สมัครแอปทางรัฐหมดเขตวันไหน
สมัครแอปทางรัฐหมดเขตวันไหน? ตรวจสอบสถานะและขั้นตอนยืนยันตัวตน
การลงทะเบียนเพื่อรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่านแอปทางรัฐสำหรับกลุ่มผู้มีสมาร์ทโฟนสิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน 2567 เวลา 23.59 น. อย่างไรก็ตาม ตัวแอปพลิเคชันทางรัฐยังสามารถดาวน์โหลดและสมัครใช้งานเพื่อรับบริการภาครัฐอื่นๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหมดเขต
สมัครแอปทางรัฐหมดเขตวันไหน และสรุปสถานะล่าสุด
การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท (Digital Wallet) ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ สำหรับกลุ่มผู้ที่มีสมาร์ทโฟน ได้ปิดรับลงทะเบียนอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 เวลา 23.59 น. หากคุณเพิ่งดาวน์โหลดแอปฯ ในตอนนี้เพื่อหวังจะกดรับสิทธิเงินหมื่นในรอบแรกถือว่าสายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวแอปพลิเคชันเองยังคงเปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานบริการภาครัฐอื่นๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหมดเขต
ในช่วงการเปิดลงทะเบียนที่ผ่านมา ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ รวมทั้งสิ้น 36 ล้านคน[2] ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและสะท้อนถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่สังคมดิจิทัลของคนไทย ผมจำได้แม่นเลยว่าช่วง 2-3 วันสุดท้ายก่อนปิดระบบ เพื่อนร่วมงานหลายคนนั่งเฝ้าหน้าจอมือถือจนดึกดื่นเพราะกลัวจะพลาดสิทธิ ระบบมีการหน่วงบ้างเป็นพักๆ เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล แต่โดยภาพรวมถือว่ารองรับการใช้งานได้ดีกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้
เจาะลึกสถานะการสมัครของแต่ละกลุ่ม: ใครยังมีลุ้นและใครหมดเขต
แม้ว่าการลงทะเบียนรอบหลักจะจบลงไปแล้ว แต่โครงการเงินดิจิทัลมีการแบ่งเฟสการทำงานที่ซับซ้อน ทำให้หลายคนยังสับสนว่าตนเองอยู่ในกลุ่มไหนกันแน่
กลุ่มที่มีสมาร์ทโฟนและลงทะเบียนทัน
สำหรับกลุ่มนี้ หน้าที่หลักคือการติดตามสถานะการยืนยันตัวตนในแอปฯ ซึ่งหากผ่านขั้นตอนที่ 3 (ตรวจสอบสิทธิ) แล้ว ก็เพียงแค่รอการประกาศโอนเงินในเฟสถัดไป งบประมาณโครงการรวมกว่า 4.5 แสนล้านบาทถูกจัดสรรไว้เพื่อรองรับประชาชนในส่วนนี้ [3] โดยรัฐบาลมีการปรับแผนการจ่ายเงินเพื่อความเหมาะสมตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
กลุ่มเปราะบาง (ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ)
กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐเนื่องจากรัฐบาลมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และส่วนใหญ่ได้รับเงินสด 10,000 บาทเข้าบัญชีพร้อมเพย์ไปแล้วในช่วงปลายปี 2567 การได้รับเงินสดโดยตรงช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับฐานรากได้ทันที ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีการนำเงินไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 60% ของยอดเงินที่ได้รับทั้งหมด
กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน
รัฐบาลมีการเปิดช่องทางพิเศษสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ โดยให้ลงทะเบียนผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และ ธอส. ซึ่งวันหมดเขตของกลุ่มนี้มักจะขยายออกไปตามประกาศของกระทรวงการคลังเพื่อเก็บตกผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด
ปัญหาโลกแตก: ยืนยันตัวตนไม่ผ่านก่อนวันหมดเขตทำอย่างไร
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องวันหมดเขต แต่คือการสแกนใบหน้าไม่ผ่าน (Face Recognition) ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วนก่อนระบบจะปิด
ผมเคยช่วยคุณป้าแถวบ้านยืนยันตัวตน สแกนไปเกือบ 10 รอบก็ยังไม่ผ่าน จนแกเริ่มถอดใจและคิดว่าสิทธิจะหลุดลอยไป - เชื่อไหมว่าปัญหาอยู่ที่แสงสว่างไม่พอและมุมกล้องเท่านั้นเอง - สุดท้ายเราต้องเดินออกไปสแกนกลางแจ้งหน้าบ้านถึงจะผ่านไปได้ ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่าเทคโนโลยีที่ดูเหมือนฉลาด บางครั้งก็พ่ายแพ้ต่อเรื่องพื้นฐานอย่างแสงแดดธรรมชาติ
หากคุณยืนยันตัวตนไม่ผ่านก่อนถึงวันที่ 15 กันยายน คุณยังมีสิทธิอุทธรณ์ได้หากระบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นของคุณไว้แล้ว ช่องทางการอุทธรณ์ส่วนใหญ่จะเปิดให้ทำผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ หรือติดต่อสายด่วน 1111 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้คำแนะนำเป็นรายกรณี
แอปทางรัฐยังมีประโยชน์อะไรอีกบ้างหลังจากหมดเขตเงินดิจิทัล
หลายคนเข้าใจผิดว่าแอปทางรัฐมีไว้เพื่อรับเงิน 10,000 บาทเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงนี่คือ ซูเปอร์แอป (Super App) ของภาครัฐไทยที่รวบรวมบริการกว่า 150 รายการไว้ในที่เดียว และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรลบแอปนี้ทิ้งหลังจบโครงการ
บริการที่คุณสามารถใช้ได้ตลอดเวลา ได้แก่: ตรวจสอบเครดิตบูโร: คุณสามารถดูสถานะหนี้ของคุณได้ฟรีผ่านแอปฯ ซึ่งปกติการขอตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100-150 บาท เช็กเงินสมทบประกันสังคม: ดูยอดเงินสะสมกรณีชราภาพและความเป็นไปได้ในการขอรับประโยชน์ทดแทน ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล: ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม สามารถเช็กสถานพยาบาลที่ตนเองมีสิทธิได้ทันที ใบขับขี่ดิจิทัล: ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ตามกฎหมายโดยไม่ต้องพกบัตรแข็ง เช็กคะแนนใบสั่ง: ตรวจสอบค่าปรับจราจรที่ค้างชำระเพื่อป้องกันปัญหาในการต่อภาษีรถยนต์
แต่มีเรื่องหนึ่งที่เซอร์ไพรส์คนใช้แอปฯ เยอะมาก ซึ่งผมเองก็เพิ่งมารู้ตอนลองกดเล่นๆ คือแอปนี้สามารถเช็กเงินบำเหน็จบำนาญสะสมสำหรับข้าราชการได้ละเอียดมาก ใครที่วางแผนเกษียณควรมีติดเครื่องไว้จริงๆ
อนาคตของเงินดิจิทัลเฟส 2: จะมีเปิดลงทะเบียนเพิ่มไหม
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ จะมีการเปิดรอบเก็บตกหรือเฟส 2 สำหรับกลุ่มทั่วไปอีกเมื่อไหร่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาจัดสรรงบประมาณในปีถัดไปสำหรับการโอนเงินให้กลุ่มที่เหลือ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือวิธีการตามความเหมาะสมของสภาพคล่องทางการเงินของประเทศ
การติดตามข่าวสารผ่านช่องทางหลักของแอปทางรัฐและกระทรวงการคลังจึงสำคัญมาก อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าเปิดลงทะเบียนใหม่ผ่านลิงก์แปลกๆ เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่จ้องจะดูดเงินในบัญชีของคุณแทนที่จะได้เงินจากรัฐ
เปรียบเทียบสถานะและวันหมดเขตของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าใครอยู่สถานะไหน และยังสามารถทำอะไรได้บ้างในปัจจุบัน ผมสรุปข้อมูลสำคัญไว้ดังนี้กลุ่มสมาร์ทโฟน (เฟสหลัก)
• 15 กันยายน 2567 (ปิดรับแล้ว)
• แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เท่านั้น
• ตรวจสอบสถานะ และแก้ไขข้อมูลกรณีอุทธรณ์
กลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ไม่มีมือถือ)
• ตามประกาศขยายเวลาของรัฐบาล
• ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. ทั่วประเทศ
• ลงทะเบียน ณ สาขาธนาคารที่กำหนด
กลุ่มเปราะบาง ⭐
• ไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม (ใช้ฐานข้อมูลเดิม)
• โอนผ่านพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนอัตโนมัติ
• ตรวจสอบการโอนเงินสำเร็จหรือยัง
กลุ่มที่ใช้แอปทางรัฐเป็นกลุ่มที่มียอดลงทะเบียนสูงสุดและปิดรับสิทธิไปก่อนเพื่อน ในขณะที่กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนรัฐบาลมักขยายเวลาให้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิบทเรียนจากความใจเย็นของ สมชาย: เมื่อการรอวันสุดท้ายคือหายนะ
สมชาย พนักงานส่งอาหารในกรุงเทพฯ วัย 32 ปี มักจะยุ่งกับงานจนลืมเช็กข่าวสาร เขาคิดว่าการสมัครแอปทางรัฐนั้นง่ายและรวดเร็ว จึงรอจนถึงคืนวันที่ 15 กันยายนเพื่อเริ่มลงทะเบียนสิทธิเงินหมื่นเป็นครั้งแรก
เวลา 23.00 น. สมชายพยายามสแกนใบหน้าท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องพัก ปรากฏว่าระบบแจ้งเตือนข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเริ่มลนลานจนมือสั่น ทำให้การถ่ายรูปบัตรประชาชนไม่ชัดเจนและเสียเวลาไปเกือบชั่วโมง
เขาตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่เซเว่นอีเลฟเว่นใกล้ๆ เพื่อยืนยันตัวตนผ่านตู้บริการอัตโนมัติ (Kiosk) แทนการสแกนผ่านแอปฯ โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่เขาเพิ่งนึกออกตอนใกล้จะเที่ยงคืน
สุดท้ายเขาส่งข้อมูลสำเร็จในเวลา 23.55 น. เฉียดฉิวเพียง 5 นาที สมชายยอมรับว่าความประมาททำให้เขาเกือบเสียสิทธิ และต้องนอนไม่หลับไปทั้งคืนเพราะความเครียดสะสมจากการเร่งรีบในวินาทีสุดท้าย
ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุ
จดจำเส้นตายวันที่ 15 กันยายน 2567นี่คือวันสุดท้ายของการรับสิทธิสำหรับกลุ่มสมาร์ทโฟน ใครที่สมัครไม่ทันหลังจากนี้ถือว่าพลาดสิทธิรอบแรกอย่างเป็นทางการ
อย่าลบแอปหลังสมัครเสร็จแอปทางรัฐเป็นช่องทางเดียวในการแจ้งเตือนผลการอุทธรณ์และการโอนเงินดิจิทัล การเก็บแอปไว้จะช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญในเฟส 2
การยืนยันตัวตนในแอปนี้ช่วยให้คุณเช็กเครดิตบูโรและสิทธิรักษาพยาบาลได้ฟรี ประหยัดค่าธรรมเนียมการตรวจสอบไปได้หลักร้อยบาทต่อครั้ง
ส่วนข้อยกเว้น
สมัครทางรัฐไม่ทันทำยังไงดี เสียสิทธิถาวรเลยไหม?
สำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิเงินดิจิทัลรอบแรกถือว่าเสียสิทธิในเฟสนั้นไปแล้ว แต่แอปทางรัฐยังสามารถสมัครเพื่อใช้บริการภาครัฐอื่นๆ ได้ตามปกติ และควรติดตามประกาศจากรัฐบาลกรณีมีการเปิดรอบอุทธรณ์หรือโครงการเก็บตกในอนาคต
แอปทางรัฐยังสมัครได้ไหมถ้าไม่เอาเงิน 10,000?
สมัครได้แน่นอน แอปทางรัฐเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงบริการดิจิทัลของไทย คุณสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเพื่อเช็กสิทธิประกันสังคม ตรวจเครดิตบูโร หรือดูคะแนนใบขับขี่ได้ตลอดเวลาไม่มีวันปิดรับสมัคร
ลบแอปไปแล้ว สิทธิเงินหมื่นที่ลงทะเบียนไว้จะหายไหม?
สิทธิไม่หายเนื่องจากข้อมูลถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลกลางของรัฐแล้ว แต่การลบแอปจะทำให้คุณไม่สามารถติดตามสถานะการโอนเงินหรือรับการแจ้งเตือนสำคัญได้ แนะนำให้โหลดกลับมาและเข้าสู่ระบบเดิมเพื่อรักษาความต่อเนื่อง
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบริการภาครัฐเท่านั้น เงื่อนไขและกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังหรือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ก่อนการตัดสินใจทางการเงินใดๆ
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง
- [2] En - ในช่วงการเปิดลงทะเบียนที่ผ่านมา ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ รวมทั้งสิ้น 36 ล้านคน
- [3] Bangkokbiznews - งบประมาณโครงการรวมกว่า 4.5 แสนล้านบาทถูกจัดสรรไว้เพื่อรองรับประชาชนในส่วนนี้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต