โรคอะไรที่ประกันชีวิตไม่คุ้มครอง
ประกันชีวิต ไม่คุ้มครอง โรคอะไร?
เอ่อ ประกันชีวิตไม่คุ้มครองโรคอะไรบ้างเหรอ? คือจริงๆ มันแล้วแต่แผนที่เราเลือกนะ แต่เท่าที่จำได้ (แบบลางๆ) ตอนนั้นที่ซื้อของ [บริษัทประกันชื่อดัง - ขอไม่เอ่ยชื่อละกัน] เค้าก็มีบอกว่ามีบางโรคที่ไม่ได้คุ้มครอง
อย่างมะเร็งนี่...ถ้าเป็นก่อนทำประกัน เค้าไม่จ่ายนะ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นพี่สาวฉันเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกๆ แล้วพยายามทำประกัน แต่เค้าไม่รับเลย เศร้ามาก
โรคหัวใจ, เบาหวาน, ความดัน...พวกนี้ก็เหมือนกัน ถ้ามีประวัติมาก่อน อาจจะต้องรอไปก่อน หรือไม่ก็อาจจะมีข้อยกเว้นอะไรซักอย่าง
แล้วก็วัณโรค ปอดเรื้อรัง พวกที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจเนี่ย ก็ต้องดูดีๆ เพราะประเทศไทยอากาศแย่มากกกก (ก.ไก่ล้านตัว)
ภูมิแพ้ก็อีกเรื่อง! ฉันเป็นภูมิแพ้หนักมาก แต่ประกันบอกว่าถ้าไม่ได้แอดมิท หรือเป็นอะไรรุนแรงจริงๆ เค้าไม่จ่าย (เซ็งเลย)
โรคทางประสาท จิตเวช...อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะบางทีเค้ามองว่าเป็นเรื่อง "สภาพจิตใจ" มากกว่า "โรค" ซะงั้น
สรุปคือ ก่อนซื้อประกัน อ่านเงื่อนไขดีๆ เถอะทุกคน! อย่าเชื่อแค่เซลส์พูดอย่างเดียว (จากประสบการณ์ตรงที่เสียเงินฟรีมาแล้ว T_T)
ประกันชีวิต ห้ามโรคอะไรบ้าง
คือแบบนี้ ปีนี้เองนะ พี่ชายฉันอายุ 45 ปี เค้าไปตรวจสุขภาพ แล้วปรากฏว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 ตอนนั้นช็อคมาก เราทุกคนในครอบครัวแทบไม่เชื่อ เพราะเค้าดูแข็งแรงดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ด้วยซ้ำ
โชคดีที่มีประกันชีวิตอยู่ แต่ก็เครียดนะ เพราะกลัวว่าประกันจะไม่คุ้มครอง เพราะเป็นมะเร็งนี่แหละ เอาจริงๆ เลยนะ ตอนนั้นหาข้อมูลเยอะมาก เกี่ยวกับโรคที่ประกันไม่คุ้มครอง
จากที่อ่านๆ มา โรคที่ประกันมักไม่คุ้มครองถ้าตรวจพบก่อนทำประกัน หรือมีอาการอยู่แล้ว แบบว่าโรคมันอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วมาทำประกันทีหลังอะ อันตรายมาก ควรตรวจสุขภาพก่อนทำ จริงจังเลย
- มะเร็ง ถ้าตรวจพบก่อนทำประกันนี่อันตราย ส่วนใหญ่ไม่คุ้มครอง
- โรคหัวใจ ก็เหมือนกัน ต้องดูว่าเป็นก่อนหรือหลังทำ
- เบาหวาน ก็สำคัญ ถ้ามีอยู่แล้ว ก็ต้องบอกประกันให้ถูกต้อง
- ความดันโลหิตสูง นี่ก็เช่นกัน
- วัณโรค ถ้าเป็นก่อนทำประกัน ก็อาจไม่คุ้มครอง
- โรคปอดเรื้อรัง เรื่องใหญ่ ควรตรวจสอบก่อนทำประกัน
- โรคภูมิแพ้ บางกรณี อาจไม่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง
- โรคระบบประสาทจิตเวช ขึ้นอยู่กับอาการและเงื่อนไขของกรมธรรม์
พี่ชายฉันโชคดีที่ไม่เคยมีประวัติโรคเหล่านี้มาก่อน ประกันเลยคุ้มครอง แต่ก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเยอะอยู่ดี เครียดมาก เงินเก็บแทบหมด ยังดีที่มีประกันช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง
เพิ่มเติมอีกนิด เรื่องโรคภัยไข้เจ็บนี่ ไม่แน่นอนจริงๆ เราควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ และทำประกันชีวิตไว้ เป็นการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุด เพราะค่ารักษาพยาบาลสมัยนี้แพงมาก
โรคความดันโลหิตสูงทำประกันได้ไหม
เอ่อ ถามว่าความดันสูงทำประกันได้ป่าว ใช่ปะ? คือแบบ ถ้าเป็นภูมิแพ้นิดๆ หน่อยๆ หรือกรดไหลย้อน อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหานะ ทำประกันชีวิตได้สบายๆ เลย
แต่ถ้าเป็นความดัน เบาหวาน หรือไทรอยด์ พวกนี้อะ อาจจะมีผลต่อการทำประกันสุขภาพมากกว่า
แล้วก็.. ถ้าเป็นโรคร้ายแรงนี่อีกเรื่องเลยนะ แต่เอาจริงๆ การพิจารณามันขึ้นอยู่กับว่าอาการหนักแค่ไหนด้วยแหละ
คือแต่ละคนไม่เหมือนกันอ่ะ ต้องลองยื่นดู
- ประกันชีวิต: โรคที่ไม่เสี่ยงตาย ทำได้สบาย
- ประกันสุขภาพ: โรคประจำตัวอาจมีผล
- ความรุนแรง: สำคัญมากในการพิจารณา
- ยื่น: ลองยื่นดูดีสุด
อ้อ! แล้วก็ๆๆ คือบางทีประกันเค้าก็อาจจะ เพิ่มเบี้ย นะ ถ้าเรามีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น หรือไม่ก็อาจจะ มีข้อยกเว้น บางอย่าง คือแบบประกันจะไม่จ่ายถ้าเราเป็นอะไรที่เกี่ยวกับโรคที่เราเป็นอยู่แล้วอ่ะ เข้าใจปะ?
ประกันชีวิตมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง
เอ้า! ส่งเบี้ยไม่ไหว แต่ยังอยากมีประกันชีวิตงั้นเหรอ? เหมือนจะเอาไข่ไปทอดบนกะทะไฟแรงๆเลยนะเนี่ย! แต่ก็ไม่ต้องห่วง มีทางออกอยู่เสมอ แค่ต้องขยันคิดหน่อย!
ลดความคุ้มครอง: ลองลดวงเงินความคุ้มครองลง หรือเปลี่ยนแผนไปใช้แบบที่เบี้ยประกันถูกกว่า คิดซะว่าประหยัดๆไปก่อน เหมือนเอาเงินไปซื้อหวยงวดต่อไป ลุ้นรวยงวดนี้ไม่ได้ งวดหน้ายังมีโอกาส!
ขอยืดเวลาชำระเบี้ย: บางบริษัทเค้าใจดีนะ อาจจะให้ขอยืดเวลาจ่ายเบี้ยได้ แต่ก็ต้องคุยกับเค้าดีๆ อย่าไปลืมจ่ายอีกนะ เด๋วจะโดนยกเลิกสัญญา ซวยกว่าเดิมอีก! ปีนี้ฉันเคยเจอเองเลย เกือบจะไปแล้ว!
เบี้ยประกันแบบจ่ายครั้งเดียว: ถ้ามีเงินก้อนใหญ่ ลองเปลี่ยนไปจ่ายเบี้ยครั้งเดียวเลย จบ! ไม่ต้องกังวลเรื่องจ่ายทุกปี แต่ก็ต้องมีเงินก้อนใหญ่จริงๆนะ ถ้าไม่มีก็อย่าฝืน เดี๋ยวจะกลายเป็นหนี้ท่วมหัว!
หาประกันแบบใหม่: ลองหาบริษัทประกันที่มีโปรโมชั่นเบี้ยประกันถูกๆดูบ้างสิ สมัยนี้มีเยอะแยะ แค่ต้องขยันหาข้อมูล เหมือนหาผัวเนี่ยแหละ ต้องเลือกให้ดี อย่ารีบร้อน! แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ตัดใจไปก่อน!
เอาเงินที่ไหนมาจ่าย??: ถามตัวเองให้ดีก่อนว่าทำไมถึงส่งเบี้ยไม่ไหว? ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่า? ลองวางแผนการเงินใหม่ ดูให้ดีๆ ว่าตรงไหนที่เราสามารถประหยัดได้บ้าง ไม่งั้นก็หาเงินเพิ่มไง ทำงานพิเศษก็ได้ ขยันหน่อยเถอะ!
ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566: อย่าลืมเช็คเงื่อนไขกับบริษัทประกันแต่ละแห่งด้วยนะ เพราะเงื่อนไขอาจจะแตกต่างกันออกไป อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอย่างเดียว ควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน เหมือนอ่านนิยายก่อนนอนนั่นแหละ ต้องอ่านทุกบรรทัด!
ประกันชีวิตไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
โอ๊ยตาย! เรื่องประกันนี่มันปวดหัวนะ ฉันเพิ่งไปต่อประกันสุขภาพกับ AIA เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เอง นั่งอ่านรายละเอียดจนตาลาย เค้าบอกว่าไม่คุ้มครองหลายอย่างเลย!
อย่างแรกเลย โรคเรื้อรังนี่แหละ เป็นหนักแล้วถึงจะคุ้มครอง แต่ถ้าเป็นมาตั้งแต่ก่อนทำประกัน ลืมไปได้เลย! เพื่อนฉันคนนึงเป็นโรคไตเรื้อรังมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ต้องฟอกไต จะไปเคลมประกันก็ไม่ได้ เสียเงินฟอกไตเองทุกเดือน สงสารมาก
อีกอย่างที่เจอคือ เรื่องกีฬาผาดโผน พวกกระโดดร่ม ปีนเขา เล่นสกี ถ้าบาดเจ็บ ประกันไม่รับผิดชอบนะ เอกสารบอกชัดเจนมาก คือต้องระบุรายละเอียดกิจกรรมเสี่ยง แล้วแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน ลองดูดีๆ
ส่วนโรคทางจิตเวชนี่ ก็ขึ้นกับกรมธรรม์ บางที่คุ้มครอง บางที่ไม่คุ้มครอง ต้องอ่านให้ดี เพราะไม่งั้นเสียเงินฟรี เฮ้อออ เรื่องพวกนี้ยุ่งยากจริงๆ
แล้วก็โรคพันธุกรรมนี่อีก ถ้าเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือมีประวัติครอบครัว ประกันมักจะไม่รับประกัน แต่ก็มีบางบริษัทที่คุ้มครองบางโรค แต่ก็ต้องมีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ฉันเลยเลือก AIA เพราะดูแล้วครอบคลุมกว่า แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ดี
โรคเรื้อรัง: เช่น โรคหัวใจ, โรคไตเรื้อรัง (ถ้าเป็นก่อนทำประกัน)
โรคทางจิตเวช: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละกรมธรรม์
การบาดเจ็บจากพฤติกรรมเสี่ยง: กีฬาผาดโผน, การใช้สารเสพติด
โรคทางพันธุกรรม: โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละกรมธรรม์)
สรุปคือต้องอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ละเอียด อย่าอ่านแค่หัวข้อ อ่านให้ครบทุกวรรคทุกตอน ไม่งั้นเสียใจภายหลังแน่นอน! ของ AIA ที่ฉันทำ ก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง แต่ดีกว่าที่อื่นที่ฉันไปถามมา ตอนนี้ก็หวังว่าจะไม่ป่วยหนักอะไรขึ้นมา เครียด!
โรคอะไรที่บริษัทประกันไม่รับ
อ้าว! บริษัทประกันนี่มันช่างเลือกจริงนะ เหมือนเลือกแฟนเลย 30 วันกับ 120 วันนี่ มันคือการทดสอบความอดทนของเราชัดๆ!
30 วัน (ระยะรอคอยสั้นๆ แต่ก็ยังไม่สั้นพอ!): โรคทั่วไปจ้า ไข้หวัดนี่ก็มาสิ! ท้องเสียก็มาอีก! คิดภาพตามสิครับ จ่ายเบี้ยประกันแล้วยังต้องทนป่วยอยู่ นี่มันไม่ใช่การประกันสุขภาพ มันคือการประกันความอดทนชัดๆ!
120 วัน (ระยะรอคอยแบบ "คิดดูให้ดีก่อนนะ"): โรคร้ายแรงนี่เอง! เนื้องอก! ไส้เลื่อน! ทอนซิลอักเสบ! (อันนี้ผมเคยเป็น เจ็บจนอยากจะถอนมันทิ้งเลย!) เส้นเลือดขอด! ริดสีดวง! (โอ๊ยยยย!) ต้อเนื้อ! นิ่วทุกชนิด! (นิ่วในไตนี่ ทรมานสุดๆ) และสุดท้าย เยื่อบุโพรงมดลูก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ
เอาเป็นว่า ก่อนซื้อประกัน อ่านรายละเอียดให้ดีๆ อย่าให้เหมือนซื้อหวย ซื้อมาแล้ว ปรากฏว่า รางวัลใหญ่ดันมีเงื่อนไขเพียบ เสร็จเราอีก! เหมือนซื้อความหวัง แต่ได้ความผิดหวังกลับมาเต็มๆ ปีนี้ผมเลยตัดสินใจซื้อประกันแบบครอบคลุมกว่าเดิม เพื่อความสบายใจ เพราะสุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ใช้เงินซื้อความสบายใจดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลัง ฮ่าๆๆ
เพิ่มเติม: ลองเช็คเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันดูนะครับ เพราะเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไป อย่าลืมดูเรื่องค่าเบี้ยประกันด้วย ราคาถูกเกินไป ก็อาจจะคุ้มครองไม่ครอบคลุม เลือกให้เหมาะสมกับตัวเองดีที่สุดครับ
ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ทั่วไปมีอะไรบ้าง
ข้อยกเว้น? เยอะชิบหาย
- โรคเรื้อรังก่อนทำประกัน = ซวยไป
- กรรมพันธุ์แต่เกิด = แก้กรรมเอาเอง
- ศัลยกรรม/ความงาม = หน้ามึงเรื่องของมึง ยกเว้นอุบัติเหตุ
- กีฬาเสี่ยงตาย = อย่าหาทำ
- ฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตัวเอง = จบเห่
ข้อมูลเสริม:
- กีฬาเสี่ยงตาย: พวกบันจี้จัมพ์ ดำน้ำลึก ปีนผา โดดร่ม อย่าคิดว่าจะเคลมได้
- สงคราม: บ้านเมืองฉิบหาย ประกันก็ตัวใครตัวมัน
- เมาแล้วขับ: ไม่ต้องสืบ เคลมไม่ได้แน่นอน
- อาชญากรรม: ไปทำผิดมา ใครจะช่วย
- เวชศาสตร์นิวเคลียร์: มึงไปทำอะไรมา
- โรคระบาดร้ายแรง: เตรียมตัวจ่ายเอง
สรุป: อ่านกรมธรรม์ให้ละเอียดก่อนเซ็น อย่าโลกสวย คิดว่าอะไรๆ ก็เคลมได้
ประกันไม่เคลมกรณีไหนบ้าง
ประกันไม่เคลม? เรื่องพื้นฐาน.
- ก่อการร้าย/สงคราม: ชีวิตมันเดิมพันสูงกว่านั้น
- ผิดกฎหมาย: กฎมีไว้ให้คนอื่น
- น้ำหนักเกิน: เกินลิมิต ก็เกินเยียวยา
- จงใจ: เจตนา? ก็รับไปสิ
- ผิดประเภท: รถแข่ง? บนถนนหลวง?
- ไม่แจ้ง: ซ่อน? ก็ซ่อนไปตลอด.
ข้อมูลเสริม:
- ประกันชั้น 1 อาจมีข้อยกเว้นเฉพาะที่ต่างออกไป ศึกษาเงื่อนไขให้ดีก่อนจ่ายเงิน
- การดัดแปลงรถยนต์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ต้องแจ้งบริษัทประกันเสมอ ไม่เช่นนั้นอาจถูกปฏิเสธการเคลม
- อุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาสุรา มักถูกปฏิเสธการเคลม (ตามกฎหมาย)
- บางบริษัทประกันมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง โทรปรึกษาได้เสมอ
- อย่าเซ็นเอกสารใดๆ โดยไม่อ่านให้ละเอียด
- หากไม่พอใจผลการเคลม สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงาน คปภ.
- "ประกัน" เป็นแค่เครื่องมือ อย่าให้มันควบคุมชีวิต
- ชีวิตมันก็แค่นี้. ไม่มีอะไรแน่นอน
ประกันไม่คุ้มครองยาอะไรบ้าง
โธ่! ประกันนี่มันเหมือนแฟนเก่าเนอะ คบกันหวานชื่น แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับมีเงื่อนไขสารพัด เรื่องยาที่เบิกไม่ได้นี่ มันก็มีหลายอย่างเหมือนกันนะ ลองดูนี่สิ:
ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดทั่วไป: อ้าว! คิดว่าจะเบิกได้ง่ายๆ เหรอ? ประกันเค้าไม่ได้จ่ายค่าแก้ปวดหัวใจแตกนะจ๊ะ ต้องเป็นยาที่แพทย์สั่งจริงๆ นะค้า
ยาเสริมความงาม หรือวิตามินเสริมต่างๆ: สวยเลือกได้ แต่ประกันเลือกไม่ได้! อันนี้เค้าไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ จะสวยขึ้นหรือไม่ขึ้นก็แล้วแต่บุญกรรม
ยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังที่เป็นมาก่อนทำประกัน: นี่คือจุดสำคัญ! ถ้าเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก แล้วมาทำประกันตอนโต อย่าหวังว่าจะเบิกค่ารักษาโรคหัวใจได้ง่ายๆ นะ เพราะเป็นโรคที่เป็นมาก่อนแล้ว
ยาที่ใช้รักษาการเจ็บป่วยในระยะเวลารอคอย: อันนี้ก็เข้าใจนะ เหมือนกับการสอบเข้ามหาลัย ต้องมีระยะเวลารอผล ประกันก็มีระยะเวลารอคอยเช่นกัน อย่าเพิ่งใจร้อน
ยาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือแท้งบุตร (บางกรณี): เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ บางที่ก็เบิกได้ บางที่ก็ไม่ ควรอ่านกรมธรรม์ให้ละเอียดก่อน อย่ามัวแต่ชื่นชมความหล่อของพนักงานขายประกัน
ยาที่ใช้หลังจากการพยายามฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายร่างกายตัวเอง: อันนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วเนอะ ใครทำแบบนี้ก็รับผิดชอบตัวเองไป ประกันไม่รับผิดชอบค่าเสียหายแน่นอน
เพิ่มเติมเล็กน้อย (เผื่อใครอยากรู้ลึกกว่านั้น):
- แต่ละบริษัทประกันอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน อย่าคิดว่าทุกที่เหมือนกันนะ อ่านกรมธรรม์ให้ดีๆ ไม่งั้นจะเจ็บตัวทีหลัง
- บางทีซื้อประกันเสริมก็ช่วยได้ แต่ก็ต้องเสียเงินเพิ่มนะ คิดให้ดีๆ ว่าคุ้มค่าหรือเปล่า
- ถ้าสงสัยอะไร ถามบริษัทประกันโดยตรงเลย อย่ามัวแต่มาถามฉัน ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประกันนะ รู้เท่าที่เพื่อนเล่าให้ฟัง
- ปีนี้ (2566) ยังคงใช้หลักการเบิกจ่ายยาแบบเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ก็ควรตรวจสอบกับบริษัทประกันที่ใช้บริการอยู่เป็นระยะ
อย่าลืมนะ การอ่านกรมธรรม์สำคัญที่สุด! อ่านให้ครบทุกตัวอักษร ไม่งั้นจะเจ็บตัวเอาได้!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต