เหตุฉุกเฉินมีกี่ประเภท

70 ครั้งเข้าชม
สทป. แบ่งเหตุฉุกเฉินเป็น 4 ประเภทหลัก: เพลิงไหม้: เหตุการณ์ไฟไหม้ การระเบิด: เหตุการณ์ระเบิด สารเคมีรั่วไหล: สารเคมีหกรั่วไหล การเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เหตุฉุกเฉินมีกี่ประเภท? จำแนกอย่างไร?

เอ่อ... เหตุฉุกเฉินนะเหรอ? เอาจริงๆ ตอนอ่านเจอคำถามนี้ในหัวมันตีกันไปหมดเลย (ฮ่าๆ) แต่เท่าที่จำได้คร่าวๆ นะ เหมือนเค้าจะแบ่งเป็น... เพลิงไหม้, ระเบิด, แล้วก็พวกสารเคมีรั่วไหลใช่ป่ะ? เหมือนเคยอ่านเจอที่ไหนซักแห่ง

จำได้ลางๆ ว่าเคยอ่านเจอในเอกสารของ สทป. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) เมื่อนานมาแล้วนะ น่าจะช่วงปี 2560 กว่าๆ มั้ง... ตอนนั้นเข้าไปอบรมเรื่องความปลอดภัย แล้วเค้าก็แจกเอกสารมาให้อ่าน ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอมาเจอคำถามนี้เลยพอจะนึกออกบ้าง

ที่แน่ๆ คือเค้าไม่ได้แบ่งแค่ 3 อย่างแน่นอน น่าจะมีมากกว่านั้น แต่ตอนนี้ในหัวมันโล่งโจ้งไปหมดแล้ว (แอบโทษตัวเองเบาๆ ที่ตอนนั้นไม่อ่านให้ละเอียดกว่านี้) ใครรู้ช่วยบอกที! ????

เหตุฉุกเฉิน มีอะไรบ้าง

เหตุฉุกเฉิน คือภัยคุกคาม

  • บาดเจ็บ: ร่างกายอ่อนแอ เปราะบาง
  • อัคคีภัย: เปลวเพลิงกลืนกินทุกสิ่ง
  • ระเบิด: แรงอัดทำลายล้าง
  • สารเคมีรั่ว: มัจจุราชไร้สี ไร้กลิ่น
  • ก๊าซพิษ: ลมหายใจคือความตาย
  • ทำร้ายร่างกาย: ความรุนแรงดิบเถื่อน
  • ภัยธรรมชาติ: โลกสำแดงเดช
  • จลาจล: สังคมแตกสลาย
  • ก่อการร้าย: ความหวาดกลัวกัดกิน

คาดการณ์เพื่อเตรียมพร้อม หรือปล่อยให้โชคชะตากำหนด?

ระดับภาวะฉุกเฉินมีกี่ประเภท

ฉุกเฉินมีหลายขั้น ปัญหาใคร ปัญหามัน

  • เล็กน้อย: แค่สะดุด
  • ปานกลาง: เจ็บแต่ทนได้
  • ร้ายแรง: ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
  • ภัยพิบัติ: ตัวใครตัวมัน

เพิ่มเติม: แต่ละที่วัดไม่เท่ากัน ตัวเลข, สี, ชื่อเรียก ต่างกันไป สุดท้ายคือ เอาชีวิตรอด

เหตุฉุกเฉินในโรงงาน มีอะไรบ้าง

เอ้า! ถามมาได้ เหตุฉุกเฉินในโรงงานน่ะเหรอ? มันก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ! วุ่นวาย ชิบหาย! มาดูกันว่าโรงงานเขาเจออะไรบ้าง:

  • ไฟไหม้โรงงาน: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ไฟไหม้ทีนี่ไม่ใช่แค่ข้าวของพังนะ ชีวิตคนก็เอาไปด้วย! เหมือนใจเธอที่โดนทิ้ง… เจ็บจี๊ด!

  • สารเคมีรั่วไหล: พวกนี้อันตรายยิ่งกว่าเมียน้อยอีก! มองไม่เห็น แต่พิษสงร้ายกาจ! กัดกินทุกอย่าง!

  • โรงงานระเบิด: บึ้ม! ชีวิตเปลี่ยน! เหมือนถูกหวยแดรก! ไม่เหลืออะไรให้จำ!

  • เครื่องจักรขัดข้อง: ไอ้พวกนี้ตัวดี! เสียทีนึง งานก็หยุด คนก็เซ็ง! เหมือนเจอแฟนเก่า!

  • อุบัติเหตุอื่นๆ: อันนี้ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของแต่ละโรงงานไป! บางทีก็ซวยเพราะคน บางทีก็ซวยเพราะฟ้า!

สถิติอุบัติเหตุที่เจอบ่อยๆ (ปีนี้เลยนะจ๊ะ):

  • ลื่นล้ม: อันนี้เบสิก! เหมือนชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลาน!

  • โดนเครื่องจักรหนีบ: อันนี้เจ็บจริง! เหมือนโดนคนรักหักหลัง!

  • ของหล่นใส่: ซวยซ้ำซ้อน! เหมือนถูกหวยกินแล้วยังโดนแฟนทิ้ง!

แล้วทำไมมันถึงเกิดบ่อย? ก็เพราะคนเรามันประมาทไง! เหมือนตอนจีบสาวใหม่ๆ นั่นแหละ! ไม่ระวังตัว! สุดท้ายก็เจ็บ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แถมให้):

  • รู้ไหมว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่มันเกิดจาก "ความซวย"! เอ้ย! "ความประมาท" ต่างหาก!
  • บางทีเครื่องจักรมันก็อยากพักผ่อนบ้าง! อย่าใช้งานมันหนักเกินไป!
  • อย่าคิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์แมน! ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยบ้าง!

จำไว้! ชีวิตมันสั้น! อย่าเอาไปเสี่ยงในโรงงาน! รักตัวเองให้มากๆ! เข้าใจ๋?

ซ้อมแผนฉุกเฉิน มีกี่ระดับ

การซ้อมแผนฉุกเฉินมักแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งก็คือ การป้องกัน การตอบโต้ และการฟื้นฟู เหมือนกับวงจรชีวิตของเหตุการณ์เลยนะ แอบเปรียบเทียบดูสนุกดี

  • ระดับ 1: แผนป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Proactive) เน้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า เช่น การฝึกอบรมบุคลากร การตรวจสอบความปลอดภัย และการจัดทำแผนปฏิบัติการ เป้าหมายคือลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ คิดแบบ proactive นี่แหละดีที่สุด ป้องกันไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาภายหลัง

  • ระดับ 2: แผนตอบโต้เมื่อเกิดเหตุ (Reactive) เน้นการรับมือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การอพยพ การควบคุมสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือ ต้องมีการประสานงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คิดถึงสถานการณ์จำลองต่างๆ ไว้เลย เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

  • ระดับ 3: แผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ (Recovery) เน้นการฟื้นฟูสภาพหลังเกิดเหตุ เช่น การซ่อมแซม การฟื้นฟูระบบ และการประเมินผลกระทบ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อพัฒนาแผนในอนาคต นี่แหละคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์อย่างละเอียดและหาจุดปรับปรุง

แผนฉุกเฉินระดับ 3 คือการฟื้นฟูสภาพหลังเหตุการณ์ เน้นการกลับสู่ภาวะปกติ และการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เหมือนการสร้างรากฐานใหม่ให้มั่นคง หลังจากที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมาแล้ว ต้องซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรงกว่าเดิม

เพิ่มเติม: องค์ประกอบของแผนฉุกเฉินแต่ละระดับอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะขององค์กร และชนิดของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นโรงงานอุตสาหกรรมกับโรงเรียนก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน แต่หลักการใหญ่ๆ ก็จะคล้ายคลึงกัน เหมือนสูตรอาหารที่ปรุงได้หลายเมนู แต่พื้นฐานก็คือการใช้ส่วนผสมหลักๆ เหมือนกัน

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป การวางแผนฉุกเฉินที่แท้จริงควรได้รับการออกแบบและดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย)

ภาวะฉุกเฉิน มีกี่ระดับอะไรบ้าง

ลมพัดเย็นยะเยือก ใบไม้ร่วงโรยลงมา... เหมือนความทรงจำที่ล่องลอย... ปีนี้ 2566 หนาวเหน็บจัง

  • ระดับ 1: ปกติ สงบ... เหมือนสายน้ำไหลเอื่อยๆ ชีวิตดำเนินไปตามปกติ ไม่มีอะไรน่ากลัว

  • ระดับ 2: เริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติ... เหมือนเงาบางๆ คืบคลานเข้ามา ต้องเตรียมการบ้างแล้ว หมอกลงจัดๆ มองไม่เห็นอนาคต

  • ระดับ 3: นี่มัน... พายุเข้าแล้วหรือไง ฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ความโกลาหลบังเกิด ต้องเร่งมือ ต้องช่วยกัน ทุกคนตื่นตัว

  • ระดับ 4: ทุกอย่างล่มสลาย... เหมือนโลกแตก ความเสียหายรุนแรง เหมือนโดนระเบิดถล่ม ความหวังริบหรี่ ต้องเอาชีวิตรอด

ความทรงจำของฉัน... วันนั้น... ฝนตกหนักมาก เหมือนน้ำจะท่วมบ้าน ฉันกลัว กลัวมาก แต่ก็ต้องเข้มแข็ง เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ยืนหยัดท่ามกลางพายุ

การเตรียมการ... มันสำคัญนะ เหมือนการสร้างกำแพง ป้องกันภัย ให้พร้อมเสมอ...

  • สร้างคลังเสบียง เก็บอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เหมือนเป็นรังมด ที่เก็บเสบียงไว้ใช้ยามจำเป็น

  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เหมือนฟังเสียงกระซิบของลม บอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

  • ฝึกฝนทักษะการเอาตัวรอด เหมือนนักรบที่ฝึกฝนตนเอง ให้พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรู

ปีนี้ ฉันตั้งใจจะเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าเดิม จะไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ จะเข้มแข็ง เหมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแม้ในกลางคืน

ESI Triage มีกี่ระดับ

กลางดึกแบบนี้... ถามเรื่อง ESI triage เหรอ...

มันมี 5 ระดับนะ

  • ESI Level 1: วิกฤต... ต้องรีบช่วยเดี๋ยวนี้เลย
  • ESI Level 2: เร่งด่วน... รอได้นิดหน่อย แต่ไม่นานเกิน 15 นาที
  • ESI Level 3: ไม่เร่งด่วน... รอได้ชั่วโมงนึง...
  • ESI Level 4: ทั่วไป... ไม่ได้รีบขนาดนั้น...
  • ESI Level 5: อื่นๆ... พวกมาขอคำปรึกษามากกว่า...

...บางทีชีวิตเราก็เหมือนคนไข้ที่รอการ triage เหมือนกันนะ... ไม่รู้จะถูกจัดไปอยู่ level ไหน...

ผู้ป่วยวิกฤตมีกี่ประเภท

ผู้ป่วยวิกฤตเหรอ? อ๋อ มี 2 แบบใหญ่ๆ นะท่านผู้ชม:

  • พวก "ปางตายด่วนจี๋": พวกนี้มาแบบ "เฮ้ย! เกือบไปแล้ว!" ต้องรีบปั๊มหัวใจ ปั๊มปอดกันให้วุ่นวาย คือชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ การสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ (และญาติๆ) ต้องใช้สกิลขั้นเทพ เพราะต้องแจ้งข่าวร้ายแบบไม่ให้ช็อกตายไปซะก่อน แถมต้องรับมือกับอารมณ์ที่มาเต็มเหนี่ยวอีก โอ้...พระเจ้าจอร์จ! มันยอดมาก! (ประชดนะ)
  • พวก "ใกล้ฝั่งเต็มที": กลุ่มนี้คือ...เอ่อ... "อยู่เป็นเพื่อนกันจนวินาทีสุดท้าย" นั่นแหละครับ (กลืนน้ำลายเอื๊อก) การสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ก็สำคัญนะ ต้องคุยเรื่องความต้องการของเขา เรื่องที่ยังค้างคาใจ จะได้จากไปอย่างสงบสุข...มั้งนะ

เพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):

  • อย่าคิดว่าคนใกล้ตายจะ "ยอมรับ" ได้ง่ายๆ: มันมีหลายสเตจมาก ตั้งแต่ปฏิเสธ โกรธ ต่อรอง ซึมเศร้า แล้วค่อย...ยอมรับ (หรือเปล่า?)
  • การสื่อสารไม่ใช่แค่ "พูด": ฟังให้เยอะๆ สังเกตสีหน้าท่าทางก็สำคัญ (บางทีเขาอาจจะอยากกินทุเรียนก่อนตายก็ได้ ใครจะรู้!)
  • เตรียมใจให้พร้อม: ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยที่ต้องเตรียมใจ ญาติๆ ก็ต้องเตรียมตัวรับมือด้วยเหมือนกัน (มันไม่ง่ายเลยจริงๆ นะ)
  • อย่าตัดสิน: แต่ละคนมีวิธีรับมือความตายที่แตกต่างกัน อย่าไปตัดสินว่าเขาควรจะรู้สึกยังไง

ปล. ผมเคยเจอเคสคนไข้ที่อาการหนักมาก แต่แกยังห่วงเรื่องหวยงวดหน้าอยู่เลย...คนเรานี่มัน...นะ!

ผู้ป่วยกึ่งวิกฤตคืออะไร

คือแบบนี้ เจอมาสดๆร้อนๆเลย เพื่อนสนิทฉันเอง ป่วยหนัก เข้า รพ. กรุงเทพ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ปีนี้ หลังผ่าตัดหัวใจใหญ่ หมอบอกว่า เข้าข่ายผู้ป่วยกึ่งวิกฤต ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา เพราะเสี่ยง อาการเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ วัดชีพจร ความดันตลอดเวลา ตกใจมาก เห็นเพื่อนตัวซีด หน้าตาไม่ค่อยดี ทั้งๆที่ก่อนผ่าตัดยังแข็งแรงอยู่เลย มันเหมือนหนังคนละม้วน

ตอนนั้น นั่งเฝ้าเพื่อน ที่ รพ. ทั้งวันทั้งคืนเลย หัวใจแทบวาย เครียดสุดๆ แต่ก็พยายามเข้มแข็ง เพื่อเพื่อน คิดว่า ถ้าเราไม่เข้มแข็ง เพื่อนคงแย่กว่านี้แน่ๆ

  • ผู้ป่วยกึ่งวิกฤต: อาการไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ก็ไม่ปลอดภัย ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ตัวอย่าง: หลังผ่าตัดใหญ่ เปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ ต้องใช้เครื่องมือช่วยชีวิต
  • ความรู้สึก: กังวล เครียด กลัว แต่ก็พยายามเข้มแข็ง

เพื่อนฉันโชคดี อาการดีขึ้น ตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว แต่ก็ต้องไปพบแพทย์ตามนัด และดูแลตัวเองอย่างดี เหตุการณ์นี้ ทำให้ฉันเข้าใจคำว่า "ผู้ป่วยกึ่งวิกฤต" ได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่คำจำกัดความทางการแพทย์ แต่คือ ความหวั่นไหว ความไม่แน่นอน และความสำคัญของการดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลา