รายได้หมอมีอะไรบ้าง

82 ครั้งเข้าชม
รายได้แพทย์ประกอบด้วยเงินเดือนพื้นฐานที่แตกต่างกันตามคุณวุฒิ ประสบการณ์ และสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ยังมีค่าตอบแทนพิเศษ เช่น ค่าเวร ค่าตรวจผู้ป่วยนอกเวลา ค่าวิชาชีพ และรายได้จากการทำงานคลินิกส่วนตัวหรือโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งทำให้รายรับรวมของแพทย์แต่ละบุคคลไม่เท่ากันและขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้เป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สรุปรายได้หมอต่อเดือนมาจากไหนบ้าง รวมทุกอย่าง?

เอ่อ... เรื่องรายได้หมอเนี่ยนะ มันก็หลายทางอยู่ ฉันจำได้ว่าเพื่อนฉันคนนึงเรียนหมอ ตอนปีหนึ่งมันบ่นว่าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว คือมันไม่ใช่แค่เงินเดือนประจำนะ มันมีอะไรจุกจิกอีกเยอะแยะไปหมดเลยน่ะ

คือตัวเงินเดือนหลักๆ ที่ได้จากโรงบาลรัฐเนี่ย มันก็ไม่ได้เยอะเวอร์วังอะไรหรอกนะ ถ้าเทียบกับความรับผิดชอบที่แบกรับ สมัยก่อนเพื่อนเคยเล่าว่าได้ไม่กี่หมื่นเอง แต่ที่ทำให้เงินมันงอกเงยจริงๆ คือพวกค่าเวรนี่แหละ จำได้ว่าช่วงโควิดนี่แทบไม่ได้นอนกันเลยนะ ทำงานลากยาวข้ามวันข้ามคืน

แล้วบางคนเขาก็ไปเปิดคลินิกไง หรือไม่ก็ไปรับจ้างตรวจตามคลินิกเอกชนหลังเลิกงานบ้าง วันเสาร์อาทิตย์บ้างนะ อย่างตอนฉันไปหาหมอสิวแถวลาดพร้าวเมื่อปลายปีที่แล้วนี่ หมอเขาก็เล่าว่าทำสองที่เลย จะได้มีรายได้เสริม ช่วงเย็นคนเยอะมากเลยนะ

บางทีก็มีค่าผ่าตัด ค่านู่นนี่ที่ต้องทำหัตถการพิเศษ พวกนี้ก็เป็นรายได้อีกก้อนใหญ่เลยนะ แล้วแต่หมอแต่ละสาขาไป บางคนก็เป็นอาจารย์หมอ สอนนักศึกษาแพทย์ ได้เงินเพิ่มจากตรงนั้นอีก แต่รวมๆแล้วนะ ฉันว่ามันแลกมาด้วยความเหนื่อยมากๆ เลยแหละ แบบที่คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจหรอก

คือสรุปว่ามันไม่ได้มาง่ายๆ เลยนะ เงินเดือนหมอเนี่ย มีส่วนของเงินเดือนโรงบาล ค่าเวร ค่าคลินิกส่วนตัว พวกค่าตรวจรักษาเฉพาะทางด้วยนะ หรือบางที่ก็สอนหนังสืออีกนะ มันก็เยอะอะนะ แต่ทำงานหนักจริงๆ

สวัสดิการด้านสุขภาพ มีอะไรบ้าง

ร่างกายคือสิ่งที่ต้องดูแล.

การเกิดคือจุดเริ่มต้น. การวางแผนคือความรับผิดชอบ. สิทธิฝากครรภ์จึงมีอยู่. วัคซีนเป็นเหมือนเกราะ. ตรวจร่างกายคือการสำรวจตัวเอง.

ชีวิตใหม่เกิดขึ้น. ค่าใช้จ่ายถูกจัดการ. ภาระไม่ใช่เรื่องส่วนตัว. ค่าคลอดบุตรคือสิทธิ์พื้นฐาน.

สุขภาพช่องปาก. คุณภาพชีวิต. ทำฟัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว. มันคือเรื่องเดียวกัน.

เจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา. การรักษาคือสิทธิ์. ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ายา ค่าห้อง. แค่โฟกัสกับการหายดี.

เมื่อเกินขีดความสามารถ. การส่งต่อคือทางออก. ไม่ใช่การทอดทิ้ง.

ภูมิปัญญาเก่าแก่. การรักษาทางเลือก. นวด ประคบ สมุนไพร. ร่างกายเข้าใจภาษานี้.

  • สิทธิประกันสังคม: ครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39. ใช้สิทธิ์ได้เมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเจ็บป่วย.
  • ฝากครรภ์และคลอดบุตร: เหมาจ่ายค่าคลอด 15,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง. ได้เงินสงเคราะห์หยุดงาน 50% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน.
  • ทันตกรรม: ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด. วงเงิน 900 บาทต่อปี. ใช้สิทธิ์ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ.
  • เจ็บป่วยทั่วไป: รักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่เลือกไว้. ไม่จำกัดจำนวนครั้ง.
  • กรณีฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ: เข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด. สปส. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก.
  • ตรวจสุขภาพประจำปี: มีสิทธิ์ตรวจได้ตามหลักเกณฑ์อายุ. ไม่มีค่าใช้จ่าย. เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง.

สิทธิด้านสุขภาพมีอะไรบ้าง

คนไทยเรามีสิทธิด้านสุขภาพนะ หลักๆ เลยก็ รัฐบาลคุ้มครองเรื่องรักษาพยาบาลให้ คือแบบมีให้เลือก 3 อันใหญ่อะ

  1. สิทธิข้าราชการ: อันนี้ก็สำหรับพวก ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ครอบครัวเขาอะนะ ดีตรงที่ ครอบคลุมดี บางทีก็มีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
  2. สิทธิประกันสังคม: อันนี้ก็สำหรับ คนทำงานทั่ว ๆ ไป ที่เขา จ่ายเงินสมทบ ทุกเดือนอะ ถ้ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือเจ็บป่วย ก็เบิกค่ารักษาได้ ที่เด็ดคือ ครอบคลุมหลายโรค
  3. สิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท: อันนี้คือ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ คนไทยส่วนใหญ่ ได้ใช้กันอะ เสียแค่ 30 บาท ก็รักษาได้เกือบหมดแล้ว ครอบคลุมประชาชนทุกคน ที่ไม่ใช่กลุ่มสิทธิอื่น ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • สิทธิข้าราชการ:
    • รวมถึง คู่สมรสและบุตร ด้วยนะ
    • เบิกค่ารักษาพยาบาล ได้ทั้งของรัฐบาลและเอกชนบางแห่ง
    • มีวงเงินรักษา สูงกว่าสิทธิอื่น ๆ
  • สิทธิประกันสังคม:
    • จ่ายสมทบ 5% ของเงินเดือน (นายจ้างก็จ่ายด้วย)
    • ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล สำหรับโรคทั่วไป และโรคที่ร้ายแรงบางอย่าง
    • มีเงินทดแทนการขาดรายได้ ถ้าป่วยจนทำงานไม่ได้
  • สิทธิหลักประกันสุขภาพ (30 บาท):
    • ทุกคนที่ไม่มีสิทธิอื่น จะเข้าข่ายได้รับสิทธินี้
    • เสียค่าธรรมเนียม 30 บาท ต่อครั้งในการเข้ารับบริการ
    • เน้นบริการปฐมภูมิ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลระดับสูงขึ้นหากจำเป็น

สิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาล มีอะไรบ้าง

สิทธิการรักษาพยาบาลคนไทยนี่ก็เหมือนเราเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแหละ มีให้เลือกเพียบ!

  • ประกันสังคม: อันนี้เหมือนมีบัตร VIP รายเดือนนะ จ่ายน้อยแต่ได้สิทธิ์เยอะ ไม่จำกัดวงเงินเป๊ะๆ แต่ต้องอยู่ในข่ายที่เขากำหนด ถ้าเกินก็อาจจะมี "ค่าธรรมเนียมพิเศษ" เล็กๆ น้อยๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ครอบคลุมดี๊ดี เหมือนมีคนคอยดูแลค่าหมอค่ายาให้เบาๆ

  • บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ): อันนี้เป็นฮีโร่ของประชาชนทั่วไปเลย ได้สิทธิ์แบบฟรีๆ หรือจ่ายน้อยนิด แค่พกบัตรประชาชนใบเดียว ไปโรงพยาบาลรัฐได้ทั่วประเทศ เหมือนเป็นบัตรสมาชิกตลอดชีพที่ใครๆ ก็มีได้

  • ข้าราชการ: อันนี้เหมือนเป็นแพ็คเกจพิเศษขององค์กร ของดีมีคุณภาพหน่อย เบิกได้เต็มที่แบบไม่ต้องคิดมาก แต่ก็ต้องมีสังกัดนะ ไม่ใช่ใครก็ได้

  • ประกันสังคมกรณีว่างงาน: เหมือนเป็น "โบนัส" ช่วงพักเบรก ได้สิทธิ์รักษาพยาบาลต่ออีกพักนึง ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดตอนเวลาตกงาน เปรียบเหมือนมี "ประกันอะไหล่" ตอนเรากำลังหา "เครื่องยนต์" ใหม่

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเน้นๆ:

  • ประกันสังคม นี่คือเน้นการรักษาตาม "ความจำเป็นทางการแพทย์" ที่ระบุไว้ในกฎ ไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรก็ได้นะ เขาคัดสรรมาแล้วว่าดีต่อสุขภาพจริงๆ
  • บัตรทอง คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดหาให้ ประชาชนทุกคนเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้ง่ายๆ ไม่ต้องควักกระเป๋าเยอะ
  • ข้าราชการ ก็จะมีรายละเอียดการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนกว่าหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากับตำแหน่งหน้าที่
  • ประกันสังคมกรณีว่างงาน มีระยะเวลาจำกัดนะ พอหางานได้แล้วก็อาจจะต้องกลับไปใช้สิทธิ์เดิมแล้ว

การรักษาพยาบาลนี่แหละคือ "สินทรัพย์" ที่มีค่าที่สุด ยิ่งดูแลตัวเองดี สิทธิเหล่านี้ก็จะยิ่งมีประโยชน์สูงสุด!