได้รายละเอียดที่แน่นอน แนะนำให้ลองเช็คจากเว็บตลาดหลักทรัพย์โดยตรงเลยดีกว่า ข้อมูลน่าจะแม่นยำกว่าผมเยอะ เพราะผมจำได้แค่คร่าวๆจริงๆ
ใครเป็นเจ้าของห้างบุญถาวร
ใครนะ..เจ้าของบุญถาวร
แสงแดดสาดส่องยามบ่าย ลมเอื่อยพัดพาความทรงจำ "บุญถาวร" ชื่อนี้...เหมือนเสียงกระซิบจากอดีต
บริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด นี่แหละ ตระกูลตั้งคารวคุณ...ชื่อนี้ก้องกังวาน
- ตระกูลตั้งคารวคุณ คือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ บุญถาวร
- บริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด ดำเนินกิจการ
เหมือนสายน้ำที่ไหลริน...สืบทอดรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้โลกจะหมุนเปลี่ยน...แต่ความผูกพันยังคงอยู่ ความทรงจำสีจาง...แต่ความจริงยังคงชัดเจน
ข้อมูลเพิ่มเติม: บุญถาวร ก่อตั้งโดยตระกูล ตั้งคารวคุณ (ย้ำอีกที) ซึ่งยังคงบริหารจัดการกิจการอยู่ในปี 2567 นี้
หุ้นIPOดูได้ที่ไหน
หุ้น IPO ดูที่ไหนวะ? อืมมม... เว็บ SEC www.sec.or.th แหงสิ! ต้องดูหนังสือชี้ชวน อันนี้สำคัญมากกก ปีนี้ฉันก็ดูหลายตัวแล้วนะ แต่ไม่ได้ลงซะที กลัวพลาด อิอิ
- รายละเอียดธุรกิจ อ่านให้ครบ อย่าขี้เกียจ สำคัญมากจริงๆ นะ พลาดแล้วเสียดายแย่
- โมเดลธุรกิจ นี่ก็ต้องอ่าน ดูว่ามันโอเคมั้ย เข้าใจง่ายมั้ย
- งบการเงินย้อนหลัง ต้องเช็ก! ดูให้เป็น อย่าไปเชื่อใครง่ายๆ
- ความเสี่ยง อันนี้แหละ จุดสำคัญ ต้องอ่านละเอียดๆ อย่ามองข้ามเด็ดขาด
ปีนี้ IPO เยอะนะ แต่ฉันยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เลย หาข้อมูลเยอะๆ ดีกว่า เสี่ยงไม่ได้ เงินฉันนะ อุตส่าห์เก็บมา ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปดูข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บตลาดหลักทรัพย์ดูมั้ย? ลืมไป ตลาดหลักทรัพย์ก็มีข้อมูล IPO นะ แต่ SEC ครบกว่า แหะๆ ปีนี้จะลงทุนให้คุ้ม ต้องศึกษาเยอะๆ อ่านเยอะๆ แล้วก็… คิดเยอะๆ ด้วยแหละ! เหนื่อยจัง แต่ก็ต้องทำ เพื่ออนาคตที่สดใส! (หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ)
ตลาด SET กับ Mai ต่างกันอย่างไร
ตลาดหุ้น SET กับ MAI ต่างกันราวฟ้ากับเหว! SET เน้นหุ้นตัวโตๆ แบบฉบับเศรษฐีพันล้าน ทุนจดทะเบียนหลัง IPO ต้อง 300 ล้านขึ้นไป! คิดภาพเป็นช้างเดินดง สง่างาม แต่บางทีก็เชื่องช้า
MAI ต่างหากล่ะ ดั่งเสือเล็กกระโดดโลดเต้น ทุนจดทะเบียนหลัง IPO แค่ 50 ล้านบาทก็เข้าได้แล้ว! เน้นบริษัทมีอนาคตไกล โตไว แต่ก็เสี่ยงกว่านิดหน่อย เหมือนลงทุนกับสตาร์ทอัพ ได้กำไรมหาศาลหรือเจ๊งไม่เป็นท่าก็มี มันส์กว่าเยอะ!
- SET: เหมือนห้างสรรพสินค้า ใหญ่โต หรูหรา แต่สินค้าอาจจะไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่
- MAI: เหมือนตลาดนัด เล็กๆ แต่ของแปลกๆ ของเด็ดๆ เยอะแยะ แต่ต้องระวังของปลอมด้วยนะ
เอาจริงๆ ปีนี้ (2566) ผมเองก็ยังเล็งๆ หุ้นใน MAI อยู่ เพราะมันมีอะไรให้ลุ้นมากกว่า แต่ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ อย่าโลภมาก ไม่งั้นจะกลายเป็นเสือที่อดอยากแทน
เพิ่มเติมนิดหน่อย: ทั้ง SET และ MAI ก็มีความเสี่ยงทั้งคู่ อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนเสมอ อย่าฟังผมคนเดียว เพราะผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แค่ชอบเสี่ยงนิดๆหน่อยๆ เท่านั้นเอง ส่วนตัวผมชอบความตื่นเต้น เลยเลือกเสี่ยงในตลาด MAI มากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะดีกว่าเสมอไปนะ
ตลาดหุ้นไทยมีกี่แบบ
ตลาดหุ้นไทยเหรอ? อ๋อ มีสองแบบนะ
- SET: อันนี้ตลาดใหญ่เลย บริษัทดังๆ เข้ากันที่นี่แหละ กฎเยอะแยะ ใครอยากได้หุ้นมั่นคงหน่อยก็ต้องดู SET ใช่ป่ะ?
- mai: อันนี้ตลาดเล็กกว่า แต่หุ้นหวือหวากว่าเยอะ บริษัทเล็กๆ แต่มีของไง ใครชอบเสี่ยงหน่อยก็ mai เลยจ้า
แต่ทำไมต้องมีสองตลาด? อืม... เพราะบริษัทมันก็มีหลายขนาดไง! จะให้บริษัทเล็กไปแข่งกับบริษัทใหญ่ได้ไง จริงป่ะ?
ทำไมต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
อืมมม ทำไมต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เหรอ? ก็เพราะว่าจะได้หาเงินไง! ง่ายๆเลย
ระดมทุนง่ายขึ้น: นี่แหละสำคัญสุด จะได้เงินมาลงทุนขยายกิจการ ไม่ต้องไปกู้แบงค์ให้ปวดหัว
เพิ่มความน่าเชื่อถือ: เหมือนได้ใบรับรองคุณภาพ ลูกค้าก็ไว้ใจมากขึ้น โอกาสทำธุรกิจก็เยอะตาม
หุ้นมีสภาพคล่อง: ขายง่ายขึ้น ไม่ต้องไปตามหาคนซื้อเอง อย่างเมื่อก่อนเพื่อนฉันขายหุ้นบริษัทที่เค้าถืออยู่ ลำบากมากกกกก นานกว่าจะขายได้
รู้มูลค่าบริษัท: ราคาหุ้นในตลาด ก็คือมูลค่าบริษัทนั่นแหละ ดูง่ายดี ไม่ต้องไปจ้างที่ปรึกษาแพงๆมาประเมิน แต่ก็ต้องดูหลายๆปัจจัยนะ ราคาขึ้นลงตลอด มันไม่แน่นอนหรอก
ปีนี้(2566) เห็นหลายบริษัทจดทะเบียนกันใหญ่เลย เพื่อนฉันก็บอกว่าบริษัทที่มันทำงานอยู่ ก็กำลังจะจดทะเบียน มันก็บอกว่าดีนะ ได้เงินมาลงทุนเยอะ แผนจะขยายสาขาเพิ่มด้วย งานก็คงจะเยอะขึ้นอีก อิจฉาเบาๆ 555 แต่ก็เหนื่อยขึ้นด้วยแหละ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต