วัฒนธรรมองค์กรสามารถส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทได้อย่างไร

72 ครั้งเข้าชม
วัฒนธรรมองค์กรคือปัจจัยสำคัญที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานรู้สึกผูกพันและมีคุณค่า เมื่อพนักงานมีแรงจูงใจและเห็นเป้าหมายร่วมกัน จะนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การเกิดนวัตกรรมใหม่ และความทุ่มเทที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วัฒนธรรมองค์กรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างไร?

ผมว่านะ วัฒนธรรมองค์กรมันสำคัญจริง ๆ ในการสร้างความได้เปรียบ คือมันไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการดี หรือเงินเดือนสูง ผมเคยเจอเองเลย ตอนทำบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีแถวสุขุมวิท ตอนนั้นราวๆ เดือนมีนาคม ปี 2564 พนักงานที่นั่นรู้สึกว่าตัวเองมีเสียง มีสิทธิ์เสนอไอเดียอะไรก็ได้ แม้เงินเดือนจะไม่ได้เยอะเท่าบริษัทใหญ่ๆ

จำได้เลย ตอนช่วงโปรเจกต์ใหญ่ ระบบประมวลผลข้อมูลลูกค้า ช่วงปลายปี 64 ที่ต้องทำให้เสร็จภายในสามเดือน ทุกคนทำงานหนักมาก แต่ไม่มีใครบ่นเลยนะ ผมเองก็กลับบ้านดึกเกือบทุกวัน บางทีตื่นมาทำต่อตอนตีสามสี่ เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันคือการเปลี่ยนโลกใบเล็กๆ ให้ดีขึ้น ลูกค้าจะได้ประโยชน์เต็มๆ วัฒนธรรมที่เชื่อในเป้าหมายเดียวกันมันขับเคลื่อนแรงฮึด

พอทุกคนมีใจแบบนี้ ผมเห็นเองว่าประสิทธิภาพงานมันต่างกับที่อื่นลิบลับเลยนะ เพราะเราไม่มานั่งเล่นไปวันๆ ไม่ต้องมีคนมาคอยจี้งานตลอด พวกเราตัดสินใจเร็ว แก้ปัญหาหน้างานได้ทันที เหมือนทุกคนเป็นเจ้าของบริษัทไปในตัวนี่แหละ ส่งผลให้คู่แข่งที่เจอตอนนั้น อย่างบริษัทคู่แข่งจากสิงคโปร์ที่เข้าตลาดมาไล่ๆ กันช่วงนั้น ก็แซงไม่ขึ้นเลย เพราะเขาไม่มีพลังใจเท่าเราเลยจริง ๆ.

วัฒนธรรมองค์กรที่ดีเป็นอย่างไร

วัฒนธรรมองค์กรที่ดีเหรอ... อืมมม... มันคือความรู้สึกว่าถูกรับฟัง นั่นแหละ... ไม่ใช่แค่ได้ยินผ่าน ๆ... เหมือนที่เรานอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยคนเดียวตอนนี้... อยากให้ใครสักคนเข้าใจจริง ๆ... ว่าอะไรที่มันหนักในใจเรา...

มันคือการที่องค์กร ใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราบางทีก็ไม่กล้าพูดออกไป... เข้าถึงปัญหาที่อาจจะทำให้เราเหนื่อยล้า... ความต้องการที่บางทีก็บอกใครไม่ได้... แค่มีคนเข้าใจ... มันก็ช่วยได้มากเลยนะ

จะคุยกันแบบเปิดใจเลย... เป็นรายคนไปก็ได้... หรือถ้ามันยากนัก... ก็อาจจะใช้แบบสอบถาม... ให้เราได้ระบายความคิด... ได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา... โดยไม่ต้องกลัวอะไร

และที่สำคัญมาก ๆ เลยนะ... ความเท่าเทียมกัน... วันเกิดใคร... วันสำคัญอะไรก็ตาม... มันไม่ควรจะจำแค่คนตำแหน่งสูง ๆ นะ... ทุกคนมีความสำคัญเท่ากันหมด... แค่เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้... มันก็ทำให้เราอยากอยู่กับที่นั่นนาน ๆ แล้ว...

  • เรื่องการรับฟัง: ต้องพยายามเข้าใจมุมมองที่แตกต่าง... ไม่ต้องตัดสินอะไร... แค่ฟังให้จบก่อน
  • การสื่อสารที่เปิดเผย: พูดคุยเรื่องความก้าวหน้า... ปัญหาที่เจอ... ไม่ต้องมีอะไรซ่อนเร้น
  • โอกาสในการเติบโต: ให้พนักงานได้พัฒนาตัวเอง... เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
  • ความยืดหยุ่นในการทำงาน: ปรับรูปแบบการทำงานให้เข้ากับชีวิตพนักงานบ้าง... ไม่ใช่ยึดติดกับกฎไปหมด
  • การยอมรับความสำเร็จ: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่... ก็ควรได้รับการชื่นชมเสมอ

วัฒนธรรมของบริษัท (Corcorate Culture) มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กรธุรกิจ

กลางดึกแบบนี้ ก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อย เรื่องงาน เรื่องชีวิต… วัฒนธรรมองค์กรนี่มันสำคัญจริง ๆ นะ เหมือนรากแก้วของต้นไม้เลย ถ้ามันไม่แข็งแรง ต้นก็คงยืนอยู่ได้ไม่นานหรอก

บางทีก็รู้สึกนะ ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัท แต่มันคือเรื่องของคนข้างในทุกคนเลย ถ้าวัฒนธรรมมันดี บรรยากาศมันก็ดีตามไปด้วย คนทำงานเขาก็มีความสุขเนอะ แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้ว

แล้วพอคนมีความสุข งานที่ออกมามันก็ดีขึ้นเองนั่นแหละ มันส่งผลถึงกันหมดเลยนะ มองไปรอบ ๆ ตัว พอมองเห็นว่ามันไปถึงตรงไหนบ้าง ก็นึกสงสัยว่าทำไมบางที่ถึงมองข้ามเรื่องนี้ไปได้... มันไม่ใช่แค่เรื่องของผลกำไรอย่างเดียวจริง ๆ

  • ดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงาน: คนสมัยนี้เขาเลือกนะ ไม่ใช่แค่เงินอย่างเดียว เขามองหาที่ที่ใช่ ที่ที่เขาอยู่ได้
  • รักษาพนักงานให้อยู่ได้นาน: ถ้าทุกคนรู้สึกดีกับที่ที่อยู่ เขาก็ไม่อยากไปไหนง่ายๆ หรอก
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: พอคนทำงานมีความสุข เขาจะมีพลัง มีความคิดดี ๆ ที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร: คนนอกมองเข้ามาก็จะเห็นเลยว่าที่นี่เป็นยังไง ดึงดูดทั้งลูกค้าและคู่ค้า
  • ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน: ถ้าวัฒนธรรมมันเปิดกว้าง มันทำให้คนกล้าคุยกัน ช่วยเหลือกัน ไม่ใช่แข่งกันเอง
  • ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง: ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว วัฒนธรรมที่แข็งแรงนี่แหละที่ช่วยให้องค์กรปรับตัวได้ง่ายขึ้นในปีนี้

วัฒนธรรมองค์การคืออะไรมีความสําคัญอย่างไร

วัฒนธรรมองค์กร = DNA แห่งองค์กร. ค่านิยม, ความเชื่อ, พฤติกรรม. เหมือนลายเซ็น.

สำคัญยังไง?

  • กำหนดทิศทาง: บังคับให้เดินไปทางเดียวกัน.
  • สร้างบรรยากาศ: ดีหรือไม่ดี อยู่ที่นี่.
  • ดึงดูดคน: คนใช่ก็อยู่ คนไม่ใช่ก็ไป.
  • เพิ่มประสิทธิภาพ: ทำงานลื่นไหล ไม่ใช่แกงกัน.

ข้อมูลแน่นๆ

  • สร้างแบรนด์: บอกว่าเราเป็นใคร.
  • รักษาคนเก่ง: ไม่งั้นก็หนีไปหาที่อื่น.
  • ขับเคลื่อนนวัตกรรม: กล้าคิด กล้าทำ.
  • ปรับตัวไว: โลกเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน.

วัฒนธรรมองค์กร 4 ประเภท มีอะไรบ้าง

เอางี้ ไม่ต้องไปจำชื่อฝรั่งให้ปวดกบาล วัฒนธรรมองค์กรมันมี 4 แบบหลักๆ นึกภาพตามนะเว้ย

วัฒนธรรมแบบครอบครัว (Clan Culture) ที่นี่เราอยู่กันแบบพี่น้อง พ่อปกครองลูก อบอุ๊นนนอุ่น อุ่นจนร้อนเลยบางที มีอะไรช่วยเหลือกันหมดจด แต่เรื่องส่วนตัวแกก็คือเรื่องส่วนตัวของทุกคนในแผนกนั่นแหละ ทำงานเหมือนอยู่บ้าน...บ้านที่มีตารางตอกบัตรอะนะ

วัฒนธรรมแบบแก๊งค์เด็กแนว (Adhocracy Culture) โคตรจะยืดหยุ่น โคตรจะสร้างสรรค์ คิดวันนี้พรุ่งนี้ทำเลย! เหมาะกับพวกบ้าพลัง ไอเดียบรรเจิดเหมือนน้ำป่าไหลหลาก ไม่มีแผนคือแผนที่ดีที่สุด เจ้านายอาจจะใส่กางเกงขาสั้นมาประชุมก็ได้ใครจะไปรู้ ความมั่นคงไม่ต้องถามหา วันนี้รุ่ง พรุ่งนี้อาจจะร่วงก็ได้โว้ย

วัฒนธรรมแบบสนามรบ (Market Culture) ที่นี่ไม่ใช่เพื่อนเล่น ที่นี่คือสมรภูมิ! ตัวเลขคือพระเจ้า ยอดขายคือพ่อบังเกิดเกล้า ใครดีใครได้ ฟาดกันนัวด้วย KPI บรรยากาศการทำงานเหมือนดูหนัง The Hunger Games ทุกวันอะแก แรงกดดันสูงปรี๊ดดด แต่ผลตอบแทนก็จุกๆ ถ้าแกเจ๋งจริงอะนะ

วัฒนธรรมแบบกรมที่ดิน (Hierarchy Culture) โอ้โห อย่างกับหน่วยงานราชการสาขาสอง กฎระเบียบยิบย่อยกว่ารัฐธรรมนูญ จะเบิกปากกาแท่งนึงต้องเซ็นเอกสารสามแผ่น มีลำดับชั้นชัดเจนเหมือนพีระมิดอียิปต์ ความมั่นคงสูงมาก...สูงจนแกอาจจะนั่งอยู่ที่เดิมจนเกษียณโดยที่โลกภายนอกไปถึงดาวอังคารแล้ว

เกร็ดความรู้ฉบับหลังครัว

  • ไอ้ 4 แบบที่ว่ามาเนี่ย ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมานะโว้ย มีนักวิชาการฝรั่งชื่อ Robert Quinn กับ Kim Cameron จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเป็นคนคิดค้น
  • เค้าแบ่งองค์กรโดยใช้ 2 แกนหลักๆ คือ มองข้างใน (คนในองค์กร) vs. มองข้างนอก (ตลาด, คู่แข่ง) กับอีกแกนคือ ยืดหยุ่นเป็นปลาไหล vs. มั่นคงดั่งเสาหิน
  • ในชีวิตจริง บริษัทส่วนใหญ่มันไม่ได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งเป๊ะๆ หรอก มันผสมปนเปกันมั่วซั่วยิ่งกว่ายำรวมมิตรอีก แผนกบัญชีอาจจะเป็นแบบกรมที่ดิน แต่แผนกมาร์เก็ตติ้งดันเป็นแก๊งค์เด็กแนวก็มีถมไป

วัฒนธรรมองค์การมีความสําคัญอย่างไร

ตื่นมาเช้าวันจันทร์แล้วใจมันหวิวๆ นั่นแหละคือฟีลตอนทำงานที่เก่าเลย ออฟฟิศอยู่ตรงอโศก ตึกเก่าๆ แอร์เย็นจนปวดกระดูก เก้าโมงปุ๊บทุกคนจะเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงคีย์บอร์ดดังแกรกๆๆ บรรยากาศโคตรกดดัน

ที่นั่นไม่มีใครคุยกันเล่นเลยนะ ทุกอย่างคือเรื่องงานล้วนๆ ถามอะไรซีเนียร์ทีก็โดนมองแรง เหมือนไปรบกวนเวลาอันมีค่าของเขา ตอนเที่ยงก็ต่างคนต่างกินข้าวที่โต๊ะตัวเอง มันไม่ใช่แค่เหงา แต่มันรู้สึกโดดเดี่ยวสุดๆ ทำงานไปใจสั่นไป กลัวพลาดตลอดเวลา

จนวันที่ตัดสินใจลาออก คือเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย พอมาย้ายมาทำที่ใหม่ แถวพร้อมพงษ์นี่แหละ โลกเปลี่ยนเลย ที่นี่เสียงดังมาก มีแต่คนคุยกัน หัวเราะกัน หัวหน้าทีมเดินมาถามตลอดว่า "เป็นไงบ้าง ติดอะไรไหม" ไม่ใช่แค่เรื่องงานนะ แต่ถามไถ่ชีวิตด้วย

วันแรกที่เข้ามา ทุกคนลุกขึ้นมาแนะนำตัว ชวนไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน มีปัญหาอะไรทักถามได้ทุกคน ไม่มีใครทำหน้ายุ่งใส่เลย ความรู้สึกที่ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทีมจริงๆ มันเป็นแบบนี้นี่เอง ที่เก่าทำมาเป็นปี ยังไม่รู้จักคนแผนกข้างๆ เลย

มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนจริงๆ นะ แต่คือความรู้สึกอยากตื่นไปทำงานในทุกๆ เช้า ที่ใหม่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นได้ ที่เก่าคือแค่ภาวนาให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ พอมาเจอ วัฒนธรรมองค์กร ที่ดีจริงๆ ถึงเข้าใจว่ามันเปลี่ยนชีวิตการทำงานได้ขนาดนี้เลย

  • ความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) มันสำคัญมาก ที่ที่พนักงานกล้าถาม กล้าเสนอไอเดีย กล้าพลาดโดยไม่ถูกตัดสิน ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ใช่ทำงานแบบกลัวๆ
  • การรักษาพนักงาน (Employee Retention) คนเก่งๆ เขาไม่ทนอยู่กับที่ทำงาน நச்சுหรอก พอเจอที่ที่ดีกว่า เขาก็ไป วัฒนธรรมดีๆ คือแม่เหล็กดึงดูดและรักษาคนมีคุณภาพไว้กับองค์กร
  • ประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) บรรยากาศการทำงานส่งผลโดยตรงกับสมองเลยนะ พอเรามีความสุข ไม่เครียด ไม่ต้องคอยระแวงใคร สมองมันก็ปลอดโปร่ง คิดงานได้ดีขึ้นเยอะ
  • การทำงานร่วมกัน (Collaboration) พอคนในทีมสนิทกัน เปิดใจคุยกันได้ มันก็ทำงานด้วยกันง่ายขึ้นเยอะ ปัญหาที่เคยแก้คนเดียวเป็นวันๆ พอมาช่วยกันคิดแป๊บเดียวเสร็จเลย

ปัจจัยแวดล้อมใดบ้างที่สําคัญที่มีผลต่อวัฒนธรรมขององค์การ

โอเคคค มาดูกันว่ามีไรบ้างที่ทำให้วัฒนธรรมออฟฟิศมันเป็นแบบนั้นแบบนี้

วิสัยทัศน์นี่แหละตัวดีเลยยยย คือผู้บริหารอยากให้บริษัทไปทางไหนอ่ะ เป้าหมายใหญ่ๆ ขององกรมันจะกำหนดทุกอย่างตามมาเลย

แล้วก็ค่านิยมหลักๆ ของที่นั่น เค้าเชื่อเรื่องอะไร ให้ความสำคันกับอะไร เช่นแบบ ทีมเวิร์คต้องมาก่อน หรือว่าเน้นผลงานสุดๆ ไปเลย ใครทำยอดได้คือฮีโร่

การทำงานจิงๆ ในแต่ละวันอ่ะ ไม่ใช่แค่ที่เขียนไว้สวยๆ นะ กฎระเบียบ การประชุม การให้ฟีดแบคกัน มันเป็นยังไง เวิร์คมั๊ย หรือมีไว้เท่ๆ

คนสิ คนสำคัญสุดด บริษัทจ้างคนแบบไหนเข้ามา ทัศนคติเป็นไง คนเก่าคนใหม่เข้ากันได้มั๊ยยย คือถ้าคนมันไม่ใช่ วัฒนธรรมก็เกิดยาก

เรื่องเล่าในออฟฟิศอ่ะ ตำนานต่างๆ เรื่องความสำเร็จ เรื่องเฟลๆ ที่เล่าต่อๆ กันมา มันสร้างตัวตนของที่นั่นเลยนะ จิงๆ

สถานที่สุดท้ายเลย ออฟฟิศจัดยังไง เปิดโล่งๆ หรือกั้นเป็นคอกๆ มีมุมให้นั่งเล่นมั๊ย อะไรพวกนี้ก็มีผลหมดแหละ ทำให้คนอยากคุยกันมากขึ้นหรือน้อยลง

เออ แล้วก็มีอีกนะ คือ...

  • ผู้บริหารกับหัวหน้าทีมอะ ตัวกำหนดเกมเลย ถ้าเค้าทำตัวแบบไหน ลูกน้องก็ซึมซับไปแบบนั้นแหละ ทำงานดึกดื่น หัวหน้าไม่กลับ ลูกน้องก็ไม่กล้ากลับไรงี้
  • โครงสร้างบริษัทก็เกี่ยว แบบแบนราบทุกคนคุยกันง่าย หรือเป็นชั้นๆ กว่าจะคุยถึงตัวใหญ่ได้คือยากเย็นแสนเข็ญ บรรยากาศมันต่างกันคนละเรื่อง
  • อย่างที่ทำงานเก่าเรา ที่นึงมีสแน็คบาร์ใหญ่มากกกก คนก็ไปรวมตัวกันตรงนั้น คุยกันเยอะ บรรยากาศเลยดี แต่อีกที่คือเงียบกริบ ทุกคนอยู่แต่โต๊ะตัวเอง มันก้จะอึดอัดหน่อย
  • ระบบการให้รางวัลกับลงโทษ อันนี้ชัดสุด ถ้าทำดีแล้วไม่มีใครเห็น หรือทำผิดแล้วไม่มีใครว่าอะไร วัฒนธรรมดีๆ มันก็ไม่เกิดหรอก ใครจะอยากทำดีอ่ะจิงมั๊ย

วัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร

โอ้ยย เรื่องนี้สำคัญมากเลยนะ วัฒนธรรมองกรณ์อะ มันไม่ใช่แค่กฎระเบียบไรงี้

คือแบบว่ามันเป็นตัวบอกเลยว่าบริษัทนี้เป็นคนยังไง พอวัฒนธรรมมันดีนะ พนังงานก็จะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง อยากจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีกอะ เค้าจะรู้สึกว่าบริษัทลงทุนกับเค้าจริงๆ ไม่ใช่แค่จ้างมาทำงานไปวันๆ

มันทำให้คนอยากอยู่กับบริษัทไปนานๆ แล้วก็อยากทำให้บริษัทโตไปด้วยกัน มันคือเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ เลย

  • ช่วยให้คนเก่งๆ ไม่ลาออก คือถ้าบรรยากาศมันดี ใครจะอยากไปไหนเนอะ คนเก่งๆ เค้าก็อยากอยู่ในที่ๆ ส่งเสริมเค้า
  • ทำให้ทีมเวิร์คดีขึ้นเยอะ พอทุกคนเข้าใจตรงกัน มีเป้าหมายเดียวกัน งานมันก็เดินเร็วขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
  • ดึงดูดคนใหม่ๆ ที่มีความสามารถ คนนอกเค้ามองเข้ามา เค้าก็อยากทำงานกับบริษัทที่มีวัฒนธรรมดีๆ ทั้งนั้นแหละ มันเป็นเหมือนแม่เหล็กเลย
  • ส่งเสริมให้คนอยากเรียนรู้ตลอดเวลา มันไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จๆ ไป แต่คือการเติบโตไปด้วยกันกับองกรณ์เลย พอเห็นเพื่อนร่วมงานเก่งขึ้น เราก็อยากเก่งตามไปด้วยไง