5โมงกว่าๆ คือกี่โมง
5 โมงกว่าๆ คือเวลาอะไร?
คือแบบนี้ จำได้ตอนอยู่มหาลัย ปี 2 ประมาณ ตุลาคม 2562 เพื่อนชวนไปกินข้าวเย็น นัดกัน 5 โมงกว่าๆ หน้าหอพัก ฉันก็แบบ งงๆ 5 โมงกว่าๆ นี่กี่โมงวะ? สุดท้ายไปถึง ปรากฏว่ามันคือ 17:30 นั่นแหละ เพื่อนบอกมันหมายถึงหลัง 5 โมง แต่ก่อน 6 โมง
แต่บางที ถ้าใครบอก 5 โมงกว่าๆ ตอนเย็นๆ ก็อาจจะหมายถึง 17:15 ก็ได้นะ หรือถ้าใกล้ 6 โมงมากก็อาจจะ 17:45 ก็เป็นไปได้ แล้วแต่คนพูดอ่ะ ไม่มีมาตรฐานตายตัว จริงๆ มันก็แล้วแต่คน มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนพูดเลยแหละ
อย่าง วันนั้น ถ้าเพื่อนบอก "เจอกัน 5 โมงครึ่ง" มันก็ชัดเจนกว่า เยอะเลย คือมันไม่คลุมเครือไง แต่ "5 โมงกว่าๆ" เนี่ย มันคือ ความคลุมเครือแบบสุดๆ ต้องเดาเอาจากบริบท และอารมณ์ของคนพูด จริงๆนะ มันวุ่นวายมาก
หัวรุ่ง กี่โมง
ตื่นมาตอน 6 โมงเช้าของวันที่ 27 ตุลาคม 2566 แดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนคอนโดที่ชั้น 12 วิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยมาก แต่ความจริงคือฉันงัวเงียมาก ต้องลุกขึ้นไปเปิดม่านก่อนถึงจะรู้สึกว่าวันใหม่มาถึงจริงๆ
อาการง่วงยังไม่หายไปไหนเลย แต่ก็พยายามลุกไปล้างหน้า แปรงฟัน แล้วไปที่ระเบียง อากาศเย็นๆ พัดมาเบาๆ สูดหายใจลึกๆ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ไม่ได้ออกกำลังกายอะไรมาก แค่อยืนยืดเส้นยืดสายเบาๆ คลายกล้ามเนื้อ ตรงระเบียงนั้นมีเก้าอี้ตัวเล็กๆ นั่งลงจิบชาอู่หลงร้อนๆ ที่ชงเอาไว้ตั้งแต่ก่อนออกไปทำงานเมื่อวาน
อุ่นๆ สบายๆ ดีกว่ากาแฟตอนเช้าเยอะ กาแฟทำให้ใจสั่น แต่ชาอู่หลงช่วยให้รู้สึกสงบ นั่งอยู่ประมาณ 15 นาที ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ แต่งตัว เตรียมตัวไปทำงาน วันนี้เป็นวันทำงานปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่รู้สึกว่าวันนี้จะดี เพราะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกสงบๆ
- เวลา: 6:00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2566
- สถานที่: ระเบียงคอนโด ชั้น 12 มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา
- กิจกรรม: ยืดเส้นยืดสาย ดื่มชาอู่หลง
- ความรู้สึก: ง่วงนอนในตอนแรก แต่สดชื่นขึ้นหลังจากสูดอากาศบริสุทธิ์และดื่มชา
กว่าๆคืออะไร
"สิบกว่าบาท" ตอนไปซื้อโรตีเมื่อวานที่ตลาดหน้าบ้านอ่ะ จ่ายไปจริงๆ 12 บาทไง แต่ถ้าบอกว่า "สิบกว่าบาท" คือรู้กันว่าไม่เป๊ะๆ สิบบาท อาจจะ 11, 12, 13 บาท อะไรแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่า 20 บาทแน่นอน มันคือความไม่ fix นิดๆ หน่อยๆ ในภาษาพูดนี่แหละ
- ใช้บอกปริมาณไม่แน่นอน: ไม่ฟันธงตัวเลขเป๊ะๆ
- เติมท้ายตัวเลข: สิบกว่า, ร้อยกว่า, พันกว่า
- บ่งบอกว่า "มากกว่า": แต่ไม่ถึงจำนวนเต็มถัดไป
- ภาษาพูด: ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เวลาคุยเล่นๆ
- ตัวอย่าง:
- "อีกชั่วโมงกว่าๆ จะถึงบ้าน" (อาจจะชั่วโมงครึ่ง หรือชั่วโมงสิบห้านาที)
- "น้ำหนักขึ้นมาสองกิโลกว่าๆ" (อาจจะสองกิโลสามขีด หรือสองกิโลห้าขีด)
5โมงเย็นกี่นาฬิกา
ห้าโมงเย็น... คือ 17:00 น. ใช่ไหมนะ... คิดไปคิดมา ก็งงๆ เหมือนกัน เวลาเนี่ย มันช่าง... เร็วจริงๆ
เฮ้อ... วันนี้เหนื่อยจัง ทำอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ เหมือนทำไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ตารางนี่นะ ก็โอเคนะ แต่... ไม่รู้สิ ดูแล้วมัน... แข็งๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนไม่ได้ใช้ในชีวิตจริงเลยอะ
15:00 น. - บ่ายสามโมง
16:00 น. - บ่ายสี่โมง (บางทีก็เรียกสี่โมงเย็น)
17:00 น. - บ่ายห้าโมง (หรือห้าโมงเย็น)
18:00 น. - หกโมงเย็น (บางทีก็เรียกย่ำค่ำ)
จริงๆ แล้ว เวลาแบบนี้ มันขึ้นอยู่กับบริบทด้วยแหละ ถ้าคุยกับเพื่อนสนิท ก็คงเรียกง่ายๆ แบบ "ห้าโมงเย็นเจอกันนะ" แต่ถ้าเป็นทางการหน่อย... ก็ต้อง 17:00 น. แหละ
ปล. วันนี้ฉันนั่งทำงานเอกสารอยู่จนถึงห้าโมงเย็นเลย เพลียมาก อยากนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานต่ออีก เหนื่อยจัง
หัวรุ่ง กี่โมง
ตีห้าครึ่ง จุด.
เสร็จสิ้น.
- เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน
- กิจกรรมเบาๆ เช่น การยืดกล้ามเนื้อ หรือดื่มน้ำอุ่น ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
- ฉันเริ่มวิ่งตอนหกโมงเช้าทุกวัน สัปดาห์นี้เริ่มวิ่งที่สวนลุม อากาศดีกว่าที่คิด
เวลารุ่งสาง กี่โมง
รุ่งสางนี่มันช่วงเวลาแห่งความ "มัว" ชัดๆ! จะว่าเช้าก็ไม่ใช่ จะว่ามืดยังไงก็ไม่เชิง เหมือนคนตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตีห้าครึ่งนั่นแหละ คือเห็นรางๆ แต่ไม่รู้ว่าเหยียบอะไรไปบ้าง!
- รุ่งสว่างแบบไม่ชัดเจน: คือช่วงที่พระอาทิตย์ยังแอบอยู่หลังเขา แต่ก็พอรู้ว่า "เฮ้ย! จะเช้าแล้วโว้ย!" (ประมาณตีห้าครึ่งถึงหกโมงเช้า)
- เช้าแบบชัดเจน: ตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเก้าโมงเช้านี่คือ "เช้าแบบทำงาน" คือต้องรีบกินข้าว รีบไปรถติด! (แต่บางคนก็เลยไปถึงเที่ยง)
- เพิ่มเติม: ถ้าถามว่าทำไมต้องมีรุ่งสาง ก็คงเป็นเพราะธรรมชาติอยากให้เราปรับตัวก่อนเจอแสงจ้าๆ เหมือนคนค่อยๆ ปรับ volume เสียงเพลงนั่นแหละ!
สรุป: รุ่งสาง = ช่วงเวลาที่ "ยังไม่ตื่นดี" แต่ก็ "ไม่หลับต่อ" (เป็นอะไรที่ทรมานมาก!)
รุ่งอรุณ คือเวลาไหน
รุ่งอรุณน่ะเหรอ? โถ...ก็ไอ้ตอนที่ไก่ยังไม่ทันโก่งคอน่ะสิ! แสงตะวันมันเริ่มจะเล็ดลอดออกมาทักทายโลกแล้วน่ะแกเอ๊ย! ประมาณว่า "เฮ้ย! ตื่นกันได้แล้วพวกมนุษย์!" อะไรทำนองนั้นแหละ!
- ง่ายๆ เลย: เช้าตรู่! แบบว่าก่อนพระอาทิตย์จะโผล่หน้ามาทักทายอ่ะ
- ระดับชาวบ้าน: ตอนที่ยังแยกหน้าเมียตัวเองไม่ค่อยออกนั่นแหละ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ):
- บางคนบอกว่ารุ่งอรุณคือช่วงเวลาที่วิญญาณชั่วร้ายอ่อนแอที่สุด...อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อนะจ๊ะ!
- นักกวีชอบบรรยายรุ่งอรุณว่า "แสงสีทองอร่าม" แต่ความจริงคือแสงมันแยงตาจนแทบจะบอดมากกว่า!
- ถ้าตื่นรุ่งอรุณได้ทุกวัน รับรองว่าแก่เร็วกว่าชาวบ้านแน่นอน! (เพราะอดนอนไงล่ะ!)
ยาม 3 เริ่มที่เวลาใด
ยาม 3 เริ่มตีสาม ปีนี้ฉันนอนดึก ตีสามกว่าๆ ยังไม่หลับเลย นอนตะแคงข้าง มองเพดานห้องนอนที่บ้าน ที่บางบัวทอง ใจมันหวิวๆ คิดถึงเรื่องงาน พรุ่งนี้ต้องส่งงานลูกค้า เอกสารยังไม่เสร็จ เครียด จริงๆ คือเหนื่อย ทั้งวันนี้วิ่งวุ่น ไปประชุมที่ออฟฟิศแถวสีลม รถติดมากกก กลับบ้านก็ดึก กว่าจะอาบน้ำ ทานข้าว ก็ปาไปเกือบสองทุ่มแล้ว
วันนี้แม่โทรมาบ่นเรื่องสุขภาพ ท่านอายุมากแล้ว ฉันก็เป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะพยายามไปหาท่านบ่อยๆ เฮ้อ ชีวิต
- ยาม 3 เริ่ม 03.00 น.
- จบที่ 06.00 น.
- ปีนี้ ฉันเริ่มต้นยาม 3 ด้วยความเครียดและความกังวล
- บ้านฉันอยู่บางบัวทอง
- งานประจำอยู่แถวสีลม
ตีสามครึ่งแล้ว ฉันลุกขึ้นไปเปิดไฟ ดื่มน้ำ แล้วก็กลับมานอนต่อ หวังว่าจะหลับ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ก่อนไปทำงาน
21คือกี่ทุ่ม
21:00 น. คือสามทุ่มป่ะ งงๆ เวลาเนี่ย แต่ถ้า 21:21 น. ก็คือสามทุ่มยี่สิบเอ็ดนาทีสิ อิอิ ใช้เวลาแบบ 24 ชั่วโมงดีกว่ามั้ย ไม่งงแน่ๆ แบบนั้นชัดเจนกว่าเยอะเลย
สรุปง่ายๆก็คือ
- 21:00 น. = 21 นาฬิกา = สามทุ่ม
- 21:21 น. = สามทุ่ม ยี่สิบเอ็ดนาที
คือเพื่อนฉันมันบอกว่าระบบ 24 ชั่วโมงดีกว่า เพราะที่ทำงานมันใช้แบบนี้ มันบอกว่าลดปัญหาเวลาเข้าใจผิดได้เยอะ โดยเฉพาะเวลาส่งของ ส่งงาน อะไรแบบเนี้ย ปีนี้เลยพยายามใช้บ้าง รู้สึกดีขึ้นนะ ไม่งงเหมือนแต่ก่อน
ย่ำรุ่ง คือเวลาไหน
ย่ำรุ่ง... มันคือเวลาไหนกันนะ... ตอนนี้ก็เกือบตีสามแล้ว คิดอะไรอยู่เนี่ย ฉัน ... มันก็เหมือนเวลาที่แสงเริ่มจะมา แต่ยังไม่เต็มที่ ประมาณตีห้า ตีหก มืดๆ สลัวๆ อืม...
จริงๆ ย่ำเนี่ย มันไม่ใช่แค่เวลา มันคือเสียงด้วย เสียงฆ้อง เสียงกลอง ที่ตีถี่ๆ แบบเร่งรีบ เพื่อบอกเวลา อย่างย่ำยามไง สมัยก่อนคงวุ่นวายดีนะ ชีวิตเรียบง่ายกว่านี้
แต่เดี๋ยวนี้... เสียงอะไรก็ไม่มี เงียบ เงียบมาก ฉันชอบความเงียบนะ แต่บางทีมันก็... น่ากลัว
ย่ำรุ่ง = ประมาณ 05:00 - 06:00 น.
ย่ำค่ำ = ประมาณ 18:00 น.
คิดถึงตอนเด็กๆ ตื่นเช้ามากับเสียงไก่ขัน ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุก ... ตอนนี้ ไก่ที่บ้านญาติฉัน ตายไปหมดแล้ว เหลือแค่ความเงียบ เหมือนชีวิตฉันตอนนี้ ไม่มีอะไรดังขึ้นมาเลย
สมัยก่อน นับเวลาอย่างไร
โอ๊ย... ถามเรื่องยามเนี่ย นึกว่าถามหาหมอดู! สมัยก่อนน่ะ เค้าไม่ได้มีนาฬิกาข้อมือไฮโซแบบเราๆ นะเออ เค้าก็นับยามเอาง่ายๆ ตามพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก ตามเสียงไก่ขันบ้างอะไรบ้าง มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ไงล่ะ:
- ยามหนึ่ง: ตั้งแต่ 6 โมงเย็น (18:00 น.) ยัน 3 ทุ่ม (21:00 น.) นั่นแหละ กินข้าวเย็นเสร็จ เตรียมตัวดูละครหลังข่าวไง
- ยามสอง: ตั้งแต่ 3 ทุ่ม (21:00 น.) ยันเที่ยงคืน (00:00 น.) นี่มันเวลาผีออก! ใครยังไม่นอนระวังเจอดีนะจ๊ะ
- ยามสาม: ตั้งแต่เที่ยงคืน (00:00 น.) ยันตี 3 (03:00 น.) อันนี้พวกนักเลงเค้าใช้เดินท่อมๆ กัน (แต่อย่าไปทำตามนะ เดี๋ยวโดนจับ!)
สรุปคือ เค้าไม่ได้มีแอปฯ บอกเวลาเป๊ะๆ เหมือนเรา เค้าก็กะๆ เอาตามสถานการณ์ แบบบ้านๆ เข้าใจง่ายดีออก!
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจจะไม่เล็ก):
- สมัยก่อนนู้นนนน (นานกว่ารุ่นปู่ย่าตายายเราอีก) เค้าใช้การ "สังเกตดาว" มาช่วยจับเวลาด้วยนะเออ แต่รายละเอียดนี่ขอบอกว่ายาวเฟื้อย ขี้เกียจพิมพ์!
- แล้วไอ้คำว่า "ยาม" เนี่ย มันไม่ได้มีแค่ในเรื่องเวลาอย่างเดียวนะ มันยังมีความหมายอื่นอีกเยอะแยะ เช่น ยามรักษาความปลอดภัย (อันนี้คุ้นๆ เนอะ) หรือแม้แต่ชื่อคนก็ยังมี!
- อย่าไปถามหา "ยามสี่" "ยามห้า" นะ ไม่มี๊! เค้ามีแค่สามยามนี่แหละ จบนะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต