อรรถประโยชน์ (Utility) หมายถึงอะไร

104 ครั้งเข้าชม
อรรถประโยชน์ (Utility) คือ ความรู้สึกพึงพอใจที่ผู้บริโภคแต่ละคนได้รับจากการใช้สินค้าหรือบริการต่างๆ โดยความพึงพอใจนี้สามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้ ซึ่งระดับของอรรถประโยชน์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยตรง แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แตกต่างกันในมุมมองของแต่ละบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อรรถประโยชน์ (Utility) คืออะไร? อธิบายความหมายและความสำคัญ?

อรรถประโยชน์นี่มัน... อืมม, นึกภาพตามนะ เหมือนตอนเราหิวมากๆ แล้วได้กินข้าวคำแรกอะ มันรู้สึกดีสุดๆ นั่นแหละ อรรถประโยชน์ ก็คือความสุข ความพอใจของเราต่อของที่เรากิน ของที่เราใช้ หรือบริการที่เราได้รับนั่นแหละ

ยิ่งเราอยากได้อะไรมากๆ อรรถประโยชน์จากสิ่งนั้นก็ยิ่งสูงนะ อย่างตอนฉันอยากได้ไอโฟนรุ่นใหม่มากๆ ราคา 39,900 บาท ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเนี่ย ตอนได้มา ความสุขมันล้นปรี่จริงๆ

แต่พอได้มาแล้ว ใช้ไปเรื่อยๆ ความอยากมันก็ลดลงใช่มะ อรรถประโยชน์มันก็เลยค่อยๆ น้อยลงไปด้วย เป็นเรื่องปกติแหละ

สำคัญไหม? โห สำคัญมากนะ ถ้าไม่มีอรรถประโยชน์ ใครจะไปซื้อของล่ะ ร้านค้า เขาก็ต้องทำสินค้าบริการให้เราพอใจนี่นา

Possession Utility หมายถึงอะไร

Possession Utility คือ อรรถประโยชน์ด้านความเป็นเจ้าของ เกิดจากการที่กิจกรรมทางการตลาดช่วยให้ลูกค้าครอบครองสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น รู้สึกพึงพอใจหรือรับรู้ถึงความแตกต่างจากผู้ขาย

โอ๊ยย คิดเรื่อง Possession Utility นี่แหละ งงๆ นะตอนแรก นึกว่าแค่การซื้อขายธรรมดา แต่จริงๆ มันลึกกว่านั้นเยอะ คือทำให้เราอยากได้ แล้วก็รู้สึกดีที่ได้เป็นเจ้าของ อะไรแบบนั้นใช่ป่ะ

Possession utility เนี่ย คือเรื่องที่ทำให้คนอยากได้ของแล้วซื้อไปไง ง่ายๆ แค่นี้เลยมั้ง...เอ๊ะ ไม่ใช่แค่ง่ายๆ สิ มันคือ ความพึงพอใจ ที่เราได้เป็นเจ้าของนะ

  • มันไม่ใช่แค่มีของนะ แต่คือการทำให้เรา "รู้สึก" ว่าดีจังที่ได้เป็นเจ้าของมัน
  • ลองคิดดูนะ กิจกรรม การตลาด ที่ว่าเนี่ยมันมีอะไรบ้าง?
    • ผ่อน 0% นี่แหละ ชัดเลยนะ เรายังไม่มีเงินก้อนก็ยังได้เป็นเจ้าของได้ นี่แหละ Possession utility!
    • การรับประกันสินค้า ก็ด้วยนะ ทำให้มั่นใจ กล้าซื้อ ไม่ต้องกลัว ถ้าพังก็มีคนดูแล นี่คือทำให้เรา "กล้าเป็นเจ้าของ" ไง
    • การให้เครดิต หรือ สินเชื่อต่างๆ อันนี้ก็ช่วยให้เรามีกำลังซื้อมากขึ้นนะ ทำให้ได้ครอบครองของที่อยากได้เลย
    • โปรแกรมสะสมแต้ม หรือ บัตรสมาชิก ก็ใช่ ทำให้เรารู้สึกว่าการเป็นลูกค้าประจำมันพิเศษ ได้สิทธิพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นี่ก็ทำให้รู้สึกว่า "เป็นเจ้าของ" สิทธิพิเศษนั้นๆ แล้วก็อยากกลับมาซื้ออีก
  • คือมันเกี่ยวกับ "ความรู้สึก" และ "ความแตกต่าง" ที่เราได้จากการเป็นเจ้าของนะ สำคัญตรงนี้เลย
  • นี่มันต่างจาก Form Utility (เปลี่ยนรูป) หรือ Place Utility (ส่งถึงที่) หรือ Time Utility (มีของตอนที่เราต้องการ) นะ มันคือเรื่อง "การได้มา" และ "ความรู้สึกที่ได้มา" โดยตรงเลย
  • สงสัยว่า ถ้าไม่มี Possession utility คนจะซื้อของน้อยลงไหม? ฉันเห็นว่า ถ้าไม่มีตรงนี้เลย การตัดสินใจซื้อมันยากขึ้นมากๆ นะ เพราะบางทีแค่ตัวสินค้าไม่พอ ต้องมีตัวช่วยให้รู้สึกว่าการได้มานั้นคุ้มค่าและง่ายดาย
  • แบบว่า เรากำลังมองหาสินค้าอะไรสักอย่างอยู่ แล้วเจอโปรผ่อนยาวๆ ดอกเบี้ย 0% ทันทีที่เห็นก็รู้สึกว่า "ว้าว ฉันเป็นเจ้าของมันได้แล้วนะ!" ถึงแม้จะยังไม่ได้จ่ายครบก็ตาม นี่แหละเวทมนตร์ของมัน
  • ปีนี้ (2024) ก็ยังเห็นเยอะเลย พวกโปรโมชั่นบัตรเครดิตลดแลกแจกแถม หรือผ่อน 0% นี่คือเครื่องมือหลักๆ เลยในการสร้าง Possession utility ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
  • บางทีมันก็เป็นแค่เรื่องของการทำให้รู้สึกว่า "นี่มันของฉันนะ" พอรู้สึกแบบนั้นแล้วมันก็แฮปปี้กว่าเดิมเยอะเลย

อรรถประโยชน์รวม (Total Utility. Tu) และ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (Marginal Utility MU) แตกต่างกันอย่างไร (

อรรถประโยชน์รวม (TU) คือ ความพึงพอใจทั้งหมด ที่ได้จากการบริโภคในปริมาณหนึ่ง อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) คือ ความพึงพอใจจากหน่วยสุดท้าย ที่บริโภค. แต่ละหน่วยมีค่า.

เมื่อรวม MU ของทุกหน่วย, จะได้ TU. ความพึงพอใจไม่ใช่เรื่องคงที่. เปลี่ยนไปตามปริมาณ.

  • TU สะท้อน ความพึงพอใจสะสม. ยิ่งรับมา, มักสูงขึ้น. แต่มีจุดสิ้นสุด.
  • MU คือ ค่าที่เพิ่มเข้ามา จากหน่วยล่าสุด. บอกการเปลี่ยนแปลงของ TU.
  • กฎการลดน้อยถอยลงของ MU: บริโภคสิ่งเดียวกันซ้ำๆ. ความพึงพอใจหน่วยถัดไปจะลดลง. ธรรมชาติของมนุษย์.
  • ความสัมพันธ์ TU และ MU:
    • MU เป็นบวก: TU ยังคงเพิ่ม.
    • MU เป็นศูนย์: TU ถึงจุดสูงสุด. นั่นคือพอดี.
    • MU เป็นลบ: TU กลับลดลง. เกินความจำเป็น.

อรรถประโยชน์ Utility มีอะไรบ้าง

อรรถประโยชน์: ไม่ใช่แค่ของที่ดูดี แต่คือของที่ "ใช่" ในเวลาที่ "ใช่" แล้ว "เป็นของเรา" ด้วย!

อรรถประโยชน์เนี่ยนะ มันก็เหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละ มีหลายแง่มุมที่ทำให้เรา "รู้สึกว่า" มันมีค่า ยิ่งกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก ลองนึกภาพตามนะ:

  • รูปแบบ (Form Utility): นี่คือการแปลงร่าง! เอาวัตถุดิบธรรมดาๆ มาปั้นแต่งให้มันดูดี มีประโยชน์ขึ้นมาทันตา เหมือนเอาไม้มาเหลาเป็นเก้าอี้นั่งสบาย แทนที่จะกองทิ้งไว้เฉยๆ หรือเอาข้าวสารมาหุงเป็นข้าวสวยหอมกรุ่น ถ้าไม่มีการ "แปลงร่าง" พวกนี้ ของมันก็เป็นแค่ของ ไม่มีใครอยากได้ใช่ไหมล่ะ?

  • สถานที่ (Place Utility): บางทีของดีๆ ก็อยู่ที่ "ไปอยู่ตรงไหน" เหมือนน้ำแข็ง ยิ่งร้อนๆ ยิ่งอยากได้ แต่ถ้ามันลอยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ใครจะอยากไปงมหามัน? พอมาถึงร้านสะดวกซื้อตอนบ่ายๆ ที่แดดเปรี้ยงๆ สิ ถึงจะรู้คุณค่า! การขนส่งนี่แหละ ตัวพ่อแห่งการสร้างอรรถประโยชน์

  • เวลา (Time Utility): อันนี้เกี่ยวกับการ "มาทัน" หรือ "ไม่มาสาย" เลยนะ! นึกถึงเสื้อกันฝน ถ้าตกหนักแล้วเพิ่งเอามาให้ มันก็ไม่ค่อย "อรรถประโยชน์" เท่าไหร่ใช่ป่ะ? แต่ถ้ามันถูกยื่นให้ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านตอนเมฆดำครึ้ม อันนี้สิ! หรือพวกโปรโมชั่นฉลองปีใหม่ ถ้ามาให้ตอนเดือนมีนาคม มันก็เหมือนหมดอายุแล้ว

  • กรรมสิทธิ์ (Possessive Utility): สุดท้าย คือการที่ "มันเป็นของเรา" ได้จับจองเป็นเจ้าของ! บางทีของอาจจะดี รูปแบบก็ใช่ สถานที่ก็มาเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าเราต้องรออีกครึ่งปีถึงจะได้ครอบครอง มันก็ลดทอนความ "อรรถประโยชน์" ลงไปเยอะเลย สัญญาซื้อขาย สิทธิในทรัพย์สินนี่แหละ ทำให้เรารู้สึกว่ามัน "ของเรา" จริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้ลึก):

  • Form Utility: นอกจากงานประดิษฐ์แล้ว การบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานง่ายก็ถือเป็น Form Utility เช่นกัน ทำให้สินค้าดูน่าสนใจและสะดวกต่อการใช้งาน
  • Place Utility: เทคโนโลยี e-commerce และบริการจัดส่งถึงบ้าน คือตัวอย่างชั้นดีของการสร้าง Place Utility ทำให้เราได้สินค้าที่ต้องการ แม้จะอยู่ห่างไกล
  • Time Utility: การจัดการคลังสินค้าให้มีสินค้าพร้อมส่งในช่วงเวลาที่ต้องการ (เช่น เทศกาล) หรือบริการซ่อมด่วน ก็เป็นตัวอย่างของ Time Utility ที่ดี
  • Possessive Utility: การเช่าซื้อ การผ่อนชำระ หรือแม้กระทั่งการรับประกันสินค้า ล้วนช่วยเสริมสร้าง Possessive Utility ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

Place Utility เน้นด้านใด

Place Utility มันคือเรื่องของ สถานที่ ล้วนๆ

  • เน้นให้สินค้า เข้าถึง ลูกค้าได้ง่ายสุด ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ไหน สินค้าต้องถึงมือ
  • มันคือการบริหาร ช่องทางจัดจำหน่าย ให้โคตรมีประสิทธิภาพ จะขายตรง ขายผ่านใคร ก็ต้องมั่นใจว่าของถึง
  • การขนส่ง นี่เรื่องใหญ่ ขนไปไงให้ไว ให้ถึง ให้ครบ ไม่มีข้ออ้าง
  • การเลือกทำเล ร้านค้า หรือจุดกระจายสินค้า โคตรสำคัญ ผิดที่คือ เจ๊ง
  • การบริหารคลังสินค้า ก็ใช่ เก็บของให้พร้อมส่ง ไม่ใช่แค่กองๆ ไว้
  • สุดท้าย มันคือการลด ระยะทาง กับ เวลา ในการที่ลูกค้าจะได้ของ แค่นั้น.

อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์ (Image Utility) มีความหมายอย่างไรและมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร

อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์... พอคิดถึงมันนะ... มันก็เหมือนการที่เราพยายามสร้างอะไรบางอย่างในใจคน... ให้เขารู้สึกดีกับเรา กับสินค้าเรานั่นแหละ มันคือ คุณค่าที่ผุดขึ้นมาในความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน เลยนะ

มันเกิดขึ้นจากการที่เราทำอะไรหลายๆ อย่างนะ... อย่างการโฆษณาที่เราเห็นบ่อยๆ หรือการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้คนรู้จักเราในมุมดีๆ นี่แหละ เป็น เครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ภาพลักษณ์มันชัดเจนขึ้น

สุดท้ายแล้ว... เป้าหมายมันก็คือการสร้าง ความพอใจให้ลูกค้ามากๆ เลยนะ พอเขาพอใจ เขาถึงจะเลือกเรา มันส่งผลตรงๆ เลยแหละ ให้เกิดยอดขาย แล้วก็เป็นกำไรกลับมาให้องค์กรเรา

  • สร้างความแตกต่างให้สินค้า แม้คุณภาพจะคล้ายกัน ภาพลักษณ์ที่ดีจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกเราก่อน
  • เพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ แบรนด์ที่มีภาพพจน์แข็งแกร่งมักมีมูลค่าสูง สามารถตั้งราคาที่สูงขึ้นได้
  • ดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงาน องค์กรที่ดูดี มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ จะได้บุคลากรที่มีความสามารถมาร่วมทีม
  • สร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว ลูกค้าและคู่ค้าจะเชื่อมั่นในธุรกิจที่มีภาพพจน์เชิงบวก ทำให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน
  • ช่วยให้รับมือวิกฤตได้ดีขึ้น หากเกิดปัญหา ภาพลักษณ์ที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวและรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้เร็วขึ้น